LOGINปิยภัศร์เปลี่ยนความคิดที่จะใช้น้ำดับความรุ่มร้อนภายในร่างกายของเธอ และตัดสินใจที่จะช่วยเมธาวีให้ผ่านพ้นวิกฤติแห่งความทรมานนี้ด้วยตัวเขาเอง เขาเดินกลับมาที่เตียงนอนอีกครั้งร่างบางปรือตาขึ้นมามองเขาด้วยท่าทีที่เชิญชวน ชายหนุ่มล้มตัวลงไปทาบทับอยู่บนร่างบางนั้นก่อนจะก้มลงแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบาง หญิงสาวเปิดปากรับเขาด้วยความเต็มใจ เธอพยายามจูบตอบเขาทั้งที่ยังอ่อนประสบการณ์
ทั้งคู่แลกจูบกันเนิ่นนานมือของเขาปลดกระดุมเสื้อของหญิงสาวออกทีละเม็ด ตามด้วยกระโปรงสั้นที่เธอสวมใส่ลงไปกองรวมกันบนพื้น เมธาวีเองก็ช่วยปลดกระดุมเสื้อและกางเกงของเขาออกอย่างเร่งรีบเช่นกัน
ปิยภัศร์ปลดตะขอชั้นในสีหวานออกก่อนที่จะรั้งซับในชิ้นสุดท้ายของเธอตามออกไปด้วย ร่างเปลือยเปล่าของทั้งคู่กอดรัดกันไปมา ริมฝีปากหนาซุกไซ้ลงบนซอกคอหอมกรุ่นระลงจนถึงบ่านวลเนียน
"ฉันต้องการคุณเดี๋ยวนี้เลย...นะคะได้โปรดเถอะค่ะ"
"คุณพร้อมแล้วนะ" ชายหนุ่มเอ่ยถาม ก่อนจะมอบจุมพิตที่อ่อนหวานแก่หญิงสาวอีกครั้ง มือของเขาลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของเธอ สายตาของเขาบ่งบอกถึงความปรารถนาที่เขามีต่อเธอโดยไม่มีการปิดบัง ก่อนที่จะหล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกันกับเธอ สัมผัสแรกทำให้เขารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์อยู่ และก็จริงอย่างที่เขาคิดเพราะหญิงสาวร้องขึ้นมาอย่างสุดเสียง
“โอ๊ย…เจ็บ...ไม่..." หญิงสาวน้ำตาคลอกับความเจ็บปวดที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน
“ตะวันคุณยังไม่เคยกับเรื่องแบบนี้มาก่อนเหรอ” ปิยภัศร์ทำตัวไม่ถูกว่าเขาควรจะเดินหน้าต่อไปหรือหยุดอยู่เพียงแค่นี้ แต่เมื่อเห็นว่ามันมาไกลเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว เขาก็พยายามอ่อนโยนกับเธอให้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
"ตะวันผมรู้ว่านี่เป็นครั้งแรกของคุณ ทนอีกนิดได้ไหมคนดี เพราะเรามาไกลเกินกว่าที่จะหยุดมัน" ชายหนุ่มเอ่ยปลอบหญิงสาว เขาพยายามจะไม่รุนแรงกับครั้งแรกของเธอ เมธาวีพยักหน้าแทนคำตอบ ถึงแม้ว่าจะรู้สึกเจ็บก็จริงแต่ความรุ่มร้อนในกายที่เกิดขึ้น มันทำให้เธอไม่อยากที่จะให้เขาหยุด ในทางตรงกันข้ามกลับรู้สึกอยากให้เขาเดินหน้าต่อไปจนถึงที่สุด
ปิยภัศร์ตัดสินใจที่จะเป็นผู้ที่นำพาเมธาวีท่องดินแดนมหัศจรรย์ไปด้วยกัน หญิงสาวเองก็ไม่ปฏิเสธเขา บทรักร้อนแรงจึงเริ่มต้นขึ้น เขาพาเธอไปพบกับความสุขอย่างที่เธอไม่เคยได้รับมาก่อน ร่างทั้งคู่หอบหายใจดังแข่งกัน ปิยภัศร์ฟุบลงบนร่างบาง ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำด้วยความอาย เนื่องจากคราวนี้เธอเป็นฝ่ายเริ่มต้นและเรียกร้องการตอบสนองจากเขาก่อน
ทั้งที่ตัวเองก็ไม่เคยมีประสบการณ์ และไม่เคยทำอะไรที่มันร้อนแรงแบบนี้มาก่อนเลยในชีวิต แต่ทำไมวันนี้ถึงได้รู้สึกว่าร่างกายของตัวเองต้องการเขามากมายนักเธอเองก็ไม่เข้าใจ ปิยภัศร์จูบที่หน้าผากเธออย่างอ่อนโยนกลิ่นหอมอ่อนๆ จากเรือนร่างนุ่มหอมทำให้เขามีความสุขอย่างที่สุด
เขากำลังจะถอยกลับแต่เธอกลับรั้งตัวของเขาเอาไว้ โดยใช้เรียวแขนโน้มตัวเขาเข้ามาทาบทับเธออย่างแน่นแฟ้นอีกครั้ง ชายหนุ่มใช้แขนข้างหนึ่งยันตัวเองไว้เพราะไม่อยากที่จะให้เธอต้องรับน้ำหนักของเขามากนัก มืออีกข้างคว้าจับข้อมือของเธอเอาไว้ปากก็ร้องห้าม
“เดี๋ยวก่อนสิตะวัน” แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเพราะหญิงสาวไม่ยอมฟังในสิ่งที่เขาพูด และเขาก็รู้ดีว่านั่นเป็นเพราะฤทธิ์ยาที่เธอโดนเข้าไปนั่นเอง ที่ทำให้เธอควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้ และดูเหมือนท่าทางตอนนี้เธอก็ไม่ต้องการพูดคุยอะไรกับเขานอกจากเรียกร้องให้เขารักเธอเท่านั้น เมธาวีเป็นฝ่ายกอดรัดเขาเป็นพัลวันปิยภัศร์รู้ดีว่ามันเป็นปฏิกิริยาอันเนื่องมาจากยาที่เธอกินเข้าไปนั่นเอง
“ฉันเป็นอะไรก็ไม่รู้ ทำไมถึงรุ่มร้อนแบบนี้ คุณช่วยฉันทีสิคะ" หญิงสาวร้องขอด้วยฤทธิ์ยาที่ยังไม่หมดไปง่ายๆ เธอกอดรัดร่างของเขาลงมาใกล้แล้วเป็นฝ่ายจูบเขาก่อนอย่างดูดดื่ม ชายหนุ่มจูบตอบก่อนจะบรรเลงเพลงรักบทใหม่กับหญิงสาวครั้งแล้วครั้งเล่า กว่าที่ฤทธิ์ยาจะหมดก็ทำเอาเขาแทบจะหมดแรง
ปิยภัศร์นอนลงข้างเมธาวีและกอดกันหลับไปด้วยความอ่อนเพลียด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขสม เขารู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและใช้มือเสยผม อีกทั้งยังรู้สึกเพลียเพราะเพิ่งจะได้นอนไปตอนเกือบสว่างนี่เอง ดวงตาเรียวเล็กดูช้ำจากการอดนอน อาจเป็นเพราะบทรักที่มาราธอนตลอดทั้งคืนก็ว่าได้ เพราะกว่าที่เขาจะทำให้เธอหายจากความทรมานจากฤทธิ์ยานั้นก็ทำเอาเขาหมดแรง ชายหนุ่มหันไปดูหญิงสาวที่นอนอยู่ข้างตัว ซึ่งเธอยังคงนอนสลบไสลไม่ตื่นจากนิทรา ปิยภัศร์ลุกขึ้นจากเตียงหยิบเสื้อคลุมมาสวมเพื่อจะเตรียมตัวอาบน้ำไปทำงาน แต่แล้วเขาก็ต้องอมยิ้มเพราะคิดได้ว่าวันนี้มันเป็นวันหยุด ไม่เห็นจำเป็นต้องรีบลุกไปไหน
คิดได้ดังนั้นเขาก็เลยเดินกลับไปที่เตียง และสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนใหญ่ โดยไม่ลืมที่จะถอดเสื้อคลุมออกด้วย เพราะเขาไม่ชอบใส่เสื้อผ้านอน พร้อมกับโอบเอวเธอไว้หลวมๆ กดจมูกโด่งลงไปที่แก้มเนียนใสของเธอก่อนจะหลับไปอีกครั้ง
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







