LOGINจากนั้นเขาก็ฉุดกระชากหญิงสาวออกมาจากร้านอาหาร เขาเปิดประตูรถพร้อมกับผลักตัวเธอเข้าไปในรถอย่างแรง ก่อนที่เขาจะเดินกลับไปขึ้นนั่งประจำที่คนขับ
ปิยภัศร์พยายามอย่างยิ่งที่จะระงับอารมณ์โกรธที่พุ่งพล่านอยู่ในขณะนี้ เพราะเขารู้ว่าเธอไม่ได้เต็มใจที่จะออกมาเจอกับไอ้เสี่ยบ้ากามนั่น แต่เธอทำไปเพราะกลัวว่าจะเกิดผลเสียกับธุรกิจของเขา ชายหนุ่มขับรถออกไปด้วยความเร็ว
ใบหน้าหล่อนั้นบึ้งตึง ด้วยความเคืองหญิงสาวที่ออกมาทานข้าวกับเสี่ยหื่นบ้ากามคนนั้นตามลำพัง เขาโทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อสั่งให้ลูกน้องไปจัดการกับไอ้เสี่ยนั่นที่มันกล้ามาล้วงคองูเห่าและบังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของเขาอีกด้วย ส่วนเมธาวีนั้นกลับรู้สึกว่ามีอาการประหลาดเกิดขึ้นกับเธอแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงสาวมีความรู้สึกว่าเนื้อตัวร้อนรุ่มขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ
“ร้อนจังเลยค่ะทำไมฉันถึงร้อนแบบนี้ คุณเร่งแอร์อีกนิดได้ไหมคะ”
ปิยภัศร์เร่งแอร์ให้แรงขึ้นตามที่เธอต้องการ ทั้งที่เขารู้สึกว่ามันเย็นอยู่แล้วด้วยซ้ำ หญิงสาวลูบไล้มือไปตามเนื้อตัวของตนเอง
‘เกิดอะไรขึ้นกับเรา!’
เธอพยายามตั้งสติแต่มันกลับไม่สำเร็จ ตอนนี้เธอรู้สึกอยากให้ใครคนหนึ่งช่วยปลดปล่อยความต้องการจากตัวเธอ ดวงตาของเธอเริ่มหรี่ปรือ ใบหน้างามแดงก่ำ
เธอเอียงไปซบท่อนแขนแข็งแรงของชายหนุ่ม มือเรียวเล็กของเธอแตะต้องไปบนท่อนแขนแข็งแรงนั้นอย่างลืมตัว จากนั้นก็ลูบไล้ไปตามร่างกายของเขา ขณะที่ปิยภัศร์กำลังขับรถมองตรงไปข้างหน้า เขารู้สึกได้ถึงมือนุ่มนวลของหญิงสาวที่ลูบคลำไปตามร่างกายของเขา ชายหนุ่มหันกลับมามองดูใบหน้างามที่เอนซบเขานั้นเอียงเข้ามาใกล้เขาทุกทีด้วยความแปลกใจ เพราะตามปกติแล้วเธอจะไม่เคยเป็นฝ่ายเริ่มก่อน มีแต่เขาเองที่เป็นฝ่ายเริ่มแล้วทำไมวันนี้ถึงดูแปลกไป
"คุณไม่สบายหรือเปล่าตะวัน" ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยความห่วงใย เธอไม่ได้ตอบคำถามของเขาแต่กลับจูบปลายคางและซอกคอของเขาแทน ในขณะที่มือก็เริ่มที่จะซุกซนกับการลูบคลำที่ขอบกางเกงของเขา ชายหนุ่มดึงมือเธอไว้
“คุณจะทำอะไรผมกำลังขับรถอยู่นะ”
"ฉะ...ฉัน...เป็นอะไรก็ไม่รู้...คุณช่วยฉันด้วยสิทำไมมันถึงได้รู้สึกร้อนแบบนี้" ตอนนี้ยาเริ่มออกฤิทธิ์มากขึ้นจนเธอเองเกิดความรุ่มร้อน อยากให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี้ มือเล็กไต่ขึ้นไปบนอกกว้างของเขา ปิยภัศร์สะดุ้งเล็กน้อยเขาหันมามองดูกิริยาท่าทางของเมธาวี และก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ
"ไอ้หมอนั่นคงจะมอมยาคุณแน่นอนเลย ชั่วสิ้นดี" ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความโกรธ เมื่อนึกไปถึงสิ่งที่เสี่ยหื่นคนนั้นทำกับเมธาวี ตอนนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือพยายามเหยียบคันเร่งรถขับไปถึงบ้านให้เร็วที่สุด เพราะอาการของหญิงสาวกำลังหนักขึ้นทุกที ตอนนี้มือเรียวบางเริ่มป้วนเปี้ยนแถวเป้ากางเกงของเขา
ปิยภัศร์ขับรถกลับบ้านด้วยความเร็วสูงด้วยรู้ดีว่าฤทธิ์ยาที่หญิงสาวโดนเข้าไปนั้นกำลังแสดงผลงานออกมา เขาขับรถมาจอดหน้าบ้านอย่างรีบร้อนจากนั้นก็รีบอุ้มร่างของเธอเดินเข้าไปในบ้านทันที ป้าวรรณตกใจเเมื่อเห็นชายหนุ่มอุ้มเมธาวีเข้ามาด้วยความรีบร้อน
"เกิดอะไรขึ้นคะคุณภัศร์...คุณตะวันป็นอะไรไปคะ" ป้าวรรณเอ่ยถามด้วยท่าทีที่เป็นห่วงหญิงสาวไม่น้อย
"ตะวันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกครับป้าวรรณ แค่ไม่ค่อยสบายเท่านั้นเอง แต่ป้าวรรณไม่ต้องเป็นห่วงนะครับผมจะดูแลเธอเอง" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับอุ้มหญิงสาวขึ้นไปบนห้องนอน
"ช่วยฉันด้วย" หญิงสาวเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอเริ่มควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือของเธอพยายามไขว่คว้าร่างกายที่แข็งแกร่งของเขา ปิยภัศร์อุ้มเธอมาวางลงบนเตียงนอน และก่อนที่เขาจะผละออกจากตัวเธอ เรือนร่างนุ่มหอมของเมธาวีก็เบียดกระแซะเข้ามา ริมฝีปากบางของเธอซุกไซ้ไปที่ซอกคอและทั่วแผงอกล่ำสันของเขาอย่างเรียกร้องต้องการ
เธอลูบไล้สะเปะสะปะไปทั่วไล่ตั้งแต่อกขาวแข็งแรง ภายใต้เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนตัวนั้นที่ปลดกระดุมลงมาเผยให้เห็นแผงอกล่ำบึก และล้วงลึกต่ำลงไปจนถึงหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขาจนเขาเผลอเกร็งตัว มือของเขาพยายามจับเธอไว้ให้หยุด ปิยภัศร์รู้ดีว่าอีกฝ่ายทำไปเพราะฤทธิ์ของยาปลุกเซ็กส์
เขาจะทำยังไงกับสถานการณ์อย่างนี้ดี สัมผัสของเมธาวีทำให้ปิยภัศร์เริ่มคิดอะไรไม่ออก เพราะเธอกำลังรุกไล่เขาจนเขาเริ่มจะทนไม่ไหว ชายหนุ่มผละจากร่างกายของเธอ มายืนมองร่างบางที่บิดกายไปมาแบบใช้ความคิด เขาดีดนิ้วออกมาเมื่อมองเห็นทางที่จะช่วยหญิงสาวได้
"น้ำ...ใช่แล้ว...น้ำคงช่วยดับความร้อนรุ่มให้ตะวันได้” เขารีบเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะเปิดน้ำ แต่ทันใดนั้นเองความคิดของเขาก็เปลี่ยนไป
‘มาคิดอีกทีเมื่อโอกาสแบบนี้มาถึงมือแล้วจะปล่อยผ่านไปง่ายๆ อย่างนั้นเหรอ…ถือโอกาสนี้รวบรัดให้ตะวันตกเป็นของเราซะเลยก็คงดีเหมือนกัน เพราะยังไงเรื่องแบบนี้มันก็จะต้องเกิดขึ้นอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง เพียงแต่ว่าเมื่อไรเท่านั้นเอง’
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







