LOGINเมธาวีรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นไม่นาน เมื่อพบว่าตัวเองนอนอยู่ในอ้อมกอดของเขา ด้วยเนื้อตัวเปล่าเปลือยภายใต้ผ้าห่มผืนเดียวกัน ทำให้เธอกรีดร้องออกมาพร้อมกับเข้าไปทุบตีหยิกข่วนเขาจนหน้าอกของเขาแดงไปหมด
“กรี๊ดดด...คุณภัศร์คุณทำอะไรฉัน ทำไมคุณเป็นคนแบบนี้ คุณไม่มีความเป็นลูกผู้ชายเลย”
ปิยภัศร์กอดเมธาวีเอาไว้เพื่อล็อคให้เธอหยุดทุบตีเขา แต่หญิงสาวไม่ยอมหยุดกรีดร้องจนเขาต้องขู่
“คุณจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อวานไม่ได้เลยใช่ไหมตะวัน และก็หยุดกรีดร้องแบบนี้ซะทีไม่อย่างนั้นผมจะจูบคุณเพื่อยุติเสียงกรี๊ดบ้าๆ นั่น เอาไหมคุณจะลองไหม” เขาพลิกร่างบางของเธอลงไปนอนอยู่ใต้ร่างหนาของเขาแทน
“ทีนี้คุณก็ฟังผมถ้าคุณจำเรื่องราวเมื่อวานนี้ไม่ได้ ผมจะเป็นคนทบทวนให้คุณฟังเอง เมื่อเย็นวานคุณไปพบไอ้เสี่ยบ้ากามนั่น ทั้งที่รู้ว่ามันจ้องอยากจะได้คุณตาเป็นมัน แล้วคุณก็เสียรู้ไอ้เสี่ยหื่นนั่นโดยถูกมันวางยาปลุกเซ็กส์ คุณจำได้หรือยังว่าอาการแปลกๆ ที่เกิดขึ้นกับคุณเมื่อวานนี้มาจากสาเหตุอะไร และผมก็เป็นคนไปช่วยคุณเอาไว้ ถ้าผมไปไม่ทันป่านนี้คุณก็คงจะต้องเป็นของไอ้เสี่ยบ้ากามที่แก่คราวพ่อนั่นไปแล้ว”
“แต่คุณก็เป็นผู้ชายที่ฉวยโอกาสนี้เหมือนกัน”
“แล้วคุณจะให้ผมทำยังไงกับสถานะการณ์ตอนนั้น จะให้ผมทนเห็นคุณทรมานเพราะฤทธิ์ยาแบบนั้นผมทำไม่ได้หรอก แล้วคุณเองนั่นแหละที่เป็นฝ่ายเรียกร้องให้ผมรักคุณแทบจะตลอดเวลา” จากคำพูดของเขาทำให้เธอหน้าแดงไปด้วยความอายแต่ก็ยังคงเถียงเขากลับไป
“ฉันทำไปเพราะฤทธิ์ของยา แต่คุณไม่จำเป็นที่จะต้องทำตามที่ฉันเรียกร้องก็ได้นี่”
“ถ้าผมไม่ทำแบบนี้คุณจะต้องทนทรมานเพราะไอ้ยาบ้าๆ นั่นจนตายเชียวนะ ที่ผมต้องทำเพราะเห็นแก่คุณ ผมไม่อยากให้คุณต้องทนทรมาน แทนที่คุณจะมาต่อว่าผมคุณควรที่จะขอบคุณผมด้วยซ้ำ” ปิยภัศร์พูดทวงบุญคุณกับเมธาวีหน้าตาเฉย
“ขอบคุณงั้นเหรอ ...”
เธอพูดด้วยความงงทำให้ปิยภัศร์ต้องชี้แจงให้เธอฟัง
“ก็ใช่น่ะสิเพราะผมไปช่วยคุณไว้ได้ทัน ทำให้คุณไม่ต้องตกเป็นของไอ้เสี่ยนั่น และผมก็ไม่เห็นว่าคุณจะต้องมาทุกข์ร้อนอะไร คุณควรจะดีใจด้วยซ้ำไปที่เป็นของผมแทนที่จะเป็นเมียไอ้เสี่ยนั่น หรือว่าที่จริงแล้วคุณเองก็อยากที่จะมีผัวแก่คราวพ่อ”
“หยาบคายร้ายกาจที่สุด”
“คุณทนฟังความจริงไม่ได้ล่ะสิ ผมจะบอกให้นะว่าเมื่อคืนนี้คุณร้อนแรงมากเลย และกว่าผมจะทำให้คุณสงบลงได้ทำเอาผมถึงกับหมดแรงไปเหมือนกัน สงสัยว่าเช้านี้ผมคงต้องโด๊ปด้วยไข่ลวกซะหน่อยแล้ว”
“หยุดพูดเดี๋ยวนี้นะฉันไม่อยากฟัง”
“แต่มันเป็นความจริงนะตะวันทำไมคุณถึงไม่อยากฟัง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คุณทำให้ผมต้องแปลกใจ”
“เรื่องอะไร!” เธอกระชากเสียงถามเขา
“ก็ที่คุณยังเวอร์จิ้นอยู่น่ะสิ...ตอนแรกผมคิดว่าคุณคุ้นเคยกับเรื่องแบบนี้เป็นอย่างดีซะอีก ก่อนหน้านี้ผมเคยสงสัยท่าทีที่คุณตอบสนองผมแบบไม่ค่อยประสีประสาเท่าไร แต่ผมนึกว่าคุณแกล้งเล่นละครตบตาเพื่อให้ผมเชื่อว่าคุณยังบริสุทธิ์อยู่ ผมไม่คิดเลยว่ามันจะเป็นความจริง ก็ดีไปอย่างเพราะผมจะเป็นคนสอนประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ให้คุณเอง ตอนนี้คุณก็รู้แล้วว่าเวลาที่ผู้ชายกับผู้หญิงแสดงความรักต่อกันนั้นจะต้องทำอย่างไร และดูเหมือนคุณจะเป็นนักเรียนที่เรียนรู้ได้ไวดีกับเรื่องแบบนี้สอนไม่ยากเท่าไร”
เมธาวีค้อนเขา
“ฉันไม่สำส่อนและช่ำชองเรื่องเซ็กส์เหมือนอย่างคุณ”
“คุณจำเหตุการณ์ได้หมดแล้วใช่ไหม ทีนี้คุณจะขอบคุณผมได้หรือยัง ที่ช่วยให้คุณผ่านสถานะการณ์เมื่อคืนนี้มาได้”
เมธาวีกัดฟันพูดกับเขา
“ขอบคุณ...แล้วคุณจะปล่อยฉันได้หรือยังฉันจะไปอาบน้ำ”
“เราอาบน้ำพร้อมกันดีไหม”
“ไม่ดีแน่ เพราะว่าฉันชอบอาบน้ำคนเดียว และตอนนี้มันก็สายมากแล้วที่สำคัญฉันหิวมากด้วย”
“โอเคครั้งนี้ผมยอมปล่อยผ่านไปก่อน ไว้คราวหน้าผมจะสอนคุณเอง ว่าการอาบน้ำร่วมกับผมคุณจะได้ประสบการณ์แปลกใหม่อะไรบ้าง”
ปิยภัศร์ยอมปล่อยเมธาวีให้เป็นอิสระตามคำขอ จากนั้นก็ลุกจากเตียงด้วยเนื้อตัวเปล่าเปลือยโดยไม่มีความอาย
“อีตาบ้าน่าไม่อาย...เดินแก้ผ้าโทงๆ แบบนี้ก็ได้ด้วย” หญิงสาวพูดพร้อมกับหันหน้าหนีไปอีกด้าน แต่ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจ
“เมื่อคืนไม่เห็นคุณพูดแบบนี้ มีแต่ขอร้องอ้อนวอนให้ผมรักคุณ” แล้วเขาก็แกล้งดัดเสียงเลียนแบบเสียงของเธอ ‘คุณภัศรคะ...รักฉันสิคะเดี๋ยวนี้เลย...’
“ตะวันเมื่อคืนคุณพร่ำพูดแต่ประโยคนี้ตลอดทั้งคืนเลยคุณจำไม่ได้ล่ะสิ”
หญิงสาวเห็นเขายังคงยืนเป็นชีเปลือยอยู่แบบนั้น เธอก็เลยใช้ผ้าห่มพันตัวเองยังกับตัวหนอนเดินเข้าไปในห้องน้ำซะเอง ปิยภัศร์เห็นเธอทำแบบนั้นก็หัวเราะเสียงดังพร้อมกับหยิบเสื้อคลุมมาใส่ แล้วเดินกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อไปจัดการธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







