LOGINหนึ่งเดือนต่อมา...มินตรามักจะยุ่งอยู่กับงานไม่ค่อยมีเวลาให้กับกวินมากนัก พอเธอมีเวลาว่างก็เลยไปหาเขาที่คอนโด และกะว่าจะอยู่กับเขาทั้งวันเป็นการชดเชยเวลาที่ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยจะมีเวลาดูแลเขา
มินตราเปิดประตูห้องเข้าไปด้วยกุญแจที่เขาเคยให้ไว้ เนื่องจากอยากที่จะเซอร์ไพรสเขา แต่กลับพบว่าชายหนุ่มนอนอยู่ใต้ผ้าห่มที่คลุมตั้งแต่เอวของเขาลงไป เผยให้เห็นแผ่นอกแข็งแรงของเขา เธอยิ้มเพราะเวลาที่กวินหลับเขาดูเหมือนเด็กแต่รอยยิ้มนั้นก็ต้องเลือนไป สาเหตุเพราะมีผู้หญิงนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวสีขาวเหนือเข่าผืนเดียวเดินออกมาจากห้องน้ำ มินตรารู้สึกทั้งตกใจและเสียใจในขณะที่หญิงสาวคนนั้นกลับไม่รู้สึกอะไรที่พบเธอ
หญิงสาวรีบวิ่งออกมาจากคอนโดแห่งนั้นตรงไปที่รถและขับออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รู้ทิศทาง ในที่สุดก็ตัดสินใจไปหาเมธาวีที่บ้านของปิยภัศร์ เมื่อไปถึงป้าวรรณก็ออกมาต้อนรับพร้อมกับสั่งให้เด็กไปบอกคุณเมธาวี จากนั้นก็ไปจัดการหาเครื่องดื่มย็นๆ มาให้มินตรา
เมื่อเมธาวีเดินลงมาหามินตรา เธอพบสิ่งผิดปกติบางอย่าง นัยน์ตาของพี่สาวแดงก่ำราวกับว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักเธอเดินตรงเข้าไปกอดพี่สาว
“ร้องไห้ออกมาเลยค่ะพี่ฟ้า แล้วค่อยเล่าให้ตะวันฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น ใครทำให้พี่เจ็บช้ำจนต้องร้องไห้มากมายขนาดนี้”
มินตราร้องไห้ออกมาอย่างไม่สามารถสะกดกลั้นมันไว้ได้อีก เธอกอดน้องสาวแน่นและร้องไห้อยู่อย่างนั้นพักใหญ่ ในที่สุดก็สามารถสงบจิตใจหยุดร้องไห้ได้ เมธาวีเช็ดน้ำตาให้เธอมินตราเล่าทุกอย่างให้น้องสาวฟังโดยไม่ปิดบังว่าได้ไปพบเจออะไรมาบ้าง หญิงสาวได้แต่ปลอบให้เธอทำใจเย็นๆ และค่อยพูดค่อยจากัน อย่าเพิ่งรีบด่วนสรุปตัดสินใจ แต่มินตรายืนยันเสียงแข็งว่าเธอจะไม่ทนกับเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้ว
เมธาวีเห็นสภาพของพี่สาวตัวเองในตอนนี้ ก็คิดว่าไม่ควรที่จะปล่อยให้เธออยู่เพียงลำพังคนเดียว จึงเอ่ยปากชวนหญิงสาวพักค้างคืนที่นี่ด้วย ตอนแรกมินตราลังเลแต่สุดท้ายก็เปลี่ยนใจยอมพักค้างคืนตามคำชวนของน้องสาว จากนั้นเมธาวีก็เดินไปบอกป้าวรรณถึงเรื่องนี้ ผู้สูงวัยบอกจะไปสั่งการให้เด็กขึ้นไปจัดห้องพักให้คุณมินตราด้วยตัวเอง
เมธาวีบอกให้พี่สาวทำใจให้สบาย อีกทั้งยังชักชวนเธอไปทำอาหารร่วมกัน เพื่อที่จะให้เธอเพลิดเพลินและลืมเรื่องที่ไม่สบายใจที่เจอะเจอมาในวันนี้ มินตราใช้เวลาอยู่กับน้องสาวทั้งวัน สองคนร่วมกันทำอาหารมากมายเตรียมไว้เผื่อปิยภัศร์ด้วย เพราะในระยะหลังเขามักจะกลับมาทานข้าวเป็นเพื่อนเมธาวีเสมอ ก่อนที่จะออกไปข้างนอกอีกครั้งในกรณีที่เขามีธุระ
ถ้าไม่มีธุระอะไรเขาก็จะขลุกอยู่กับเธอแทบจะตลอดเวลา คอยเอาเปรียบและก็หยอกล้อหญิงสาวอย่างไม่รู้เบื่อ ยิ่งเห็นเธอโกรธเขาหัวฟัดหัวเหวี่ยงเขากลับยิ่งชอบใจ แต่วันนี้เขาไม่อยู่บ้านเพราะมีนัดตีกอล์ฟกับเพื่อนนักธุรกิจ แต่ได้รับปากว่าจะกลับมาทานมื้อเย็นพร้อมกับเมธาวี
ในระหว่างที่ป้าวรรณกำลังผัดอาหารอยู่นั้น กลิ่นอาหารที่โชยมากระทบเข้าจมูกของมินตราทำให้เธอรู้สึกผะอืดผะอม จนต้องร้องบอกให้ป้าวรรณยกลงมาก่อน จากนั้นก็รีบวิ่งไปห้องน้ำเพื่ออาเจียนสิ่งที่ทานเข้าไปเมื่อกลางวันออกมาจนหมดสิ้น สร้างความงุนงงแก่บุคคลทั้งสองที่ยืนอยู่ด้วยกันในครัว เหตุใดมินตราจึงมีอาการแบบนี้ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน อาหารจานนี้ก็เป็นอาหารจานโปรดที่เธอชอบมาก
“พี่ฟ้าเป็นอะไรไปคะป้าวรรณ”
“ป้าก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ แต่อาการแบบนี้เหมือนอาการของคนแพ้ท้องนะคะ คุณตะวันรีบไปดูคุณฟ้าก่อนดีกว่าค่ะ ไม่รู้ว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ถ้าจะต้องให้ป้าตามหมอก็บอกได้นะคะไม่ต้องเกรงใจ”
“ได้ค่ะ ตะวันขอไปดูอาการของพี่ฟ้าก่อน ส่วนทางนี้ฝากป้าวรรณจัดการททนพวกเราด้วยนะคะ”
“ไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ทางนี้เดี๋ยวป้าจะจัดการเอง คุณตะวันรีบไปดูคุณฟ้าเถอะค่ะ”
หญิงสาวพยักหน้าและรีบเดินไปดูพี่สาวของเธอ เป็นช่วงจังหวะที่มินตราเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี เมธาวีถามไถ่อาการของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง แต่พี่สาวของเธอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร จากนั้นก็ชวนกันไปจัดโต๊ะอาหารเพื่อรอปิยภัศร์กลับมาจะได้ทานพร้อมกัน
หลังจากนั้นไม่นานปิยภัศร์ก็กลับมาถึงบ้าน เมธาวีเข้าไปบอกกับเขาว่าเธอชวนให้มินตราพักค้างคืนกับเธอที่นี่ เพราะหญิงสาวพบเจอเรื่องที่ทำให้ไม่สบายใจและหวังว่าเขาคงจะไม่ว่าอะไร แต่ชายหนุ่มกลับบอกว่าในเมื่อเธอตัดสินใจไปแล้วจะมาถามความเห็นของเขาทำไม คำตอบของเขาทำให้เธอคอแข็งเพราะเขาพูดเหมือนกับจะเตือนให้เธอรู้ถึงฐานะที่แท้จริงของตัวเองในบ้านหลังนี้ ว่ามิได้มีอำนาจอะไรที่จะอนุญาตหรือพาใครเข้ามาพักค้างคืนที่นี่ ปิยภัศร์จับแขนของเธอไว้ก่อนที่เธอจะเดินจากไป เขารู้ว่าเธอกำลังเข้าใจเขาผิด
“เดี๋ยวก่อนตะวันคุณกำลังน้อยใจผมอยู่ใช่ไหม ผมไม่ได้หมายความอย่างที่คุณคิดอยู่นะ คุณเป็นคนคิดมากแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร ผมจะบอกว่าคุณจะให้พี่ฟ้าของคุณค้างที่นี่นานแค่ไหนก็ได้ หรือคุณจะพาใครมาค้างที่นี้ก็ได้ทั้งนั้นผมไม่ว่ายกเว้นผู้ชาย และการที่ผมพูดไปเมื่อกี้ผมก็แค่จะล้อคุณเล่น คุณยังไม่ทันฟังให้ดีเลยก็มาโกรธผม”
“ล้อเล่น! คุณหมายความว่ายังไงคะที่ว่าล้อฉันเล่น”
“อ้าวก็ตอนนี้คุณเป็นภรรยาโดยพฤตินัยของผมแล้ว ดังนั้นคุณจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นในบ้านหลังนี้”
เธอรีบยกมือปิดปากของเขาเอาไว้ เพราะเกรงว่าใครจะมาได้ยินเข้า ปิยภัศร์ยิ้มพร้อมกับขอตัวขึ้นไปอาบน้ำและจะตามไปสมทบกับพวกเธอที่ห้องอาหาร
งานเลี้ยงฉลองสมรสของปิยภัศร์กับเมธาวีผ่านไปอย่างราบรื่นไม่มีที่ติ ภาพความประทับใจต่างๆ ก็จะยังคงอยู่ในใจของแขกผู้มีเกียรติ รวมถึงสื่อมวลชนที่มีโอกาสมาร่วมงานนี้ไปอีกนาน และงานนี้ก็คงจะเป็นงานที่ได้รับการกล่าวขานกันไปอีกนานแสนนาน เฉกเช่นเดียวกับงานแต่งงานของกวินและมินตรา หลังจากที่ฟังผู้ใหญ่ให้โอวาทคู่บ่าวสาวในการครองรักกันแล้ว ก็เป็นเวลาที่เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวจะอยู่ด้วยกันตามลำพัง ปิยภัศร์ช่วยถอดชุดแต่งงานของเมธาวีออก พร้อมกับบอกให้เธอไปอาบน้ำ เพื่อที่จะได้มาพักผ่อนเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว หญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่ายเธอใช้เวลาไม่นานก็เดินออกมาจากห้องน้ำ และบอกให้เขาไปอาบน้ำไวไวก่อนที่เธอจะหลับไปซะก่อน พร้อมกับปิดปากหาวปิยภัศร์ยิ้มอย่างเอ็นดู “ถ้าคุณง่วงก็นอนไปก่อนได้เลยนะตะวันไม่ต้องรอผม” แต่เธอกลับบ่นพึมพำคนเดียว “จะมีใครเหมือนคุณไหมนะ ในวันแต่งงานของตัวเองแต่คุณกลับบอกให้เจ้าสาวนอนได้เลยโดยไม่ต้องรอ นี่ฉันไม่มีเสน่ห์ขนาดนั้นเลยเหรอ” หญิงสาวเดินไปนอนรอเขาบนเตียงโดยสวมแต่เสื้อคลุมเพียงตัวเดียวเท่านั้น เธอรอเขาอยู่น
“พี่ภัศร์ยังไม่ได้บอกผมเลยว่าทำไมถึงได้เข้าใจตะวันผิดจนถึงขั้นทะเลาะกัน” “ฉันเห็นนายพาตะวันไปเลือกซื้อแหวนแต่งงาน” “พี่ก็เห็นเหตุการณ์นี้ด้วยเหรอครับ ดาก็เห็นเหมือนกัน มันเป็นความบังเอิญที่ลงตัว” “ขอฉันเตะนายสักทีซิ...โทษฐานที่นายมากอดเมียฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต” “พี่ภัศร์คงจะไม่ได้คิดที่จะทำอย่างที่พูดใช่ไหมครับ ผมเป็นน้องชายของพี่นะ” “คาดโทษไว้ก่อนละกัน เพราะถึงจะเป็นน้องชายก็ไม่มีสิทธิที่จะมากอดพี่สะใภ้ โดยที่พี่ชายยังไม่ได้อนุญาตเข้าใจไหม” “หวงมากนะเนี่ย” ภูริเอ่ยแซวพี่ชาย เมธาวีหันไปมองปิยภัศร์เพื่อเป็นการเตือนเขาว่าเธอหิวแล้ว “จริงด้วยมัวแต่คุยกันเพลินผมเลยลืมว่าคุณกำลังหิว ป่านนี้เจ้าตัวเล็กของเราคงหิวจนตาลายแล้ว” “อย่าบอกนะว่าพี่ภัศร์กับตะวันกำลังจะมีลูกด้วยกัน” “ก็มันใช่นี่” “ถือเป็นข่าวดี...ยินดีด้วยนะคะ” “ขอบคุณครับ” “พี่ภัศร์คงจะดีใจมากเลยล่ะสิ” “แน่นอนอยู่แล้วแต่ตอนนี้เราเข้าไปคุยกันต่อที่ห้องอาหารดีกว่า เชิญ
พูดมาถึงตรงนี้เมธาวีก็ทำตาโตอย่างนึกขึ้นมาได้ ที่เขาบอกว่าเห็นเธอไปเลือกซื้อแหวนกับภูริน้องชายของเขา ทำให้หญิงสาวคาดคั้นเขา “คุณบอกว่าคุณเห็นฉันกับน้องชายของคุณไปเลือกซื้อแหวนด้วยกัน แล้วคุณไปทำอะไรที่นั่น” “ผมก็ไปทำธุระของผมน่ะสิ” หญิงสาวแบมือไปตรงหน้าเขา “ไหนล่ะคะแหวนของฉัน” “แหวนวงนี้ผมไปสั่งทำพิเศษเพื่อคุณโดยเฉพาะเลยนะ ผมพิถีพิถันมากทั้งออกแบบแหวนเองควบคุมการคัดเพชรเอง เพื่อให้แน่ใจว่าผมจะได้เพชรงามน้ำหนึ่งมาประดับแหวนให้คุณ นี่ไงคุณชอบไหม” เขาส่งกล่องแหวนให้เธอ หญิงสาวรับมาเปิดดู เธอพบแหวนเพชรเม็ดเดี่ยวสีชมพูเป็นเพชรเม็ดใหญ่ และเป็นเพชรน้ำหนึ่งอย่างที่เขาบอก “ชอบค่ะคุณจะไม่ใส่ให้ฉันเหรอคะ” เขาหยิบแหวนวงนั้นมาสวมนิ้วนางข้างซ้ายของเธอ ก่อนที่จะยกมือเรียวบางนั้นขึ้นมาสัมผัสกับริมฝีปากของตนเองอย่างบางเบา “ความจริงแล้วผมเลือกออกแบบไว้อีกวงหนึ่ง แต่ผมว่าแบบนั้นเพชรมันจะเล็กกว่าวงนี้ ผมก็เลยให้เขาทำแบบนี้แทน ตั้งใจไว้ว่าจะใช้แหวนวงนี้ขอคุณแต่งงานแต่มาเห็นภาพบาดตาซะก่อน” “ความผิดขอ
“คุณตกลงที่จะแต่งงานกับผมแล้วใช่ไหม ผมดีใจจังเลยดีใจจนอยากที่จะตะโกนออกมาดังๆ ที่คุณจะอยู่ที่นี่ต่อในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายของผม” “โอ๊ย!! ปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันเวียนหัวไปหมดแล้วนะ” เขาหัวเราะพร้อมกับเลิกจับเธอเหวี่ยงไปเหวี่ยงมาแบบนั้น “ผมขอโทษ...คุณเป็นอะไรมากหรือเปล่า...หน้าคุณดูซีดจังเลย” “คุณสังเกตเห็นด้วยเหรอคะ” “เห็นสิผมสังเกตเห็นตั้งแต่คุณเดินเข้ามาในบ้านแล้ว” “แต่ก็ยังใจร้ายพูดไล่ฉันออกจากบ้านไปหน้าตาเฉยแบบไม่สะทกสะท้าน คุณคงจะเบื่อขี้หน้าฉันเต็มทีแล้วใช่ไหมคะ” เธอพูดพร้อมกับค้อนเขา “ใครว่าที่จริงแล้วผมเสียใจมากเลยนะที่จะต้องคืนอิสระภาพให้คุณ แต่คุณตกลงรับปากแต่งงานกับผมแล้วนะ” “ค่ะแต่ว่า...” “ทำไมต้องมีแต่ด้วยล่ะตะวัน” “คุณฟังฉันให้จบก่อนได้ไหมคะ ฉันจะพูดว่าฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ แต่ว่าคุณต้องจัดพิธีแต่งงานของเราเร็วหน่อยนะคะ เพราะฉันกลัวว่าถ้าให้รอนานเกินไปจะใส่ชุดแต่งงานไม่ได้” “คุณหมายความว่ายังไง...นี่คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณกำลังตั
“ผู้ชายคนอื่นที่ไหน...ภูริเป็นน้องชายของผมนะครับป้าวรรณ” “ก็นั่นล่ะค่ะป้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าคุณทำแบบนี้ทำไม” “เพื่อตะวัน ผมทำทุกอย่างเพื่อตะวัน ต่อไปนี้ผมจะทำทุกอย่างเพื่อความสุขของเธอ ในเมื่อตะวันกับภูริรักกันผมจะจัดพิธีแต่งงานให้พวกเขาเอง” “คุณภัศร์ทราบได้ยังไงกันคะ ว่าคุณตะวันกับคุณภูรักกัน เธอเคยบอกคุณเหรอคะ” “ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาบอกเรื่องนี้กับผมหรอกครับ ข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็มีให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน และวันนี้ผมก็เห็นเขาไปเลือกซื้อแหวนแต่งงานด้วยกัน แถมยังกอดกันต่อหน้าต่อตาผม แล้วแบบนี้ป้าวรรณยังจะให้ผมขัดขวางความรักของพวกเขาอีกเหรอครับ การที่ผมตัดสินใจแบบนี้ไม่ใช่ผมไม่เสียใจ ที่จริงแล้วต้องบอกว่าผมหัวใจสลายถึงจะถูก และก็ไม่รู้ว่าเมื่อไม่มีตะวันแล้วผมจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ยังไง” “ป้าว่ามันจะต้องมีการเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น ทำไมคุณภัศร์ไม่ลองหันหน้าพูดคุยกับคุณตะวันล่ะคะ” “ไม่มีอะไรที่จะต้องพูดกันอีกแล้วครับป้าวรรณ ผมให้อิสระเธอไปแล้วตอนนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าตะวันจะเดินออกไปจากบ้านหลังนี้เมื่อไรเท
“ผมรักคุณรับปากแต่งงานกับผมนะครับ” เธอมองแหวนวงนั้นมันสวยมากบอกถึงรสนิยมของคนเลือกได้เป็นอย่างดี “ฉันจะแต่งงานกับคุณค่ะ” ชายหนุ่มยิ้มออกมาด้วยความดีใจ และหยิบแหวนวงนั้นสวมให้กับหญิงอันเป็นที่รักของเขาพร้อมกับยกมือของเธอขึ้นมาจูบ ภูริชวนญาดาไปพบพี่ชายของเขาและว่าที่พี่สะใภ้ที่บ้าน ญาดาเองรู้สึกประหม่าไม่น้อยที่จะต้องไปพบพี่ชายของเขา แต่ภูริจับมือของเธอไว้ตลอดเวลาราวกับจะถ่ายทอดความอบอุ่นและกำลังใจจากเขาไปสู่เธอนั่นเอง “ผมชักจะรู้สึกกลัวซะแล้วสิ ถ้าพี่ภัศร์เขาเข้าใจผมกับตะวันผิดเหมือนกับที่คุณเข้าใจจะเกิดอะไรขึ้น ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าครับ ไม่แน่ว่าตอนนี้พวกเขาอาจจะกำลังต้องการความช่วยเหลือจากเรา จะตีกันตายไปข้างหนึ่งหรือยังก็ไม่รู้” “พี่ชายของคุณเคยลงไม้ลงมือกับผู้หญิงด้วยเหรอคะ” “ไม่หรอกครับผมหมายถึงตะวันต่างหาก ป่านนี้จะทุบพี่ผมช้ำไปทั้งตัวแล้วมั้ง โทษฐานที่เขาไม่เชื่อใจเธอเหมือนอย่างที่คุณเข้าใจผิดในตัวผม” เมื่อเมธาวีเดินเข้าไปในบ้านพบว่าปิยภัศร์นั่งรออยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเงียบขรึม ท







