공유

ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน

작가: Tawan miki
last update 게시일: 2026-05-12 23:51:01

ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน

หลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ

“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้วนะพวกเรา” โรสเอ่ยขึ้นพลางกวาดต้อนเพื่อน ๆ ไปทางลานจอดรถด้วยท่าทางกระปรี้กระเปร่า

“เห็นว่ามีคลับเปิดใหม่ชื่อ ‘Neon Reverie’ ด้วยนะแก ตกแต่งหรูหรามาก พรีเมียมสุด ๆ!” บันนี่เสริมพร้อมสะบัดผมยาวสลวย ดวงตากลมโตเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น

“แต่เราว่า... กลับไปอ่านชีทเตรียมตัวดีกว่าไหม คาบแรกพรุ่งนี้มีคณิตศาสตร์บัญชีด้วยนะ” เต้าหู้เอ่ยท้วงเสียงแผ่ว สองมือกอดสายกระเป๋าเป้แน่น

“แกจะบ้าเหรอเต้าหู้!” น้ำปั่นเบิกตากว้างอย่างไม่อยากเชื่อหู

“วันนี้วันแรกนะเว้ยเพื่อนรัก ขอให้พวกเราได้สัมผัสชีวิตวัยรุ่นบ้างเถอะ!”

“นั่นสิ ถ้าแกไม่ไป พวกเราจะงอนจริง ๆ ด้วยนะ” ต้นข้าวทำแก้มป่องพลางชูนิ้วก้อยขึ้นตรงหน้า

เต้าหู้มองใบหน้าออดอ้อนของเพื่อนทั้งสี่คนแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ เขารู้ตัวดีว่ามักจะพ่ายแพ้ให้กับความหวังดีและความสดใสของเพื่อนกลุ่มนี้เสมอ

“...โอเค ก็ได้” เขาตอบรับในที่สุด ทำให้เสียงโห่ร้องด้วยความดีใจดังลั่นไปทั่วบริเวณ

โลกอีกใบใต้แสงนีออน

เวลา 21.48 น. คลับ Neon Reverie

ตัวอาคารสีดำสนิทตัดกับเส้นไฟนีออนที่ไล่เฉดสีจากม่วงเข้มไปสู่สีฟ้าครามอย่างประณีต แสงสีเหล่านั้นสว่างวาบสะท้อนกับกระจกอาคารดูหรูหราลุ่มลึก ผู้คนมากมายในชุดแต่งกายจัดเต็มก้าวลงจากรถยนต์คันหรูที่มาจอดเรียงรายหน้าร้านอย่างคึกคัก

บันนี่อยู่ในชุดเดรสซีทรูบางเบาที่เน้นส่วนโค้งเว้า น้ำปั่นสวมเชิ้ตสีดำเข้ารูปดูภูมิฐาน ส่วนต้นข้าวกับโรสก็แต่งตัวสวยสะดุดตาเหมือนกำลังจะไปชมคอนเสิร์ตศิลปินระดับโลก แล้วสายตาทุกคู่ก็วนกลับมาหยุดที่หนุ่มน้อยร่างบางเพียงคนเดียว

“...แกจะใส่กางเกงขาสั้นกับเชิ้ตขาวสะอาดตาแบบนี้จริง ๆ ดิ?” โรสถามพลางมองเต้าหู้ที่ดูเหมือนเด็กนักเรียนหลุดเข้าไปในงานเลี้ยงสังสรรค์ของผู้ใหญ่

“อ้าว... ก็เรามีเสื้อผ้าแบบนี้มากที่สุดนี่นา” เต้าหู้เกาหัวแก้เก้อ ใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ ด้วยความประหม่า

“แต่น่ารักดีนะ เหมือนลูกหมาน้อยที่หลงเข้าไปในป่าลึกเลย” บันนี่ยิ้มกว้างอย่างเอ็นดู

เมื่อก้าวเข้าสู่ภายใน บรรยากาศกลับกลายเป็นอีกโลกหนึ่ง แสงไฟกะพริบวิบวับสลับไปมาตามจังหวะเพลง เสียงเบสหนักหน่วงกระแทกเข้าที่หน้าอกจนรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงอบอวลในอากาศ เต้าหู้ขยับเข้าไปเกาะแขนบันนี่ไว้แน่น ใจดวงน้อยเต้นระรัวกับสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย

“โต๊ะเราอยู่ทางนี้!” น้ำปั่นผายมือไปทางโซฟาหนังบุนุ่มใกล้กับเคาน์เตอร์บาร์ยาว

เครื่องดื่มหลากสีสันถูกลำเลียงมาวางตรงหน้าทันที

“เอาอะไรดีเต้าหู้?” ต้นข้าวถามขณะชะโงกหน้าฝ่าเสียงดนตรี

“เอา... โค้ก” เขาตอบกลับทันควัน พร้อมทำหน้าจริงจังประกอบ

“ไม่ลองอะไรที่ดื่มง่าย ๆ หน่อยเหรอ?” บันนี่ขยิบตาเย้าแหย่

“ไม่ดีกว่า เราไม่ถนัดเรื่องพวกนี้เลย แล้วก็คออ่อนมากด้วย” พูดจบเขาก็รีบคว้าแก้วโค้กขึ้นมากอดไว้แน่น

เวลาผ่านไป เสียงเพลงเริ่มเร่งจังหวะเร้าอารมณ์มากขึ้น เพื่อนในโต๊ะเริ่มขยับร่างกายตามจังหวะอย่างสนุกสนาน บ้างก็หัวเราะร่าเริงตามฤทธิ์ของเครื่องดื่ม เต้าหู้ทำเพียงยิ้มน้อย ๆ นั่งสังเกตการณ์อยู่เงียบ ๆ คอยระวังไม่ให้ใครเดินมาเบียดเสียดใกล้เกินไป

“เราไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งนะ” เขาหันไปกระซิบ บอกโรสที่อยู่ใกล้ที่สุด

“เออ อย่าเดินหลงหายไปล่ะ!”

เต้าหู้พยักหน้าแล้วค่อย ๆ แทรกตัวผ่านฝูงชนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพก เขาพยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะเดินเข้าสู่พื้นที่ห้องน้ำอย่างเงียบเชียบระหว่างทางเดินกลับจากห้องน้ำที่เป็นมุมอับสายตา

“น้องครับ... น่ารักจังเลย มาคนเดียวเหรอ?”

เสียงทุ้มพร่าของชายแปลกหน้าคนหนึ่งดังขึ้นข้างหู ก่อนที่เจ้าตัวจะขยับออกมาจากเงามืดหลังเสาต้นใหญ่ มือหนาเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนของเต้าหู้ฉับพลัน

“อะ... เอ่อ ขอโทษครับ ผมรีบกลับไปหาเพื่อน” เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว พยายามขืนแขนออกตามสัญชาตญาณ แต่แรงบีบที่ข้อมือกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น

“ไปนั่งดื่มกับพี่สักแก้วก่อนสิ เดี๋ยวพี่ดูแลเองนะคนดี” ชายคนนั้นพูดพลางขยับตัวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึก มืออีกข้างเริ่มเลื่อนต่ำลงมาที่แผ่นหลังอย่างถือวิสาสะ

หัวใจของเต้าหู้หล่นวูบ ความหวาดกลัวแล่นพล่านไปทั่วร่างจนมือไม้สั่นเทา

“ปล่อยผมเถอะครับ...!”

“อย่าดื้อสิ บอกว่าให้ไปด้ว...”

“มึง... อยากตายรึไง?”

น้ำเสียงทุ้มต่ำและเยือกเย็นดังแทรกขึ้นมาท่ามกลางความวุ่นวาย มันเป็นเสียงที่นิ่งเรียบแต่กลับให้ความรู้สึกกดดัน เต้าหู้เงยหน้าขึ้นมองด้วยน้ำตาที่คลอเบ้า

คณินยืนเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าคมคายเรียบเฉย แววตาคมดุจ้องเขม็งไปยังชายแปลกหน้าด้วยความคุกคาม เขาอยู่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิท พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นเส้นเลือดที่พาดผ่านท่อนแขนแข็งแรง

ชายที่กำลังลวนลามเต้าหู้หน้าซีดเผือดลงทันตาเห็น

“กะ... เฮีย! ผมไม่รู้ว่าเด็กคนนี้เป็นคนของ...”

“กูถามว่าอยากตายรึไง?”คำพูดสั้น ๆ นั้นเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็ง ไม่ต้องรอให้จบประโยคดี การ์ดร่างใหญ่สองคนก็รุดเข้ามาลากตัวชายคนนั้นออกไปจากบริเวณนั้นทันที

“จัดให้หนัก” คณินสั่งเสียงเรียบ

เต้าหู้ยืนตัวสั่นเทา มือกำชายเสื้อตัวเองแน่น น้ำตาเม็ดโตหยดลงบนแก้มโดยไม่อาจห้ามได้ คณินขยับเท้าก้าวเข้ามาหาช้า ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ลดความแข็งกร้าวลง

“ไม่เป็นไรแล้ว”คำปลอบโยนนั้นสั้นกระชับ ทว่ากลับหนักแน่นและอบอุ่นพอที่จะทำให้เต้าหู้พยักหน้ารับทั้งน้ำตา เขาความรู้สึกปลอดภัยเริ่มไหลย้อนกลับเข้ามาแทนที่ความหวาดกลัว

คณินจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่กำลังสะอื้นเบา ๆ อยู่ชั่วครู่ ก่อนจะพยักพเยิดหน้าไปทางบันได

“ขึ้นไปดาดฟ้ากัน เดี๋ยวจะได้ไปสงบสติอารมณ์ก่อน”

บนดาดฟ้าของ Neon Reverie ท่ามกลางความสูงที่ตัดขาดจากความวุ่นวายเบื้องล่าง ลมกลางคืนพัดโชยมาปะทะผิวหน้า หอบเอาความเย็นเยือกมาช่วยปลอบประโลมหัวใจที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์ระทึกขวัญมาจนอ่อนล้า วิวเมืองหลวงยามราตรีทอประกายระยิบระยับราวกับผืนกำมะหยี่สีดำที่ถูกโรยด้วยเพชรเม็ดละเอียด แสงไฟเหล่านั้นดึงดูดสายตาให้หลุดลอยไปกับความเวิ้งว้าง ช่วยให้บรรยากาศโดยรอบสงบลงอย่างไม่น่าเชื่อ

แสงจันทร์นวลตาอาบไล้เสี้ยวหน้าคมคายของ คณิน ที่ยืนพิงขอบกั้นดาดฟ้าด้วยท่าทีสุขุมลุ่มลึก เขาคีบบุหรี่ขึ้นสูบอย่างเชื่องช้า กลุ่มควันสีเทาจางลอยละล่องไปตามแรงลมก่อนจะเลือนหายไปในความมืด ดวงตาคมปลาบทอดมองออกไปไกลแสนไกล ราวกับมีเรื่องราวมากมายซ่อนอยู่ภายใต้ความนิ่งเฉยนั้น

เต้าหู้นั่งตัวลีบอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กใกล้ ๆ พยายามหดตัวให้เล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ เขาลอบมองชายหนุ่มผ่านเงามืดด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก กลิ่นบุหรี่ที่ลอยมาตามลมนั้น ปกติเขาจะรู้สึกเหม็นจนต้องเบือนหน้าหนี

ทว่าในวินาทีที่หัวใจยังคงสั่นไหวด้วยความกลัว กลิ่นนี้กลับให้ความรู้สึกปลอดภัยอย่างประหลาด ราวกับเป็นเครื่องหมายยืนยันว่าบุคคลที่เพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ไม่ได้หายไปไหน

“ขอบคุณ... ที่ช่วยผมไว้นะครับ”เต้าหู้รวบรวมความกล้าเอ่ยออกมาเบา ๆ พร้อมพนมมือไหว้ด้วยความซาบซึ้งจากใจจริง น้ำเสียงของเขายังคงสั่นเครือและแฝงไปด้วยความประหม่าอย่างเห็นได้ชัด

คณินชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะหันกลับมามอง เขาดับบุหรี่ด้วยปลายเท้าอย่างช้า ๆ ท่าทางนั้นดูดิบเถื่อนแต่กลับเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อย่างลึกลับ เขาขยับตัวพิงแผ่นหลังกว้างเข้ากับผนังดาดฟ้า จ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าที่ดูน่าสงสาร

“เราชื่ออะไรล่ะ?”น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นเรียบเรื่อย ทว่ากลับมีอำนาจบางอย่างที่ทำให้คนฟังต้องตั้งใจฟัง

“เต้าหู้ครับ...”เขาตอบเสียงแผ่ว พลางช้อนสายตาขึ้นมองเพียงครู่เดียวก่อนจะรีบหลบสายตาคมคู่นั้นไปทางอื่น

“แล้วทำไมถึงมาที่แบบนี้ ดูไม่เห็นจะเหมาะกับเราเลย”คณินถามพลางกวาดสายตามองการแต่งตัวที่ดูเรียบง่ายและสะอาดสะอ้านของคนตรงหน้า ซึ่งมันช่างย้อนแย้งกับแสงสีและความฉูดฉาดของสถานที่แห่งนี้เหลือเกิน

เต้าหู้ก้มหน้าลงมองมือตัวเองที่ประสานกันแน่นบนตัก

“เพื่อนชวนมาครับ... ผมไม่อยากขัดใจเพื่อน”

คณินนิ่งไป ไม่ได้เอ่ยคำตำหนิหรือสั่งสอนอย่างที่เต้าหู้กังวล เขาเพียงแค่จ้องมองความบริสุทธิ์เดียงสาที่ฉายชัดผ่านท่าทางและคำพูดนั้นด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ความเงียบระหว่างคนสองคนถูกเติมเต็มด้วยเสียงลมพัดผ่านเบา ๆ ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับตัวแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

“ลงไปหาเพื่อนเถอะ เดี๋ยวพวกนั้นจะเป็นห่วงเอา”

คำพูดนั้นคล้ายเป็นคำสั่งทว่าแฝงไปด้วยความห่วงใยลึก ๆ เต้าหู้พยักหน้าอย่างว่าง่ายราวกับเด็กน้อยที่เชื่อฟังผู้ใหญ่ เขาค่อย ๆ ลุกขึ้นแล้วเดินตามหลังแผ่นหลังกว้างที่ดูแข็งแกร่งและมั่นคงนั้นไปเงียบ ๆ ตลอดทางเดินลงสู่เบื้องล่าง เขาไม่ได้เอ่ยคำพูดใดออกมาอีก มีเพียงเสียงหัวใจที่ยังคงเต้นผิดจังหวะ และความทรงจำเกี่ยวกับกลิ่นบุหรี่นั้นที่เริ่มสลักลึกลงในใจทีละน้อยอย่างไม่รู้ตัว

ทันทีที่ฝีเท้าเล็กก้าวพ้นจากทางหนีไฟกลับมายังพื้นที่ส่วนกลาง แรงกดดันจากความวุ่นวายรอบข้างก็ดูจะเบาบางลงเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเผชิญมา เพื่อนทั้งสี่คนซึ่งนั่งกระสับกระส่ายอยู่ก่อนแล้ว ต่างพุ่งตัวเข้ามาหาเขาแทบจะพร้อมกันด้วยความตระหนกที่ฉายชัดบนใบหน้า

“เฮ้ยหู้! หายไปไหนมาน่ะ นานมากจนพวกเราจะเดินไปตามอยู่แล้วนะ!”

โรสเป็นคนแรกที่โพล่งขึ้นมาพร้อมคว้าไหล่เขาไว้แน่น แววตาที่เคยมั่นใจตอนนี้สั่นระริกด้วยความกังวลอย่างปิดไม่มิด เต้าหู้เม้มริมฝีปากที่สั่นเทาของตัวเองไว้แน่น เขาพยายามสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกสติที่กระเจิดกระเจิงให้กลับมา ก่อนจะค่อย ๆ เล่าเหตุการณ์อัน

ที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าห้องน้ำด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นพร่า

“เรา... เราเจอคนลวนลามมา แต่ว่ามีคุณคนหนึ่งเขาเข้ามาช่วยเอาไว้ได้ทันพอดี”

สิ้นคำพูดนั้น บรรยากาศรื่นเริงรอบโต๊ะกลับเงียบกริบลงทันตาเห็น ราวกับมีใครบางคนกดปุ่มหยุดเสียงเพลงและเสียงหัวเราะลงในพริบตา ความสนุกสนานที่เคยอบอวลอยู่จางหายไปจนเหลือเพียงความเย็นยะเยือกและความรู้สึกผิดที่กัดกินใจเพื่อนทุกคน

“กลับกันเลยไหม!”ต้นข้าวลุกขึ้นยืนพรวดพราดด้วยแรงอารมณ์ น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความโกรธแค้นต่อสิ่งที่เพื่อนต้องเจอ ผสมปนเปไปกับความห่วงใยจนขอบตาเริ่มร้อนผ่าว

“เออ กลับเถอะ ไม่ต้องอยู่มันแล้วสถานที่แบบนี้!”บันนี่ขมวดคิ้วแน่นจนเป็นปม มือที่เคยถือแก้วเครื่องดื่มวางลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความฉุนเฉียว เธอโกรธตัวเองที่ชวนเพื่อนมาเผชิญอันตรายในคืนนี้

ท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อน ๆ ที่พยายามจะพาเขาออกจากคลับแห่งนี้ เต้าหู้กลับยังคงนั่งนิ่ง หัวใจดวงน้อยยังคงเต้นระรัวแรงไม่ยอมสงบลงง่าย ๆ ทว่าความรู้สึกในตอนนี้กลับเริ่มบิดเบี้ยวและเปลี่ยนทิศทางไปอย่างน่าประหลาด

มันไม่ใช่ความหวาดกลัวที่สั่นประสาทเหมือนตอนแรก แต่มันกลายเป็นความกระวนกระวายใจที่ยากจะอธิบาย... ความรู้สึกวูบโหวงโหมกระหน่ำขึ้นมาในอก เมื่อเขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ในช่วงเวลาของความวุ่นวายนั้น เขาทำได้เพียงแค่กล่าวขอบคุณ แต่กลับยังไม่ทันได้เอ่ยถามแม้แต่ชื่อจริงของผู้ชายคนที่ยื่นมือเข้ามาฉุดเขาขึ้นจากความกลัว

ภาพของชายหนุ่มเจ้าของกลิ่นบุหรี่ที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาท น้ำเสียงทุ้มลึกที่แม้จะดูดุดันแต่กลับแฝงไปด้วยพลัง และคำพูดสั้น ๆ เพียงไม่กี่คำที่ยังคงดังก้องวนเวียนอยู่ในหูราวกับมนต์สะกด..."ไม่เป็นไรแล้ว"ประโยคเรียบง่ายนั้นกลับทรงพลานุภาพยิ่งกว่าสิ่งใด มันไม่ได้เพียงแค่ปลอบประโลม แต่กลับสลักลึกเข้าไปในความทรงจำของเต้าหู้ จนทำให้ความมืดมิดในคืนนี้ดูจะพร่าเลือนไป

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞

    ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 9 มารับ

    ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 8 เจรจา

    ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 7 เฝ้าเมีย

    ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้

    ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   บทที่ 5 ตามสืบ

    บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 3 รับน้อง

    ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 1 นักศึกษา

    ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status