LOGINตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞
แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง “สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?” “หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด “ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนาน เมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถ ทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว คณินนั่งรออยู่ภายในรถมานานนับชั่วโมง สายตาคมกริบจดจ้องร่างเล็กที่เดินหัวเราะร่ามากับกลุ่มเพื่อนชาย ความรู้สึกหวงแหนแล่นพล่านอยู่ในอกจนเขาต้องข่มใจไม่ให้ลงไปลากตัวเด็กดื้อขึ้นรถทันที เขาเฝ้ามองจนกระทั่งเพื่อนของเต้าหู้แยกย้ายไปจนหมด แต่แล้วโทสะของเขาก็พุ่งขึ้นถึงขีดสุด เมื่อรุ่นพี่วิศวะคนเดิมเดินดุ่มเข้ามาหาเต้าหู้ พร้อมกับยื่นช็อกโกแลตแท่งหนึ่งให้ด้วยรอยยิ้มประหม่า “เรา... ขอไลน์ได้ไหม?” “กลับบ้าน”น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาเต้าหู้สะดุ้งสุดตัวหันขวับไปมองด้วยความตระหนก “เฮีย!...” “ไม่กลับ! เดี๋ยวผมกลับเอง” เต้าหู้พยายามตั้งสติแล้วตอบโต้ด้วยเสียงแข็ง ทว่าดวงตากลับสั่นระริกด้วยความสับสน รุ่นพี่วิศวะมองเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างงง ๆ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นมา “เอ่อ... ผู้ชายคนนี้เป็นใครเหรอครับน้องเต้าหู้?” คณินขยับกายเตรียมจะประกาศสถานะที่แท้จริง ทว่ามือเล็กกลับเอื้อมมาปิดปากเขาไว้ได้ทันท่วงที “เป็นเพื่อนครับ! เอ่อ...ไปก่อนนะ” จากนั้นเต้าหู้ก็กึ่งลากกึ่งจูงคนตัวโตให้เดินตามไปยังรถทันทีเพื่อตัดปัญหา ทันทีที่ก้าวขึ้นรถมา คณินจ้องมองใบหน้าหวานด้วยแววตาขุ่นเคืองอย่างเห็นได้ชัด “หนูจะปิดปากเฮียทำไม ในเมื่อเราเป็นผัวเมียกัน” “จะพูดแบบนี้อีกทำไมวะ! บอกกี่รอบแล้วว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน!” เต้าหู้โวยวายลั่นรถ ทว่าใบหน้ากลับแดงก่ำไปถึงใบหู ลูกน้องที่นั่งเบาะหน้าแอบอมยิ้มก่อนจะเจอคำสั่งเฉียบขาดจากเจ้านาย “มึงลงไป... เดี๋ยวกูจะขับไปส่งเมียกูเอง โทรให้คนอื่นมารับมึงด้วย” คณินขับรถพาเต้าหู้ออกมาได้เพียงครึ่งทาง เมฆฝนที่ตั้งเค้ามานานก็เทกระหน่ำลงมาอย่างหนัก เสียงหยดน้ำกระทบหลังคารถดังสนั่น สร้างบรรยากาศที่ทั้งอึดอัดและอับชื้นอยู่ภายใน “ทำไมแค่เฮียพูดความจริง หนูต้องโกรธขนาดนี้?” เขาถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง “เราไม่ใช่... คุณกับผม เราไม่ได้เป็นอะไรกันทั้งนั้น” เต้าหู้ตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาอาการนิ่งสงบ “ทำไมจะไม่ใช่? คำก็ไม่ใช่ สองคำก็ไม่ใช่... ลืมไปแล้วเหรอว่าคืนนั้นหนูเป็นคนเริ่มยั่วเฮียเอง แถมยังขอให้เฮียทำซ้ำตั้งหลายรอบ” ความอับอายพุ่งปรี๊ดจนเต้าหู้ระงับอารมณ์ไม่อยู่ ฝ่ามือเล็กฟาดเข้าที่อกแกร่งซ้ำ ๆ เพื่อระบายความแค้น ทว่าคณินกลับรวบมือทั้งสองข้างไว้แล้วโน้มลงประประกบจูบอย่างหนักหน่วงทันที ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงตกกระหน่ำไม่ขาดสาย “หยุดนะ... เฮียจะทำแบบนี้ไม่ได้...” เต้าหู้ประท้วงเสียงสั่น ทว่าร่างกายกลับเริ่มอ่อนแรงลงภายใต้สัมผัสที่ร้อนแรง “ก็หนูเป็นเมียเฮีย... ทำไมจะทำไม่ได้”จูบที่ร้อนรุ่มลามไล่ลงมายังซอกคอขาว มือหนาจัดการปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตออกทีละเม็ดอย่างใจเย็น เต้าหู้สั่นสะท้านไปทั้งกาย จะขัดขืนก็สู้แรงมหาศาลไม่ได้ คณินกระซิบพร่าชิดผิวเนื้อ “เฮียขอนะ... เฮียไม่ไหวแล้ว” ร่างเล็กถูกลากขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้าง เต้าหู้หอบหายใจถี่กระชั้น ดวงตาฉ่ำปรือด้วยอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้น คณินขยับสะโพกเข้าแนบชิดแล้วเอ่ยเสียงพร่า “อยากทำให้เฮียโมโหก่อนเอง... จะถอยตอนนี้ไม่ได้แล้วนะครับเมีย” มือหนาสอดเข้าไปใต้กางเกงแล้วรั้งมันลงรวดเดียวจนหลุดพ้นทาง กายเปลือยเปล่าแนบสนิทกันจนสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ คณินอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายกำลังมึนงง สอดแทรกนิ้วที่ชุ่มไปด้วยเจลใสเข้าไปภายในทางรักที่บานรับอย่างไม่ทันตั้งตัว “อึก...!” “ยังแน่นเหมือนเดิมเลยนะหนู...” เขาขยับนิ้วเข้าออกช้า ๆ เน้นย้ำจุดกระสันจนเต้าหู้แอ่นกายสะท้าน ร้องออกมาไม่เป็นภาษา น้ำตาคลอเบ้าด้วยความซ่านสยิวที่จู่โจมอย่างรวดเร็ว “พอแล้ว... เฮีย... อย่าทำ...” “จะอะไรครับ? เสร็จเหรอ หึ” คณินกระซิบเย้า ก่อนจะดึงนิ้วออกแล้วจัดวางแก่นกายร้อนผ่าวจ่อเข้าที่ช่องทางรัก “เดี๋ยวเฮียเข้าไปแล้วนะ...” เขากดแทรกความแข็งขืนเข้าไปรวดเดียวจนสุดทางรัก เต้าหู้กรีดร้องครางแหลมด้วยความจุกและเสียวซ่านที่โถมเข้าใส่ ร่างสูงกัดฟันกรอดพลางคำรามในลำคอ “แน่นสัส...” คณินเริ่มขยับจังหวะอย่างเนิบนาบ ทว่าหนักแน่นลึกซึ้งทุกครั้งที่สอดใส่ เสียงเนื้อกระทบกันดังสะท้อนอยู่ในรถท่ามกลางเสียงฝน ร่างเล็กสั่นระริกราวกับลูกนก ตะโบมจิกบ่ากว้างไว้แน่นเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว “พะ... พอแล้ว... มันลึกไป... อ๊าาา!” “ยังไม่พอหรอกหนู เฮียยังไปได้ลึกกว่านี้อีก” เขาบีบเค้นสะโพกมนแล้วกระแทกสวนขึ้นอย่างแรงและรัวเร็ว ความต้องการที่สั่งสมมานานถูกระเบิดออกมาอย่างไม่ปรานี เต้าหู้ครางกระเส่าจนเสียงขาดหาย ร่างกายกระตุกเกร็งตามแรงส่งที่โถมเข้าใส่ “ฮึก... เฮีย... มันจะ... อื้อออออ!” “พร้อมกันนะเมีย... อึ่ก!” สายธารอุ่นร้อนพุ่งฉีดเข้าไปจนเต็มเปี่ยม เต้าหู้ฟุบลงแนบอกแกร่งหอบหายใจรวยริน ทว่าความกระหายของนักล่ายังไม่จบลงง่าย ๆ คณินหัวเราะเบา ๆ ในลำคอขณะมองดูคนใต้ร่างที่ขาสั่นพั่บ ๆ “อย่าคิดว่าเฮียจะหยุดแค่รอบเดียว... เมียตัวเล็กน่ารังแกแบบนี้ เฮียยิ่งติดใจ” เขายกสะโพกบางขึ้นแล้วกดกระแทกความแข็งขืนกลับเข้าไปใหม่ทันที เต้าหู้สะดุ้งเฮือก กรีดร้องออกมาอีกครั้งเมื่อบทรักรอบใหม่เริ่มต้นขึ้นอย่างดุดันกว่าเดิม ร่างสูงบังคับให้คนบนตักเป็นฝ่ายขยับกายขย่มเข้าใส่เขาตามจังหวะที่เขากำหนด กลิ่นกายปนกลิ่นน้ำรักอบอวลไปทั่วรถที่มืดมิด หลังจากอารมณ์สงบลงในรอบที่สอง คณินจัดการแต่งตัวให้เต้าหู้ด้วยเสื้อเชิ้ตของเขาเองที่ยาวคลุมถึงเข่า ก่อนจะอุ้มร่างที่สลบไสลไปความเหนื่อยล้าขึ้นไปยังห้องพักส่วนตัวชั้นบนของผับอย่างแผ่วเบา โดยไม่ยอมปล่อยให้คนในอ้อมแขนห่างกายแม้แต่วินาทีเดียว บรรยากาศภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสูงสุดของคลับเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานอย่างแผ่วเบา คณินจัดการเช็ดทำความสะอาดร่างกายให้คนตัวเล็กอย่างใจเย็นและเบามือที่สุด ก่อนจะจัดแจงห่มผ้าให้จนถึงอก ร่างบางที่อ่อนเปลี้ยจากบทรักอันเร่าร้อนจมดิ่งลงสู่ห้วงนิทราไปอย่างง่ายดาย จนกระทั่งเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ แสงไฟสลัวจากโคมไฟหัวเตียงทอดอาบลงบนใบหน้าหวานที่เริ่มขยับตัวเล็กน้อย เต้าหู้ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งกาย ความทรงจำสุดท้ายบนรถที่เต็มไปด้วยไอร้อนและเสียงฝนทำให้เขาต้องหน้าร้อนผ่าว “ผม... ผมจะกลับบ้าน” เต้าหู้เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า พยายามจะยันตัวลุกขึ้นแต่กลับรู้สึกเจ็บแปลบที่กลางลำตัวจนต้องนิ่วหน้า “นอนค้างกับเฮียที่นี่เถอะ หลับไปตั้งนานเพิ่งจะฟื้น เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเฮียจะขับไปส่งถึงหน้าบ้านเอง” คณินที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ตรงโซฟาไม่ไกลวางมือจากงานแล้วเดินเข้ามาทรุดตัวลงนั่งริมเตียง น้ำเสียงของเขาดูนุ่มนวลลงอย่างเห็นได้ชัด ทว่าแววตากลับยังคงความเผด็จการไว้ไม่เปลี่ยน “ไม่ได้... ผมไม่ได้บอกเตี่ยกับม๊าไว้ ป่านนี้คงรอกันแย่แล้ว” เต้าหู้ท้วงด้วยความกังวล มือเรียวควานหาโทรศัพท์ของตัวเองด้วยท่าทางลุกลี้ลุกลน “ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก เฮียจัดการบอกเตี่ยกับม๊าของหนูเรียบร้อยแล้วว่าวันนี้หนูจะค้างบ้านเพื่อน” คำบอกเล่าอย่างหน้าตายนั้นทำเอาเต้าหู้ชะงักกะทัดรัด เขาจ้องหน้าคนตัวโตด้วยความไม่อยากจะเชื่อหู ความจริงคือในช่วงที่เต้าหู้กำลังหลับสนิทด้วยความเหนื่อยล้า คณินได้ถือวิสาสะหยิบโทรศัพท์เครื่องบางขึ้นมา แล้วกดโทรออกหาเบอร์ที่บันทึกไว้ว่า ‘ม๊า’ เขากรอกเสียงนุ่มนวลทว่าเฉียบขาดลงไปในสายว่า “วันนี้เต้าหู้จะค้างบ้านเพื่อนนะครับม๊า ไม่ต้องเป็นห่วงครับ สวัสดีครับ” ก่อนจะกดวางสายไปทันทีโดยไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้ซักไซ้ไล่เลียงสิ่งใดต่อ “เฮียทำแบบนั้นได้ยังไง! นั่นมันม๊าผมนะ!” เต้าหู้ประท้วงเสียงหลง ความรู้สึกสับสนพุ่งพล่านจนทำตัวไม่ถูก “เฮียไม่ได้มีเจตนาจะหลอกใคร...” คณินเอื้อมมือไปลูบกลุ่มผมที่ยุ่งเหยิงของคนตัวเล็กอย่างถือวิสาสะ สัมผัสนั้นแฝงไปด้วยความทะนุถนอมจนน่าประหลาด “เฮียแค่ไม่อยากให้ม๊าหนูต้องนั่งกังวลจนนอนไม่หลับที่ลูกชายกลับบ้านดึก... สู้บอกไปว่าอยู่กับเพื่อน ม๊าหนูจะได้สบายใจกว่าไม่ใช่เหรอ?” เต้าหู้เม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง เขารู้ดีว่าสิ่งที่คณินทำคือการมัดมือชกและเจ้ากี้เจ้าการเป็นที่สุด ทว่าในส่วนลึกของหัวใจที่กำลังสั่นไหว เขากลับสัมผัสได้ถึงความเอาใจใส่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางเย็นชานั้น เขาทิ้งตัวลงนอนราบกับเตียงอย่างหมดแรงหนี แผ่นอกกว้างที่ขยับขึ้นลงอยู่ตรงหน้าทำให้เขารู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมไว้ด้วยกรงขังที่ทำจากความอบอุ่น เป็นกรงขังที่เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า... ตนเองอยากจะหลบหนีออกไปจริง ๆ หรือไม่ “นอนซะเด็กดี... พรุ่งนี้เฮียจะพาไปกินของอร่อยก่อนส่งกลับบ้าน” คณินกระซิบแผ่วเบาพร้อมกับกดจูบลงบนหน้าผากมนเป็นการปิดท้ายบทสนทนาในค่ำคืนที่แสนยาวนานนี้ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว
ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ
ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร
ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา
ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต
บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั
ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน
ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ







