Share

ตอนที่ 3 รับน้อง

Author: Tawan miki
last update publish date: 2026-05-12 23:51:27

ตอนที่ 3 รับน้อง

เหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก

"เย็นนี้รวมตัว! เรามีนัดรับน้องนอกสถานที่กันที่ผับ Neon Reverie ห้ามขาด ห้ามปฏิเสธ ใครไม่มาถือว่าสละสิทธิ์กิจกรรม!"

คำประกาศนั้นทำให้ เต้าหู้ ต้นข้าว น้ำปั่น บันนี่ และ โรส ที่นั่งเบียดกันอยู่แถวกลางห้อง ถึงกับนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ หันมามองสบตากันด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก ความกังวลฉายชัดอยู่ในแววตาของทุกคน

“จะทำยังไงดี...” เต้าหู้พึมพำเสียงแผ่ว ความรู้สึกหวาดหวั่นจากเหตุการณ์คราวก่อนเริ่มตีตื้นขึ้นมาในอก

แต่ยังไม่ทันที่จะได้ปรึกษาหารือกัน รุ่นพี่ชายท่าทางเข้มงวดคนหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหา วางมือลงบนโต๊ะพลางจ้องมองมาที่พวกเขาด้วยสายตาที่เหมือนจะอ่านความคิดออก

“มีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า?” น้ำเสียงเข้มนั้นทำให้ทุกคนสะดุ้ง

“เปล่าครับ/ค่ะ!” ทั้งห้าคนรีบประสานเสียงตอบรัวเร็วพยายามซ่อนอาการเลิ่กลั่ก

“ก็ดี เพราะถ้าใครเบี้ยว คะแนนกิจกรรมปีนี้คงไม่ต้องพูดถึง” รุ่นพี่ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้มเย็น ๆ ก่อนจะเดินจากไป

เต้าหู้เม้มปากแน่น ใบหน้าหวานเผือดสีลงอย่างเห็นได้ชัด จนเพื่อนที่นั่งข้าง ๆ ต้องเอื้อมมือมาสะกิดเบา ๆ พร้อมกระซิบให้กำลังใจ

“ไม่ต้องกลัวนะ รอบนี้พวกกูจะประกบมึงไว้เอง ไม่ให้คลาดสายตาเลย”

คำยืนยันนั้นช่วยให้เต้าหู้เบาใจลงได้บ้าง เขาพยักหน้าช้า ๆ พลางฝืนยิ้มตอบกลับไป

.

.

.

ช่วงเวลาโพล้เพล้ยามเย็นที่แสงอาทิตย์สีส้มสลัวเริ่มลาลับขอบฟ้า รถยนต์ของกลุ่มเพื่อนจอดรออยู่ริมถนนหน้าบ้าน เครื่องยนต์ที่ยังคงทำงานส่งเสียงครางแผ่วสอดรับกับความเงียบของหมู่บ้าน เต้าหู้ในชุดที่ดูเรียบร้อยสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปหาผู้เป็นพ่อและแม่ซึ่งกำลังนั่งพักผ่อนรับลมอยู่ตรงชานบ้านไม้หลังเก่า ความรู้สึกหนักอึ้งสายหนึ่งแล่นเข้ามากดทับในใจ เพราะเขารู้ดีว่าท่านทั้งสองเป็นห่วงเขามากเพียงใด

“วันนี้อาจจะกลับดึกหน่อยนะม๊า เตี่ย... พอดีรุ่นพี่เขานัดไปรับน้องนอกสถานที่ครับ”เต้าหู้เอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่าปลายนิ้วกลับเผลอกำสายกระเป๋าเป้แน่นอย่างลืมตัว เตี่ยที่กำลังนั่งจิบน้ำชาขมวดคิ้วมุ่นพลางวางถ้วยลงบนโต๊ะไม้ เสียงเซรามิก

กระทบพื้นผิวไม้ดัง กึก แผ่วเบาแต่กลับทำให้ใจคนฟังกระตุก

“ไปที่ไหนกันน่ะ... แล้วไปกับใครบ้างล่ะเรา?”

คำถามที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงทำเอาเต้าหู้รีบคลี่ยิ้มบาง ๆ ออกมาเพื่อกลบเกลื่อนความกังวล

“ไปกันทั้งกลุ่มเลยครับเพื่อนสนิททั้งนั้นเลย เพื่อน ๆ จอดรถรออยู่หน้าบ้านแล้วครับ เตี่ยไม่ต้องห่วงนะ” เขารีบบอกย้ำเพื่อให้ผู้ใหญ่สบายใจขึ้น พลางพยักพเยิดหน้าไปทางรั้วบ้านที่มีเงารถของเพื่อนทอดตัวอยู่

ม๊าที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ ลุกขึ้นเดินเข้ามาหาลูกชายฝีเท้าของท่านเบาหวิวแต่เต็มไปด้วยความอบอุ่น มือที่เริ่มสากตามกาลเวลาทว่านุ่มนวลที่สุดในความรู้สึกของเต้าหู้เอื้อมมาซับเหงื่อบนหน้าผากลูกชายอย่างเบามือ ก่อนจะโอบกอดร่างกายโปร่งบางของลูกชายไว้แน่นจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นที่แผ่ออกมา

“ดูแลตัวเองดี ๆ นะลูก... ไปที่อโคจรแบบนั้นอย่าแยกตัวไปไหนคนเดียวเด็ดขาดนะ”น้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยของแม่ทำให้หัวใจของเต้าหู้พองโตด้วยความซาบซึ้ง ความอบอุ่นจากอ้อมกอดที่คุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กช่วยชะล้างความกลัวที่เกาะกินใจให้ใจชื้นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด เขาหลับตาลงซบหน้าลงบนไหล่ที่แสนปลอดภัยของแม่ครู่หนึ่ง กลิ่นแป้งเด็กอ่อน ๆ จากตัวม๊าทำให้เขารู้สึกดีจนบอกไม่ถูก

“ครับม๊า... ผมจะระวังตัวให้ดีที่สุดครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ”เต้าหู้ผละออกมาพร้อมรอยยิ้ม แม้ในใจลึก ๆ จะยังหวั่นใจกับสถานที่ที่จะต้องไป ทว่าการได้รับพรจากความรักของคนในครอบครัว ก็ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เขาจะต้องกลับมาสู่อ้อมกอดนี้ได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

.

.

.

บรรยากาศที่ Neon Reverie ในคืนนี้ยังคงเหมือนเดิม แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องกระทบสายตาจนพร่ามัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วงดังกระหึ่มจนแผ่นดินสะเทือน ผสมโรงด้วยเสียงตะโกนคุยกันอย่างคึกคะนองของเหล่านักศึกษาหน้าใหม่ที่ทยอยเข้ามาจับจองพื้นที่

กลุ่มของเต้าหู้นั่งรวมตัวกันอยู่ที่โต๊ะตัวยาว เพื่อน ๆ ทุกคนพยายามนั่งล้อมรอบเขาไว้ตามสัญญา ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายและการส่งแก้วดื่มกันอย่างต่อเนื่อง การควบคุมสถานการณ์เริ่มยากขึ้นเรื่อย ๆ

“ชนแก้วหน่อย!” เสียงเชียร์ดังขึ้นไม่ขาดสาย

ในจังหวะที่ความสนใจของทุกคนถูกดึงไปที่เวที แก้วน้ำอัดลมในมือของเต้าหู้ถูกสลับเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันสังเกต เพียงแค่ดื่มเข้าไปไม่กี่อึก รสชาติบาดคอและความร้อนผ่าวที่แล่นผ่านลำคอก็ทำให้เขารู้ตัวว่าพลาดเสียแล้ว

ความมึนงงจู่โจมเข้าที่ศีรษะอย่างรวดเร็ว ใบหน้าขาวนวลเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ เต้าหู้รู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเริ่มหมุนคว้าง เขาใช้มือยันขอบโซฟาไว้แน่นก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้น

“กะ...กูขอไปห้องน้ำก่อนนะ ไม่ไหวแล้ว” เขาบอกเพื่อนเสียงพร่า แต่น่าเสียดายที่เสียงดนตรีนั้นดังเกินกว่าที่ใครจะได้รับยินร่างบางเดินโซเซแยกตัวออกมาเพียงลำพัง ท่ามกลางฝูงชนที่เต้นเบียดเสียดกันอย่างหนาตา

ที่ชั้นบนในห้องรับรองพิเศษ คณินนั่งเอนกายอยู่บนโซฟาหนังราคาแพง ในมือถือแก้วเครื่องดื่มสีอำพันที่เขามองมันด้วยแววตาเรียบเฉย รอบข้างมีหญิงสาวในชุดวาบหวามคอยปรนนิบัติเอาใจ แต่สายตาคมกริบของเขากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างที่คุ้นตาผ่านทางกระจกใสที่มองลงไปยังด้านล่าง

ร่างเล็กในชุดเสื้อคณะที่ดูไม่เข้ากับสถานที่... กำลังเดินโงนเงนไปทางโซนห้องน้ำที่ค่อนข้างลับตาคนคณินลุกพรวดขึ้นทันทีโดยไม่สนใจหญิงสาวข้างกายที่ร้องทักด้วยความสงสัย

“ลูกแมว...” เขาพึมพำกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่เดาอารมณ์ไม่ได้

ภายในห้องน้ำที่ลึกเข้าไปจากโซนปกติ อากาศค่อนข้างเย็นและเงียบสงัด เต้าหู้ก้มลงกวักน้ำล้างหน้าเพื่อเรียกสติ แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นและหันหลังกลับเพื่อจะออกจากตรงนั้น เขาก็พบว่ามีชายแปลกหน้ายืนขวางทางอยู่

“เมาหนักเลยเหรอน้อง? หน้าหวาน ๆ แบบนี้มาคนเดียวเหรอจ๊ะ” ชายคนนั้นพูดพลางสาวเท้าเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มหื่นกระหาย

“อะ...อย่ายุ่งครับ ผมจะกลับโต๊ะ” เต้าหู้พยายามรวบรวมเรี่ยวแรงที่มีถอยหนี

“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่สนุกกันก่อนดีกว่า...”

ไม่ทันที่เต้าหู้จะได้ร้องขอความช่วยเหลือ ร่างนั้นก็โถมเข้าหาอย่างรวดเร็ว ดันตัวเขาจนแผ่นหลังกระแทกชิดผนังเย็นเฉียบ มือหยาบกร้านพยายามยึดไหล่เขาไว้และโน้มตัวลงมาหมายจะซุกไซร้ที่ซอกคอ

“ปล่อยนะ! อย่า...!” เต้าหู้ดิ้นรนอย่างสุดกำลัง แต่มือเท้ากลับอ่อนแรงจนแทบจะทรงตัวไม่อยู่

ปั่ก!

เสียงกระแทกอย่างรุนแรงดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายแปลกหน้าที่ถูกกระชากออกไปอย่างแรง คณินปรากฏตัวขึ้นด้วยสีหน้าดุดัน แววตาเต็มไปด้วยความโกรธจัด เขาคว้าคอเสื้อของอีกฝ่ายขึ้นมาจนตัวลอย ก่อนจะเหวี่ยงลงพื้นอย่างไม่ใยดี

“เอามันออกไป เคลียร์ให้เกลี้ยง อย่าให้มันโผล่มาวุ่นวายที่นี่อีก!” คณินสั่งลูกน้องที่ตามมาสมทบด้วยน้ำเสียงกร้าว

ลูกน้องสองคนรีบลากตัวชายคนนั้นออกไปในทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่ปกคลุมคนทั้งสอง คณินหันกลับมามองร่างที่ทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยสภาพหมดแรง เต้าหู้หายใจหอบถี่ ตัวสั่นเทาด้วยความตกใจและฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือเล็ก ๆ ยังคงกำคอเสื้อตัวเองไว้แน่นเหมือนกำลังปกป้องตัวเอง

“อีกแล้วเหรอ...” คณินถอนหายใจออกมาเบา ๆ น้ำเสียงที่เคยแข็งกร้าวเมื่อครู่ดูอ่อนโยนลงอย่างน่าประหลาด

เขาโน้มตัวลงมาช้อนร่างของเต้าหู้ขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย โดยไม่รอฟังคำอนุญาตใด ๆ ร่างเล็กพยายามขยับตัวประท้วงแต่ก็ไร้ซึ่งเรี่ยวแรง คณินก้าวเท้าเดินผ่านฝูงชนในคลับที่ต่างพากันถอยหลีกทางให้ด้วยความเกรงขาม พาร่างในอ้อมแขนตรงไปยังบันไดลับที่มุ่งสู่ห้องส่วนตัวชั้นบนสุด พื้นที่หวงห้ามที่ใครก็ไม่สามารถย่างกรายเข้าไปได้... นอกจากคนที่เขาอนุญาตเท่านั้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞

    ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 9 มารับ

    ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 8 เจรจา

    ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 7 เฝ้าเมีย

    ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้

    ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   บทที่ 5 ตามสืบ

    บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน

    ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 1 นักศึกษา

    ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status