Mag-log inตอนที่ 8 เจรจา
เต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้ “เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!” คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ “ก็ไปเฝ้าเมีย” คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม “เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!” “ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เรียกคู่นอนแทนล่ะ?” “เลิกพูดจาจาบจ้วงแบบนี้นะครับ มันไม่ให้เกียรติกันเลย!” เต้าหู้พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นพร่าด้วยความอับอายที่ถูกขุดคุ้ยเรื่องคืนนั้น “แล้วอีกอย่าง เลิกแทนตัวผมว่าหนูสักที เราไม่ได้สนิทกันขนาดนั้น” “แต่เฮียอยากเรียก... มันดูน่ารักสมตัวหนูดี” คณินลุกขึ้นจากเก้าอี้หนังช้า ๆ ร่างสูงใหญ่กำยำก้าวเข้าหาด้วยท่วงท่าคุกคามจนเต้าหู้ต้องก้าวถอยหลังหนีโดยอัตโนมัติ “แล้วคำว่าผมของหนูเนี่ย ฟังแล้วมันดูห่างเหินจนเฮียรู้สึกหงุดหงิด” เต้าหู้ยืนกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นนูน เขาพยายามหาคำโต้แย้งทว่าคณินกลับทิ้งระเบิดลูกใหญ่ใส่หน้าเขาอีกครั้ง “แล้วอย่าคิดว่าเฮียไม่เห็นนะ วันที่มีผู้ชายหน้าจืดมาขอเบอร์หนูที่ร้านเค้ก... รู้ไหมว่าเฮียต้องใช้ความอดทนแค่ไหนที่ไม่สั่งให้ลูกน้องไปลากคอมันมากระทืบตรงนั้น” “ป่าเถื่อนที่สุด!” เต้าหู้ตวัดสายตามองด้วยความรังเกียจและหวาดกลัวในอารมณ์รุนแรงของคนตรงหน้า คณินหัวเราะในลำคอเบา ๆ มุมปากยกยิ้มอย่างคนเหนือกว่า “ป่าเถื่อนแค่ไหน... ก็ผัวหนูอยู่ดี”เขาพูดออกมาอย่างคนอารมณ์ดีที่ได้แกล้งคนตรงหน้า “ไม่ใช่! อย่ามาโมเมเอาเองนะ!” เต้าหู้ตะโกนก้อง เสียงสั่นเครือด้วยความโมโหที่ทำอะไรคนตรงหน้าไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “โอเค ๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่” คณินยอมถอยฉากออกไปก้าวหนึ่งอย่างมีเลศนัย ทว่าสายตายังคงจับจ้องที่ริมฝีปากบางอย่างไม่ลดละ “งั้นขอไลน์ไว้หน่อย เผื่อมีธุระสำคัญเฮียจะได้ติดต่อหนูได้” “ไม่ให้ครับ! ไม่มีความจำเป็นอะไรที่เราต้องคุยกันอีก เลิกยุ่งกับชีวิตผมสักที!” เต้าหู้ทำท่าจะหมุนตัวเดินหนีออกไปจากห้องที่อึดอัดนี้ แต่กลับถูกมือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว คณินออกแรงเพียงนิดเดียวก็รวบร่างเล็กให้ล้มลงนอนบนโซฟาตัวยาวโดยมีร่างแกร่งของเขาตามลงมาทาบทับเอาไว้เหนือหัว เต้าหู้เบิกตากว้าง ดิ้นรนสุดแรงขัดขืนด้วยความตกใจกลัว ทว่ากลับยิ่งรู้สึกถึงไออุ่นและพละกำลังมหาศาลที่กักขังเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้อีกครั้ง “ปล่อยนะ! บอกให้ปล่อยไง!” เสียงใสแผดก้องไปทั่วห้องทำงานที่กว้างขวาง เต้าหู้พยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุม ทว่ายิ่งดิ้นร่างสูงใหญ่ที่ทาบทับอยู่เหนือร่างก็ยิ่งเบียดกระชับลงมาจนเขารู้สึกถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากแผ่นอกกว้าง ลมหายใจอุ่น ๆ ของอีกฝ่ายเป่ารดอยู่ที่ข้างแก้มจนใจดวงน้อยสั่นระรัว “ขอแค่ไลน์เอง ทำไมต้องดิ้นรนให้เจ็บตัวด้วยครับ?” คณินถามด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่าชิดใบหูหอมกรุ่น เขาอาศัยจังหวะที่เด็กหนุ่มกำลังสับสนและตกตะลึงกับสัมผัสใกล้ชิด ล้วงมือลงไปหยิบโทรศัพท์เครื่องบางออกจากกระเป๋ากางเกงของคนใต้ร่างมาถือไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เขาจัดการกดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองลงไปและกดเพิ่มเพื่อนในแอปพลิเคชันไลน์เสร็จสรรพภายในเวลาไม่กี่วินาที ท่ามกลางสายตาตระหนกของเต้าหู้ที่ทำได้เพียงนั่งหอบหายใจแรงด้วยความโกรธปนอาย เมื่อจัดการเสร็จ คณินก็โยนโทรศัพท์คืนลงบนหน้าตักของเจ้าของที่นอนระทดระทวยอยู่บนโซฟา “เดี๋ยวเฮียจะโทรหาเอง... วันนี้กลับบ้านไปพักผ่อนซะ เฮียยังมีงานต้องจัดการต่อ” คณินหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ท่วงท่าของเขาดูสง่างามและทรงพลังขณะจัดเสื้อสูทให้เข้าที่เข้าทาง เขาหันไปพยักหน้าสั่งการลูกน้องคนสนิทที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูห้องทันที “ไปส่งคุณเต้าหู้ที่บ้านด้วย” “ไม่ต้อง!” เต้าหู้รีบผุดลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางลนลาน เขาสะบัดตัวหนีสัมผัสที่ยังหลงเหลืออยู่ในมโนภาพอย่างรุนแรง ใบหน้าหวานแดงซ่านไปถึงลำคอ “ผมกลับเองได้ ไม่ต้องมาวุ่นวายกับผมอีก!” คณินไม่ได้ถือสาในคำพูดประชดประชันนั้น เขาเพียงแต่หัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ดวงตาคมกริบฉายแววเอ็นดูในท่าทางพยศของคนตัวเล็กที่ดูเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อมากกว่าจะน่าเกรงขาม “ตามใจครับ... ครั้งนี้เฮียจะไม่ขัดใจหนู” เต้าหู้ไม่รอฟังคำลาหรือคำหยอกเย้าใด ๆ ต่อไปอีก เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเม้มปากแน่นแล้วก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องทำงานไปทันที ฝีเท้าของเขาเร่งรีบ โดยไม่คิดแม้แต่จะหันกลับมามองชายหนุ่มที่ยืนกอดอก ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์และสายตาที่เต็มไปด้วยความนัยไล่หลังมาแม้แต่นิดเดียว ในหัวของเต้าหู้ตอนนี้มีเพียงความคิดเดียว... หน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาในจังหวะที่เขาก้าวพ้นประตูผับ ราวกับเป็นพันธนาการล่องหนที่ล่ามขากับหัวใจของเขาเอาไว้ให้หยุดนิ่ง เต้าหู้หยุดกะทัดหันอยู่ริมฟุตบาท ลมหายใจยังคงหอบถี่จากอารมณ์ที่คุกรุ่นเมื่อครู่ เขาก้มมองชื่อ 'Kanin' บนหน้าจอด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันไม่ใช่แค่ชื่อ แต่มันคือสัญลักษณ์ของการถูกรุกล้ำพื้นที่ส่วนตัวที่เขาพยายามจะขีดเส้นกั้นเอาไว้ "ไอ้เฮียบ้า... เผด็จการที่สุด" เต้าหู้พึมพำลอดไรฟัน พยายามกดปลดล็อกหน้าจอเพื่อจะบล็อกรายชื่อนั้นทิ้งเสียให้จบเรื่อง ทว่านิ้วเรียวกลับชะงักค้างอยู่เหนือหน้าจอ ความทรงจำถึงสัมผัสอุ่นร้อนและแววตาดุดันที่แฝงไปด้วยความห่วงใยเมื่อครู่กลับย้อนกลับมาเตือนสติ เขาสลัดไล่ความคิดบ้า ๆ นั้นออกจากหัว ก่อนจะตัดสินใจยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงโดยไม่กดบล็อก หรือตอบรับใด ๆ ทั้งสิ้น เขาเลือกที่จะปล่อยให้มันเป็นเพียงรายชื่อที่ไร้การเคลื่อนไหว อย่างน้อยก็ในตอนนี้ ค่ำคืนนั้น ณ บ้านไม้หลังเดิมที่คุ้นเคย บรรยากาศเงียบสงัดลงหลังจากที่ร้านน้ำเต้าหู้ เขาช่วยม๊าเก็บถ้วยชามและเช็ดโต๊ะอย่างเป็นปกติ แต่ในใจกลับว้าวุ่นไปด้วยความคิดที่สับสน ท่าทางเหม่อลอยและถอนหายใจออกมาเป็นระยะ ทำให้ม๊าอดสงสัยไม่ได้ “เต้าหู้... เป็นอะไรไปลูก วันนี้ดูเราใจลอย แปลก ๆ นะ” ม๊าทักขึ้นอย่างห่วงใย พร้อมกับวางมือลงบนไหล่ลูกชายเบา ๆ “เปล่าครับม๊า แค่คิดเรื่องโปรเจกต์ที่มหาลัยนิดหน่อยครับ” เขาตอบแก้ตัวแบบเดิม ๆ ทว่าในใจกลับรู้สึกผิดที่ต้องปดผู้มีพระคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า “ถ้าเหนื่อยก็ขึ้นไปพักเถอะลูก เดี๋ยวที่เหลือม๊าจัดการเอง” ม๊าบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เต้าหู้พยักหน้า พาร่างที่อ่อนล้าขึ้นไปยังห้องนอนชั้นบน เขาทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ภายใต้แสงจันทร์ที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามา ความคิดต่าง ๆ ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัว ความสับสน ความเหงา และความกดดันถาโถมเข้ามาจนทำให้เขารู้สึกอึดอัด ในขณะที่เขาพยายามหาคำตอบให้กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น ก็มีความเงียบงันปกคลุมไปทั่วห้อง เหลือเพียงเสียงหายใจและเสียงหัวใจที่เต้นรัวอย่างแผ่วเบาตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว
ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ
ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร
ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา
ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต
บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั
ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน
ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ







