LOGINตอนที่ 7 เฝ้าเมีย
แสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตา เขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเล วินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง และในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตาปรากฏสู่สายตา เต้าหู้เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ช้อนในมือเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น ใบหน้าหวานถอดสีและแสดงอาการ เลิ่กลั่กอย่างปิดไม่มิด ความรู้สึกประหม่าจู่โจมจนเขาแทบจะทำตัวไม่ถูก กลัวเหลือเกินว่าเพื่อนสนิทที่นั่งล้อมวงอยู่จะจับสังเกตได้ว่าเขากับผู้ชายคนนี้มีความลับบางอย่างต่อกัน คณินไม่ได้เอ่ยทักทายเขาแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มเดินตรงไปยังโต๊ะว่างฝั่งตรงข้ามแล้วทรุดตัวลงนั่งเงียบ ๆ นัยน์ตาคมที่ตอนนี้ปราศจากแว่นกันแดดจ้องมองมาที่เต้าหู้นิ่งลึก ราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของผ่านทางสายตาเจ้าเล่ห์ที่ยากจะคาดเดา เต้าหู้รู้สึกอึดอัดจนทำตัวไม่ถูก ความรู้สึกภายในใจมันพุ่งพล่านจนแทบจะเก็บอาการไว้ไม่อยู่ เขาแสร้งย่นหัวคิ้วมุ่นใส่คนตัวโตที่นั่งอยู่ไม่ไกล พยายามส่งสายตาดุ ๆ กลับไปเพื่อเค้นถามว่า 'คุณมาที่นี่ทำไม' ทว่าความขุ่นเคืองที่ตั้งใจจะแสดงออกมา กลับเจือไปด้วยความว้าวุ่นใจและประหม่าเสียจนแทบคล้ายแยกไม่ออกว่าเขากำลังโกรธ หรือกำลังหวั่นไหวกับสายตาคมกริบคู่นั้นกันแน่ แต่แล้วบรรยากาศที่แสนกดดันก็ถูกแทรกซึมด้วยเสียงเรียกจากบุคคลที่สามที่เดินเข้ามาอย่างไม่รู้อิโหน่อิเหน่ “น้องเต้าหู้ครับ!” เสียงเรียกที่เต็มไปด้วยความมั่นใจดึงสติของเต้าหู้ให้หลุดออกจากภวังค์ พร้อมกับการปรากฏตัวของรุ่นพี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ท่าทางดูดีคนหนึ่งที่เดินตรงเข้ามาที่โต๊ะ ในมือของเขาถือจานเค้กช็อกโกแลตเนื้อนุ่มที่ดูน่าทาน อีกฝ่ายส่งยิ้มกว้างให้เต้าหู้พลางเกาต้นคอด้วยท่าทางขัดเขินประหนึ่งเด็กหนุ่มที่กำลังจะสารภาพรักครั้งแรก “พี่เห็นน้องที่นี่บ่อย ๆ... เห็นว่าน้องชอบทานเค้ก พี่เลยตั้งใจซื้อมาฝากครับ” เต้าหู้ได้แต่ยิ้มค้างด้วยความงุนงง เขาพยายามจะกล่าวขอบคุณตามมารยาทที่ควรจะเป็น ทว่าประโยคถัดมากลับทำให้เขาถึงกับอึ้งจนแทบสำลักอากาศ “คือ... พี่ขอเบอร์เราไว้ได้ไหมครับ? หรือจะเป็นไอดีไลน์ก็ได้ พี่อยากทำความรู้จักกับเราจริง ๆ นะ” ในจังหวะวินาทีนั้นเอง คณินที่นั่งนิ่งมาตลอดค่อย ๆ เลื่อนสายตาขึ้นมองชายหนุ่มผู้มาใหม่ในทันที ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยตอนนี้บึ้งตึงและเคร่งขรึมจนดูน่าเกรงขาม ความไม่พอใจแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรงเสียจนคนทั้งร้านเริ่มรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ นัยน์ตาคมกริบคู่นั้นดุดันและวาวโรจน์เสียจนเหมือนจะเผาไหม้ทุกอย่างที่ขวางหน้าให้กลายเป็นจุล เต้าหู้ที่รับรู้ถึงพลังงานด้านลบนั้นเต็ม ๆ ถึงกับนั่งไม่ติดที่ เขารู้สึกเหมือนกำลังถูกตรึงไว้ด้วยสายตาของยักษ์ปักหลั่นที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อทุกเมื่อ เขาหันหน้าสลับมองระหว่างรุ่นพี่ตรงหน้ากับสายตาที่จ้องเขม็งมาจากโต๊ะข้าง ๆ ก่อนจะรัวคำพูดปฏิเสธออกมาอย่างรวดเร็วด้วยความลนลาน “เอ่อ... คือ มือถือผมแบตหมดพอดีครับ! แล้วเบอร์ผมก็จำไม่ค่อยได้ด้วย... ส่วนไลน์ผมก็ไม่ได้ล็อคอินทิ้งไว้ครับ เอาไว้โอกาสหน้าค่อยคุยกันนะครับพี่!” รุ่นพี่วิศวะถึงกับหน้าเสียไปเล็กน้อย เขาพยักหน้ารับอย่างเจื่อน ๆ แม้จะดูออกว่านั่นคือข้ออ้างที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด “อ่า... ครับ งั้นไว้เจอกันนะน้องเต้าหู้” ทันทีที่ชายหนุ่มคนนั้นเดินห่างออกไป คณินก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทันที ร่างสูงใหญ่กำยำเดินผ่านโต๊ะของเต้าหู้ไปอย่างเงียบเชียบโดยไม่แม้แต่จะปรายตามองมาทางเขาแม้แต่หางตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่กดดันและน่าอึดอัดยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าตัว เต้าหู้มองตามแผ่นหลังกว้างที่ดูเย็นชานั้นไปจนสุดสายตา หัวใจของเขาเต้นรัวผิดจังหวะอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกสับสนพุ่งพล่านตีรวนอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมา เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าความอึดอัดนี้มันเกิดจากรุ่นพี่ที่เข้ามาขอเบอร์ หรือเกิดจากการที่เห็นคนตัวโตคนนั้น... เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรเลยสักคำกันแน่ สายตาเหม่อมองบานประตูร้านที่ยังสั่นไหวเล็กน้อยจากการที่คนตัวโตเพิ่งก้าวพ้นออกไป กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ ที่แสนคุ้นเคยยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ คล้ายจะทิ้งร่องรอยความขุ่นเคืองเอาไว้ให้เขารู้สึกผิดอย่างประหลาด “เต้าหู้... เมื่อกี้ใครวะ? น่ากลัวฉิบหาย” เสียงของ น้ำปั่น กระซิบถามรัวเร็วพลางสะกิดแขนเพื่อนยิก ๆ ทำเอาเต้าหู้สะดุ้งสุดตัวหลุดจากภวังค์ “เอ่อ... มะ...ไม่รู้ดิ คงเป็นลูกค้าคนอื่นมั้ง” เขาตอบปัดไปพลางตักเค้กเข้าปากคำใหญ่เพื่อซ่อนอาการสั่นของริมฝีปาก ทว่ารสชาติของครีมสดกลับฝืดคอจนกลืนลงไปได้อย่างยากลำบาก “ไม่รู้จริงเหรอ? แต่สายตาเขาที่มองมึงเมื่อกี้ อย่างกับจะจับมึงมัดกลับบ้านไปเลยนะ” ต้นข้าว สำทับพลางขมวดคิ้วสงสัย เต้าหู้ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาได้แต่ก้มหน้านิ่ง ความรู้สึกวูบโหวงเริ่มกัดกินพื้นที่ในใจอย่างรวดเร็ว จิตใจเขาไม่ได้อยู่ที่โต๊ะเค้กอีกต่อไปแล้ว ในหัวมีแต่ภาพแผ่นหลังกว้างและใบหน้าบึ้งตึงของเฮียคณินวนเวียนซ้ำไปซ้ำมา ทำไมต้องเดินหนีไปดื้อ ๆ แบบนั้นด้วยนะ… . . . ความอึดอัดที่สั่งสมมาตลอดหลายวันพุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ความรู้สึกถูกลุกล้ำพื้นที่ส่วนตัว ทั้งการปรากฏตัวที่มหาวิทยาลัยและการส่งคนไปเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกเช้า ทำให้เต้าหู้ไม่อาจเพิกเฉยได้อีกต่อไป เด็กหนุ่มเม้มปากแน่น ดวงตากลมโตฉายแววเด็ดเดี่ยว วันนี้เขาตั้งใจแล้วว่าทุกอย่างระหว่างเขากับผู้ชายคนนั้นต้องมีความชัดเจนเสียที เต้าหู้ก้าวเท้าเข้าไปภายในคลับหรูที่เป็นอาณาจักรของคณินด้วยท่าทางดุ่ม ๆ ไม่มีความเกรงกลัวเหมือนครั้งก่อน ชายชุดดำที่ยืนเฝ้าประตูเพียงแค่ปรายตามองเล็กน้อยแต่กลับไม่มีใครคิดจะขวางทาง ร่างเล็กหยุดยืนตรงหน้าลูกน้องคนหนึ่งแล้วเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบกระด้างที่แฝงไปด้วยความขุ่นเคือง "เฮียคณินอยู่ไหนครับ" "เฮียอยู่ห้องทำงานชั้นบนครับ... เชิญคุณเต้าหู้ตามสบาย เฮียรออยู่แล้ว" ลูกน้องตอบกลับอย่างสุภาพจนน่าประหลาดใจ เหมือนกับเจ้านายของตนคาดการณ์ไว้ไม่มีผิดว่าแขกพิเศษคนนี้จะต้องมาเยือน ปัง! บานประตูไม้สลักลายหรูหราถูกผลักออกอย่างแรงจนกระแทกเข้ากับผนังเกิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วห้องทำงานอันเงียบสงัด คณินที่กำลังนั่งเอนหลังจิบเครื่องดื่มสีเข้มพลางพ่นควันบุหรี่สีหม่นให้ลอยล่องอยู่ริมกระจกบานใหญ่ ค่อย ๆ เบี่ยงหน้ากลับมามองผู้มาใหม่ด้วยสีหน้าสงบนิ่งไร้ซึ่งอาการตกใจแม้เพียงนิด ราวกับเขากำลังนั่งรอจังหวะนี้อยู่ก่อนแล้วตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว
ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ
ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร
ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา
ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต
บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั
ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน
ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว
ตอนที่ 1 นักศึกษา“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาท
“แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ
![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






![กรงรักเถื่อนสวาท NC25+ [พระเอกมาเฟีย โหด คลั่งรัก]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)