Share

ตอนที่ 1 นักศึกษา

Penulis: Tawan miki
last update Tanggal publikasi: 2026-05-12 23:50:34

ตอนที่ 1 นักศึกษา

“เหลือเวลาอีกเพียงห้านาทีครับ...” เสียงประกาศราบเรียบจากอาจารย์คุมสอบกรีดผ่านความเงียบงันในห้องกว้าง เต้าหู้สะดุ้งเล็กน้อย เขาพยายามบังคับปลายนิ้วที่สั่นเทาให้กระชับปากกาแน่นขึ้น ดวงตาที่พร่าเบลอจากการอดนอนจ้องมองตัวเลขบนกระดาษคำตอบแผ่นสุดท้าย หัวใจเต้นระรัวแข่งกับเสียงเข็มนาฬิกาที่ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ทุกวินาทีที่เคลื่อนผ่านคล้ายกับเครื่องย้ำเตือนว่านี่คือบทสรุปของความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา

เขาสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของกระดาษและเครื่องปรับอากาศเย็นจัดไม่ได้ทำให้ความตื่นเต้นทุเลาลงเลยแม้แต่น้อย แต่เมื่อหันไปมองแผ่นหลังของเพื่อนสนิทอีกสี่คนที่นั่งกระจัดกระจายอยู่ตามมุมต่าง ๆ ทั้ง ต้นข้าว

น้ำปั่น บันนี่ และโรส ความกังวลเหล่านั้นก็พลันจางลง

พวกเขาไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมห้อง แต่นี่คือกลุ่มคนที่ร่วมหัวจมท้าย ฝ่าฟันกองหนังสือพะเนินเทินทึกมาด้วยกันเพื่อเป้าหมายเดียว...

‘เราต้องเข้าเรียนบัญชีที่มหาวิทยาลัยเดียวกันให้ได้’

ภาพความทรงจำเมื่อหกเดือนก่อนยังคงชัดเจน ห้องเรียนยามเย็นที่อาบไปด้วยแสงสีส้มรำไร เต้าหู้นั่งขมวดคิ้วอยู่หน้าสุด เขาไล่เรียงตัวเลขในโจทย์บัญชีเป็นรอบที่สามด้วยความละเอียดลออ จนกระทั่งแรงตบเบา ๆ ที่ไหล่ทำให้เขาหลุดจากภวังค์

“ไอ้หู้ มึงจะจริงจังไปถึงไหนเนี่ย!” น้ำปั่นโพล่งขึ้นพร้อมรอยยิ้มกวน ๆ

“คะแนนมึงพุ่งทะลุเพดานไปไกลแล้วนะ จะไปแข่งกับเทวดาหรือไง?”

“เราแค่อยากมั่นใจน่ะ...” เต้าหู้ตอบเสียงแผ่ว ใบหน้าขาวนวลขึ้นสีระเรื่อเมื่อถูกจ้องมอง

“จริงอย่างที่น้ำปั่นว่า ถ้าเต้าหู้เปิดคอร์สติว ป่านนี้รวยไปแล้วนะเนี่ย” โรสเสริมพลางพลิกหน้าสมุดจดที่เต็มไปด้วยไฮไลต์หลากสี ต้นข้าวพยักหน้าเห็นด้วย น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนเป็นจริงจัง

“เงินทองน่ะเรื่องรอง แต่เป้าหมายสำคัญคือพวกเราต้องไม่ทิ้งกัน ฉันไม่อยากจินตนาการเลยว่าถ้าต้องไปเรียนคนเดียวจะเป็นยังไง”

“นั่นสิ!” บันนี่ดีดนิ้วเสียงดังสนั่น

“พวกเราต้องจบพร้อมกัน ใส่ชุดครุยสีเดียวกัน และนั่งปวดหัวกับตัวเลขไปด้วยกันจนแก่นู่นเลย!”

เสียงหัวเราะใสกระจายตัวไปทั่วห้อง สัญญาใจที่ไม่ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรถูกสลักลงในความรู้สึกของทุกคนอย่างแน่นหนา

คืนสุดท้ายก่อนชี้ชะตา

ในห้องนอนเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยกองเอกสารสอบ บันนี่ทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนพื้น กอดหมอนข้างแน่นพลางครางโอดครวญด้วยความเพลีย

“สวรรค์... ส่งนางฟ้ามาช่วยติวหน่อยเถอะ บันนี่ไม่ไหวแล้ว หัวจะระเบิด...”

“นางฟ้าไม่มีหรอก มีแต่น้ำปั่นนี่แหละ” เพื่อนตัวแสบโยนชีทสรุปวางแหมะลงบนพุงของคนขี้แย

“ลุกขึ้นมาอ่าน เดี๋ยวแม่ตีตายเลย”ต้นข้าวที่นั่งเท้าคางอยู่ข้างกองหนังสือขยับแว่นสายตา

“อีกแค่สองวันเท่านั้นนะ ห้ามมีใครถอยเด็ดขาด”

เต้าหู้มองภาพความวุ่นวายตรงหน้าด้วยแววตาอบอุ่น เขาปิดสมุดจดเล่มโปรดก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“อื้อ... เราจะติดไปด้วยกันนะ เพราะเราสัญญากันไว้แล้วนี่นา”

นาฬิกาบอกเวลาตีสาม แสงไฟสีนวลยังคงสว่างไสว แข่งกับเสียงพลิกกระดาษและเสียงหัวเราะที่สอดแทรกมาเป็นระยะ แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้าจนแทบแหลกสลาย แต่พลังใจที่ส่งถึงกันกลับทำให้ความง่วงกลายเป็นเรื่องรอง

วันที่โลกทั้งใบหยุดนิ่ง

หน้าจอโน้ตบุ๊กสว่างวาบ ท่ามกลางเสียงลมหายใจที่ติดขัด

“ทำไมเว็บมันหมุนนานแบบนี้ล่ะ!” โรสกำมือแน่นจนสั่น ส่วนต้นข้าวได้แต่ยืนกอดอกนิ่ง ใบหน้าซีดเผือดด้วยความลุ้นระทึก

“เต้าหู้... เปิดของมึงก่อนเลย” น้ำปั่นยื่นสมาร์ทโฟนให้ด้วยมือที่สั่นเทา

“ถ้าคนเก่งอย่างมึงติด พวกกูก็มีหวัง”

เต้าหู้รับโทรศัพท์มาถือไว้ ความเย็นเฉียบแล่นพล่านไปถึงปลายนิ้ว เขาค่อย ๆ กรอกรหัสผู้สมัครอย่างช้า ๆ หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เมื่อนิ้วหัวแม่มือกดลงบนคำว่า “ตรวจสอบผล”หน้าเว็บที่เคยหมุนค้างค่อย ๆ โหลดข้อมูลขึ้นมา ปรากฏข้อความตัวหนาชัดเจนว่า...

[ ยินดีด้วย คุณสอบติดคณะบัญชีและบริหารธุรกิจ ]

ความเงียบปกคลุมห้องอยู่ชั่วอึดใจ ก่อนที่เสียงกรีดร้องด้วยความดีใจจะระเบิดออกมาพร้อมกันจนแสบแก้วหู

“กรี๊ดดดดด! ไอ้หู้ติดแล้ว!”

น้ำปั่นรีบคว้าเครื่องตัวเองมาเช็ก ตามด้วยคนอื่น ๆ ทีละคน และในวินาทีต่อมา น้ำตาแห่งความสุขก็รินไหล เมื่อพบว่าชื่อของพวกเขาทั้งห้าคนเรียงรายอยู่ในรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าศึกษาที่เดียวกัน

พวกเขากอดกันกลมแน่น ท่ามกลางความโล่งอก ความสำเร็จครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของวิชาการ แต่มันคือชัยชนะของมิตรภาพที่พวกเขาบ่มเพาะมาด้วยกัน

.

.

.

เช้าวันแรกของการเปิดภาคเรียน แสงแดด

อ่อน ๆ สะท้อนผ่านกระจกรถบัส เผยให้เห็นทิวทัศน์ของรั้วมหาวิทยาลัยที่ดูโอ่อ่า เต้าหู้ในชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยมจัดระเบียบเสื้อผ้าด้วยความประหม่า เขาเหม่อมองป้ายชื่อคณะพลางหวนคิดถึงวันที่เหนื่อยยาก

ต้นข้าวเดินเข้ามาโอบไหล่เขาไว้

“หู้... ดูนั่นสิ ความฝันของเราเป็นจริงแล้วนะ”

เต้าหู้คลี่ยิ้มบาง ๆ ความอบอุ่นสายหนึ่งแล่นเข้าสู่หัวใจ

“เราไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นจริงได้ขนาดนี้ ถ้าไม่มีพวกแก... เราคงมาไม่ถึงตรงนี้หรอก”

“โอ๊ย ซึ้งเกินไปแล้ว!” บันนี่แสร้งปาดน้ำตา

“คืนนี้เตรียมตัวเลยนะ ห้ามปฏิเสธคำชวนไปฉลองเด็ดขาด!”

“จัดไป! เราจะเที่ยวให้ลืมไปเลยว่าเคยอ่านหนังสือจนโต้รุ่ง!” โรสประกาศกร้าวด้วยความคึกคัก

เสียงหัวเราะของทั้งห้าคนดังประสานไปกับสายลมยามเช้า เส้นทางใหม่ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวที่คาดไม่ถึงกำลังเริ่มต้นขึ้นสำหรับเต้าหู้... เด็กหนุ่มผู้เงียบขรึมและขี้อาย โลกใบใหญ่แห่งนี้อาจดูน่าหวั่นเกรงในคราแรก แต่ตราบใดที่มีเพื่อนที่รักอยู่เคียงข้าง เขาก็พร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้า

ทางเดินหินอ่อนที่ทอดยาวไปสู่ตึกคณะบัญชีเต็มไปด้วยผู้คนพลุกพล่าน เสียงพูดคุยและเสียงรองเท้ากระทบพื้นดังก้องไปทั่วบริเวณ เต้าหู้กระชับสายสะพายกระเป๋าเป้แน่นขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงมดตัวจ้อยในอาณาจักรที่กว้างใหญ่แห่งนี้

"ตึกคณะเราอลังการมากเลยอะแก ดูสิ... เสานั่นสูงอย่างกับในหนังเลย" บันนี่เอ่ยชมพลางใช้มือป้องหน้าผากแหงนมองสถาปัตยกรรมตรงหน้าอย่างตื่นตาตื่นใจ

"เลิกทำตัวเป็นบ้านนอกเข้ากรุงได้แล้วยัยบันนี่ เดินเร็ว ๆ เดี๋ยวเราไปลงทะเบียนสาย" โรสสะกิดแขนเพื่อนพลางก้มเช็กตารางในมือถืออย่างคล่องแคล่ว

ระหว่างที่เดินผ่านลานเอนกประสงค์ที่มีซุ้มกิจกรรมของรุ่นพี่ตั้งเรียงราย เต้าหู้กลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง เขาหยุดเดินกะทันหันจนน้ำปั่นที่เดินตามมาเกือบชนหลัง

"มีอะไรเหรอหู้?" น้ำปั่นถาม

เต้าหู้ไม่ได้ตอบในทันที ดวงตาคู่นั้นจ้องมองไปที่บอร์ดประกาศกิจกรรมรับน้องขนาดใหญ่ แสงแดดรำไรตกกระทบที่ใบหน้าของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังยืนแจกใบปลิวอยู่ตรงนั้น เขาดูโดดเด่นท่ามกลางฝูงชน ไม่ใช่เพียงเพราะความสูงโปร่งหรือใบหน้าที่คมเข้ม แต่เป็นรังสีบางอย่างที่ดูนิ่งสงบ

เหมือนโชคชะตาเล่นตลก ชายหนุ่มคนนั้นหันมาสบตากับเต้าหู้พอดีหัวใจของเต้าหู้กระตุกวูบหนึ่งอย่างไร้สาเหตุ ความรู้สึกประหม่าที่เคยมีต่อมหาวิทยาลัยกลายเป็นความรู้สึกอุ่นวาบที่ข้างแก้ม เขาขยับแว่นสายตาด้วยความประหม่าก่อนจะรีบก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองทันที

"หู้! ไปเร็ว เพื่อนเรียกแล้ว!" ต้นข้าวตะโกนเรียกจากข้างหน้า

"อะ... อื้อ ไปเดี๋ยวนี้แหละ"เต้าหู้รีบเร่งฝีเท้าตามกลุ่มเพื่อนไป ทิ้งให้ความสงสัยเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้นในใจว่าทำไมเพียงแค่สายตาคู่หนึ่ง ถึงทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบเงียบเสียงลงได้ชั่วขณะ

หลังจากผ่านช่วงเวลาวุ่นวายของการปฐมนิเทศและลงทะเบียนเรียนเสร็จสิ้น ทั้งห้าคนก็มานั่งแหมะอยู่บนม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างตึกคณะ ลมพัดโชยมาอ่อน ๆ พอให้คลายความเหนอะหนะจากไอแดด

"วิชาแรกของพรุ่งนี้... บัญชีเบื้องต้นใครอย่าสายนะ" ต้นข้าวเตือนเสียงเข้มพลางขีดฆ่าสิ่งที่ต้องทำในสมุดจด

"รับทราบค่ะคุณแม่" บันนี่รับคำเสียงอ่อย

"แต่ตอนนี้ขอสารภาพตามตรงว่า... หิวจนจะกินช้างได้ทั้งตัวแล้วนะ"

"งั้นไปหาอะไรกินแถวหน้ามอไหม เห็นรุ่นพี่บอกว่ามีร้านลับรสเด็ดเพียบ" โรสเสนอไอเดีย ซึ่งทุกคนเห็นดีเห็นงามด้วยทันที

ขณะที่กลุ่มเพื่อนกำลังลุกขึ้นเตรียมตัวเคลื่อนย้าย เต้าหู้กลับเหลือบไปเห็นใบปลิวสีฟ้าสดใสที่ร่วงอยู่ข้างม้านั่ง เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาดู ข้อความในนั้นเขียนว่า "ชมรมดนตรีสากลเปิดรับสมาชิกใหม่" ในมุมเล็ก ๆ ของใบปลิว มีลายเซ็นลายมือขยุกขยิกที่อ่านได้ใจความว่า

'แล้วพบกันที่ห้องกิจกรรมชั้น 4'

เต้าหู้พับใบปลิวนั้นใส่กระเป๋ากางเกงอย่างเงียบเชียบ เขารู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่คนกล้าแสดงออก และการเรียนบัญชีก็ดูจะห่างไกลจากเสียงดนตรีอยู่มาก แต่ความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กลับกระตุ้นให้เขาอยากลองทำอะไรที่นอกเหนือจากกรอบเดิม ๆ ดูบ้าง

"หู้ มัวแต่เหม่ออะไร ไปเร็ว!" น้ำปั่นกวักมือเรียก

"อื้อ ไปแล้ว ๆ"เขายิ้มให้เพื่อน ๆ พลางก้าวเดินออกจากเขตรั้วคณะไปพร้อมกับมิตรภาพที่คุ้นเคย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞

    ตอนที่ 10 บนรถ 🔥🔞แสงแดดอ่อนในยามเช้าทอแสงลงมายังกลุ่มนักศึกษาที่นั่งล้อมวงหัวเราะร่าริมระเบียงคณะ เต้าหู้พยายามปั้นหน้ายิ้ม แสร้งหัวเราะไปกับมุกตลกของเพื่อนเรื่องอาจารย์ประจำวิชา ทว่าในใจกลับว้าวุ่นกระวนกระวายจนต้องแกล้งเอ่ยถามออกไปอย่างหยั่งเชิง“สมมุตินะเว้ย... ถ้ามีคนตามตื๊อเราไม่เลิกแบบคุกคามนิด ๆ พวกมึงจะมีวิธีปฏิเสธยังไงให้เด็ดขาดบ้างวะ?”“หือ? ถามแบบนี้แสดงว่ามีแฟนแล้วใช่ไหม หรือมีหนุ่มที่ไหนมาตามจีบกันแน่บอกมาซะดี ๆ” เพื่อนคนหนึ่งหันมาแซวทันควันพร้อมสายตาจับผิด“ไม่มี๊! จะไปมีได้ยังไงเล่า!” เต้าหู้รีบปฏิเสธเสียงสูงจนผิดปกติ ใบหน้าเนียนขึ้นสีระเรื่ออย่างห้ามไม่ได้ ท่าทางลุกลี้ลุกลนนั้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่จากเพื่อนในกลุ่มที่พากันล้อเลียนอย่างสนุกสนานเมื่อเข็มนาฬิกาเดินมาถึงเวลาเลิกเรียน ทั้งห้าคนเดินลงมาจากอาคารเรียนเตรียมจะแยกย้าย เดิมทีกลุ่มเพื่อนอาสาจะไปส่งเต้าหู้ที่บ้านจู่ ๆ ทุกคนกลับมีธุระด่วนกะทันหันอย่างน่าประหลาด จนสุดท้ายเต้าหู้จึงต้องเดินปลีกตัวออกมาเพียงลำพังเพื่อมุ่งหน้าไปยังจุดจอดรถทว่าที่ตรงนั้น... รถ SUV คันหรูสีดำขลับที่แสนคุ้นตาจอดนิ่งสนิทอยู่ก่อนแล้ว

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 9 มารับ

    ตอนที่ 9 มารับหลังแผ่นหลังบอบบางของเต้าหู้ที่เพิ่งลับสายตาไปคือสิ่งสุดท้ายที่หล่อเลี้ยงความเป็นมนุษย์ในตัวเขาไว้ เมื่อไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก จิตวิญญาณส่วนที่ดำมืดที่สุดก็ตื่นขึ้นมาแทนที่เขาก้าวฉับๆ เข้าไปในโซนวีไอพีชั้นใต้ดินที่แสงไฟสลัวราง กลิ่นอับชื้นและกลิ่นคาว เริ่มแตะจมูก ลูกน้องสองคนที่ยืนคุมอยู่หน้าประตูเหล็กบานหนาต่างรีบก้มหัวต่ำจนคางชิดอก ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาจากร่างสูง“มันยังเหลือลิ้นไว้พูดไหม?”คณินถามเสียงเรียบแต่น่าขนลุก มือหนาถอดเสื้อสูทราคาแพงส่งให้ลูกน้องพลางพับแขนเสื้อเชิ้ตสีขาวขึ้นอย่างใจเย็น เผยให้เห็นเส้นเลือดที่ปูดนูนตามลำแขนแกร่ง เมื่อประตูเหล็กถูกผลักออก กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งก็พุ่งเข้าปะทะใบหน้าทันทีใจกลางห้องที่มีเพียงหลอดไฟดวงเดียวสั่นไหว ร่างของชายผู้โชคร้ายถูกตรึงอยู่กับเก้าอี้เหล็ก สภาพสะบักสะบอมจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ คณินเดินเข้าไปหยุดตรงหน้า หยิบมีดพกใบสั้นที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องมือขึ้นมาหมุนเล่น แสงไฟสะท้อนคมมีดเข้ากับนัยน์ตาคมกริบที่บัดนี้ไร้แววของ "พี่คณิน" ผู้แสนใจดีโดยสิ้นเชิง“กูเลี้ยงทำไมมึงถึงจำไ

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 8 เจรจา

    ตอนที่ 8 เจรจาเต้าหู้ไม่รอช้า เขาพุ่งตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานตัวกว้าง แววตากลมโตสั่นระริกไปด้วยความโกรธจัดก่อนจะแผดเสียงใส่ด้วยความเหลืออดให้กับคนตรงหน้านี้“เฮียต้องการอะไรจากผมกันแน่! ตามไปเฝ้าที่มหาลัย ตามเหมาน้ำเต้าหู้ที่บ้านทุกวันแบบนี้เพื่ออะไรครับ!”คณินปรายตามองใบหน้าหวานที่กำลังแดงก่ำด้วยแรงอารมณ์ เขาสูบบุหรี่เข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะดับมันลงในถาดเขี่ยบุหรี่อย่างใจเย็น กิริยาทุกอย่างราบเรียบจนน่าโมโหก่อนที่เขาจะเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่ชัดเจนทุกถ้อยคำ“ก็ไปเฝ้าเมีย”คำตอบสั้น ๆ นั้นเปรียบเสมือนค้อนปอนด์มหึมาที่เหวี่ยงเข้าใส่กลางอกจนเต้าหู้รู้สึกเหมือนลมหายใจสะดุดกึก เขาชะงักไปชั่วครู่ด้วยความอึ้ง ก่อนจะเรียกสติแล้วแผดเสียงกลับไปอย่างเดือดดาลยิ่งกว่าเดิม“เรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเฮีย! ผมไม่ใช่เมียเฮีย!”“ทำไมหนูจะไม่ใช่...” คณินเอียงคอเล็กน้อย แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กหนุ่มด้วยท่าทางกวนประสาทอย่างถึงที่สุด “ในเมื่อเราได้เสียกันแล้ว จะให้เฮียเรียกหนูว่าอะไร? หรืออยากให้เร

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 7 เฝ้าเมีย

    ตอนที่ 7 เฝ้าเมียแสงแดดจัดจ้าในยามบ่ายค่อย ๆ ผ่อนแรงลง ทิ้งไว้เพียงไออุ่นรำไรที่ลอดผ่านพุ่มใบของต้นไม้ใหญ่ริมทาง รถยนต์คันหรูสีดำขลับที่จอดสนิทอยู่ริมฟุตบาทดูโดดเด่นและเคร่งขรึม ภายในห้องโดยสารที่ถูกปรับอุณหภูมิไว้จนเย็นฉ่ำ คณินนั่งพิงพนักเบาะด้วยท่วงท่าสง่างาม นัยน์ตาคมเข้มภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังแผ่นหลังบางที่เพิ่งเดินหายเข้าไปในร้านเค้กเล็กๆ ข้างมหาวิทยาลัยอย่างไม่วางตาเขาลอบถอนหายใจออกมาแผ่วเบา คล้ายกำลังชั่งใจกับความรู้สึกที่ก่อตัวขึ้นในอก ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ฝีเท้าหนักแน่นมั่นคงพาเขามุ่งตรงไปยังจุดหมายโดยไร้ซึ่งความลังเลวินาทีที่ก้าวเท้าเข้าไปภายในร้าน กลิ่นหอมหวานของแป้งและเนยสดก็โชยมาปะทะจมูก บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสดใส เต้าหู้กำลังหัวเราะต่อกระซิกกับกลุ่มเพื่อนอย่างมีความสุข มือเล็กถือช้อนคันสั้นเตรียมจะจัดการกับเค้กมะพร้าวอ่อนตรงหน้า ทว่าเสียงกระดิ่งที่ประตูร้านกลับดึงความสนใจให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมองและในจังหวะนั้นเอง... โลกทั้งใบของเต้าหู้ก็เหมือนจะหยุดหมุน ร่างสูงสง่าในชุดสูทสีดำสนิทที่แสนคุ้นตา

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้

    ตอนที่ 6 เหมาน้ำเต้าหู้ แสงแดดอ่อนละมุนยามเช้าทอแสงลงมากระทบกับผ้ากันเปื้อนลายดอกไม้ตัวโปรดของม๊า กลิ่นหอมละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ของน้ำเต้าหู้ต้มสดใหม่ลอยฟุ้งอบอวลไปทั่วบริเวณหน้าบ้าน ผสมผสานกับไอความร้อนจากเตาที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด เต้าหู้ในชุดเสื้อยืดตัวโคร่งกับกางเกงผ้าขายาวใส่สบาย ยืนพิงเสาไม้เก่า ๆ หน้าบ้าน สายตาเหม่อมองเตี่ยที่กำลังบรรจุบรรจงแพ็กปาท่องโก๋ใส่ถุงด้วยความคล่องแคล่วและชำนาญ ผ่านมาสามวันเต็มแล้วที่มีเรื่องแปลกประหลาดเกิดขึ้น... มีใครบางคนมาเหมาน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋จนเกลี้ยงร้านตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันสว่างดี ในคราแรกเต้าหู้ไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร หนำซ้ำยังนึกขำอยู่ในใจว่าสูตรเด็ดของที่บ้านคงจะถูกปากใครเข้าอย่างจังจนถึงขั้นต้องผูกขาดกันขนาดนี้ “เตี่ย ทำไมวันนี้เก็บร้านเร็วจังครับ?” เต้าหู้เอียงคอถามด้วยความฉงน ขณะที่ยกแก้วน้ำขึ้นดื่มดับกระหาย เตี่ยที่กำลังคลายปมผ้ากันเปื้อนถอนหายใจออกมาเบาๆ ทว่าใบหน้ากลับประดับด้วยรอยยิ้มกว้าง “มีคนมาเหมาหมดร้านอีกแล้วลูก วันนี้ก็วันที่สามเข้าไปแล้วนะ มาต

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   บทที่ 5 ตามสืบ

    บทที่ 5 ตามสืบท่ามกลางความเงียบสงัดของเช้าวันใหม่ มีเพียงเสียงนกกระจิบตัวน้อยที่ส่งเสียงร้องเจื้อยแจ้วอยู่ริมหน้าต่าง แสงแดดอ่อนรำไรทอแสงผ่านม่านสีขาวสะอาดตกลงบนผ้าห่มผืนหนา ร่างเล็กที่ซุกตัวอยู่ใต้กองผ้าขยับกายอย่างเชื่องช้า ความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตาค่อย ๆ จางหายไปก่อนที่ดวงตากลมโตจะเปิดขึ้นมองโลกอีกครั้งเต้าหู้ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรู้สึกมึนงงที่ยังตกค้างอยู่ในศีรษะ สมองของเขาทำงานช้าลงคล้ายกับคนเพิ่งฟื้นจากความฝันอันยาวนาน เขากวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความฉงน ห้องกว้างขวางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบหรูดูราคาแพงแต่กลับให้ความรู้สึกแปลกถิ่นและเย็นเยียบอย่างประหลาดทันใดนั้นเอง ความทรงจำที่ขาดช่วงไปเมื่อคืนก็พุ่งวาบเข้ามาในหัว เสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง กลิ่นแอลกอฮอล์ที่ชวนคลื่นไส้ สัมผัสอุ่นร้อนของใครบางคนที่โอบประคองเขาไว้ในห้องน้ำ และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่ลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นบนเตียงหลังนี้เต้าหู้สะดุ้งสุดตัว หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เขารีบหันมองข้างกายด้วยความตื่นตระหนก และต้องหน้าร้อนผ่าวจนลามไปถึงใบหู เมื่อพบว่าชายหนุ่มเจ้าของห้องยั

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 3 รับน้อง

    ตอนที่ 3 รับน้องเหตุการณ์ของคืนที่วุ่นวายใน “Neon Reverie” ยังไม่ทันจางหายไปจากความทรงจำ แต่ความจริงของชีวิตนักศึกษาก็หมุนวนกลับมาอีกครั้ง บรรยากาศภายในห้องเรียนช่วงบ่ายที่ควรจะเงียบสงบ กลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นกระวนกระวาย เมื่อกลุ่มรุ่นพี่ก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่เดาใจยาก"เย็นนี้รวมตัว! เรามีน

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   ตอนที่ 2 ไปฉลองกัน

    ตอนที่ 2 ไปฉลองกันหลังจากเสร็จสิ้นความวุ่นวายในวันแรกของการลงทะเบียนเรียน เต้าหู้เดินออกจากตึกคณะพร้อมกระเป๋าเป้ใบเก่งที่อัดแน่นไปด้วยเอกสารรับน้องใหม่ แม้จะเหนื่อยล้าจนอยากทิ้งตัวลงนอน แต่หัวใจกลับเบาสบายขึ้นเมื่อก้าวผ่านวันแรกมาได้สำเร็จ“เฮ้ย! ไปฉลองกันหน่อยไหม วันนี้รอดมาได้ก็ถือว่าเก่งมากแล้ว

  • หัวใจเฮียขอล็อกไว้ให้แค่หนู   “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”

    “แวะมาทำความรู้จักกันก่อนนะครับ”สถานที่ในเรื่องย่านสถานบันเทิงและคลับหรูในกรุงเทพฯสถานที่ในเรื่องนี้ถูกเซตขึ้นเพื่อดึงบรรยากาศความหรูหรา แสงสีเสียง และความลึกลับของยามค่ำคืนมาเป็นฉากหลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายความวุ่นวายในรั้วมหาวิทยาลัย ทั้งนี้เหตุการณ์และบริบทต่างๆ ภายในเรื่องถูกสร้างสรรค์ขึ้นจากจ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status