Masuk"รับไปสิ"
"ค่ะ" เม็ดพลอยรับซองถุงยางป้องกันไปมือไม้สั่น เธอไม่จำเป็นต้องกังวลว่าเธอจะทำหน้าตายังไง เพราะชายตรงหน้าไม่มีทางที่จะเห็นเธออยู่แล้ว แต่ไม่ว่ายังไงเธอก็ยังไม่คลายความกังวลอยู่ดี
"เอ้า! สวมสิ จะชักช้าลีลาอยู่ทำไม ฉันอยากปลดปล่อยเต็มทนแล้ว หรือเธอไม่อยากให้ฉันใส่หรือไง"
"มะ…ไม่ใช่นะคะ เดี๋ยวเม็ดพลอยจะใส่เดี๋ยวนี้แหละค่ะ"
มือเล็กแกะซองถุงยางมือไม้สั่น แล้วที่ต้องใช้ปากสวมเข้าไป เธอจะต้องทำยังไงบ้างยังไม่รู้เลย
"ช้าจังล่ะ อย่าบอกนะว่าทำไม่เป็น"
"เป็นค่ะ"
"แค่เอาถุงยางใส่ แล้วใช้ปากรูดลงไปมันจะยากตรงไหนกัน เอ้า เร็วเข้าสิ!"
"เข้าใจแล้วค่ะ"
มือเล็กรีบใช้ถุงยางครอบที่ส่วนหัว ก่อนจะค่อย ๆ ใช้มือรูดไปตามแก่นกายที่แข็งชันอยู่ตรงหน้า
สีหน้าของคนตัวเล็กดูกังวลเล็กน้อย กังวลว่าเธอจะทำได้ไม่พอใจเขา กังวลว่าเธอจะทำได้ไม่ดีพอ
สองมือเล็กกอบกำที่แก่นกายใหญ่ พยายามบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่น
"ไม่รู้จะสั่นอะไรนักหนา เมื่อคืนยังไม่ชินอีกหรือไง แบบนี้คงต้องทำบ่อย ๆ สินะ เพราะฉันไม่ชอบผู้หญิงที่ไม่ประสีประสาด้วยสิ ถ้าเธอไม่อยากให้ฉันเบื่อจนต้องเฉดหัวไล่ออกไปจากบ้านหลังนี้ซะก่อน เธอก็ต้องรีบช่ำชองให้เร็วด้วยล่ะ เพราะมันน่ารำคาญมาก สำหรับคนที่ทำอะไรไม่เป็นแบบเธอ"
"ต่อไปจะไม่ให้เป็นแบบนี้แล้วค่ะ คะ…คุณธาม!" ร่างเล็กถูกคนตัวสูงพลิกตัวนอนคว่ำหน้าก่อนจะถูกกดลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างรวดเร็ว
"อ๊ะ! จะ…เจ็บ!"
"อย่าสำออยน่า เธอไม่ใช่สาวบริสุทธิ์แล้วยังจะเจ็บทำไมอีก รีบ ๆ ชินกับขนาดของฉันได้แล้ว เร็วสิ! สะโพกเธอน่ะ ร่อนเข้าสิ"
มือใหญ่กดศีรษะเธอแนบกับหมอน แล้วบังคับให้คนตัวเล็กขยับสะโพกเข้าใส่เขา แต่เนื่องจากเขาไม่ได้เล้าโลมอะไรเธอเลย จึงทำให้เธอเจ็บมากกว่ารู้สึกดีที่โดนแก่นกายกระแทกเข้าไปทั้งแบบนั้น
"ขยับเข้าสิ จะนอนนิ่งทำไม! อย่าทำให้ฉันต้องหงุดหงิดไปมากกว่านี้"
"อ๊ะ! อื้อ!" สะโพกขาวเนียนเคลื่อนไหวช้า ๆ เธอยังรู้สึกเจ็บเพราะมันยังขยับยากเกินไป แล้วคนตัวสูงก็แสนเอาแต่ใจ อยากจะใส่ตอนไหนก็ใส่โดยไม่สนใจว่าเธอพร้อมหรือเปล่าด้วยซ้ำ
เพี๊ยะ!
"อ๊ะ!" ฝ่ามือหนาฟาดไปที่สะโพกขาวเนียนเต็มแรง เพราะขยับไม่ได้ดั่งใจเขา
"โยกเข้าสิ จะทำตัวแข็งทื่อเป็นตอไม้อยู่อีกนานไหม"
"มันขยับยากค่ะคุณธาม เม็ดพลอยเจ็บ"
"โถ่เอ๊ย! หงุดหงิดแต่เช้าอีกละ จะมีครั้งไหนบ้างที่ไม่ทำให้ฉันหมดอารมณ์น่ะ"
ปึก!
"กรี๊ด!" มือหนาพลิกตัวร่างบางให้นอนหงายก่อนจะกระแทกแก่นกายโดยไม่รีรอ
"จะ…เจ็บค่ะคุณธาม"
"แค่นี้อย่าสำออย! เตรียมใจไว้ด้วยว่าเธอน่ะจะต้องโดนฉันเอาทุกวัน ให้สมกับที่ฉันต้องแลกกับการหมดอิสรภาพ ให้สมกับเงินสามสิบล้านที่แม่หน้าเงินของเธอเอาไปไง แล้วฉันก็ว่างทั้งวันทั้งคืน ถึงแม้ฉันจะต้องหลับหูหลับตาเอาเธอ แต่มันก็แก้ขัดได้ดีเหมือนกัน"
"อื้อ...อ๊ะ! อ๊ะ!" มือเล็กได้แต่จับไหล่แกร่งเพื่อหาที่พยุง ถึงภายในตัวเธอจะเริ่มปรับตัวเข้ากับขนาดของแก่นกายใหญ่ได้บ้างแล้ว แต่ความรุนแรงที่ถาโถมใส่อย่างไม่ปรานี ก็ยังทำให้เธอเจ็บแสบอยู่มากทีเดียว
เสียงเล็กครางกระเส่าปนเสียงเหนื่อยหอบ เมื่อร่างสูงก่นกระแทกเอวสอบเข้าออกอย่างไม่ออมแรง มือหนาจับเข่าเล็กทั้งสองข้างแล้วกางออกกว้าง ก่อนจะโน้มลำตัวหนาเข้าแนบชิด จนทำให้แก่นกายกระแทกลึกเข้าไปมากกว่าเดิม
"อ๊ะ! จะ…จุก อื้อ...มะ…ไม่ไหวแล้ว"
เสียงแหลมเล็กครวญครางออกมาอย่างกระท่อนกระแท่น ความรู้สึกทั้งวาบหวามใจและเหนื่อยหอบปนกันจนแยกออกไม่ได้ คนตัวสูงไม่เว้นจังหวะให้เธอได้พักแม้แต่วินาทีเดียว เขาเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาก่นกระแทกอย่างเต็มที่เพื่อปลดปล่อยอารมณ์ดิบของตัวเองเพียงแค่นั้น
ไม่มีความอ่อนโยน ไม่ทะนุถนอมเรือนร่างเธอเลยสักนิด ทุกการสัมผัสที่หยาบโลนของเขาที่แตะเนื้อต้องตัวเธอแต่ละทีไม่มีการออมแรง มือใหญ่ที่คอยสัมผัสเธอไปทุกสัดส่วนตามร่างกายไม่มีความยั้งมือ จนทำให้เธอรู้สึกสะดุ้งและเจ็บแปลบแทบทุกครั้ง
แม้ว่าเนื้อตัวจะเขียวช้ำ แม้ว่าจะเจ็บปวดมากแค่ไหน แต่เธอก็ได้แต่กักเก็บความรู้สึกที่แสนเจ็บปวดและทรมานไว้ในใจ เพราะคนตรงหน้าคงไม่เห็นอะไรบนเรือนร่างของเธออยู่แล้ว แม้หลายจุดที่เขาสัมผัสเมื่อคืนจะยังฝากรอยช้ำไว้บนตัวเธอมากมายไปหมด เมื่อโดนสัมผัสรอยเก่าซ้ำ ๆ ก็ทำให้เธอสะดุ้งเพราะความเจ็บปวดอยู่เหมือนกัน
"ดี! ก็ฉันต้องการให้เป็นแบบนั้น ฉันต้องการให้เธอเจ็บและทรมาน คิดว่าฉันจะพิสวาสเธอหรือไง? คิดว่าฉันจะต้องอ่อนโยนกับคนอย่างเธอสินะ หึ! ฝันไปเถอะ อย่างเธอต้องเป็นที่รองรับอารมณ์และรองมือรองเท้าของฉันแค่นั้นแหละ ผู้หญิงหน้าเงินแบบครอบครัวเธอคิดว่าฉันอยากจะเอามาทำพันธุ์นักหรือไง แค่ลดตัวเข้าไปเกลือกกลั้วด้วยก็ดีแค่ไหนแล้ว"
เม็ดพลอยหันหน้าไปด้านข้างเพื่อแอบร้องไห้ ร่างกายสาวขยับไปตามแรงกระแทกของคนตัวใหญ่ที่เอาแต่ตักตวงความต้องการอยู่แบบนั้น ได้แต่นึกเสียใจกับคำพูดที่ไร้ความรู้สึกของเขา ถึงแม้เธอจะพยายามไม่ใส่ใจในคำพูดนั้น แต่ตอนนี้คนตรงหน้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสามีของเธอ ถ้าจะให้เธอรู้สึกเฉย ๆ กับคำพูดที่เสียดแทงหัวใจก็คงไม่ได้
ถึงแม้จะไม่ได้เกิดจากความรัก แต่เธอก็จะทำหน้าที่ภรรยาให้ดีที่สุด ถึงแม้ว่าในความฝันสูงสุดของผู้หญิงทุกคนคือการได้สวมชุดแต่งงานสีขาวบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าเธออาจจะไม่มีโอกาสได้ทำแบบนั้นสักครั้งในชีวิตก็ตาม แต่เธอก็ตั้งใจและคิดตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาที่บ้านหรูแห่งนี้แล้ว ว่าเธอจะซื่อสัตย์ภักดีและดูแลสามีแปลกหน้าคนนี้ให้ดีที่สุด
"อึก! อื้อ..." เรือนร่างสมบูรณ์แบบยังไม่หยุดการเคลื่อนไหว แม้ว่าเธอจะเสร็จสมไปไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง ริมฝีปากอุ่นร้อนก็โน้มใบหน้าเข้ามาประกบจูบเธออย่างดูดดื่ม ที่ผ่านมาเธอเข้าใจมาตลอดว่าการจูบกันคือการแสดงความรักของคู่รัก แต่เขาบอกว่าเกลียดเธอ
มันก็ทำให้เธออดคิดขึ้นมาแวบหนึ่งไม่ได้ว่า การกระทำของเขาที่ปฏิบัติกับเธอมันเหมือนการแสดงออกถึงความรักหรือเปล่า ไม่ว่าจะเป็นจูบที่แสนเร่าร้อนและวาบหวามที่เขาปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นคนรัก จูบของเขาที่ทำให้อารมณ์ของเธอจมดิ่งไปกับความเสน่หาที่เขามอบให้ ลิ้นหนาของเขาที่ม้วนวนพัวพันและหยอกเอินรอบลิ้นเล็กของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า
ความรู้สึกเหล่านั้นมันทำให้เธอเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไป ความรู้สึกที่แสนวิเศษราวกับหัวใจของเธอจะระเบิดออกมาด้วยความสุข เธอชอบเวลาที่เขาจูบ เพราะมันเหมือนเธอกับเขากำลังส่งมอบความรู้สึกดี ๆ ให้แก่กัน แต่นั่นมันก็มีแต่เธอที่คิดไปเองทั้งนั้น เพราะคำพูดของเขาเมื่อสักครู่มันก็ได้บอกไปหมดทุกอย่างแล้ว
เพียงเพราะเธอไม่เคยมีความรักแบบชายหญิงมาก่อน ก็เลยทำให้เธอรู้สึกหวั่นไหวไปกับสามีตาบอดของเธอก็ได้ เม็ดพลอยหลับตาลงเพื่อให้น้ำตาแห่งความเสียใจไหลออกมาให้หมด เธอจะต้องอดทนเท่านั้น เพราะเธอยังคงต้องเจอกับบททดสอบอะไรอีกมากมายในบ้านหลังนี้แน่ ๆ และเพื่อบ้านที่เป็นสมบัติต่างหน้าชิ้นสุดท้ายที่บิดาของเธอเหลือไว้ให้
เธอไม่รู้เลยว่าตัวเองเสร็จสมไปกี่ครั้ง แต่กว่าคนตัวสูงจะตักตวงความต้องการจากเรือนร่างของเธอจนพอใจ เม็ดพลอยก็ล้าระบมไปทั่วทั้งตัว
เขาถอนแก่นกายออกจากตัวเธอ ก่อนจะดึงถุงยางป้องกันออกมาโยนทิ้ง บนเตียงที่เต็มไปด้วยถุงยางป้องกันที่ใช้แล้ว เม็ดพลอยก็พยุงร่างกายของตัวเองเพื่อลุกออกจากเตียง ก่อนจะเก็บซองถุงยางป้องกันที่เกลื่อนกลาดทั่วเตียงเพื่อเอาไปทิ้ง
"วันนี้ถ้าออกไปจากห้องนี้แล้วก็ไม่ต้องกลับเข้ามาในนี้จนกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นด้วย เข้าใจไหม! ฉันอยากอยู่คนเดียว"
"เข้าใจแล้วค่ะคุณธาม ให้แม่บ้านเข็นอาหารเย็นมาให้ก่อนใช่ไหมคะ เม็ดพลอยถึงจะเข้ามาที่ห้องนี้ได้"
"ก็ตามนั้นแหละ จะไปไหนก็ไปเลยไป"
"ค่ะ" เม็ดพลอยรับคำก่อนจะพยุงร่างกายของตัวเองไปที่ห้องน้ำ ความจริงเธออยากจะนอนพักให้หายจากอาการเหนื่อยล้าด้วยซ้ำ แต่ก็คงจะทำแบบนั้นไม่ได้ จึงได้แต่ถอนใจและบอกให้ตัวเองอดทนเพียงแค่นั้น
"สวัสดีค่ะบอส สวัสดีค่ะคุณเม็ดพลอย" พนักงานในโรงแรมต่างก็พากันทักทายธามไทกับเม็ดพลอยเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นเจ้าของโรงแรมเดินเข้ามาในตัวอาคาร ส่วนเม็ดพลอยก็เกร็งเล็กน้อย เพราะวันนี้ถูกสามีสั่งแกมบังคับให้มาที่โรงแรมด้วย แถมวันนี้เธอก็ไม่มีสอนพิเศษก็เลยขัดเขาไม่ได้พอเข้ามาถึงห้องทำงาน เม็ดพลอยก็ถอนหายใจทันที เพราะเธอยังไม่ชินกับสายตาที่โดนจับจ้องตลอดเวลาแบบนั้น แถมทุกคนยังมองมาที่เธอกับสามีเป็นทางเดียวกัน"นี่ไง พี่ถึงบอกให้มากับพี่บ่อย ๆ หนูจะได้ชินไงครับ มาช่วงที่ทิชาไปเรียนก็ได้ ไม่จำเป็นต้องมาตลอดหรอก""นี่หนูต้องมาอีกกี่รอบคะถึงจะชินน่ะ แล้วเดี๋ยวสัปดาห์หน้าต้องไปงานเลี้ยงกับพี่อีก หนูจะไหวไหมนะพี่ธาม""พี่ไม่อยากฝืนใจนะ แต่พี่บังคับเลยล่ะเพราะพี่ไม่ยอมนะถ้าหนูไม่ไปด้วยเนี่ย มีเมียก็ต้องเอาเมียไปอวดสิครับ ยิ่งมีเมียน่ารัก ๆ แบบนี้ต้องทำให้คนอื่นอิจฉา""พี่ธามล่ะก็ ว่าแต่ช่วงบ่ายพี่ธามมีแพลนจะไปทานข้าวที่ไหนหรือเปล่าคะ""ไม่มีแพลนหรอก ว่าแต่ทำไมหรือครับ หรือว่าหนูอยากทานที่ไหนก็บอกพี่ได้นะ พี่ไปได้หมด""พอดีว่ามีร้านแถว ๆ โรงแรมของเราที่เคยเป็นร้านประจำของหนูกับน้ำตาลน่ะค่ะ หนูไม่ได้
เป็นครั้งแรกที่เธอได้เดินทางออกนอกประเทศแบบนี้ เนื่องจากสามีของเธอมีแพลนจะพักร้อนกะทันหัน พอหลังจากที่เปิดตัวเธอให้กับทุกคนได้รู้จักว่าเธอคือภรรยาของเขาไปได้ไม่ถึงสองสัปดาห์ เขาก็บอกว่าอยากจะพักร้อนแล้วพาครอบครัวไปเที่ยว ในทริปนี้เหมือนเป็นทริปครอบครัว เพราะมีทั้งบิดามารดาของเขา พี่ชายของเขา น้ำตาลเพื่อนสาวของเธอ ไทก้าและลูกสาวของเธอด้วยวันนี้ก็เข้าสู่วันที่สองของการมาเที่ยวที่ประเทศเวเนซุเอลา โดยได้จองที่พักในรัฐโบลิวาร์ ที่ใกล้กับน้ำตกเอนเจลที่จะไปกัน ทุกคนต่างก็เตรียมตัวเพื่อจะได้ไปชมน้ำตกที่สูงที่สุดในโลกที่มีความสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตร"โอ้โห...สูงมากเลยครับแด๊ด น้ำตกมันอยู่สูงจนดูเหมือนเป็นก้อนเมฆเลยนะครับ" ทุกคนนั่งอยู่บนเรือของทางอุทยานที่มีบริการพาพายเรือไปตามแม่น้ำ เพื่อไปชมบริเวณฐานของน้ำตกเอนเจล พอมาถึงฐานน้ำตก พนักงานก็หยุดเรือไว้ตรงนั้นเพื่อให้นักท่องได้ชมความงามของน้ำตกที่นี่"ใช่แล้วไทก้า เพราะน้ำตกที่นี่มันสูงมากยังไงล่ะ สูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเลยนะ ก็ไม่แปลกที่หลานจะเห็นเป็นหมอก เพราะน้ำตกมันอยู่สูงมาก น้ำจากข้างบนที่ไหลลงมาจึงไม่ตกถึงพื้นหรือฐานที่เราอยู่ตรงนี้ เพราะน้
งานจัดเลี้ยงพนักงานในโรงแรมทั้งหมดหลายร้อยชีวิต ต่างก็พากันแต่งตัวจัดเต็มเพื่อฉลองส่งท้ายปีล่วงหน้า ธามไทปิดโรงแรมหนึ่งวันแล้วเลี้ยงพนักงานทุกคนอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ของว่าง เครื่องดื่มต่าง ๆ ก็จ้างเหมาจากร้านอาหารบุฟเฟต์ชื่อดังระดับประเทศมาเพื่อเลี้ยงต้อนรับพนักงานทุกคนที่ได้ทำงานกันมาอย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งปีโดยทุ่มทุนไม่อั้น"งานเลี้ยงพนักงานของนายแต่ชวนพวกฉันมาด้วยนี่จะดีจริงหรือวะไอ้ธาม แบบนี้พวกฉันก็เหมือนคนนอกเลยนะ""อะไรกัน พวกนายหน้าบางด้วยหรือไง แล้วเพื่อนชวนจะกล้าปฏิเสธหรือวะ""ถ้าปฏิเสธแล้วฉันจะมายืนอยู่ที่นี่ไหม""แล้วนี่แฟน ๆ ของพวกนายไปไหนกันล่ะ""ก็นายเล่นนัดพวกฉันกะทันหันแบบนี้ แฟนพวกฉันจะว่างได้ยังไงวะ เล่นมาบอกเอาวันสุดท้ายก่อนจัดงานแบบนี้ พวกฉันมาได้ก็บุญแล้วว่ะ""ใช่ แล้วอีกอย่างนะ แกก็รู้ว่าผู้หญิงน่ะเรื่องมากจะตาย อย่างน้อยก็ต้องมีเวลาตัดชุดก่อนสักสามสี่วันน่ะ ให้ไปแบบเร่งรีบแบบนี้ไม่มีใครมากันหรอก""ทำไมไม่เหมือนเมียของฉันเลยวะ กินง่ายอยู่ง่าย เสื้อผ้าอะไรก็ใส่ได้หมด อย่าเหมารวมว่าผู้หญิงทุกคนจะเป็นแบบแฟนพวกแกนะโว้ย เมียของฉันน่ะไม่ใช่แบบนั้นเลยสักนิ
"นั่งเหม่ออะไรอยู่คนเดียวล่ะครับเมียพี่" ธามไทเข้าไปสวมกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง ที่ยืนมองไปยังสวนดอกไม้หน้าบ้านบนชั้นสองด้วยท่าทีเหม่อลอย"หนูคิดถึงทิชาจังเลยค่ะ ไปอยู่ที่บ้านคุณย่าตั้งสัปดาห์หนึ่งแล้ว เมื่อไหร่จะกลับมาก็ไม่รู้นะคะ""คงจะติดไทก้าตามเคยนั่นแหละ เห็นว่าไปวิ่งเล่นที่สนามเทนนิสทุกวันเลยล่ะ""แปลกนะคะที่ทิชาชอบเล่นเทนนิสมาก ชอบมาตั้งแต่จำความได้เลยมั้งคะ พอพาไปเดินร้านของเล่นก็คว้าแต่ลูกเทนนิสมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว จนถึงตอนที่พี่ธามเกิดอุบัติเหตุก็หยุดเล่นไปพักใหญ่ แต่ก็ดีแล้วล่ะค่ะที่กลับมาเล่นอีกครั้ง""พี่ว่าทิชาคงจะอยู่ที่บ้านคุณแม่พี่อีกนานแน่เลยล่ะ เพราะบ้านเราไม่มีสนามเทนนิสเหมือนที่บ้านโน้นด้วย""ก็พี่ธีร์เล่นลงทุนสร้างสนามเทนนิสให้ไทก้าขนาดนี้ ทุกคนดูจะถูกตามใจกันมากเลยนะคะเนี่ย ทั้งพี่ธีร์และก็พี่ธามด้วย คุณพ่อคุณแม่คงไม่มีใครกล้าขัดใจเลยใช่ไหมคะ""เจ้าไทก้าน่ะดูเหมือนจะนิสัยแย่มากนะ เพราะพี่กับพี่ธีร์ถึงจะโดนตามใจแต่ก็ไม่ได้พูดจาขวานผ่าซากแบบนั้น ดีนะที่โดนหนูปราบนิสัยได้จนอยู่หมัดตั้งแต่เด็ก เจ้าไทก้าจึงเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เดี๋ยวนี้กลายเป็นเด็กพูดเพราะสุภาพเรีย
"เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าอาหารนี้ลูกก็ลงมือทำเองเลยเหรอ""ใช่ครับคุณแม่""นี่ลูกฝึกทำอาหารตั้งแต่เมื่อไหร่""ก็ตั้งแต่ที่ผมเริ่มหายจากอุบัติเหตุนั่นแหละครับ ผมแค่อยากจะทำทุกอย่างด้วยตัวเองเพื่อคนที่ผมรัก ผมก็เลยให้แม่บ้านช่วยสอนทำช่วงที่เม็ดพลอยออกไปสอนพิเศษข้างนอก ฝีมือก็ยังไม่เข้าขั้นหรอกนะครับแต่ผมก็ค่อย ๆ ฝึกทำจนเริ่มชำนาญแล้วล่ะครับ""นอกจากทำอาหารจัดโต๊ะอาหารแล้วยังทำอะไรอีกหรือเปล่าเนี่ย แม่ว่ามันหักโหมมากเกินไปไหม""ผมก็ทำแค่นี้แหละครับ" ธามไทโกหกมารดาไปเพราะกลัวว่าท่านจะเป็นห่วง "ส่วนที่เหลือก็เป็นงานของแม่บ้านครับ ผมก็ทำบางอย่างเท่าที่ผมอยากจะทำ แต่ผมก็ไม่ได้ทำทุกวันหรอกเพราะว่าวันไหนที่งานยุ่ง เม็ดพลอยก็เป็นคนทำเองครับ""อันนี้ก็เป็นฝีมือของพี่ธามนะคะ คุณแม่ลองทานดูค่ะ"บนโต๊ะอาหารที่บรรยากาศอึมครึมก่อนหน้านี้กลับคุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายของความอบอุ่นและความสุข เม็ดพลอยได้กลับมายิ้มอย่างเต็มที่อีกครั้งหลังจากที่เธอเครียดมานานเหลือเกิน กังวลมาตลอดว่าเธอจะสามารถเข้ากับมารดาของสามีได้หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ทุกอย่างก็ลงตัวลง ใบหน้าใสก็ยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ เป็นยิ้มแรกในรอบหลายปีที่เธอไม่
...หนึ่งปีก่อน..."พี่ธามคะ ที่พี่ธามบอกว่าคุณแม่จะมาทานอาหารที่บ้านของเรา เอ่อ...พรุ่งนี้แล้วนี่คะ ถึงจะเคยเจอหน้ากันตอนที่พี่ธามอยู่โรงพยาบาลก็เถอะ แต่หนูก็ยังไม่เคยได้คุยกันแบบเป็นทางการสักที แล้วหนูต้องทำยังไงบ้างคะ""ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรนี่ครับ ก็ทำตัวตามปกตินั่นแหละ""ตามปกตินี่ยังไงคะ คุณแม่ของพี่เคยเกลียดหนูมากเลยนะ หนูไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไงเพื่อทำให้คุณแม่และครอบครัวของพี่พอใจดีค่ะ กลัวเหลือเกินว่าจะทำให้ท่านทั้งสองคนผิดหวัง""ตอนนี้มันไม่เหมือนแต่ก่อนแล้วนี่ครับ หนูไม่ต้องกังวลอะไรไปหรอก คุณแม่เข้าใจเรื่องทุกอย่างมาตั้งนานแล้วล่ะ ก็ตั้งแต่ที่พี่บอกความจริงเรื่องที่พี่มีลูกกับหนูตั้งแต่ที่หนูยังไม่ยอมรับในตัวพี่นั่นแหละ ตอนนั้นพวกเราก็ดูทิชาผ่านทางภาพถ่ายและวิดีโอมาตลอด""แต่ว่าหนู...""ไม่ต้องคิดมากนะครับคนดี คุณแม่พี่เข้าใจในตัวหนูทุกอย่างแล้วล่ะ เข้าใจว่าที่ผ่านมาหนูต้องเจอกับอะไรบ้าง ทั้งเรื่องที่แม่เลี้ยงและน้องสาวของหนูทำอะไรกับหนูไว้มากมาย แล้วก็สาเหตุที่ทำให้หนูต้องมาเจอกับครอบครัวพี่ คุณแม่ของพี่อยากจะคุยกับหนูด้วยตัวเองจริง ๆ นะครับ""แน่ใจนะคะว่าคุณแม่ของพี่จะไม่
...หนึ่งปีผ่านไป...เม็ดพลอยมองดูรูปถ่ายที่แขวนอยู่บนผนังของบ้านขนาดใหญ่ เป็นรูปถ่ายที่เธอกับสามีถ่ายรูปพร้อมแหวนแต่งงานวงแรก โดยด้านหลังของทั้งสองคนเป็นภาพน้ำตกสูงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกในประเทศเวเนซุเอลา ที่เมื่อหนึ่งปีที่แล้วทั้งสองคนได้พาครอบครัวไปเที่ยวกัน ธามไทก็เซอร์ไพรส์เธอโดยการขอแต่งง
"เอ๊ะ! คุณธามจะไปพักร้อนหรือคะ""ใช่ แล้วฉันก็ให้เลขาจองไฟล์บินและที่พักให้แล้วล่ะ ไปกันทั้งครอบครัวนี่แหละ""ทั้งครอบครัว? หมายถึงคุณพ่อคุณแม่ของคุณธามด้วยใช่ไหมคะ""ใช่ แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ ก็มีทั้งพี่ชายของฉันแล้วก็เพื่อนของเธอ อ้อ...แล้วก็เจ้าไทก้าด้วย ไปกันทั้งหมดนี่แหละ""แล้วเราจะไปที่ไหนกันหร
"แน่ใจนะคะคุณธามว่าไปทำงานได้แล้ว นี่เพิ่งพักฟื้นได้แค่สัปดาห์เดียวเองนะคะ""บาดแผลภายนอกแค่นี้น่ะมันไม่ได้ทำให้มีผลกระทบอะไรต่อการทำงานหรอก ฉันก็แค่ดูเอกสารแล้วใช้สมอง อย่าเป็นห่วงมากนักเลย งั้นจะไปโรงแรมด้วยกันไหมล่ะ ไปคุ้มกันฉันไหม ถ้าห่วงขนาดนี้""ไม่ได้หรอกค่ะ เดี๋ยวสามโมงเย็นมีสอนพิเศษด้วย แต
ธามไทค่อย ๆ ลืมตาขึ้นหลังจากที่นอนหลับใหลยาวนานถึงแปดวัน เขาค่อย ๆ ปรับสายตาให้คุ้นชินกับสิ่งรอบตัว แล้วก็พอจะทราบว่าตัวเองกำลังอยู่ที่ไหนธามไทค่อย ๆ ขยับร่างกายและมือตัวเองเพื่อเคลื่อนไหว ก่อนที่จะรู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังฟุบหน้านอนหลับแล้วจับมือเขาไว้แน่นโดยไม่ยอมปล่อยแบบนี้ใบหน้าหล่อเหลาอมยิ้มอ







