LOGINเย็นวันต่อมา หลังจากที่ข้อตกลงผูกปิ่นโตเริ่มต้นขึ้น ธารินก็ใช้จังหวะที่โรงเรียนเลิก ขับรถกระบะคู่ใจมาจอดดักหน้าอคิณที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักครูพอดี
"อคิณ! ขึ้นรถ" ธารินตะโกนเรียกพลางโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ
"จะไปไหนอีกคุณ? ผมว่าจะไปพักผ่อนที่ห้อง" อคิณขมวดคิ้ว แต่ขาก็เดินไปที่รถอย่างเป็นอัตโนมัติ
"ก็คุณ สั่งสปาเกตตีพริกแห้งเบคอนไม่ใช่เหรอ วัตถุดิบในครัวผมมันหมดพอดี ไหนๆ คุณก็เป็นนายจ้างแล้ว ก็ต้องไปช่วยเลือกของสิ จะได้ถูกใจคุณไง อีกอย่าง... ผมไม่มีเงินสำรองจ่ายนะ คุณต้องไปควักกระเป๋าเอง" ธารินอ้างเหตุผลร้อยแปดที่ฟังดูลื่นไหลจนน่าหมั่นไส้
อคิณถอนหายใจยาวแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี "คุณนี่มัน จริงๆ เลย... กล้าใช้แรงงานนายจ้างอย่างผมอีกนะ"
รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่ตลาดสดประจำอำเภอ กลิ่นคาวปลา กลิ่นเครื่องเทศ และเสียงอึกทึกครึกโครมของพ่อค้าแม่ค้าทำให้อคิณอยากจะเอาสำลีมาอุดหูเสียให้ได้ เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธารินไปติดๆ เพราะกลัวจะหลงท่ามกลางฝูงชน
"ระวังน้ำขังนะครับคุณชาย" ธารินหันมาคว้าข้อมืออคิณให้หลบหลีกแอ่งน้ำสีดำสนิทบนพื้นปูน อคิณสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก
"นี่คุณ... เราต้องมาเดินที่แบบนี้จริงๆ เหรอ? ซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวานไม่มีของหรือไง?"
"ของในตลาดนี้สดกว่าเยอะคุณ เชื่อผมเถอะ โดยเฉพาะร้านเจ๊หอย ถึงแกปากจัดไปหน่อย แต่ของแกดีจริงนะ" ธารินหัวเราะร่าพลางพาเดินตรงไปยังแผงขายเนื้อสัตว์และผักสดขนาดใหญ่
"ตายแล้วววว! ลมอะไรหอบพ่อรูปหล่อกล้ามแน่นมาถึงนี่ค่ะเนี่ย!" เสียงแหลมปรี๊ดของหญิงวัยสี่สิบเศษในผ้ากันเปื้อนลายดอกกุหลาบแดงดังขึ้น เจ๊หอยเจ้าของแผงยิ้มแฉ่งจนเห็นฟันทองพลางมองธารินด้วยสายตาแทะโลม
"สวัสดีครับเจ๊ วันนี้ผมมาหาเบคอนกับพริกแห้งหน่อย มีของสวยๆ ไหม?" ธารินส่งยิ้มให้ตามประสาคนคุ้นเคย
"มีสิคะ สำหรับคุณธารินน่ะ เจ๊คัดให้พิเศษแบบเน้นๆ เลยนะ... อุ๊ย! ดูสิ วันนี้ใส่เชิ้ตมาซะหล่อเชียว เหงื่อออกซึมตามร่องกล้ามแบบนี้ เห็นแล้วเจ๊อยากจะเอาผ้าไปช่วยซับให้จริงๆ เลยค่ะ" เจ้หอยไม่พูดเปล่า แกแกล้งเอื้อมมือจะไปลูบแขนแกร่งของธารินอย่างเนียนๆ
อคิณที่ยืนอยู่ข้างหลัง รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่านปลายนิ้ว ความหงุดหงิดที่ไม่มีสาเหตุเริ่มพุ่งพล่านขึ้นมาในอก
"เจ๊ก็ว่าไปนั่น" ธารินหัวเราะ ไม่ได้ปัดป้องอะไรมากนักเพราะรู้อยู่แล้วถึงนิสัยใจคอของเจ๊แก อีกฝ่ายก็แค่หยอกเล่น "แล้วนี่... พริกแห้งเม็ดใหญ่มีไหมครับ?"
"มีค่ะมี แต่ก่อนจะเอาพริก... เอาเบอร์โทรคุณธารินมาแลกก่อนได้ไหมคะ? ช่วงนี้บ้านเจ๊ไฟเสียบ่อย อยากได้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ไปช่วยซ่อมให้ที่บ้านจังเลย" แม่ค้าหัวเราะร่าพลางขยิบตาให้ธารินอย่างเปิดเผย
"นี่คุณ!" เสียงนิ่งๆ แต่เย็นเฉียบของอคิณดังขึ้น จนเจ้หอยและธารินต้องหันมามอง
อคิณเดินแทรกตัวขึ้นมายืนข้างๆ ธาริน พลางกอดอกมองเจ้หอยด้วยสายตาแบบคุณชายผู้สูงศักดิ์ ที่กำลังตำหนิบ่าวไพร่ "ผมว่าเรามาซื้อของนะครับ ไม่ได้มาซื้อบริการซ่อมไฟ แล้วเบคอนที่สั่งน่ะ ถ้าไม่มีของดีก็บอกมาตรงๆ อย่ามัวแต่เล่นขายของแบบนี้ ผมรีบ!"
เจ้หอยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องหน้าอคิณ "อุ๊ยตาย! คุณชายรูปหล่อหน้าขาวคนนี้เป็นใครกันคะ? พ่อปลาบู่ชนเขื่อนมาจากไหนคะ ปากจัดยิ่งกว่าเจ๊อีกนะเนี่ย"
"ผมเป็น... นายจ้างของคุณธารินครับ และเขามีหน้าที่ต้องไปทำธุระให้ผมต่อ เพราะฉะนั้น... กรุณาหยิบเบคอนมาเดี๋ยวนี้" อคิณพูดเสียงแข็ง หน้านิ่งขรึมจนดูน่าเกรงขาม
ธารินแอบอมยิ้มกริ่ม เขาไม่เคยเห็นอคิณในมุมนี้มาก่อน มุมที่ดูเหมือนแมวหวงเจ้าของจนขนลุกพองไปทั้งตัว
"โอ๊ยยย หวงก้างซะด้วย!" เจ้หอยหัวเราะตบโต๊ะดังปัง "คุณธารินค่ะ มีเด็กคุมเข้มขนาดนี้ เจ๊คงอดกินตับคุณแล้วล่ะสิ... อ่ะๆ เอาไปเบคอนชั้นเลิศ คัดมาให้แล้ว นายจ้างสั่งขนาดนี้เจ๊ไม่กล้าเล่นแล้วค่ะ!"
หลังจากจ่ายเงินเสร็จ แน่นอนว่าอคิณเป็นคนควักธนบัตรใบละพันออกมาจ่ายด้วยท่าทางฟาดงวงฟาดงา ทั้งคู่ก็เดินกลับมาที่รถ อคิณเดินดุ่มๆ นำหน้าไปก่อน ไม่รอแม้แต่จะให้ธารินช่วยถือของ
"อคิณ... รอด้วยสิ เดินเร็วเป็นพายุเลยนะคุณ" ธารินวิ่งตามมาดักข้างหน้าอคิณไว้ "เป็นอะไร? โกรธที่เจ๊หอยแกแซวผมเหรอ?"
"ผมจะโกรธทำไม! คุณจะไปซ่อมไฟบ้านใคร จะไปให้ใครลูบแขนลูบขาหน้าตลาดมันก็เรื่องของคุณ!" อคิณแผดเสียงใส่ แต่ใบหน้ากลับแดงก่ำไปถึงใบหู "ผมแค่รำคาญที่มันเสียเวลา! ตลาดก็ร้อน คนก็เยอะ!"
ธารินหรี่ตามองคนปากแข็ง เขาขยับเข้าไปใกล้จนอคิณต้องถอยหลังไปพิงประตูรถ "แต่เมื่อกี้คุณดู หวงผมมากเลยนา"
"หวง? ใครหวงคุณ! อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยธาริน ผมแค่รักษาผลประโยชน์ของตัวเอง ถ้าคุณมัวแต่บริหารเสน่ห์แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้กินสปาเกตตีล่ะ!"
"เหรออออ..." ธารินลากเสียงยาวพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนจมูกเกือบจะชนกัน "แล้วที่บอกว่าเป็นนายจ้างผมน่ะ... แน่ใจนะว่าไม่อยากเป็นอย่างอื่น?"
อคิณใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก ความรู้สึกขัดแย้งในใจตีกันวุ่นวาย เขาเป็นผู้ชาย และเขาก็เชื่อมั่นในตัวเองมาตลอด แต่ความรู้สึกที่อยากจะกระชากมือเจ้หอยออกเมื่อกี้มันคืออะไร? ความรู้สึกที่ไม่ชอบใจเวลาเห็นคนอื่นมองธารินด้วยสายตาหวานเยิ้มมันเรียกว่าอะไรกันแน่?
"ถอยออกไป ธาริน!" อคิณผลักอกธารินเบาๆ ซึ่งดูเหมือนการลูบไล้มากกว่า "รีบกลับไปทำอาหารได้แล้ว ผมหิว!"
ธารินหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เขาเปิดประตูรถให้อคิณอย่างสุภาพ "ครับๆ คุณนายจ้าง... พรุ่งนี้ผมจะแถมเบคอนให้พิเศษเลย ถือว่าเป็นค่าทำขวัญที่ทำให้คุณต้องหวง... เอ้ย! ต้องรอนาน"
อคิณรีบมุดเข้าไปในรถทันที พลางหยิบนิตยสารขึ้นมาโบกแรงๆ 'บ้าไปแล้วอคิณ แกหวงผู้ชายตัวโตๆ คนนี้เนี่ยนะ? ตื่นสิ! ตั้งสติโว้ย!'
แต่ไม่ว่าเขาจะบอกตัวเองยังไง ภาพรอยยิ้มของธารินตอนที่แกล้งเขาเมื่อกี้ มันกลับทำให้อคิณเผลอยิ้มออกมาบางๆ อย่างห้ามไม่ได้…แต่ไม่มีวันที่คุณชายไฮโซอย่างเขาจะพูดความรู้สึกที่ไม่น่าเกิดขึ้นนี้ออกมาหรอก เพราะถ้าขืนพูดออกไป เขามิกลายเป็นประเภทชอบไม้ป่าเดียวกันไปแล้วหรอกเหรอ…
..ที่บ้านพักป่าไม้ ธารินยืนฮัมเพลงอย่างมีความสุขขณะหั่นพริกแห้งและทอดเบคอนจนกรอบหอม ความล้มเหลวในห้องครัววันก่อน ดูเหมือนจะกลายเป็นพลังขับเคลื่อนชั้นดี แม้วันนี้ไม่มีพี่เจนนี่ช่วยกำกับให้ ธารินก็ทำเองได้อย่างคล่องแคล่ว
'หวงงั้นเหรอ...' ธารินนึกถึงใบหน้าบึ้งตึงของอคิณที่ตลาดแล้วก็ยิ้มออกมา 'สงสัยปิ่นโตนี้ต้องเพิ่มเมนูหวานๆ เข้าไปเยอะๆ ซะแล้วสิ'
เขาผิวปากฮัมเพลงต่ออย่างอารมณ์ดี... เจ้าแมวตัวผู้มีขนสีส้มเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาเขาพอดี มันทั้งมุดทั้งเอาตัวถูไถร่างกายส่วนล่างของเขาอย่างออดอ้อน ธารินย่อตัวนั่งยอง ลูบหัวแมวส้ม “ไง..หิวแล้วสิเราน่ะ รออีกครู่นะ ประเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว อคิณ”
...ที่บ้านพักครู อคิณนอนก่ายหน้าผากมองเพดานอย่าเหม่อลอย ความสับสนเรื่องรสนิยมทางเพศที่เขาเคยมั่นใจมาตลอดเริ่มสั่นคลอนแล้ว เพราะหนุ่มมาดเซอร์เพียงคนเดียว เขาไม่เคยรู้สึกอยากครอบครองใคร หรืออยากให้ใครเป็นของเขาคนเดียวแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน
ส่วนชญาดาแฟนสาวของเขา แท้จริงแล้วเธอเป็นเพียงผลพวงทางธุรกิจระหว่างสองตระกูลเท่านั้น เธอและเขาต่างมีหน้าที่ต้องหมั้นหมายและแต่งงานตามคำสั่งของผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่าย.. หน้าที่ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ แม้ในใจจะมิได้เลือกด้วยตนเองก็ตาม ทว่าโชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง ชญาดาเป็นผู้หญิงที่เข้าใจอะไรง่าย ไม่งี่เง่า ไม่เรียกร้องเกินควรเหมือนใครหลายคน ขอเพียงเขายอมอธิบายอย่างตรงไปตรงมา เธอก็พร้อมรับฟังโดยไม่ตั้งคำถามให้บานปลาย และนั่นเอง คือเหตุผลเพียงหนึ่งเดียวที่ทำให้อคิณยอมจับมือกับชญาดา ออกงานสังคมในสถานะแฟนอย่างเปิดเผย.. ไม่ใช่เพราะความรัก หากแต่เป็นความเหมาะสม…และหน้าที่ที่เขาและเธอหลีกเลี่ยงไม่ได้
"มันต้องเป็นเพราะอากาศชนบทแน่ๆ ... อากาศมันทำให้สมองเราเพี้ยน!" อคิณสรุปกับตัวเองแบบข้างๆ คูๆ ก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนที่ยังมีกลิ่นน้ำหอมจางๆ จากรถของธารินติดตัวเขามา
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง.. แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของเจ้าสัวเกรียงไกร อัครเดชโชติช่วง ชายวัยหกสิบสี่ปี ผู้ออกคำสั่งเพียงคำเดียวก็สะเทือนไปทั้งวงการพลังงานเอเชีย เขานั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังแท้ สายตาจ้องมองออกไปที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ชัยชนะมันรสชาติขมปร่าขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ สมศักดิ์" เขาเอ่ยเสียงพร่ากับเลขาสูงวัยคนสนิทที่ยืนกุมมืออยู่ด้านหลัง สมศักดิ์มองแผ่นหลังที่เริ่มค่อมลงของเจ้านายก่อนจะตอบเสียงเบา "ท่านทำเพื่อรากฐานของอัครเดชโชติช่วงครับ" เจ้าสัวเค่นหัวเราะในลำคอ "รากฐานที่ไม่มีใครสืบทอดน่ะหรือ? นายเองใช่ว่าไม่รู้..ถ้าฉันไม่ได้กดดันกวิน ลูกชายคนเดียวของฉันในวันนั้น..” ใบหน้ามีริ้วรอยตามวัยเศร้าสลดทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าที่ผ่านมาท่านเจ้าสัวเกรียงไกรกดดันลูกชายคนเดียวของตัวเอง เพียงเพราะกวินกล้าฝืนคำสั่งพ่อ ทิ้งทุกอย่างเพื่อผู้หญิงที่ไม่เหมาะสม หนีไปใช้ชีวิตลำบากที่ต่างจังหวัดร่วมกับผู้หญิงคนนั้น สุดท้ายอุบัติเหตุรถคว่ำในคืนฝนตกก็พรากทุกอย่างไป แม้แต่ชีวิตลูกชายกับสะใภ้... “ฉันฆ่าลูกตัวเองด้วยความทิฐิใช่ไหมสมศักดิ์?"คำ
..เช้าวันต่อมา ธารินมาทำงานในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องตกใจ ขอบตาที่ดำคล้ำจากฝันที่เหมือนจริงทำเอาเขาเพลีย.. ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลาเข้มข้นกลับดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก"โอ๊ยยยย! สภาพ! นี่คนหรือซากศพคะคุณธาริน?" เสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดสีบานเย็นที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา "เมื่อคืนไปฟัดกับเสือที่ไหนมาคะ หรือว่าแอบไปนอนกอดหมอนร้องไห้เพราะคุณชายเขามีชะนีมาตาม?" เจนนี่เธอมักหูตากว้างไกลเสมอ เพราะมีสายอย่างครูฝนโทรมาเม้าท์มอยอัพเดตเรื่องราวของสองหนุ่มให้เธอฟังแทบจะตลอดเวลาหนุ่มมาดเซอร์ถอนหายใจยาว วางกระติกน้ำลงบนโต๊ะไม้ "พี่เจนนี่... ผมว่าผมพอแล้วว่ะ ผมสู้เขาไม่ได้หรอก โลกของเขาหรูหราขนาดนั้น แฟนเขาก็สวยยังกับนางฟ้า ผมมันก็แค่เจ้าหน้าที่ป่าไม้จนๆ ป่าววะ..จะเอาอะไรไปแข่งเขาได้" ในเมื่อเพื่อนร่วมงานรู้ความเคลื่อนไหวของเขาเป็นอย่างดี ธารินก็ไม่คิดปิดบังอะไรต่อไป ดีเสียอีก อย่างน้อยพี่เจนนี่นางจะกลายเป็นที่ระบายชั้นดี ดีกว่าเจ้าสมันแมวขนส้มที่บ้านเขาอีกเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง แววตาที่เคยขี้เล่นกลับเปลี่ยนเป็นจริงจัง เธอทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามแล้วตบโต๊ะดัง ปัง!"
ระยะทางเพียงห้าร้อยเมตรจากรั้วโรงเรียนถึงประตูบ้านพักป่าไม้ที่เคยเดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึง กลับรู้สึกยาวไกลราวกับนับพันกิโลเมตรในความรู้สึกของธาริน รองเท้าคอมแบทที่หนักอึ้งบดลงบนพื้นดินลูกรังอย่างไร้เรี่ยวแรง ปิ่นโตสเตนเลสในมือที่เคยเป็นตัวแทนของความหวัง ตอนนี้มันกลับกลายเป็นเพียงเศษเหล็กที่คอยตอกย้ำความโง่เขลาของตัวเองทันทีที่เสียงลูกบิดประตูไม้ดังขึ้น เจ้าสม้มแมวไทยขนสีส้มฟูฟ่องที่เขารับเลี้ยงไว้ มันกระโดดลงจากขื่อหลังคา มารอรับเจ้าของด้วยการเอาหัวถูไถที่หน้าแข้งพร้อมส่งเสียงร้องเมี๊ยวๆ อย่างประจบประแจงเหมือนทุกวันธารินทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งไม้เก่าๆ หน้าชานเรือน เขาวางปิ่นโตส่งๆ อย่างไม่แยแส ช้อนตัวเจ้าส้มขึ้นมาวางบนตัก มือหนาลูบหัวมันเบาๆ อย่างเหม่อลอย"ส้ม... แกเห็นไหม?" ธารินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "โลกของเขามันสวยงามขนาดไหน"เจ้าส้มมองหน้าเจ้านายด้วยดวงตากลมโต ราวกับจะรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่สื่อออกมา"ผู้หญิงคนนั้น... ทั้งสวย ทั้งสง่า ดูดีไปหมดทุกกระเบียดนิ้ว เธอคู่ควรกับอคิณเหมือนภาพวาดที่วางไว้คู่กันเลยนะ" ธารินหัวเราะขื่นๆ ในลำคอ "แล้วแกดูฉันสิส้ม... แค่คนขับกระบะเก่าๆ ต
เช้าวันต่อมา กลิ่นหอมของพริกแห้งคั่วและเบคอนกรอบอบอวลลอยมาตามลมตั้งแต่ยังไม่ถึงเวลาพักเที่ยงดี ธารินเดินถือปิ่นโตสแตนเลสสีครีมสะอาดตามาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด วันนี้เขาโกนหนวดเคราจนดูสะอาดตา เสื้อเชิ้ตถูกรีดมาอย่างประณีต (ฝีมือพี่เจนนี่ที่บ่นไปรีดไปนั่นแหละ) "มาแล้วครับ... เมนูตามสั่ง" ธารินวางปิ่นโตลงบนโต๊ะม้านั่งหินอ่อนที่อคิณนั่งรออยู่ก่อนแล้วอคิณ เงยหน้าขึ้นมองคนมาใหม่แล้วชะงักไปครู่หนึ่ง "วันนี้... ดูดีจังนะคุณ""ก็ทำอาหารให้นายจ้างกิน ก็ต้องดูดีหน่อยสิ เดี๋ยวคุณจะหาว่าผมเอาเชื้อโรคใส่ลงไปในสปาเกตตี" ธารินยิ้มกริ่มพลางเปิดฝาปิ่นโตออก เผยให้เห็นเส้นพาสต้าสีเหลืองทองที่คลุกเคล้ากับน้ำมันมะกอก พริกแห้งสีแดงจัด และเบคอนที่เรียงตัวสวยงาม "ลองชิมดูสิ ผมตั้งใจทำสุดฝีมือเลยนะ"อคิณใช้ส้อมม้วนเส้นเข้าปากอย่างบรรจง รสชาติเผ็ดร้อนนิดๆ ของพริกแห้งตัดกับความเค็มมันของเบคอนและกลิ่นหอมของกระเทียมเจียว มันอร่อยเสียจนเขาเผลอครางในลำคอด้วยความพอใจ "อืม... อร่อยมากคุณ ธาริน... คุณทำเก่งกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะเนี่ย""จริงดิ๊? งั้นกินเยอะๆ นะ" ธารินนั่งลงฝั่งตรงข้าม เท้าคางมองคนตัวเล
เย็นวันต่อมา หลังจากที่ข้อตกลงผูกปิ่นโตเริ่มต้นขึ้น ธารินก็ใช้จังหวะที่โรงเรียนเลิก ขับรถกระบะคู่ใจมาจอดดักหน้าอคิณที่กำลังจะเดินกลับบ้านพักครูพอดี"อคิณ! ขึ้นรถ" ธารินตะโกนเรียกพลางโผล่หน้าออกมาจากกระจกรถ"จะไปไหนอีกคุณ? ผมว่าจะไปพักผ่อนที่ห้อง" อคิณขมวดคิ้ว แต่ขาก็เดินไปที่รถอย่างเป็นอัตโนมัติ"ก็คุณ สั่งสปาเกตตีพริกแห้งเบคอนไม่ใช่เหรอ วัตถุดิบในครัวผมมันหมดพอดี ไหนๆ คุณก็เป็นนายจ้างแล้ว ก็ต้องไปช่วยเลือกของสิ จะได้ถูกใจคุณไง อีกอย่าง... ผมไม่มีเงินสำรองจ่ายนะ คุณต้องไปควักกระเป๋าเอง" ธารินอ้างเหตุผลร้อยแปดที่ฟังดูลื่นไหลจนน่าหมั่นไส้อคิณถอนหายใจยาวแต่ก็ยอมก้าวขึ้นรถไปแต่โดยดี "คุณนี่มัน จริงๆ เลย... กล้าใช้แรงงานนายจ้างอย่างผมอีกนะ"รถกระบะเลี้ยวเข้าสู่ตลาดสดประจำอำเภอ กลิ่นคาวปลา กลิ่นเครื่องเทศ และเสียงอึกทึกครึกโครมของพ่อค้าแม่ค้าทำให้อคิณอยากจะเอาสำลีมาอุดหูเสียให้ได้ เขาเดินตามแผ่นหลังกว้างของธารินไปติดๆ เพราะกลัวจะหลงท่ามกลางฝูงชน"ระวังน้ำขังนะครับคุณชาย" ธารินหันมาคว้าข้อมืออคิณให้หลบหลีกแอ่งน้ำสีดำสนิทบนพื้นปูน อคิณสะดุ้งเล็กน้อยกับสัมผัสนั้นแต่ก็ไม่ได้สะบัดออก"นี่คุณ...
ณ บ้านพักไม้หลังเล็กของธารินที่ปกติจะมีเพียงกลิ่นยากันยุงและกลิ่นป่า บัดนี้กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นควัน คราบซีอิ๊ว และซอสฝาเขียว… ธารินในสภาพสวมผ้ากันเปื้อนสีหวาน (ที่ยืมแม่บ้านมา) กำลังยืนจ้องหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิดยูทูปค้างไว้ในคลิป สอนทำไข่ข้นกุ้งให้เด้งสู้ลิ้น"โธ่เว้ย! ทำไมมันไม่เหมือนในยูทูปเลยวะ" ธารินสบถพลางมองก้อนไข่สีน้ำตาลไหม้ในกระทะใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาอย่างอ่อนใจ เขาไม่เคยรู้เลยว่าการทำอาหารมันยากเย็นขนาดนี้ ให้เขาฝึกช้างป่าให้เชื่องยังง่ายเสียกว่าทว่าธารินกลับไม่ยอมแพ้ เขาปิดแก็ส ยกกระทะออกมาล้างทำความสะอาด ก่อนเริ่มใหม่อีกครั้ง วันนี้เขาจะต้องทำไข่ข้นกุ้งเด้งให้ออกมารสชาติดี และมีหน้าตาน่ากินให้ได้"โอ๊ยยย ตาเถรตกน้ำตกท่า! คุณธารินขา ทำอะไรคะเนี่ย ครัวจะไหม้แล้วค่ะ!" เสียงแหลมสูงมาพร้อมกับร่างโปร่งในชุดลำลองสีสดใส…พี่เจนนี่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายธุรการสาวสองคนสวยประจำหน่วยป่าไม้เดินนวยนาดเข้ามา "พี่เจนนี่... มาพอดีเลยครับ ช่วยผมหน่อย ผมจะทำไข่ข้นกุ้ง" ธารินหันไปขอความช่วยเหลืออย่างสิ้นหวังเจนนี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ‘ร้อยวันพันปี พ่อหนุ่มมาดเซอร์หล่อกระซวกใจสาวสองอย่างเธอ ไม่เคยเข้าคร


![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


![สถานะเมียในสมรส [Omegaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

