INICIAR SESIÓNอคิณถูกส่งตัวมายังโรงเรียนเล็ก ๆ กลางชนบท ในฐานะ “ครูอาสา” ตามแผนประชาสัมพันธ์ของบริษัทระดับพันล้านที่เขากำลังจะก้าวขึ้นเป็นท่านประธานในอนาคต ภาพลักษณ์ที่ดีงามต่อสาธารณะสำคัญพอ ๆ กับความสามารถทางธุรกิจ การลงพื้นที่ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงภารกิจช่วยเหลือสังคม หากคือหน้าที่ที่ถูกจัดวางไว้อย่างเหมาะสมในเส้นทางชีวิตของเขา ที่นั่นเอง อคิณได้พบกับธาริน เจ้าหน้าที่ป่าไม้ผู้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ทว่ามีแววตาอบอุ่นและจริงใจอย่างที่อคิณไม่คุ้นเคย จากการทำงานร่วมกันในแต่ละวัน ความใกล้ชิดค่อย ๆ ก่อตัวอย่างเงียบงัน บทสนทนาเล็ก ๆ รอยยิ้มบางเบา การช่วยเหลือกันโดยไม่ต้องร้องขอ กลายเป็นความผูกพันที่ลึกซึ้งขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว ทั้งสองต่างรับรู้ถึงความรู้สึกที่ค่อย ๆ เติบโตในใจ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยออกมาเป็นคำพูด เพราะต่างฝ่ายต่างรู้ดีว่า เส้นทางชีวิตของพวกเขา…สวนทางกันเกินไป ความรู้สึกที่เก็บงำไว้นานวันกลับยิ่งทวีความชัดเจน จนกระทั่งคืนหนึ่ง ความใกล้ชิดทางใจได้พาให้พวกเขาเผลอก้าวล้ำเส้นของความสัมพันธ์ทางกายไปโดยไม่ทันคิด ท่ามกลางความเงียบงันของชนบท และหัวใจที่เต้นแรงเกินจะห้ามไหว
Ver másกลิ่นดินปืนและควันจากสงครามธุรกิจหมื่นล้านค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงคราบความทรงจำที่ขมขื่นและเกาะกินหัวใจ ธารินในสภาพใจแตกสลาย เดินตรงไปยังห้องทำงานของท่านเจ้าสัวเกรียงไกร ประตูไม้บานใหญ่เปิดออกอย่างแผ่วเบา ราวกับแม้แต่เสียงก็ยังเกรงใจความพ่ายแพ้ของเขา“อ้าว! ธาริน มาถึงนี่มีอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มหนักเอ่ยทักจากหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่ในชีวิตเดินเข้าไปใกล้ “ท่านครับ ผมพอแล้วครับ พอแล้วจริงๆ” มือสั่นเทาปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างไม่อายใครอีกต่อไป “จากนี้ไป ผมขอยุติบทบาทของธนวีร์ หลานชายของท่าน”คำพูดนั้นแผ่วเบา ทว่าเหมือนคมมีดกรีดลึกลงในความเงียบของห้อง“และผมอยากขอให้ท่าน… อย่าถือโทษวรโชติเมธีอีกเลยนะครับ ที่ผ่านมา คุณธนากับครอบครัวก็ได้รับบทเรียนหนักหนาสาหัสพอแล้ว”ท่านเจ้าสัวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลุยส์ค่อยๆ เอนตัวพิงพนัก สายตาคมลึกมองหลานชายอย่างรู้ทันทุกอย่าง“ธาริน เธอยอมแพ้แล้วสินะ” น้ำเสียงนั้นอ่อนลงอย่างชัดเจน “ฉันหมายถึงเรื่องอคิณน่ะ”ธารินยิ้มออกมาทั้งน้ำตา รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด ก่อนใช้หลังมือปาดมัน
หน้าจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ในห้องทำงานลับของอัครเดชโชติช่วง ปรากฏจุดสีแดงกระพริบถี่ๆ อยู่บนแผนที่ดิจิทัล ธนวีร์หรือธาริน นั่งจ้องมองมันด้วยดวงตาที่แทบไม่ได้พักผ่อนมาตลอดทั้งคืน หลังจากที่เขาใช้เส้นสายลับทางการสื่อสารแกะรอยสัญญาณโทรศัพท์ที่อคิณใช้โทรหาธนาเมื่อวันก่อน ในที่สุดเขาก็พบตำแหน่งปัจจุบันของหัวใจที่หายไป"ห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองงั้นเหรอ" เขาพึมพำกับตัวเอง เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความคาดหวังที่ปนเปไปกับความหวาดกลัวเขาไม่ได้สั่งให้ลูกน้องตามไปจัดการเหมือนทุกครั้ง แต่เขากลับเลือกที่จะคว้ากุญแจรถแล้วขับออกไปเพียงลำพัง ธารินในชุดลำลองที่พยายามพรางตัวที่สุดสวมแว่นกันแดดสีเข้มและหมวกแก๊ปบดบังใบหน้า เขาเดินกึ่งวิ่งเข้าไปในห้างหรู สายตาคมกริบสอดส่ายหาแผ่นหลังที่คุ้นเคย แผ่นหลังที่เขาเคยสวมกอดจากด้านหลังในบ้านพักหลังเล็กๆ เมื่อครั้งอดีตภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำเอาเข่าของนักธุรกิจหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแทบทรุดลงกับพื้นหินอ่อน ธารินหลบวูบเข้าหลังเสาขนาดใหญ่ หัวใจของเขาเต้นรัวแรงจนเจ็บหน้าอก แสงไฟวอร์มไวท์ในแผนกของใช้เด็กอ่อนดูนวลตา แต่มันกลับกรีดลึกเข้าไปในความรู้สึกของเขาอย่างโหดร้ายห่า
ภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกอัครเดชโชติช่วง บรรยากาศกลับสลัวราง มีเพียงแสงไฟจากตึกระฟ้าภายนอกที่สาดเข้ามาพาดผ่านร่างของชายหนุ่มที่โลกขนานนามว่าปีศาจ ธนวีร์หรือในอดีตคือธาริน บัดนี้ไม่ได้อยู่ในสภาพนักธุรกิจผู้สง่างาม เขานั่งพิงโซฟาหนังราคาแพง เนคไทถูกกระชากออกจนหลวมกึ่งกลางอก ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์บนโต๊ะกระจกเบื้องหน้ามีขวดวิสกี้ชั้นดีราคาหลักแสนที่ถูกดื่มไปเกือบครึ่งขวด พร้อมแก้วคริสตัลที่สั่นคลอนตามแรงมือที่สั่นเทาของเขา หยาดน้ำใสๆ คลออยู่ที่เบ้าตาคมกริบ ความเจ็บปวดที่ถูกอคิณประกาศแต่งงานกับหญิงอื่นมันกรีดลึกยิ่งกว่าแผลไหนๆ ในชีวิต"ทำไม.. ทำไมต้องเป็นคนอื่น อคิณ" เขาพึมพำเสียงแหบพร่า "ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้คุณมาครอบครอง แม้จะต้องเป็นปีศาจในสายตาคุณ แต่ทำไมสุดท้ายคุณก็ยังเลือกที่จะทิ้งผมไปหาคนอื่นครั้งแล้วครั้งเล่า!"ในขณะที่เขากำลังจมดิ่งอยู่กับความโศกเศร้า เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นหินอ่อนก็ดังขึ้นอย่างรวดเร็วและมั่นใจ ประธานสาวสวยอย่างชญาดา ทายาทแห่งสิริเกียรติโภคิณ เดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่รอให้เลขาฯ หน้าห้องอนุญาตเธอมองร่างที่ดูไร้สติของธนวีร์ด้วย
สามเดือนต่อมาภายในคฤหาสน์หรูของตระกูลวรโชติเมธีที่เคยอบอวลด้วยความอบอุ่น บัดนี้กลับเยียบเย็นราวกับสุสาน บรรยากาศกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อชายหนุ่มร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท ราคาแพงระยับ นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหลุยส์กลางห้องรับแขก ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาจ้องมองเจ้าหน้าที่ธนาคารและทนายความที่กำลังเดินวุ่นไปทั่วบ้าน เพื่อติดป้ายทรัพย์สินถูกยึดลงบนแจกันโบราณ เปียโนหลังงาม และเฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นที่อคิณเคยรักเขาคนนี้คือธนวีร์ ทายาทเพียงคนเดียวของเจ้าสัวเกรียงไกร หรือที่ใครๆ ต่างหวาดเกรงในฉายานักธุรกิจปีศาจแผนการของปีศาจอย่างเขาควรจะสมบูรณ์แบบ วรโชติเมธีต้องล้มละลาย อคิณต้องหมดสิ้นหนทาง และสุดท้าย อคิณจะต้องซมซานมาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเขา ยอมเดินเข้าสู่กรงทองที่ธารินจงใจสร้างขึ้นเพื่อกักขังคนรักไว้ชั่วนิรันดร์ทว่ากับผิดคาด อคิณกลับหายไป หายไปอย่างไร้ร่องรอยหลังจากวันที่บริษัทล้มละลาย"ลูกชายของคุณหายไปไหน!" ธนวีร์สบถเบาๆ ในลำคอ ความโกรธแค้นและโหยหาปนเปจนเขาแทบคุ้มคลั่ง เขาจึงตัดสินใจใช้ไม้ตายสุดท้าย คือการบีบคั้นหัวใจของอคิณผ่านบุพการีธนาและพิมพรรณ นั่งตัวสั่นเทาอยู่ฝั่ง
ภายในห้องทำงานชั้นบนสุดของตึกระฟ้าใจกลางเมือง.. แสงอาทิตย์ยามอัสดงพาดผ่านร่างของเจ้าสัวเกรียงไกร อัครเดชโชติช่วง ชายวัยหกสิบสี่ปี ผู้ออกคำสั่งเพียงคำเดียวก็สะเทือนไปทั้งวงการพลังงานเอเชีย เขานั่งนิ่งบนเก้าอี้หนังแท้ สายตาจ้องมองออกไปที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกว่างเปล่า "ชัยชนะมันรสชาติขมป
..เช้าวันต่อมา ธารินมาทำงานในสภาพที่ใครเห็นก็ต้องตกใจ ขอบตาที่ดำคล้ำจากฝันที่เหมือนจริงทำเอาเขาเพลีย.. ใบหน้าที่เคยดูหล่อเหลาเข้มข้นกลับดูซีดเซียวเหมือนคนป่วยหนัก"โอ๊ยยยย! สภาพ! นี่คนหรือซากศพคะคุณธาริน?" เสียงแหลมอันเป็นเอกลักษณ์ของพี่เจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับร่างในชุดสีบานเย็นที่เดินกึ่งวิ่งเข้ามาหา
งานเลี้ยงขอบคุณพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องบอลรูมของโรงแรมหรูใจกลางเมือง แสงไฟคริสตัลระยิบระยับล้อกับแก้วแชมเปญราคาแพง ผู้คนในชุดราตรีและสูทหรูต่างพากันเข้ามาชื่นชมผู้ชนะรายใหม่ของวงการโลจิสติกส์ธนวีร์ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่กลางวงล้อมของผู้คน ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาราวกับรูปสลักหินอ่อน
ณ โรงแรมแกรนด์รอยัลใจกลางกรุง ค่ำคืนนี้ถูกเนรมิตให้กลายเป็นวิมานบนดินเพื่อต้อนรับเหล่านักธุรกิจชั้นนำ งานการกุศลประจำปีของสมาคมพาณิชย์เป็นเพียงฉากหน้า เพราะเบื้องหลังคือการหยั่งเชิงและคานอำนาจระหว่างตระกูลใหญ่.. เสียงดนตรีคลาสสิกบรรเลงแผ่วเบาเคล้าไปกับเสียงแก้วแชมเปญที่กระทบกันอย่างมีจริตอคิณอยู่