ログイン“เส้นทางนี้ ดูเหมือนไกลที่สุด แต่สามารถเข้าถึงพระราชวังได้เร็วที่สุด”
อวี้หลิน
หลี่อันยังไม่ทันตอบ ชายคนหนึ่งก็ดึงดาบสั้นออกจากแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าหาฮ่องเต้ทันที“ตายเสีย!”ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยวอึดใจ หลี่อันพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล นางผลักฮ่องเต้ออกจากบัลลังก์ คมดาบเฉือนผ่านแขนของนางจนเลือดสดไหลออกมาทันที“หลี่อัน!”ฮ่องเต้ร้องขึ้นด้วยความตกใจ มือสังหารอีกสามคนชักอาวุธพร้อมกัน“ฆ่ามันทั้งหมด!”หลี่อันคว้ากระถางธูปทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ใกล้มือขว้างใส่ชายคนแรกเต็มแรง โครม! กระถางกระแทกศีรษะจนอีกฝ่ายล้มลง แต่ชายคนที่สองกลับแทงดาบเข้ามาอีก หลี่อันถอยหลบพร้อมคว้าเก้าอี้ไม้ขึ้นรับแรงปะทะ เสียงไม้แตกดังสนั่น ขันทีและนางกำนัลต่างกรีดร้องวิ่งหนี ฮ่องเต้พยายามลุกขึ้น“องครักษ์!”แต่เสียงต่อสู้ด้านนอกดังเข้ามาพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่ามือสังหารเตรียมการไว้แล้ว หลี่อันกัดฟันแน่น นางคว้าชุดน้ำชาบนโต๊ะปาใส่ชายคนที่สาม น้ำร้อนสาดเข้าหน้าอีกฝ่ายจนร้องลั่น จังหวะนั้นเอง ชายคนแรกที่ฟื้นตัวกลับลุกขึ้นอีกครั้ง พร้อมพุ่งเข้าหาฮ่องเต้จากด้านหลัง หลี่อันหันไปเห็นพอดี“ฝ่าบาท
“เส้นทางนี้ ดูเหมือนไกลที่สุด แต่สามารถเข้าถึงพระราชวังได้เร็วที่สุด”อวี้หลินกล่าวเสริม“คนของเรารายงานว่ามีกลุ่มคนแปลกหน้าเคลื่อนไหวบริเวณท่าน้ำจริงขอรับ”เซียวจิ่นเหยียนยิ้มบาง “เช่นนั้นเราจะไม่รอให้เขาเข้ามา”เขาหันไปสั่งการทันที“กองหนึ่งตรึงกำลังที่ประตูเมือง กองสองดูแลประชาชนให้อพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัย กองสามติดตามข้าไปยังท่าน้ำด้านเหนือ”ทุกคนรับคำพร้อมกัน“ขอรับ”หลี่อันเดินเข้าไปหาเซียวจิ่นเหยียน นางจัดปกเสื้อเกราะของเขาเบา ๆ“ระวังตัว”เซียวจิ่นเหยียนมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน “เจ้าก็เช่นกัน ข้าจะอยู่ในวังช่วยฝ่าบาท อย่าฝืนตัวเอง”หลี่อันยิ้ม “ข้าเคยรับปากแล้วว่าจะรอท่านกลับมา”เซียวจิ่นเหยียนจับมือนางไว้แน่น “และข้าจะกลับมา”ทั้งสองสบตากันเพียงครู่เดียว ก่อนต่างฝ่ายต่างแยกไปทำหน้าที่ของตน ไม่นานหลังจากนั้น เสียงแตรเตือนภัยก็ดังขึ้นจากกำแพงเมือง ทหารสอดแนมควบม้าเข้ามารายงาน
หลี่อันหันมองสามี“เขาลงมือแล้ว”ยังไม่ทันสิ้นเสียง เสียงระฆังเตือนภัยจากหอคอยประตูเมืองก็ดังขึ้นต่อเนื่อง กัง... กัง... กัง... เสียงนั้นดังก้องไปทั่วพระราชวัง อวี้หลินรีบวิ่งเข้ามา“ท่านแม่ทัพ! เกิดจลาจลทางประตูตะวันตก”“มีกลุ่มคนปลอมตัวเป็นชาวบ้าน จุดไฟเผาโกดังเสบียง และปลุกระดมประชาชนว่าราชสำนักกำลังล่มสลาย”ฮ่องเต้กำพระหัตถ์แน่น “พวกมันคิดสร้างความวุ่นวาย”เซียวจิ่นเหยียนก้าวออกมา“ฝ่าบาท โปรดประทับอยู่ภายในพระราชวัง กระหม่อมจะนำกำลังออกไปรักษาความสงบ”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์ “เราอนุญาต แต่จำไว้ ประชาชนสำคัญที่สุด”“รับพระบัญชา”ประตูพระราชวังเปิดออกอย่างรวดเร็ว เซียวจิ่นเหยียนควบม้านำกององครักษ์ออกจากวัง หลี่อันนั่งรถม้าตามไปพร้อมอวี้หลินและเสี่ยวชิง เมื่อเข้าใกล้ประตูตะวันตก ภาพตรงหน้าทำให้ทุกคนเคร่งเครียดชาวเมืองจำนวนมากแตกตื่นวิ่งหนี เสียงร้องไห้ของเด็กดังระงม พ่อค้าแม่ค้ากำลังช่วยกันขนของหนีออกจากร้าน ขณะที่ควันสีดำลอ
ฮ่องเต้กริ้วความเงียบปกคลุมทั่วท้องพระโรงหลังพระราชโองการคืนความบริสุทธิ์ให้ตระกูลเซียว ขุนนางทุกคนยังคงคุกเข่าอยู่กับพื้นหินอ่อน ไม่มีผู้ใดกล้าเงยหน้าขึ้น เพราะต่างสัมผัสได้ถึงพระพิโรธของฮ่องเต้ที่กำลังปะทุขึ้นเรื่อย ๆฮ่องเต้ทอดพระเนตรเอกสารทั้งหมดอีกครั้ง พระหัตถ์กำม้วนฎีกาแน่นจนสั่นพระองค์ตรัสด้วยพระสุรเสียงเย็นเฉียบ“หลี่เยว่...อยู่ที่ใด”ขันทีหลวงรีบคุกเข่า“กราบทูลฝ่าบาท องค์หญิงใหญ่ถูกควบคุมตัวไว้ที่ตำหนักเย็นตามพระบัญชาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”“นำตัวนางมา”“รับพระบัญชา”ไม่นานนัก ประตูท้องพระโรงก็เปิดออกหลี่เยว่ถูกองครักษ์หลวงพาเข้ามา แม้จะยังสวมอาภรณ์งดงาม แต่ใบหน้ากลับซีดเซียว ต่างจากความสง่างามที่เคยมีโดยสิ้นเชิง นางคุกเข่าลงช้า ๆ“ถวายบังคมเสด็จพ่อ”ฮ่องเต้ไม่รับสั่งตอบ พระองค์เพียงทอดพระเนตรนางด้วยสายตาที่ทั้งผิดหวังและโกรธแค้น ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบสนิท หลี่เยว่เงยหน้าขึ้นอย่างกล้าหาญ“เสด็จพ่อเรียกลูกมาเพราะเรื่องใดเพค
ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์ช้า ๆ “อนุญาต...ตั้งแต่วันนี้ รื้อฟื้นคดีตระกูลเซียวขึ้นสอบสวนใหม่ทั้งหมด และตั้งคณะสอบสวนพิเศษ”เสียงตอบรับดังขึ้นพร้อมกันทั่วท้องพระโรง“รับพระบัญชา”องค์ชายรองก้มพระพักตร์ลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาเย็นเยียบ พระองค์รู้ดีว่า กระดานหมากซึ่งวางมานานกว่าสิบห้าปี กำลังถูกหลี่อันรื้อขึ้นทีละชิ้น แต่ในใจของพระองค์กลับไม่ได้หวาดหวั่น ตรงกันข้าม…ยิ่งใกล้ถูกเปิดโปงมากเท่าไร พระองค์ก็ยิ่งแน่ใจว่าไม่อาจเดินถอยหลังได้อีกเมื่อการประชุมเลิกลง ขุนนางต่างทยอยออกจากท้องพระโรงด้วยสีหน้าครุ่นคิด เซียวจิ่นเหยียนเดินเคียงข้างหลี่อัน“วันนี้เจ้าทำได้ดี”หลี่อันยิ้มบาง “ยังไม่พอ”“เหตุใด”นางหันกลับไปมองบัลลังก์มังกรที่อยู่ไกลออกไป “เพราะคนที่อยู่เบื้องหลังตัวจริง… ยังยืนอยู่ในราชสำนักอย่างสง่างาม”เซียวจิ่นเหยียนพยักหน้า “อีกไม่นาน หน้ากากของเขาจะหลุดเช่นกัน”ทั้งสองเดินออกจากท้องพระโรงเคียงกัน โดยไม่รู้ว่าเบื้องหลัง
หลี่เยว่หัวเราะอีกครั้ง “ใช่...ข้าอยู่ฝ่ายองค์ชายรอง แล้วอย่างไร”เสียงตกใจดังขึ้นรอบด้าน ฮ่องเต้ทรงกำที่วางพระหัตถ์แน่น“เจ้ากล้ายอมรับต่อหน้าพวกเราหรือ”หลี่เยว่เงยหน้าขึ้น “ลูกเหนื่อยกับการสวมหน้ากากแล้ว ในเมื่อทุกอย่างถูกเปิดเผย ลูกก็ไม่มีสิ่งใดต้องปิดบังอีก”นางหันไปมองหลี่อัน “เจ้าชนะครั้งนี้ แต่สงครามยังไม่จบ”องค์ชายรองยังคงนิ่งเงียบ สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย หลี่อันมองพระองค์เพียงครู่เดียวก็เข้าใจ หลี่เยว่ถูกทอดทิ้งแล้ว หมากตัวหนึ่งถูกเสียสละ เพื่อรักษาหมากตัวสำคัญกว่า ฮ่องเต้มีรับสั่งด้วยพระสุรเสียงเย็นเฉียบ“คุมตัวหลี่เยว่ไว้ ...ห้ามผู้ใดเข้าเยี่ยม”องครักษ์หลวงรีบเข้ามาล้อมตัวนาง หลี่เยว่ไม่ขัดขืน ก่อนถูกพาตัวออกจากท้องพระโรง นางหันกลับมามองหลี่อันเป็นครั้งสุดท้าย รอยยิ้มประหลาดปรากฏบนใบหน้า“น้องเก้า...เจ้าคิดว่าชนะแล้วหรือ คนที่อันตรายที่สุด...” นางเหลือบมององค์ชายรองเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหัวเราะเบา ๆ “ไม่ใช่ข้า”สิ้นคำ







