LOGINเช้าวันนั้น การประชุมราชสำนักเริ่มขึ้นตามปกติ ฮ่องเต้ประทับเหนือบัลลังก์ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่า
เช้าวันนั้น การประชุมราชสำนักเริ่มขึ้นตามปกติ ฮ่องเต้ประทับเหนือบัลลังก์ ขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊เข้าแถวอย่างเป็นระเบียบ เซียวจิ่นเหยียนยืนอยู่หน้าสุดของฝ่ายทหาร สีหน้าสงบนิ่งเช่นเคยหลังรายงานราชการเสร็จ เสนาบดีกรมพิธีผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา“กราบทูลฝ่าบาท กระหม่อมมีเรื่องจะทูล”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์“ว่ามา”ชายชราประสานมืออย่างนอบน้อม“แม้ศึกกบฏจะยุติแล้ว แต่ขณะนี้ประชาชนจำนวนมากกลับกล่าวขานถึงฮูหยินหลี่อันยิ่งกว่าราชวงศ์ กระหม่อมเกรงว่าจะเกิดความเข้าใจผิดในภายภาคหน้า”ทันทีที่สิ้นเสียง ขุนนางอีกสองสามคนก็รีบออกมาสนับสนุน“กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ ชื่อเสียงของฮูหยินมากเกินไป ผู้คนถึงกับเรียกนางว่าองค์หญิงคุณธรรมแห่งแผ่นดิน หากปล่อยไว้ เกรงว่าจะกระทบต่อพระบารมีของฝ่าบาท”หลายคนพยักหน้าเห็นด้วย ฮ่องเต้ยังมิได้ตรัสสิ่งใด เพียงทอดพระเนตรเหล่าขุนนางอย่างเงียบ ๆ ขณะนั้น เสนาบดีฝ่ายบุ๋นผู้หนึ่งก้าวออกมาอีกคน“กระหม่อมยังได้รับข่าวว่า มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยเดินทางไปขอ
หลี่อันยิ้มทั้งน้ำตา “สิ่งที่ผ่านไปแล้ว เราเปลี่ยนมันไม่ได้แต่อนาคต...เรายังสร้างมันได้ หม่อมฉันไม่ต้องการทองคำ ไม่ต้องการตำแหน่งเพียงอยากให้เสด็จพ่อทรงดูแลประชาชน และอย่าปล่อยให้เด็กคนใดต้องเติบโตอย่างโดดเดี่ยวเหมือนหลี่อันอีก”ฮ่องเต้กำมือของนางแน่น “เราสัญญา เราจะทำให้ได้”เซียวจิ่นเหยียนยิ้มอย่างโล่งใจ บาดแผลที่ฝังลึกในใจของทั้งสองฝ่าย แม้จะไม่มีวันหายสนิท แต่ในวันนี้ มันได้เริ่มสมานเข้าหากันเป็นครั้งแรก ก่อนเสด็จกลับ ฮ่องเต้หันมามองเซียวจิ่นเหยียน“แม่ทัพเซียว เราฝากลูกสาวของเราไว้กับเจ้า”เซียวจิ่นเหยียนคุกเข่าลงอย่างมั่นคง “ตราบใดที่กระหม่อมยังมีลมหายใจจะไม่มีผู้ใดทำร้ายนางได้อีก”ฮ่องเต้พยักพระพักตร์ด้วยความพอใจ ก่อนเสด็จขึ้นราชรถ หลี่อันยืนมองขบวนเสด็จที่ค่อย ๆ เคลื่อนออกจากจวน นางรู้ดีว่า ความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกที่ขาดหายไปหลายปี ไม่อาจกลับมาเหมือนเดิมได้ในชั่วข้ามคืนแต่คำว่า “เสด็จพ่อ” ที่นางเอ่ยในวันนี้ ได้กลายเป็นการให้อภัยที่มีค่าที่สุด และเป็นการปลดพันธนาการในหัวใจของทั้
ทั้งท้องพระโรงเงียบกริบจากนั้น เสนาบดีอาวุโสผู้หนึ่งก็ก้าวออกมา“กระหม่อมไม่มีข้อคัดค้าน ฮูหยินสมควรได้รับเกียรตินี้”คนที่สองก้าวออกมา“กระหม่อมเห็นด้วย”จากนั้นคนที่สาม คนที่สี่ และในที่สุด ขุนนางทั้งราชสำนักต่างคุกเข่าลงพร้อมกัน“หม่อมฉันเห็นพ้องต้องกัน”หลี่อันเบิกตากว้างด้วยความตกใจฮ่องเต้รับสั่งเสียงดัง“ตั้งแต่วันนี้พระราชทานสมญานามแก่หลี่อันว่าองค์หญิงคุณธรรมแห่งแผ่นดิน”เสียงประกาศดังสะท้อนทั่วท้องพระโรง“ทรงพระเจริญ!”ฮ่องเต้ตรัสต่อ“ผู้ใดพบเห็นนาง ให้เกียรติเสมอเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ผู้ใดดูหมิ่นนาง ถือเป็นการดูหมิ่นราชสำนัก”หลี่อันรีบคุกเข่า“หม่อมฉันไม่อาจรับเกียรติยศยิ่งใหญ่เช่นนี้ได้เพคะ”ฮ่องเต้ยิ้ม“เจ้ารับได้เพราะเจ้าสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง”เซียวจิ่นเหยียนยืนมองภรรยาด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอวี้หลินกระซิบกับเสี่ยวชิงเบา ๆ “เมื่
เสียงแตรยาวดังขึ้น ทันใดนั้น ทหารฝ่ายกบฏจำนวนหนึ่งที่เคยถูกองค์ชายรองบังคับเข้าร่วมศึก ก็พร้อมใจกันวางอาวุธ แม่ทัพหัวเมืองคนหนึ่งควบม้าออกมา“องค์ชาย ...พวกเราถูกหลอก ฮ่องเต้มิได้สิ้นพระชนม์ ราชสำนักมิได้เข่นฆ่าประชาชน พวกเราไม่รบแล้ว”เมื่อแม่ทัพคนแรกวางดาบ คนอื่นก็ทยอยทำตาม กำลังขององค์ชายรองหายไปกว่าครึ่งในเวลาไม่นาน พระองค์มองภาพนั้นอย่างนิ่งงัน ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ“สุดท้าย...เราก็แพ้เพราะใจคน”เซียวจิ่นเหยียนควบม้าเข้ามาใกล้ “วางอาวุธเถิด เจ้าจะได้รับการพิจารณาตามกฎหมาย”องค์ชายรองยิ้มบาง “กฎหมายหรือ ผู้แพ้...ไม่มีสิทธิ์เลือก”สิ้นคำ พระองค์ควบม้าพุ่งเข้าหาเซียวจิ่นเหยียน กระบี่ทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง เคร้ง! แรงปะทะทำให้ม้าทั้งสองถอยไปคนละก้าว องค์ชายรองฟันต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว แต่เซียวจิ่นเหยียนตั้งรับได้ทุกกระบวนท่า เสียงเหล็กกระทบกันดังก้องไปทั่วหุบเขา หลังต่อสู้กันกว่ายี่สิบกระบวนท่า องค์ชายรองเริ่มหายใจแรง ขณะที่เซียวจิ่นเหยียนยังคงมั่นคง องค์ชายรองยิ้มอย่างอ่อนล้า“เ
หลี่อันเดินเข้าไปใกล้ “ข้ามาเยี่ยมท่าน”หลี่เยว่หัวเราะเบา ๆ“เยี่ยมหรือ...หรือมาดูว่าข้าตกต่ำเพียงใด”หลี่อันส่ายหน้า “ข้าไม่เคยคิดเช่นนั้น”หลี่เยว่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามเสียงแผ่ว“หลี่อัน...เจ้าเกลียดข้าหรือไม่”หลี่อันนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ “ข้าเคยโกรธ เคยเสียใจ แต่ตอนนี้...”นางทอดสายตามองลานตำหนักอันว่างเปล่า “ข้าสงสารท่าน”หลี่เยว่หัวเราะทั้งน้ำตา “สงสารหรือ ข้าไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่เจ้าสงสารข้า”นางก้มมองมือตัวเอง “รู้หรือไม่ ทุกคืนข้าฝันเห็นคนที่ตายเพราะแผนของเรา พวกเขามองข้า เรียกชื่อข้า ถามว่าทำไม”หลี่เยว่เริ่มเอามือกุมศีรษะ “เสียงนั้น...ดังขึ้นทุกคืน ดังขึ้นเรื่อย ๆ”หลี่อันขมวดคิ้ว “ท่าน...”หลี่เยว่เงยหน้าขึ้น แววตาเริ่มเลื่อนลอย“เจ้าได้ยินหรือไม่ พวกเขากำลังเรียกข้า”นางชี้ไปยังมุมกำแพงที่ว่างเปล่า “ตรงนั้น... มีคนยืนอยู่”หล
หลี่อันยังไม่ทันตอบ ชายคนหนึ่งก็ดึงดาบสั้นออกจากแขนเสื้อแล้วพุ่งเข้าหาฮ่องเต้ทันที“ตายเสีย!”ทุกอย่างเกิดขึ้นในเสี้ยวอึดใจ หลี่อันพุ่งเข้าไปโดยไม่ลังเล นางผลักฮ่องเต้ออกจากบัลลังก์ คมดาบเฉือนผ่านแขนของนางจนเลือดสดไหลออกมาทันที“หลี่อัน!”ฮ่องเต้ร้องขึ้นด้วยความตกใจ มือสังหารอีกสามคนชักอาวุธพร้อมกัน“ฆ่ามันทั้งหมด!”หลี่อันคว้ากระถางธูปทองสัมฤทธิ์ที่อยู่ใกล้มือขว้างใส่ชายคนแรกเต็มแรง โครม! กระถางกระแทกศีรษะจนอีกฝ่ายล้มลง แต่ชายคนที่สองกลับแทงดาบเข้ามาอีก หลี่อันถอยหลบพร้อมคว้าเก้าอี้ไม้ขึ้นรับแรงปะทะ เสียงไม้แตกดังสนั่น ขันทีและนางกำนัลต่างกรีดร้องวิ่งหนี ฮ่องเต้พยายามลุกขึ้น“องครักษ์!”แต่เสียงต่อสู้ด้านนอกดังเข้ามาพร้อมกัน เห็นได้ชัดว่ามือสังหารเตรียมการไว้แล้ว หลี่อันกัดฟันแน่น นางคว้าชุดน้ำชาบนโต๊ะปาใส่ชายคนที่สาม น้ำร้อนสาดเข้าหน้าอีกฝ่ายจนร้องลั่น จังหวะนั้นเอง ชายคนแรกที่ฟื้นตัวกลับลุกขึ้นอีกครั้ง พร้อมพุ่งเข้าหาฮ่องเต้จากด้านหลัง หลี่อันหันไปเห็นพอดี“ฝ่าบาท







