หน้าหลัก / รักโบราณ / องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด / บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

แชร์

 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด
ผู้แต่ง: sanvittayam

บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

ผู้เขียน: sanvittayam
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-16 14:55:27

บทที่ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

ตำหนักเหยียนชิวในวังหลวง มีชื่อเสียงในเรื่องความเงียบและสงบยิ่งกว่าตำหนักใด ๆ แม้ว่าสนมเหม่ยเหรินและสนมระดับล่างมักชอบที่จะอยู่รวมกัน ทว่าตำหนักแห่งนี้กลับไม่มีผู้ใดอยากย่างกรายเข้ามาอยู่ด้วย

เนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ มีพระสนมเหม่ยเหรินนามว่าจวงหลีอาศัยอยู่ นางคือพระมารดาขององค์หญิงหกจางฟ่านปิง พระสนมจวงหลีอาศัยอยู่กับบุตรสาว และมีนางกำนัลเพียงไม่กี่คน ที่มาคอยรับใช้อยู่ในตำหนักแห่งนี้

พระสนมอาศัยอยู่ที่นี่อย่างยาวนาน ด้วยอายุที่มากขึ้นทำให้นางมีอาการป่วยกระเสาะกระแสะมาตลอดปี ภาพของสตรีอ่อนแอที่ต้องพึ่งพายาต้ม คือภาพที่ทุกคนจดจำจนติดตา นี่คือสาเหตุที่ไม่มีใครสนใจตำหนักนี้เท่าที่ควร

แต่จะมีผู้ใดรู้กันเล่าว่า ท้ายตำหนักนี้กลับมีห้องลับซุกซ่อนอยู่ และนั่นคือห้องทำงานของผู้นำเครือข่ายที่ทรงอำนาจที่สุดในใต้หล้า เครือข่ายที่แม้แต่ราชสำนักยังหวั่นเกรง

จางฟ่านปิงในวัยใกล้จะปักปิ่นกำลังนั่งคุกเข่าอยู่หน้าโต๊ะที่เต็มไปด้วยเอกสารลับ ป้ายหยกดำสลักลายดอกเหมยถูกวางอยู่ตรงหน้า หญิงสาวอยู่ในชุดเรียบง่าย ที่ดูอย่างไรก็ไม่เหมือนคนที่มีฐานะองค์หญิงหก ไม่เหมือนธิดาของฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย

แต่ทว่าในยามนี้แววตาของนางนั้นกลับเฉียบคม ไร้ซึ่งความอ่อนแอใด ๆ เหมือนที่นางมักแสดงให้คนภายนอกเห็น

“เจ้าทำดีมาก ปิงเอ๋อร์” พระสนมจวงหลีเอ่ยชมเสียงแผ่วเบา แต่ทว่าแววตาของนางกลับเปี่ยมไปด้วยอำนาจ “ข้าไม่นึกเลยว่าเจ้าจะตรวจพบรายงานการค้านี้ได้”

“เป็นเพราะท่านแม่สั่งสอนลูกมาอย่างดีเพคะ เส้นทางการค้าทางใต้นี้ถูกบิดเบือนเล็กน้อย แต่ความเสียหายไม่น้อยเลย ทว่าท่านแม่ไม่ต้องกังวลไป ข้าส่งชิงเยว่ไปแก้ไขแล้วเพคะ” จางฟ่านปิงตอบกลับพระมารดาอย่างหนักแน่น นางไม่คิดเอาความชอบไว้เพียงผู้เดียว ถึงอย่างไรความรู้ที่นางมี ล้วนมาจากเสด็จแม่ของนางที่สั่งสอน

พระสนมจวงหลีพยักหน้าช้า ๆ ก่อนจะมองไปที่นางกำนัล ทำให้ชิงชิงรีบประคองเจ้านายพลางส่งยาต้มให้ เนื่องจากว่าชิงเยว่ยังไม่กลับมา

“อาการของท่านแม่...” จางฟ่านปิงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง แววตาไม่อาจสงบนิ่งได้อีก

“อาการป่วยของข้าน่ะหรือ” พระสนมจวงหลีรับยาไว้แต่ไม่ได้ดื่ม นางเหลือบมองบุตรสาวแล้วเอ่ยขึ้นมา “อาการป่วยของข้านั้น ข้ารู้ดีที่สุด และเจ้าจงจำไว้เพียงว่าพิษลวงเงาที่เจ้ากำลังเรียนรู้ มันไม่ใช่แค่การจำลองโรค แต่มันคือการควบคุมคน”

พิษลวงเงาคือพิษที่จางฟ่านปิงกำลังฝึกฝน มันทำให้พระสนมจวงหลีแสดงอาการของโรคที่รักษาไม่หาย ได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนหมอหลวงหลายคนต้องส่ายหน้า ทำให้ไม่มีใครทำร้ายนางอีก เพราะล้วนคิดว่าพระสนมเหม่ยเหรินคนนี้ ไร้ประโยชน์ และใกล้ตาย ไม่สามารถมาแย่งชิงความโปรดปรานกับสนมคนไหนได้อีก

“แต่เวลานี้ พิษลวงเงาไม่อาจยับยั้งอายุขัยของข้าได้แล้ว” พระสนมกล่าวและวางถ้วยชาลงอย่างช้า ๆ นางยิ้มให้บุตรสาวอย่างอ่อนโยน แต่สายตากลับเด็ดเดี่ยว

“หอกุ้ยเหมยเป็นของเจ้าแล้วปิงเอ๋อร์ จำไว้ว่าเจ้าจงอย่าเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของเจ้าเด็ดขาด จนกว่าเจ้าจะหาที่ปลอดภัยได้อย่างแท้จริง”

คำเตือนนั้นแม้จะแผ่วเบาแต่มีความหนักแน่นอย่างมาก

“ท่านแม่ ท่านอย่ากล่าวเช่นนี้เลย ท่านจะต้องอยู่กับข้าไปอีกแสนนาน ข้าจะหาทางรักษาท่านให้ได้” จางฟ่านปิงน้ำตาคลอในยามที่เอ่ยออกมา นางพยายามเข้มแข็งอย่างที่ท่านแม่ของนางสอนมาเสมอ แต่คราวนี้มันเกินกว่าที่นางจะทนไหว

“เจ้าอย่าเสียน้ำตาเลยนะ ข้าเคยสอนเจ้าว่าอย่างไรจำได้หรือไม่ ความตายไม่ใช่เรื่องน่ากลัว ส่วนข้าเองก็เหนื่อยกับชีวิตนี้แล้ว เจ้าจงอย่าเสียใจกับการจากไปของข้า แต่จงจำไว้ว่าแม้เจ้ามีสถานะเป็นถึงองค์หญิงหกของแคว้น แต่ก็ไม่มีผู้ใดอยู่เหนือไปกว่าเจ้าได้ การที่เจ้าเป็นนายท่านหอกุ้ยเหมย นั่นนับว่าเจ้าอยู่เหนือผู้คนทั้งแผ่นดิน บุตรีของข้าหาใช่คนอ่อนแออย่างที่ทุกคนเห็น”

พระสนมจวงหลีกล่าวอย่างอ่อนโยน นางรู้ตัวดีว่าอยู่ได้อีกไม่นาน นางเรียนรู้เรื่องพิษมาตั้งแต่วัยเยาว์ นางรู้ว่าแม้จะไม่มีพิษใดมาทำลายนางได้ แต่เมื่ออายุขัยมีเพียงเท่านี้ นางไม่อาจฝืนชะตาที่สวรรค์กำหนดให้มาได้อีก

“ส่วนเจ้า ชิงชิง เจ้าจงอยู่เคียงข้างปิงเอ๋อร์ของข้าเหมือนอยู่กับข้า เข้าใจหรือไม่” นางหันมากล่าวกับคนใกล้ชิดที่นางเลี้ยงดูมาพร้อมกับบุตรสาว

“เจ้าค่ะนายท่าน บ่าวยินดีติดตามรับใช้คุณหนูจนกว่าชีวิตจะหาไม่ นายท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ” ชิงชิงตอบกลับอย่างเด็ดเดี่ยว แต่แม้ว่าน้ำเสียงจะเด็ดเดี่ยว ทว่ากลับเต็มไปด้วยความเศร้า เมื่อรู้ว่าพระสนมใกล้จะถึงเวลาไปจากโลกนี้แล้ว

“พวกเจ้าจะทำหน้าเศร้าไปทำไม ข้ายังไม่ตายวันนี้สักหน่อย ข้ายังพอมีเวลาอีกนานพอสมควร เช่นนั้นพวกเราวางภาระที่หนักอึ้งไว้ก่อน แล้วมาใช้ชีวิตในแต่ละวันให้มีความสุขเถิด ข้าอยากมีชีวิตที่เหลือกับปิงเอ๋อร์ ในฐานะแม่ลูกเหมือนชาวบ้านทั่วไป”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   ตอนพิเศษ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    ตอนพิเศษ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงครางของสองสามีภรรยามีขึ้นไม่ขาดสาย“อ่าร์สสส น้องหญิงมีความสุขหรือไม่ น้องหญิงอยากให้พี่รักน้องเช่นนี้หรือไม่” เสียงกระเส่าของแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามภรรยาเมื่อเขากำลังใกล้ถึงแดนสวรรค์“ซี๊ดด ฮื่ม น้องมีความสุข น้องอยากให้ท่านพี่รักเช่นนี้ตลอดไป เร่งอีก ๆ”จางฟ่านปิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่าไม่ต่างกัน นางลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว นางรู้สึกเพียงความสุขที่สามีมอบให้ แต่ยังรู้สึกว่ามันยังช้าไป จึงร้องขออย่างไม่อายหลี่จงเหอได้ยินก็ยกยิ้ม เขาเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามคำขอของสตรีอันเป็นที่รักหลี่จงเหอหยัดตัวขึ้นมานั่งคุกเข่าอีกครั้ง เขาจับเอวของนางไว้ แล้วกระแทกสะโพกส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างรัวเร็วและลึก จางฟ่านปิงแทบจะหายใจไม่ทัน นางใช้สองมือมาจับแขนของเขาเอาไว้ สายตาสองคู่สอดประสานด้วยความรักหลี่จงเหอยิ้มให้ภรรยาซึ่งนางก็ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็กระแทกแรง ๆ ส่งท้ายอีกสี่ห้าครั้ง ก่อนที่ร่างทั้งสองจะเกร็งกระตุกไปพร้อมกัน แท่งหยกที่ใหญ่เท่าแขนเด็กปล่อยน้ำแห่งความสุขที่จะก่อเกิดเจ้าก้อนแป้งออกมาจนล

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   ตอนพิเศษ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    ตอนพิเศษ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลี่จงเหอเริ่มกระแทกแท่งหยกใส่จางฟ่านปิงอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนขึ้นจนนางแทบทนไม่ไหว ร่างบางบิดเร้าตามแรงกระแทกที่กดส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างเป็นจังหวะ แรงกระแทกหนักหน่วงรัวเร็วขึ้นตามเสียงครางกระเส่าของนาง“อ่าร์สสส ท่านพี่ เร็ว ๆ แรง ๆ อีกเจ้าค่ะ โอ๊ววว มันเสียวแทบขาดใจ”เสียงสั่น ๆ ที่ได้ยินนั้น จางฟ่านปิงแทบอยากไม่เชื่อว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่ในยามนี้นางไม่มีอะไรจะต้องอายอีกแล้ว ขอเพียงหลี่จงเหอเร่งจังหวะให้นางถึงฝั่งฝันก็พอ“โอ๊ววว น้องหญิง เราไปเที่ยวแดนสวรรค์พร้อมกันเถอะ พี่ก็จะไม่ไหวแล้ว อ่าร์ส” หลี่จงเหอเองก็แหงนหน้าครางอย่างเสียวซ่าน เขายกขาของนางพาดบ่าแล้วใช้สองมือหนาจับเอวบางนางไว้ ก่อนจะอัดกระแทกแท่งหยกใส่ร่องรักของนางอย่างหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่ขาดระยะ แข่งกับเสียงร้องครางเสียวของสองร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลี่จงเหอเร่งจังหวะอัดแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างไม่คิดชีวิต จนจางฟ่านปิงทนไม่ไหว นางส่ายหัวไปมา มือจิกลงที่ผ้าปูเตียง สองเต้าอวบอิ่มของนางกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะกระแทกสะโพกของเขา ซึ่งเป็นภาพที่เขาชอบมองอย

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   ตอนพิเศษ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    ตอนพิเศษ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหกเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของทั้งสองคนดำเนินอย่างราบเรียบ แม้ว่าจะมีทุกอย่างพร้อมจนแทบไม่ต้องทำอันใดในชีวิตนี้อีก ทว่าหลี่จงเหอยังคงทำงานในตำแหน่งแม่ทัพ เพียงแค่คอยรักษาเมืองหลวง อีกทั้งยังคอยช่วยงานองค์รัชทายาทส่วนจางฟ่านปิงยังคงดูแลหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวเหมือนเดิม และยังดูความเรียบร้อยของจวนแม่ทัพอย่างไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้เมื่อหลี่จงเหอกลับจากวังหลวงจึงคิดจะให้รางวัลฮูหยินตนเอง เมื่อเห็นจางฟ่านปิงที่ศาลาจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้ววางนางลงที่เตียงกว้าง มือหนาเริ่มถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“วันนี้พี่จะให้รางวัลจะให้น้องหญิงที่คุมเรือนและดูแลจวนได้ดี” หลี่จงเหอกระซิบบอกด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าของเขาที่อยู่แนบชิดกับอกอวบอิ่มของหญิงที่รัก“ของรางวัลเช่นนี้ น้องคงจะเหนื่อยกายไม่น้อย แต่น้องก็ยินดีรับเจ้าค่ะ” จางฟ่านปิงตอบอย่างอ่อนหวาน นางยกมือขึ้นโอบกอดไหล่หนาไว้ พร้อมกับแอ่นอกเข้าไปชิดปากหลี่จงเหอมากขึ้น“อ่าร์สสส ท่านพี่ น้องเสียวเหลือเกิน” นางครางเสียงหวานออกมาเมื่อโดนสามีดูดดึงยอดอ

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   บททส่งท้าย องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    บททส่งท้าย องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสิ้นเสียงของนาง สองแม่ลูกได้หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของทั้งสองคนเบิกกว้างอย่างตกใจ“องค์หญิง ท่านรู้หรือว่าเป็นผู้ใดที่ทำเช่นนี้” ซื่อจื่อที่นั่งเงียบอยู่นานหันมาทางเจ้าของเรือนแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น เขาเองก็สงสัยในอาการป่วยของตนเองเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะกินยาขนานใด ร่างกายของเขาก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกวางยาพิษ“ผู้ที่วางยาท่าน ก็คือบิดาของท่านอย่างไรล่ะ ภายใต้ความอ่อนโยนของเขานั้น ไม่มีความจริงใจหรอกนะ” นางตอบซื่อจื่อก่อนจะหันมามองหยางฮูหยินแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากหยางฮูหยินไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ดูเหมือนว่าต่อไปจวนโหวคงร้อนเป็นไฟแน่”“องค์หญิงช่วยซื่อจื่อได้หรือไม่เพคะ หากท่านทำได้ หม่อมฉันยินดีจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และต่อไปหากผู้ใดเป็นภัยต่อจวนโหว หม่อมฉันจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตาย” หยางฮูหยินเอ่ยขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว สายตาของนางฉายแววโกรธเคืองและบ่งบอกว่าทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้“ชิงชิง เจ้าไปตามท่านแม่ทัพมาหาข้าหน่อย” นางยังไม่ตอบ แต่กลับหันไปเอ่ยบอกกับคนสนิทให้ไปตามสามีมาที่นี่ นั่นเพราะว่าเขาให้คว

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 49 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    บทที่ 49 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากผ่านคืนแห่งความคิดถึง วันเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเดือนแล้ว ยามนี้จางฟ่านปิงไม่คิดจะหลบซ่อนความสามารถอีกต่อไป ผู้ใดรู้ก็คือรู้ ผู้ใดไม่รู้นางก็ไม่คิดที่จะอธิบายอีกทั้งยามนี้องค์ชายใหญ่จ้าวเฟยหลงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทแล้ว ส่วนขุนนางฝ่ายองค์ชายสามต่างก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ในราชสำนักเวลานี้จึงสงบยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากฮ่องเต้เองเริ่มคิดที่จะพักราชกิจ เนื่องจากพระองค์เห็นการทำงานขององค์รัชทายาทแล้วก็วางใจได้มาก อีกทั้งรัชทายาทยังมีหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวหนุนหลัง ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะออกนอกลู่นอกทางส่วนชาวบ้านก็ต่างอยู่กันอย่างสงบสุข นั่นเพราะว่าจางฟ่านปิงสร้างงานให้กับคนไร้บ้านและขอทาน ทำให้บ้านเมืองสงบยิ่งขึ้นส่วนหลี่จงเหอนั้น ยามนี้เขาได้มาคุมอำนาจทหารรักษาเมือง แต่หากมีศึกที่ชายแดน เขาก็พร้อมไปทำศึกเช่นกัน“ท่านพี่ อีกไม่นานฟางเซียนก็จะแต่งเข้าจวนโหวแล้ว ข้าอยากมอบร้านค้าในเครือหอกุ้ยเหมยให้นางสักหน่อย อย่างน้อยท่านโหวและอนุของเขา จะได้ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับน้องสาวของพวกเรา และหากมีผู้ใดกล้ารังแกนาง จวนโห

  • องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด   บทที่ 48 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิด

    บทที่ 48 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน ซึ่งภรรยาก็ทำตามอย่างว่าง่าย นางก้มหน้าลงแล้วใช้ลิ้นเลียไปตามแท่งหยก และยิ่งนางเลียและดูดที่ปลายหัวที่มีรอยแยก ยิ่งได้ยินเสียงคราวกระเส่าของสามีดังขึ้นเรื่อย ๆ“ซี๊ดดดด เสียวมาก ลิ้นของน้องนุ่มมาก อ้าปากแล้วอมในเข้าไป อมเข้าไปลึก ๆ ได้หรือไม่” หลี่จงเหอครางออกมาด้วยความเสียวเมื่อถูกดูดปลายหัวหยัก แต่แค่นั้นยังไม่พอ เขาจึงเอ่ยบอกนางอีกครั้ง“ฮ่าร์สสสสสส น้องหญิง พี่รักน้องหญิงที่สุด รักน้องหญิงผู้เดียว” คราวนี้แม่ทัพหนุ่มครางและบอกรักเสียงดังลั่น เมื่อภรรยาอ้าปากอมแท่งหยกเข้าไปเต็มปาก นางอมแล้วรูดปากขึ้นลงเป็นจังหวะ ลิ้นก็ตวัดเลียเช่นเดียวกันกับที่เขาปรนนิบัตินาง“น้องหญิง พี่จะไม่ไหวแล้ว” หลี่จงเหอครางออกมาแล้วกระดกสะโพกส่งแท่งหยกเข้าปากของนางอย่างอดไม่ไหวจางฟ่านปิงที่ถูกแท่งหยกแทงคอก็ทำได้เพียงอ้าปากกว้างๆ ไว้ มือเรียวสวยจิกเล็บลงที่ต้นขาของสามีเพื่อคลายความจุกในลำคอเสียงน้ำลายในปากดังขึ้นในปากของนาง และมีน้ำลายบางส่วนไหลย้อยลงมาจนเปียกชุ่มไปหมด“โอ๊ววว พี่จะไม่ไหวแล้วน้องหญิง” หลี่งจง

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status