LOGINเมื่อเห็นสีหน้าของบุตรสาวและคนใกล้ชิดเศร้าสร้อย พระสนมจึงกล่าวออกมาอย่างอ่อนโยน และถึงแม้ว่านี่จะเป็นวังหลวงก็ตาม แต่ประโยคสุดท้ายนางแทบจะกลืนเข้าไปในลำคอ เพราะไม่ต้องการให้ลูกนั้นกังวลเรื่องอื่น จนกว่านางจะหมดอายุขัย
จางฟ่านปิงพยายามเข้มแข็ง นางมองมารดาด้วยใบหน้าที่มีน้ำตาคลอ ก่อนจะพยักหน้าช้า ๆ และกล่าวออกมา “ท่านแม่ เรามาวางภาระที่หนักอึ้ง แล้วมาใช้ชีวิตธรรมดาเถิดนะเจ้าคะ ข้าจะทำให้ท่านแม่มีความสุขที่สุดเอง” นางปาดน้ำตาออกและยิ้มให้มารดา
และเมื่อชิงเยว่กลับมา ทั้งสี่คนจึงปล่อยเรื่องหอกุ้ยเหมยไปพักหนึ่ง โดยให้หัวหน้าสาขาต่าง ๆ ดูแลกันไปก่อน แต่หากมีเรื่องสำคัญก็ให้แจ้งมาได้ จางฟ่านปิงจะส่งชิงชิง หรือชิงเยว่ไปจัดการ โดยให้ทั้งสองสลับกันไป
สองเดือนต่อมา...
พระสนมจวงหลีจากไปอย่างสงบตามที่คาดการณ์ไว้ จางฟ่านปิงเสียใจอย่างที่สุด แต่นางก็ดีใจที่ทำตามความปรารถนาสุดท้ายของมารดาได้
ฮ่องเต้จางเจี่ยหยางทำเพียงออกราชโองการจัดพิธีพระศพอย่างเรียบง่าย ท่ามกลางเสียงซุบซิบของเหล่าขุนนาง ที่มองว่าพระสนมนั้นไร้ค่าเสียเหลือเกิน
จางฟ่านปิงยังคงแสดงความโศกเศร้าอย่างเหมาะสมออกมา แต่ลับหลังนางกลับจัดการเรื่องของหอกุ้ยเหมยอย่างเด็ดเดี่ยวและไม่บกพร่อง
“นายท่าน ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะส่งนายท่านไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ เหมือนองค์หญิงทั้งห้านะเจ้าคะ”
ชิงเยว่กล่าวรายงานอย่างเป็นกังวล หลังจากที่จางฟ่านปิงรับตำแหน่งนายท่านแห่งหอกุ้ยเหมยและเครือข่ายทั้งหมดที่มี การเรียกขานจึงเปลี่ยนไปตามสถานะ และนางไม่ต้องให้มีการใช้ราชาศัพท์กับนาง
“อย่างนั้นหรือ เช่นนั้นก็รอช้าไม่ได้แล้วสินะ แล้วรู้หรือไม่ว่าข้าจะถูกส่งไปแต่งงานกับผู้ใด ฝ่าบาทคงไม่ส่งข้าไปแต่งงานกับองค์ชายที่แคว้นไหนหรอก ใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามคล้ายกับเป็นเรื่องปกติของชีวิตในแต่ละวัน โดยไม่มีความสะทกสะท้านในน้ำเสียงเลยแม้แต่น้อย
นั่นเพราะรู้ดีว่าองค์หญิงนอกสายตาอย่างนาง คงไม่ถูกส่งไปแต่งกับบุรุษที่ดีหรือมีอำนาจสักเท่าไรหรอกกระมัง ขนาดองค์หญิงทั้งห้าที่ฮ่องเต้ทรงโปรดปรานอยู่บ้าง ยังถูกส่งไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไม่ต่างกัน
“สายข่าวของเรารายงานมาว่า นายท่านจะถูกส่งไปแต่งงานกับแม่ทัพหลี่ ของแคว้นจงอี้เจ้าค่ะ” ชิงเยว่รายงานตามที่นางได้รับข่าวมา
“แม่ทัพหลี่ของแคว้นจงอี้เช่นนั้นหรือ” นางเอ่ยทบทวนชื่อของว่าที่สามี พร้อมกับนิ้วเรียวยาวเคาะโต๊ะไปตามจังหวะอย่างคนที่กำลังใช้ความคิด
“เจ้าค่ะ ไม่ทราบว่านายท่านคิดเห็นอย่างไร” ชิงเยว่ตอบกลับและมองเจ้านายด้วยสายตาเรียบนิ่ง นางกำลังรอคำสั่งว่าจางฟ่านปิงจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ นางคิดว่าหากจะปลงชีวิตฮ่องเต้เพื่อที่ไม่ต้องรับราชโองการแต่งงานครั้งนี้นั้น ง่ายดายยิ่งนัก
“อืม ข้าจะแต่งงานตามราชโองการ เจ้าจงไปเตรียมตัวเรื่องนี้ให้ดี อีกไม่นานหลิวกงกงก็คงมาที่นี่ เห็นทีสำนักงานใหญ่ของหอกุ้ยเหมยคงต้องย้ายสถานที่เสียแล้ว” นางกล่าวออกมาพร้อมยิ้มเย็นจนน่าขนลุก
‘แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์เช่นนั้นหรือ นั่นคงจะดีกว่าที่ข้าอยู่ในวังแห่งนี้’ นี่คือความคิดของจางฟ่านปิงในยามที่กล่าวกับคนใกล้ชิด
แม้จะไม่เข้าใจความคิดของเจ้านาย ทว่าชิงเยว่และชิงชิงก็ที่เลือกทำตามคำสั่งของเจ้านายอย่างไม่มีเงื่อนไข ทั้งสองตอบรับพร้อมกัน ก่อนจะแยกย้ายกันไปจัดการงานตามที่ได้รับคำสั่งมา
เวลาผ่านไปไม่นาน หลิวกงกงก็มาถึงตำหนักเหยียนชิว พร้อมกับนำราชโองการมาประกาศด้วยตัวเอง
“องค์หญิงหก จางฟ่านปิง รับราชโองการ”
หลิวกงกงประกาศเสียงดัง และเมื่อจางฟ่านปิงและคนในตำหนักคุกเข่าเรียบร้อยแล้ว เขาจึงอ่านราชโองการ
“ด้วยองค์หญิงจางฟ่านปิงถึงวัยปักปิ่นแล้ว จึงเห็นควรให้แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับแม่ทัพหลี่จงเหอ แห่งแคว้นจงอี้...”
“จางฟ่านปิงน้อมรับราชโองการ ขอฝ่าบาททรงอายุยืนหมื่นปี หมื่น ๆ ปี”
เมื่อหลิงกงกงอ่านราชโองการจบ จางฟ่านปิงก็ยกมือออกไปรับราชโองการด้วยใบหน้าสงบ ริมฝีปากเอ่ยถวายพระพร แต่ในใจกลับซ่อนรอยยิ้มเยาะไว้
‘จงดูหมิ่นข้าให้เต็มที่เถิด ก่อนจะไม่มีโอกาสได้ทำเช่นนี้อีก’
จางฟ่านปิงมองว่านี่ไม่ใช่การทอดทิ้งหรือผลักไส แต่สำหรับนาง นี่คืออิสรภาพที่มาพร้อมกับการแต่งงานต่างหากล่ะ นั่นเพราะนางจะได้หลุดพ้นจากวังหลวงแห่งนี้ และได้ไปเริ่มต้นขยายอาณาจักรของหอกุ้ยเหมยในแคว้นใหม่ ได้อย่างเต็มกำลังเสียที
ตอนพิเศษ 3 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังแข่งกับเสียงครางของสองสามีภรรยามีขึ้นไม่ขาดสาย“อ่าร์สสส น้องหญิงมีความสุขหรือไม่ น้องหญิงอยากให้พี่รักน้องเช่นนี้หรือไม่” เสียงกระเส่าของแม่ทัพหนุ่มเอ่ยถามภรรยาเมื่อเขากำลังใกล้ถึงแดนสวรรค์“ซี๊ดด ฮื่ม น้องมีความสุข น้องอยากให้ท่านพี่รักเช่นนี้ตลอดไป เร่งอีก ๆ”จางฟ่านปิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงกระเส่าไม่ต่างกัน นางลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดแล้ว นางรู้สึกเพียงความสุขที่สามีมอบให้ แต่ยังรู้สึกว่ามันยังช้าไป จึงร้องขออย่างไม่อายหลี่จงเหอได้ยินก็ยกยิ้ม เขาเร่งจังหวะให้เร็วและหนักหน่วงขึ้นตามคำขอของสตรีอันเป็นที่รักหลี่จงเหอหยัดตัวขึ้นมานั่งคุกเข่าอีกครั้ง เขาจับเอวของนางไว้ แล้วกระแทกสะโพกส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างรัวเร็วและลึก จางฟ่านปิงแทบจะหายใจไม่ทัน นางใช้สองมือมาจับแขนของเขาเอาไว้ สายตาสองคู่สอดประสานด้วยความรักหลี่จงเหอยิ้มให้ภรรยาซึ่งนางก็ยิ้มตอบ จากนั้นเขาก็กระแทกแรง ๆ ส่งท้ายอีกสี่ห้าครั้ง ก่อนที่ร่างทั้งสองจะเกร็งกระตุกไปพร้อมกัน แท่งหยกที่ใหญ่เท่าแขนเด็กปล่อยน้ำแห่งความสุขที่จะก่อเกิดเจ้าก้อนแป้งออกมาจนล
ตอนพิเศษ 2 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลี่จงเหอเริ่มกระแทกแท่งหยกใส่จางฟ่านปิงอย่างหนักหน่วงเร่าร้อนขึ้นจนนางแทบทนไม่ไหว ร่างบางบิดเร้าตามแรงกระแทกที่กดส่งแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างเป็นจังหวะ แรงกระแทกหนักหน่วงรัวเร็วขึ้นตามเสียงครางกระเส่าของนาง“อ่าร์สสส ท่านพี่ เร็ว ๆ แรง ๆ อีกเจ้าค่ะ โอ๊ววว มันเสียวแทบขาดใจ”เสียงสั่น ๆ ที่ได้ยินนั้น จางฟ่านปิงแทบอยากไม่เชื่อว่าเป็นเสียงของตนเอง แต่ในยามนี้นางไม่มีอะไรจะต้องอายอีกแล้ว ขอเพียงหลี่จงเหอเร่งจังหวะให้นางถึงฝั่งฝันก็พอ“โอ๊ววว น้องหญิง เราไปเที่ยวแดนสวรรค์พร้อมกันเถอะ พี่ก็จะไม่ไหวแล้ว อ่าร์ส” หลี่จงเหอเองก็แหงนหน้าครางอย่างเสียวซ่าน เขายกขาของนางพาดบ่าแล้วใช้สองมือหนาจับเอวบางนางไว้ ก่อนจะอัดกระแทกแท่งหยกใส่ร่องรักของนางอย่างหนักหน่วงเสียงเนื้อกระทบเนื้อดังไม่ขาดระยะ แข่งกับเสียงร้องครางเสียวของสองร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อหลี่จงเหอเร่งจังหวะอัดแท่งหยกใส่ร่องรักอย่างไม่คิดชีวิต จนจางฟ่านปิงทนไม่ไหว นางส่ายหัวไปมา มือจิกลงที่ผ้าปูเตียง สองเต้าอวบอิ่มของนางกระเด้งขึ้นลงตามจังหวะกระแทกสะโพกของเขา ซึ่งเป็นภาพที่เขาชอบมองอย
ตอนพิเศษ 1 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหกเดือนผ่านไป ชีวิตคู่ของทั้งสองคนดำเนินอย่างราบเรียบ แม้ว่าจะมีทุกอย่างพร้อมจนแทบไม่ต้องทำอันใดในชีวิตนี้อีก ทว่าหลี่จงเหอยังคงทำงานในตำแหน่งแม่ทัพ เพียงแค่คอยรักษาเมืองหลวง อีกทั้งยังคอยช่วยงานองค์รัชทายาทส่วนจางฟ่านปิงยังคงดูแลหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวเหมือนเดิม และยังดูความเรียบร้อยของจวนแม่ทัพอย่างไม่ขาดตกบกพร่องวันนี้เมื่อหลี่จงเหอกลับจากวังหลวงจึงคิดจะให้รางวัลฮูหยินตนเอง เมื่อเห็นจางฟ่านปิงที่ศาลาจึงรีบอุ้มนางขึ้นมา จากนั้นจึงตรงดิ่งเข้าห้องนอนแล้ววางนางลงที่เตียงกว้าง มือหนาเริ่มถอดเสื้อผ้าของทั้งคู่ออกจากร่างอย่างรวดเร็ว“วันนี้พี่จะให้รางวัลจะให้น้องหญิงที่คุมเรือนและดูแลจวนได้ดี” หลี่จงเหอกระซิบบอกด้วยเสียงแหบพร่า ใบหน้าของเขาที่อยู่แนบชิดกับอกอวบอิ่มของหญิงที่รัก“ของรางวัลเช่นนี้ น้องคงจะเหนื่อยกายไม่น้อย แต่น้องก็ยินดีรับเจ้าค่ะ” จางฟ่านปิงตอบอย่างอ่อนหวาน นางยกมือขึ้นโอบกอดไหล่หนาไว้ พร้อมกับแอ่นอกเข้าไปชิดปากหลี่จงเหอมากขึ้น“อ่าร์สสส ท่านพี่ น้องเสียวเหลือเกิน” นางครางเสียงหวานออกมาเมื่อโดนสามีดูดดึงยอดอ
บททส่งท้าย องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดสิ้นเสียงของนาง สองแม่ลูกได้หันมาสบตากันอย่างไม่ได้นัดหมาย ดวงตาของทั้งสองคนเบิกกว้างอย่างตกใจ“องค์หญิง ท่านรู้หรือว่าเป็นผู้ใดที่ทำเช่นนี้” ซื่อจื่อที่นั่งเงียบอยู่นานหันมาทางเจ้าของเรือนแล้วเอ่ยถามเสียงสั่น เขาเองก็สงสัยในอาการป่วยของตนเองเช่นกัน เพราะไม่ว่าจะกินยาขนานใด ร่างกายของเขาก็ไม่ดีขึ้นเลย เขาไม่คิดว่าตนเองจะถูกวางยาพิษ“ผู้ที่วางยาท่าน ก็คือบิดาของท่านอย่างไรล่ะ ภายใต้ความอ่อนโยนของเขานั้น ไม่มีความจริงใจหรอกนะ” นางตอบซื่อจื่อก่อนจะหันมามองหยางฮูหยินแล้วเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “หากหยางฮูหยินไม่จัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด ดูเหมือนว่าต่อไปจวนโหวคงร้อนเป็นไฟแน่”“องค์หญิงช่วยซื่อจื่อได้หรือไม่เพคะ หากท่านทำได้ หม่อมฉันยินดีจัดการเรื่องนี้ให้เด็ดขาด และต่อไปหากผู้ใดเป็นภัยต่อจวนโหว หม่อมฉันจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตาย” หยางฮูหยินเอ่ยขึ้นมาอย่างแข็งกร้าว สายตาของนางฉายแววโกรธเคืองและบ่งบอกว่าทำอย่างที่ลั่นวาจาไว้“ชิงชิง เจ้าไปตามท่านแม่ทัพมาหาข้าหน่อย” นางยังไม่ตอบ แต่กลับหันไปเอ่ยบอกกับคนสนิทให้ไปตามสามีมาที่นี่ นั่นเพราะว่าเขาให้คว
บทที่ 49 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดหลังจากผ่านคืนแห่งความคิดถึง วันเวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเดือนแล้ว ยามนี้จางฟ่านปิงไม่คิดจะหลบซ่อนความสามารถอีกต่อไป ผู้ใดรู้ก็คือรู้ ผู้ใดไม่รู้นางก็ไม่คิดที่จะอธิบายอีกทั้งยามนี้องค์ชายใหญ่จ้าวเฟยหลงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นองค์รัชทายาทแล้ว ส่วนขุนนางฝ่ายองค์ชายสามต่างก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น ในราชสำนักเวลานี้จึงสงบยิ่งกว่าเมื่อก่อนมากฮ่องเต้เองเริ่มคิดที่จะพักราชกิจ เนื่องจากพระองค์เห็นการทำงานขององค์รัชทายาทแล้วก็วางใจได้มาก อีกทั้งรัชทายาทยังมีหอกุ้ยเหมยและหอประมูลจันทร์เสี้ยวหนุนหลัง ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะออกนอกลู่นอกทางส่วนชาวบ้านก็ต่างอยู่กันอย่างสงบสุข นั่นเพราะว่าจางฟ่านปิงสร้างงานให้กับคนไร้บ้านและขอทาน ทำให้บ้านเมืองสงบยิ่งขึ้นส่วนหลี่จงเหอนั้น ยามนี้เขาได้มาคุมอำนาจทหารรักษาเมือง แต่หากมีศึกที่ชายแดน เขาก็พร้อมไปทำศึกเช่นกัน“ท่านพี่ อีกไม่นานฟางเซียนก็จะแต่งเข้าจวนโหวแล้ว ข้าอยากมอบร้านค้าในเครือหอกุ้ยเหมยให้นางสักหน่อย อย่างน้อยท่านโหวและอนุของเขา จะได้ไม่กล้าเข้ามายุ่งกับน้องสาวของพวกเรา และหากมีผู้ใดกล้ารังแกนาง จวนโห
บทที่ 48 องค์หญิงหกอย่างข้าร้ายได้มากกว่าที่ท่านคิดชายหนุ่มที่นั่งพิงหัวเตียงเอ่ยบอกอย่างอ่อนโยน ซึ่งภรรยาก็ทำตามอย่างว่าง่าย นางก้มหน้าลงแล้วใช้ลิ้นเลียไปตามแท่งหยก และยิ่งนางเลียและดูดที่ปลายหัวที่มีรอยแยก ยิ่งได้ยินเสียงคราวกระเส่าของสามีดังขึ้นเรื่อย ๆ“ซี๊ดดดด เสียวมาก ลิ้นของน้องนุ่มมาก อ้าปากแล้วอมในเข้าไป อมเข้าไปลึก ๆ ได้หรือไม่” หลี่จงเหอครางออกมาด้วยความเสียวเมื่อถูกดูดปลายหัวหยัก แต่แค่นั้นยังไม่พอ เขาจึงเอ่ยบอกนางอีกครั้ง“ฮ่าร์สสสสสส น้องหญิง พี่รักน้องหญิงที่สุด รักน้องหญิงผู้เดียว” คราวนี้แม่ทัพหนุ่มครางและบอกรักเสียงดังลั่น เมื่อภรรยาอ้าปากอมแท่งหยกเข้าไปเต็มปาก นางอมแล้วรูดปากขึ้นลงเป็นจังหวะ ลิ้นก็ตวัดเลียเช่นเดียวกันกับที่เขาปรนนิบัตินาง“น้องหญิง พี่จะไม่ไหวแล้ว” หลี่จงเหอครางออกมาแล้วกระดกสะโพกส่งแท่งหยกเข้าปากของนางอย่างอดไม่ไหวจางฟ่านปิงที่ถูกแท่งหยกแทงคอก็ทำได้เพียงอ้าปากกว้างๆ ไว้ มือเรียวสวยจิกเล็บลงที่ต้นขาของสามีเพื่อคลายความจุกในลำคอเสียงน้ำลายในปากดังขึ้นในปากของนาง และมีน้ำลายบางส่วนไหลย้อยลงมาจนเปียกชุ่มไปหมด“โอ๊ววว พี่จะไม่ไหวแล้วน้องหญิง” หลี่งจง







