LOGINองศา...
ผมเดินตามเวลาไปอย่างงง ๆ ไม่เข้าใจว่าเธอจะให้ผมรออยู่ข้างนอกทำไมในเมื่อเด็กที่ผมพามาหาหมอก็คือลูกของผม อีกอย่างเธอจะพูดว่ารบกวนให้ผมไปส่งเธอทำไมวะผมเป็นผัวเธอนะก็ต้องไปส่งอยู่แล้วปะ "ทำอย่างกับเราเป็นคนอื่น" ผมพึมพำคนเดียวขณะกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเวลาไป
แค่รู้ว่าตัวเองปิดทางเข้าจนทำให้ลูกมาหาหมอช้าก็โกรธตัวเองจะแย่ ถ้าเกิดเซริคไม่โทรมาบอกแล้วไม่ยอมเปิดทางให้เวลา ป่านนี้ลูกผมจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้
"ทำไมวันที่เจอกันเราถึงไม่เริ่มต้นกันดี ๆ วะแม่ง มันแต่โกรธจนคิดจะเอาชนะอยู่ได้" ผมนั่งโทษตัวเองที่ทำให้ความสัมพันธ์ของผมกับเวลามันแย่ลง ทั้ง ๆ ที่วันนั้นที่เราเจอกันผมน่าจะถามถึงลูกแล้วก็ความเป็นอยู่ของเธอ แทนที่จะแสดงตัวว่าตามหาเธอกับลูกมาตลอดเพราะอยากจะรับผิดชอบ อยากดูแลและอยากทำหน้าที่ของตัวเองแต่กลับไปพูดอะไรไร้สาระแทน "เฮ้อ!"
"ตกลงลูกผมเป็นอะไรครับคุณหมอ" ผมลุกขึ้นก่อนจะเดินตรงไปหาเวลากับคุณหมอที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องตรวจพร้อมกัน ในอ้อมแขนของเวลามีลูกของผมนอนหลับอยู่
"หมอสงสัยว่าทารกน่าจะแพ้อากาศน่ะครับ ยังไงพรุ่งนี้เช้าลองเข้าไปตรวจในโรงพยาบาลอีกทีนะครับ แต่เบื้องต้นที่หมอเช็กอาการไปแล้วหมอคิดว่าสภาพแวดล้อมที่คุณแม่กับทารกอาศัยอยู่น่าจะเป็นปัญหาหลักที่ทำให้ทารกป่วยครับ" คุณหมอตอบคำถามของผมโดยมีเวลายืนอุ้มลุกอยู่ข้าง ๆ
"แต่พื้นที่รอบ ๆ ที่ฉันกับลูกอยู่รายล้อมไปด้วยสวนผลไม้นะคะคุณหมอ อากาศบริเวณนั้นมันบริสุทธิ์กว่าในเมืองมากเลยนะคะ บ้านที่เราอยู่อากาศก็ถ่ายเทสะดวก" เวลาหันไปอธิบายให้หมอฟัง ถ้าจริงอย่างที่เวลาพูดมางั้นลูกผมป่วยได้ไงวะ
"อาจเกิดจากควันพิษหรือสารพิษสารเคมีที่เกิดจากการเผาไหม้ลอยมาปะปนในอากาศก็ได้ครับ เลยทำให้ทารกเกิดการแพ้ วัยนี้ภูมิคุ้มกันเขายังไม่ดีมากพอถ้าเจออะไรแบบนั้นอาจป่วยง่าย" คุณหมอพูดต่อ ทำเอาผมกับเวลาต้องมองหน้ากันโดยมิได้นัดหมายและมันทำให้ผมนึกอะไรออกทันที
"ยังไงเดี๋ยวหมอให้ยาไปนะครับ ยาตัวนี้ไม่แรงมากเหมาะกับทารก พอตอนเช้าหมอขอแนะนำให้คุณแม่พาทารกไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลนะครับ แล้วก็ให้ทารกอยู่ในที่ที่อากาศถ่ายเทสะดวก หลีกเลี่ยงจากฝุ่นควันหรืออากาศที่ไม่บริสุทธิ์นะครับ"
"ค่ะ"
หลังจากที่ผมจัดการเรื่องค่ายาและค่ารักษาเรียบร้อยแล้วผมก็หิ้วถุงยาเดินตามเวลาออกมาอย่างเงียบ ๆ เพราะความรู้สึกผิดบางอย่าง สิ่งที่คุณหมอพูดมามันมองเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลยเพราะผมเป็นคนทำให้ลูกป่วย ผมทำลายธรรมชาติรอบตัวลูก เอาควันพิษจากการไถการปรับพื้นที่จนฝุ่นคละคลุ้งให้ลูกของตัวเอง
"นี่ค่ายาที่นายจ่ายไปเมื่อกี้" เสียงหวานพูดขึ้นพร้อมกับยื่นธนบัตรหนึ่งพันบาทให้ผมสองใบ
"ขอฉันจ่ายค่ายาให้ลูกตัวเองได้ไหม" ผมไม่ได้รับเงินจากเวลามาแต่กลับพูดเสียงอ่อนกับเธอแทน เวลาไม่ได้หันมาพูดกับผมต่อแต่หันกลับไปมองหน้าลูกที่ตอนนี้หลับเพราะยาที่หมอฉีดให้ ผมเองก็ไม่กล้าพูดอะไรเพราะดูสถานการณ์แล้วเวลาคงอยากอยู่เงียบ ๆ
"เซริค" ผมต่อสายหาเลขาส่วนตัวเพื่อให้มันจัดการอะไรบางอย่างให้
[ครับบอส]
"สั่งให้คนงานหยุดทำงานแล้วก็ยกเลิกเรื่องปรับสภาพพื้นที่เดี๋ยวนี้เลย ยกเลิกสัญญากับผู้รับเหมาที่จะมาสร้างสนามแข่งรถด้วย" ประโยคหลังผมพูดเบาลงเพราะกลัวว่าคนข้าง ๆ จะได้ยินแล้วไม่พอใจ ว่าแต่ทำไมผมต้องทำตัวเหมือนกลัวด้วยนะ...
[ครับบอส] เมื่อได้ยินปลายสายตอบรับแล้วผมจึงกดวางสายจากเซริคก่อนจะหันไปหาเวลาที่ตอนนี้เอาแต่มองไปนอกหน้าต่างด้วยท่าทีเหม่อลอย
"ฉันขอโทษนะที่ทำให้ลูกป่วย" ผมบอกคนข้าง ๆ ที่ไม่ยอมหันหน้ามาทางผม
"ช่างเถอะ ตอนนี้ก็ไม่ได้เป็นอะไรแล้ว" คนที่เอาแต่มองไปด้านนอกหน้าต่างตอบกลับแค่นั้นราวกับว่าไม่อยากคุยด้วย
"ลูกเรา...ผู้หญิงหรือผู้ชาย"
"...ผู้ชาย" ลูกผมเป็นผู้ชาย! เยส!
"แล้ว...ชื่ออะไร" ผมถามต่อเมื่อรู้เรื่องราวเกี่ยวกับลูกบ้างแล้ว
"นาที" อ่อชื่อนาที... เพราะดีแฮะแม่ชื่อเวลาลูกชื่อนาที
"แล้วนาทีเลี้ยงยากไหม"
"ไม่" ถามคำตอบคำมันเป็นแบบนี้นี่เอง
ไม่นานผมก็ขับรถเข้ามาจอดหน้าบ้านของเวลาที่อยู่ห่างจากสวนลำใยมากพอสมควร
"ขอบใจนะที่มาส่ง" คนที่เดินลงจากรถเอ่ยหลังจากที่ผมวิ่งลงไปเปิดประตูรถให้ก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง บ้านที่เห็นเป็นบ้านไม้ทรงไทยหลังเล็กชั้นเดียวตั้งอยู่ในสวนส้ม
"เวลาคือฉัน ฉันขออยู่ที่นี่กับลูกก่อนได้ไหม เผื่อดึก ๆ เป็นอะไรอีกฉันจะได้ช่วยทัน ไหน ๆ พรุ่งนี้ก็ต้องออกไปหาหมอที่กรุงเทพอยู่แล้วฉันจะได้พาไปด้วยเลย" ผมหาข้ออ้างเพื่อจะอยู่กับสองแม่ลูกต่อ ยังไงเสียผมก็จะหาทางปรับความเข้าใจกับเธอให้ได้ จะไม่ปล่อยให้เธอกับลูกไปไหนอีกแล้ว
"...เอางั้นก็ได้ แต่คืนนี้คืนเดียวนะ" คนตรงหน้าเงียบไปราวกับคิดอะไรก่อนจะหันมาตอบทำเอาผมยิ้มออก "นายนอนห้องนี้ได้ก็นอนนะ ถ้าไม่ได้ก็กลับไป" แม่ของลูกบอกแค่นั้นเมื่อหันไปมองโซฟาในห้องนั่งเล่นราวกับจะบอกว่าคืนนี้ผมต้องนอนห้องนี้
"ได้สิ ฉันนอนที่ไหนก็ได้ทั้งนั้น"
ดวงตาคู่สวยปรายตามองผมเพียงนิดก่อนจะวางลูกชายตัวน้อยลงบนโซฟาแล้วเงยหน้ามาสบตากับผม "อย่าแตะนาที ไม่อย่างงั้นฉันจะพานาทีไปจากที่นี่" คำพูดต่อมาของคนตรงหน้าทำให้ผมที่กำลังจะเดินเข้าไปหาลูกต้องชะงักเท่าเอาไว้ แววตาเย็นชาที่มองมาทำเอาผมหน้าชายิบจนทำอะไรไม่ถูก
หลายปีต่อมา...องศา..." นาทีคิดดีแล้วหรอลูก "ผมถามลูกชายคนเดียวของผมที่ตอนนี้นั่งห้อยขาอยู่ริมสระข้างๆผม" ครับพ่อ นาทีคิดดีแล้ว "ลูกชายวัยสิบแปดปีของผมที่เมื่อก่อนเคยเป็นเด็กชายตัวน้อยๆคนหนึ่งหันมาตอบอย่างหนักแน่น ผมไม่รู้ว่าทำไมนาทีถึงอยากไปเรียนต่อที่อังกฤษทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เคยย้ำนักย้ำหนาว่าจะไม่ไป และผมเองก็ไม่ได้อยากให้นาทีไปเพราะไม่อยากให้นาทีต้องเรียนหนักและทำงานหนักเหมือนผมตอนนั้น" ไม่คิดถึงพ่อกับแม่หรอลูก "ผมถามยิ้มๆ อันที่จริงเราสามคนพ่อแม่ลูกเมื่อก่อนเคยเป็นแบบไหนทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้น บอกรักกันทุกวันเหมือนเดิม บอกคิดถึงกันทุกวันเหมือนเดิม และเล่นกันเหมือนเดิม ก็เลยทำให้เราสามคนกล้าพูดหรือกล้าบอกอะไรหลายๆอย่างแก่กันอย่างไม่ต้องกังวล ยกเว้นในตอนนี้" คิดถึงครับ แต่นาทีจะโทรหาพ่อกับแม่ทุกวัน จะมาเยี่ยมบ่อยๆ "นาทีหันมาตอบพลางเอนตัว
เวลา...หลายสัปดาห์มานี้ฉันได้มีโอกาสตามองศามาดูงานในกรุงเทพแทนฟาเรนท์เพราะเธอกำลังตั้งท้อง ธันวาก็เลยให้เธอหยุดทำงานทุกอย่างและองศาก็เข้าไปช่วยเพราะเมื่อก่อนฟาเรนท์ก็เคยช่วยงานเขาเอาไว้เหมือนกันและฉันก็อยากลองทำงานดูบ้างเลยขอองศาให้รับงานฟาเรนท์ไว้ และฝากนาทีไว้กับน้ำแข็งและคุณทวดจากการที่ได้เลี้ยงลูกอยู่บ้านเป็นแม่บ้านมาตลอดพอฉันต้องออกมาเจอผู้คนมากมายมันก็ทำให้ฉันตื่นเต้นไม่น้อย โดยเฉพาะที่โรงแรมของฟาเรนท์มีผู้คนพลุกพล่านเต็มไปหมด" ไม่คิดเลยว่าพนักงานต้อนรับที่นี่จะสวยขนาดนี้ "เสียงผู้ชายหน้าตาหล่อเหลาแต่งตัวดูดีอายุน่าจะมากว่าฉันสักสี่ห้าปีพูดขึ้นพลางเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าพร้อมกับจูงมือเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักมาด้วย" ขอบคุณค่ะ คุณมีอะไรให้ฉันช่วยมั้ยค่ะ หรือติดต่อเรื่องอะไรค่ะเผื่อฉันช่วยคุณได้ "ฉันส่งยิ้มเป็นมิตรไปให้และรักษาไว้ซึ่งมารยาทที่สุดกับบุคคลตรงหน้า ถึงจะสัมผัสได้ว่าเขานั้นหน้าม่อแค่ไหน
เวลา...วันนี้น้ำแข็งกับอัคคีพาเด็กๆมาฝากฉันไว้เพราะทั้งคู่ไปประชุมที่ต่างจังหวัด นักรบกับพบรักเป็นเด็กเลี้ยงง่ายและน่ารักเหมือนกับนาที พบรักเป็นเด็กช่างพูดและขี้เล่นเหมือนกับนาทีต่างกับนักรบที่เป็นฝาแฝดของพบรักแต่นิสัยต่างกัน" นักรบมายืนทำอะไรตรงนี้ครับ ไม่ไปเล่นกับนาทีกับพบรัก "ฉันเดินตามเด็กชายตัวน้อยมาห่างๆเมื่อก่อนหน้าสังเกตุได้ว่าหลานชายตัวเองตีตัวออกห่างจากที่เล่นกันอยู่ค่อยๆเดินออกมาจากกลุ่ม ก่อนจะเดินมาตรงแคมป์คนงานที่องศาจ้างมาให้ปรับปรุงรีสอร์ต" นักรบมาหาของเล่นฮะคุงอา "ฉันขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของหลานชายพร้อมกับมองตามนิ้วชี้น้อยๆที่ชี้ไปตรงบ่อผสมปูน อ่าบ่อนั่นหรอของเล่น" อันนั้นเล่นไม่ได้นะครับ มันอันตรายแล้วก้สกปรกมากด้วย "ฉันย่อตัวลงบอกหลานชาย" นักรบไม่กลัวอันตรายฮะ แต่ถ้ามันสกปรกนักรบจะทำให้มันสะอาดเอง "หลานชายตัวน้อยพูดโดยไม่หันม
เวลา..." แม่ฮะทำไมวันนี้บ้านเราทำกับข้าวเยอะล่ะฮะ คุงปู่คุงย่าก็มาด้วย คุงทวดสุดสวยก็มา ลุงคีกะป้าน้ำแข็งก็มา "เสียงลูกชายตัวน้อยยืนหันซ้ายหันขวามองทุกคนที่รีสอร์ตพลางไล่ชื่อแต่ละคนไปมาด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้วและแววตาตื่นเต้น" วันนี้เป็นวันพิเศษครับ ทุกคนเลยมาที่นี่เพื่อทานข้าวร่วมกัน "ฉันบอกลูกชายตัวน้อยที่ยังไม่รู้ตัวว่าวันนี้คือวันเกิดครบรอบสี่ขวบของตัวเอง" อ๋อ เป็นแบบนี้นี่เอง นาทีก็คิดว่ามีงานอะไรซะอีก "ลูกชายตัวน้อยยิ้มแป้นก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปหาคุณทวดเมื่อได้รู้คำตอบแล้ว" ว่าไงจ๊ะนาทีเหลนทวด หล่อขึ้นนะเรา "เสียงคุณทวดที่โน้มตัวลงมาคุยกับเหลนตัวน้อยพูดขึ้น" คุงทวดก็สวยขึ้นฮะ ส่วนนาทีอะหล่ออยู่แล้ว "เฮ้อลูกชายฉันนี่นะหลงตัวเองได้ใครกัน" นาที!! สุขสันต์วันเกิดน้าา วันนี้พบรักมีของขวัญมาให้นาทีด้วยล่ะ "
องศา...มื้อเย็นวันนี้ผมเป็นคนเข้าครัวโชว์ฝีมือทั้งหมดเพื่อไถ่โทษกับใครบางคนที่ผมทำให้นอนซมจนป่านนี้ไม่รู้ว่าลุกไหวหรือยัง" มาครับเด็กๆ ล้างมือกันหมดทุกคนแล้วใช่มั้ยครับ "ผมถามสามแสบที่นั่งประจำที่บนโต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว" ล้างแล้วค่า / ล้างแล้วฮะ / เรียบร้อยฮะ "" พ่อฮะแม่ล่ะฮะ "เสียงลูกชายตัวน้อยเอ่ยถามแต่ปากยังเคี้ยวข้าวตุ่ยๆ" แม่คงอาบน้ำอยู่ครับ พวกเราทานก่อนเลยนะครับเดี๋ยวพ่อไปดูแม่ก่อน "สามแสบพยักหน้าให้ผมรัวๆก่อนที่ผมจะฝากเซริคที่นั่งทานข้าวด้วยช่วยดูแลเด็กๆ ส่วนยัยหนูคนนั้นป้าช้อยกับลุงโชคให้ทานข้าวในครัวด้วยกันก็เลยไม่ได้มาร่วมวงด้วย" นายไม่เห็นปลุกฉันเลยองศา "เสียงคนที่กำลังแต่งตัวอยู่พูดพลางยู่หน้าใส่ผม" ก็ไม่อยากกวนเธอนิเห็นหลับอยู่ หิวมั้ยวันนี้ฉันโชว์ฝีมือเองเลยนะ "ผมบอกคนที
เวลา..." อื้ม องศา "เสียงแหบพร่าของฉันร้องเรียกชื่อคนที่กำลังวุ่นวายอยู่กับเบื้องล่างของฉันดังซ้ำไปซ้ำมา ลิ้นหนาสากตวัดซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนฉันปวดหนึบไปทั่วจุดกึ่งกลาง มือใหญ่สองข้างขององศาบีบเคล้นอกของฉันไปมาทั้งๆที่ใบหน้าของเขายังคงซุกอยู่ตรงกลางหว่างขา" หวานจังเลย เวลา "" ซี๊ด องศาหยุดก่อน "สะโพกฉันแอ่นขึ้นลงตามแรงตวัดของปลายลิ้นสากซ้ำแล้วซ้ำเล่า กี่ครั้งที่ปลายลิ้นสากตวัดไปมาทำให้สติฉันวูบโหวงสมองโล่งไปหมด" พร้อมมั้ย "เสียงกระเส่าขององศายังคงดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อสอดแทรกปลายลิ้นเข้ามาในช่องเล็กๆ แม้ฉันจะบอกเขาเป็นสิบๆครั้งว่าพร้อมแล้ว ฉันต้องการเขาเขาก็ไม่ยอมหยุดสักที" อื้อ เจ็บ "ฉันดิ้นไปมาอย่างทุรนทุรายเมื่อลิ้นหนาสอดแทรกเข้ามาในช่องเล็กลึกกว่าทุกครั้ง ก่อนจะตวัดไปมาขบเม้มและดูดดึงติ่งเนื้อน้อยๆอย่างสนุกสนาน ความเปียกชื้นไหลลื่นเต็มบริเวณช่องแคบจนฉันรู้สึก







