Beranda / รักโบราณ / อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ / บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

Share

บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-05 17:29:17

บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

เสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ

"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"

คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจัง

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ

"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"

เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต"

"ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้"

"ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุทานลั่น ปิดปากแน่น น้ำตาไหลพรากหนักกว่าเดิมด้วยความเวทนา "โธ่... นายหญิงของบ่าว ท่านช่างอาภัพนัก"

"หยุดร้องก่อน เสี่ยวชุ่ย" หลินเวยปรามเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังที ว่าข้ามาแต่งงานกับเขาได้อย่างไร ดูจากสายตาที่เขามองข้าเมื่อครู่... ดูเหมือนเขาจะเกลียดข้าเข้ากระดูกดำ"

เสี่ยวชุ่ยสูดน้ำมูก พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวความหลัง

"เดิมที... ท่านคือคุณหนูน้อยตระกูลหลิน บิดาของท่านคือคฤหบดีที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวงเจ้าค่ะ แม้ตระกูลจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็เป็นเพียงพ่อค้าวานิช ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ ย่อมมิอาจเทียบชั้นกับตระกูลแม่ทัพผู้สูงส่งได้"

"แล้วทำไม..."

"เพราะสงครามชายแดนเมื่อปีก่อนเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุ่ยเล่าต่อ "ตอนนั้นกองทัพของท่านแม่ทัพเยว่เฉินขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก บ้านเมืองวิกฤต นายท่านผู้เฒ่า... บิดาของท่าน ทราบดีว่าท่านหลงรักท่านแม่ทัพมานานแรมปี จึงได้ยื่นข้อเสนอต่อราชสำนัก จะมอบเสบียงและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยกองทัพ แลกกับการให้ท่านแม่ทัพแต่งงานกับท่านเป็นฮูหยินเอกเจ้าค่ะ"

หลินเวยถึงบางอ้อทันที... คลุมถุงชนฉบับเอาเงินฟาดหัวนี่เอง

"มิน่าล่ะ... เขาถึงได้มองข้าเหมือนเห็นกิ้งกือไส้เดือน" หลินเวยพึมพำกับตัวเอง "ไม่ได้รักกันสินะ"

ทันทีที่พูดประโยคนั้น จู่ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบก็แล่นปราดเข้ามาที่กลางอก มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความร้าวรานที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของร่างนี้... รักเขามากสินะ... รักมากจนยอมให้พ่อเอาเงินไปแลกตัวเขามา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีใจ

หลินเวยก้มมองใบหย่าในมืออีกครั้ง ความรู้สึกขมขื่นตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ

"แล้วเรื่องที่เขาบอกว่าข้าเรียกร้องความสนใจล่ะ?" หลินเวยถามต่อ พยายามสลัดความรู้สึกเศร้าทิ้งไป "เขาบอกว่าจวนวุ่นวายเพราะข้า... ข้าไปทำอะไรไว้นักหนา?"

เสี่ยวชุ่ยกำหมัดแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นความเจ็บแค้น

"ท่านไม่ได้ทำอะไรเลยเจ้าค่ะ! เป็นเพราะพวกนางต่างหาก... อนุภรรยาทั้งสี่คนที่ท่านแม่ทัพรับเข้ามา!"

"สี่คน?" หลินเวยตาโต "เขา... มีเมียน้อยสี่คนเลยเหรอ?"

"เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจงใจรับพวกนางเข้ามาเพื่อหยามเกียรติท่าน หวังจะกดดันให้ท่านทนไม่ไหวและขอหย่าไปเอง พวกอนุนางพวกนั้นร้ายกาจนัก ต่อหน้าท่านแม่ทัพพวกนางทำตัวอ่อนหวานน่าสงสาร แต่ลับหลังพวกนางรวมหัวกันกลั่นแกล้งท่านสารพัด ทั้งใส่ร้าย ป้ายสี วางกับดัก..."

"เดี๋ยวนะ..." หลินเวยยกมือเบรก "แล้วทำไมข้าไม่ฟ้องเขาล่ะ? ทำไมปล่อยให้เขาเข้าใจผิดว่าข้าเป็นคนก่อเรื่อง?"

"ท่านฟ้องแล้วเจ้าค่ะ! ท่านพยายามอธิบายความจริงทุกครั้ง" เสี่ยวชุ่ยร้องไห้อีกครั้ง "แต่ท่านมีเพียงปากเดียว... พวกนางมีกันถึงสี่คน รวมหัวกันพูดเป็นเสียงเดียวกัน ใส่ไฟจนท่านกลายเป็นนางมารร้ายขี้อิจฉาในสายตาท่านแม่ทัพ ยิ่งท่านแก้ตัว ท่านแม่ทัพก็ยิ่งมองว่าท่านแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เรียกร้องความสนใจ... อย่างเรื่องตกน้ำวันนี้ บ่าวเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของพวกนางแน่ๆ!"

ปึง!

หลินเวยตบโต๊ะเครื่องแป้งดังสนั่น ดวงตาสวยหวานบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ

ในฐานะสาวยุคใหม่ที่ดีกรีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เรื่องผัวมีเมียน้อยก็ว่าแย่แล้ว แต่การถูกรุมบูลลี่ ถูกใส่ร้ายป้ายสี แล้วผู้ชายก็หูเบาเชื่อคนง่ายแบบนี้... มันยอมไม่ได้!

หลินเวยก้มมองกระดาษเปื้อนหมึกในมืออีกครั้ง คำว่า 'หย่า' นั้นชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน

สำหรับสาวยุค 2025 การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ปัญหามันอยู่ที่บริบทของยุคสมัยต่างหาก เท่าที่นางเคยดูซีรีส์ย้อนยุคมา สตรีที่ถูกสามีหย่าขาดแล้วซซัดเซพเนจรกลับไปบ้าน มักจะนำความอัปยศอดสูมาสู่วงศ์ตระกูล

นางหันขวับไปหาเสี่ยวชุ่ยที่กำลังยืนเช็ดน้ำตาป้อยๆ

"เสี่ยวชุ่ย เลิกร้องไห้ แล้วตอบคำถามข้ามาตามตรง"

"จะ... เจ้าคะ ฮูหยิน?"

"ทรัพย์สินส่วนตัวของข้า... สินเดิมที่ติดตัวมาตอนแต่งงาน มีอยู่เท่าไหร่?"

เสี่ยวชุ่ยทำตาโต อ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบละล่ำละลัก "โธ่ ฮูหยิน... ท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ ว่าท่านคือธิดาของคฤหบดีหลินผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง! สินเดิมของท่านตอนแต่งเข้ามา ยาวเหยียดเป็นขบวนสิบลี้เชียวนะเจ้าคะ!"

สาวใช้รีบวิ่งไปเปิดหีบไม้ใบใหญ่ที่มุมห้อง ทันทีที่ฝาหีบเปิดออก แสงระยิบระยับของทองคำแท่ง เครื่องประดับอัญมณี และตั๋วเงินปึกใหญ่ก็กระแทกตาหลินเวยเข้าอย่างจัง

"โอ้โห..." หลินเวยดวงตาเป็นประกาย "นี่มันไม่ใช่แค่รวยแล้ว นี่มันมหาเศรษฐีชัดๆ!"

เสี่ยวชุ่ยพยักหน้ารัวๆ "ใช่เจ้าค่ะ! ทรัพย์สินพวกนี้เป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว ต่อให้ท่านออกจากจวนแม่ทัพไป ท่านก็สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปได้อีกสิบชาติเลยเจ้าค่ะ!"

"เยี่ยม!" หลินเวยดีดนิ้วดังเปาะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "ในเมื่อมีเงิน ปัญหาทุกอย่างก็จบ... เรื่องอะไรข้าจะต้องง้อผู้ชายพรรค์นั้นด้วย"

นางเดินไปหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งขึ้นมาพัดเล่นเบาๆ สมองของดีไซเนอร์สาวเริ่มวางแผนธุรกิจทันที

"ถ้าข้ากลับบ้านไม่ได้... ข้าก็แค่ซื้อบ้านใหม่สิ"

แต่ช้าก่อน... จะเดินออกไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้

ในเมื่อเขาเป็นคนโยนใบหย่ามาให้ นางก็ต้องเล่นตามเกม แต่ต้องเป็นเกมที่นางเป็นคนคุมกระดาน หลินเวยพับใบหย่าเก็บเข้าอกเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของมีค่า

"เสี่ยวชุ่ย... ไปเตรียมตัว"

"จะไปไหนหรือเจ้าคะ? กลับตระกูลหลินหรือ?"

"ไม่ใช่..." หลินเวยส่ายหน้า เชิดคางขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม "พาข้าไปพบท่านแม่ทัพเยว่เฉินเดี๋ยวนี้ ข้ามีข้อตกลงบางอย่างที่ต้องเจรจากับเขา"

"ฮูหยิน ท่านจะไปอ้อนวอนเขาหรือเจ้าคะ? อย่าเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกำลังโกรธอยู่..."

"อ้อนวอน?" หลินเวยหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบ "เปล่าเลยเสี่ยวชุ่ย... ข้าจะไป ทำข้อตกลง ต่างหาก"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์

    บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเวยตะโกนด่าเสียงสั่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลอเบ้า "ข้าเกลียดท่าน! ได้ยินไหมว่าข้าเกลียดท่าน!"คำด่าทอเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูของเยว่เฉินเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขาตอนนี้มีเพียงความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะขาดผึง ภาพตรงหน้าคือสตรีที่เป็นต้นเหตุ และนางคือคนเดียวที่จะเป็น 'ยาถอนพิษ' ให้เขาได้"เกลียดรึ...?" เยว่เฉินแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ขนทั่วกายของหลินเวยลุกชัน "ปากบอกว่าเกลียด แต่การกระทำของเจ้ามันฟ้องว่าเจ้าต้องการข้า... อย่ามาเล่นละครตบตาอีกเลย หลินเวย!"เขากระโจนขึ้นมาบนเตียง รวบข้อมือทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชากสาบเสื้อนอนผ้าไหมของนางจนขาดวิ่นแคว่ก!เสียงฉีกขาดของอาภรณ์บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หลินเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะ

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อนแต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน"ข้า

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมิน

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพังไหมเนี่ย"นางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แม้ภายนอกจะดูสง่างามดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในใจของ แพรว กำลังกรีดร้อง การนั่งรถม้าบนถนนหินขรุขระในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องตลก ไม่มีโช้คอัพ ไม่มีเบาะนุ่มเด้ง มีแต่แรงกระแทกที่ส่งตรงถึงกระดูกสันหลังทุกวินาทีเกือบสองสัปดาห์แล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตในร่างนี้... ยอมรับตามตรงว่ามัน 'ไม่ง่าย' เลยถึงแม้จะได้เดินชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด ได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดเก่าแก่บนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเจริญทางวัตถุที่หายไปก็ทำให้นางแทบคลั่งห้องน้ำแบบนั่งยองที่ไร้ระบบชักโครก... อาหารการกินที่เน้นรสจืดชืด มันเลี่ยน มีแต่แป้งกับผักต้ม..."คิดถึงส้มตำปูปลาร้า... คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวกรอบๆ..." หลินเวยกลืนน้ำลายลงคออย่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้างแม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงัน

    บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจง แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด"อ้าว... พี่หญิง"สตรีผู้ยืนอยู่ตรงกลางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ก้าวออกมาข้างหน้า นางคือ 'หลิวรั่วเหยียน' อนุภรรยาคนโปรดที่มักทำตัวอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าท่านแม่ทัพ"ได้ข่าวว่าพี่หญิงพลัดตกลงไปในสระบัว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? น้องตกใจแทบแย่ เป็นห่วงว่าท่านจะเป็นอะไรไป"น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน"เจ้าจะไปถามนางทำไมกัน พี่หญิงรั่วเหยียน"สตรีอีกนางในชุดสีแดงเพลิง 'หวังซินอี๋' หัวเราะเสียงแหลม แทรกขึ้นมาทันควัน "ดูจากท่าทางนางสิ ก็ดูสบายดีจะตาย... ข้าว่าสิ่งที่เราควรจะถาม ไม่ใช่อาการป่วยไข้ แต่เป็นเรื่อง 'หนังสือหย่า' ที่ท่านแม่ทัพเพิ่งประทาน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต""ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้""ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status