Beranda / รักโบราณ / อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ / บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

Share

บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-05 17:29:59

บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

สองวัน...

ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯ

นางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้

"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."

หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร

"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้าง

แม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง

"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"

เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการซักถามเรื่องราวในอดีตจากปากของสาวใช้คนสนิท

ยิ่งฟัง... ก็ยิ่งเวทนาเจ้าของร่างเดิม

'หลินเวย' เดิมทีเป็นดรุณีน้อยที่งดงาม จิตใจดี อ่อนโยน และขี้อาย นางเกิดในตระกูลคฤหบดีที่มั่งคั่ง มีบิดามารดาและพี่ชายที่รักใคร่ตามใจดุจไข่ในหิน ทว่าชีวิตที่โรยด้วยกลีบกุหลาบต้องพังทลายลงเมื่อแต่งเข้าจวนแม่ทัพ

ความไร้เดียงสาของนาง กลายเป็นจุดอ่อนให้ถูกรังแก... มิหนำซ้ำ 'ฮูหยินผู้เฒ่า' ยังเป็นผู้ชักนำอนุภรรยาเข้ามาเพื่อกดดันลูกสะใภ้พ่อค้าที่ตนไม่ชอบหน้า

จากผ้าขาวที่บริสุทธิ์ ถูกย้อมด้วยความกดดันและความริษยา จนกลายเป็นสตรีที่เกรี้ยวกราด และอาละวาดไม่เลือกหน้า เพียงเพื่อสร้างเกราะป้องกันตัวเอง... ช่างน่าเศร้าเหลือเกิน

"เสี่ยวชุ่ย..." หลินเวยวางช้อนลง แววตาเริ่มกลับมามีความมุ่งมั่น "เรื่องที่ข้าจะหย่ากับท่านแม่ทัพ... เจ้าห้ามแพร่งพรายไปถึงหูท่านพ่อท่านแม่ที่ตระกูลหลินเด็ดขาด"

เสี่ยวชุ่ยเบิกตากว้าง "ทำไมหรือเจ้าคะ? พวกท่านรักท่านมาก หากรู้เรื่องนี้ พวกท่านต้องรีบมารับท่านกลับบ้านแน่ๆ"

"นั่นแหละคือสิ่งที่ข้ากลัว" หลินเวยส่ายหน้า "หากพวกท่านรู้ เรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต ข้าไม่อยากให้พวกท่านต้องมาเดือดร้อนเพราะข้า"

ในความทรงจำเจ้าของร่าง ตระกูลหลินรักนางมากเกินไป... มากจนอาจจะทำอะไรบ้าบิ่นเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีลูกสาว ซึ่งในยุคที่อำนาจทหารเป็นใหญ่ พ่อค้าอย่างตระกูลหลินอาจจะเพลี่ยงพล้ำได้

"รอให้ข้าตั้งหลักได้ก่อน หาที่ทางขยับขยายได้มั่นคง แล้วค่อยบอกความจริงก็ยังไม่สาย"

หลินเวยหันมองออกไปนอกหน้าต่าง ท้องฟ้ากว้างใหญ่แต่กลับดูอ้างว้างสำหรับคนพลัดถิ่นเช่นนาง

แต่ในเมื่อสวรรค์ลิขิตให้นางมาอยู่ที่นี่ นางก็ต้องอยู่ให้รอด... ไม่ใช่แค่รอด แต่ต้องรอดอย่างสง่างามสมศักดิ์ศรีดีไซเนอร์สาวยุค 2025!

"ฮูหยินขอรับ..." บ่าวชายเดินเข้ามารายงานที่หน้าประตู "รถม้าเตรียมพร้อมแล้วขอรับ"

หลินเวยสูดลมหายใจลึก ปาดน้ำตาคราบสุดท้ายทิ้งไป นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดแต่งอาภรณ์ให้เรียบร้อย

"เอาล่ะ..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ "ก่อนอื่น... ต้องหาที่ซุกหัวนอนใหม่ให้ได้เสียก่อน จะมัวมานั่งซึมเศร้าอยู่ในจวนเฮงซวยนี่ไม่ได้อีกแล้ว!"

บรรยากาศภายในจวนแม่ทัพช่างเงียบสงบ... สงบจนน่าประหลาดใจ

เยว่เฉิน นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องหนังสือ มือหนายกถ้วยชาเนื้อดีขึ้นจิบ ไอคุกรุ่นลอยขึ้นมาปะทะจมูก แต่สายตาคมกริบกลับทอดมองผ่านบานหน้าต่างไม้ฉลุออกไปยังสวนด้านนอก

สวนที่เคยเป็นสนามรบขนาดย่อมของภรรยาเอกและเหล่าอนุภรรยา บัดนี้กลับว่างเปล่า ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้องโวยวาย ไร้ซึ่งฉากละครตบตาที่เขาแสนจะเอือมระอา

"......"

เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่า หลังจากวันที่ หลินเวย บุกมาเจรจาเรื่องหย่าถึงในห้องนี้ นางจะต้องแผลงฤทธิ์อะไรสักอย่าง อาจจะเป็นการแกล้งป่วยหนัก แกล้งผูกคอตาย หรือไม่ก็อาละวาดทำลายข้าวของเพื่อเรียกร้องความสนใจและยื้อเวลาเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา

ทว่า... ความจริงกลับตรงกันข้าม

สองสามวันที่ผ่านมานี้ นางกลับทำตัวราวกับวิญญาณที่ไร้ตัวตน นางออกจากจวนไปตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมสาวใช้คนสนิท และกลับมาอีกทีก็ยามตะวันตกดิน โดยไม่แวะไปหาเรื่องใคร ไม่แม้แต่จะเฉียดกรายมาใกล้เรือนของเขา

"หรือนาง... คิดจะไปจากที่นี่จริงๆ?"

เยว่เฉินพึมพำกับตัวเอง สายตาเลื่อนลงมาจับจ้องที่แผ่นกระดาษบนโต๊ะ

หนังสือหย่า ฉบับนั้นยังวางอยู่ที่เดิม เพิ่มเติมคือรอยประทับนิ้วมือสีแดงชาดของนางที่กดประทับไว้อย่างชัดเจน เป็นเครื่องยืนยันว่านางยอมรับข้อตกลงทุกประการ

นี่คือสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอดไม่ใช่หรือ? อิสรภาพจากการถูกคลุมถุงชน การหลุดพ้นจากสตรีที่บิดาของนางใช้เงินซื้อตำแหน่งฮูหยินแม่ทัพให้

แต่เหตุใด... แทนที่จะรู้สึกปิติยินดี ในอกข้างซ้ายกลับรู้สึกโหวงเหวงพิกล ราวกับมีบางอย่างผิดปกติ ความเงียบขรึมและแววตาเย็นชาของนางในวันนั้น ยังคงตามหลอกหลอนอยู่ในความคิดของเขา

"ฮึ... ก็ดี"

เยว่เฉินสะบัดความคิดฟุ้งซ่านทิ้งไป เขาวางถ้วยชาลงเสียงดังกระทบจานรอง

"รีบไปเสียได้ก็ดี... หากนางย้ายออกไปเมื่อไหร่ ข้าก็จะได้จัดการกวาดล้างจวนเสียที"

ดวงตาของแม่ทัพหนุ่มฉายแววเด็ดขาด เขาไม่เคยพิศวาสอนุภรรยาทั้งสี่คนที่ท่านแม่ยัดเยียดหามาให้ พวกนางเป็นเพียง 'หมากเบี้ย' ที่เขาใช้เพื่อกดดันหลินเวยเท่านั้น ในเมื่อตัวปัญหาใหญ่จากไปแล้ว ตัวปัญหาเล็กๆ พวกนี้ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้อีก

เขาจะมอบเงินให้พวกนางสักก้อน แล้วส่งกลับบ้านเดิมไปให้หมด... คืนความสงบสุขที่แท้จริงให้แก่จวนแม่ทัพเสียที

เยว่เฉินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ หลับตาลงช้าๆ ภาพในจินตนาการผุดขึ้นมา... ชีวิตที่สงบสุข ไร้ความวุ่นวาย และความหวังเล็กๆ ในก้นบึ้งของหัวใจ

สักวันหนึ่ง... เขาคงจะได้พบเจอกับสตรีที่เขา 'เลือก' ด้วยหัวใจของตนเอง สตรีที่เข้าใจเขา เป็นคู่คิดคู่ใจ และไม่ได้มองเขาเป็นเพียงบันไดไต่เต้าสู่อำนาจ... หวังว่าสวรรค์จะเมตตาให้เขาได้พบเจอนางในเร็ววัน

โดยที่เขาไม่รู้เลยว่า... สตรีที่เขากำลังวาดฝันถึงนั้น อาจจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขากำลังไล่ตะเพิดออกจากจวนอยู่ในขณะนี้!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์

    บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเวยตะโกนด่าเสียงสั่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลอเบ้า "ข้าเกลียดท่าน! ได้ยินไหมว่าข้าเกลียดท่าน!"คำด่าทอเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูของเยว่เฉินเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขาตอนนี้มีเพียงความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะขาดผึง ภาพตรงหน้าคือสตรีที่เป็นต้นเหตุ และนางคือคนเดียวที่จะเป็น 'ยาถอนพิษ' ให้เขาได้"เกลียดรึ...?" เยว่เฉินแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ขนทั่วกายของหลินเวยลุกชัน "ปากบอกว่าเกลียด แต่การกระทำของเจ้ามันฟ้องว่าเจ้าต้องการข้า... อย่ามาเล่นละครตบตาอีกเลย หลินเวย!"เขากระโจนขึ้นมาบนเตียง รวบข้อมือทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชากสาบเสื้อนอนผ้าไหมของนางจนขาดวิ่นแคว่ก!เสียงฉีกขาดของอาภรณ์บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หลินเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะ

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อนแต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน"ข้า

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมิน

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพังไหมเนี่ย"นางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แม้ภายนอกจะดูสง่างามดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในใจของ แพรว กำลังกรีดร้อง การนั่งรถม้าบนถนนหินขรุขระในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องตลก ไม่มีโช้คอัพ ไม่มีเบาะนุ่มเด้ง มีแต่แรงกระแทกที่ส่งตรงถึงกระดูกสันหลังทุกวินาทีเกือบสองสัปดาห์แล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตในร่างนี้... ยอมรับตามตรงว่ามัน 'ไม่ง่าย' เลยถึงแม้จะได้เดินชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด ได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดเก่าแก่บนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเจริญทางวัตถุที่หายไปก็ทำให้นางแทบคลั่งห้องน้ำแบบนั่งยองที่ไร้ระบบชักโครก... อาหารการกินที่เน้นรสจืดชืด มันเลี่ยน มีแต่แป้งกับผักต้ม..."คิดถึงส้มตำปูปลาร้า... คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวกรอบๆ..." หลินเวยกลืนน้ำลายลงคออย่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้างแม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงัน

    บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจง แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด"อ้าว... พี่หญิง"สตรีผู้ยืนอยู่ตรงกลางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ก้าวออกมาข้างหน้า นางคือ 'หลิวรั่วเหยียน' อนุภรรยาคนโปรดที่มักทำตัวอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าท่านแม่ทัพ"ได้ข่าวว่าพี่หญิงพลัดตกลงไปในสระบัว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? น้องตกใจแทบแย่ เป็นห่วงว่าท่านจะเป็นอะไรไป"น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน"เจ้าจะไปถามนางทำไมกัน พี่หญิงรั่วเหยียน"สตรีอีกนางในชุดสีแดงเพลิง 'หวังซินอี๋' หัวเราะเสียงแหลม แทรกขึ้นมาทันควัน "ดูจากท่าทางนางสิ ก็ดูสบายดีจะตาย... ข้าว่าสิ่งที่เราควรจะถาม ไม่ใช่อาการป่วยไข้ แต่เป็นเรื่อง 'หนังสือหย่า' ที่ท่านแม่ทัพเพิ่งประทาน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต""ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้""ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status