Beranda / รักโบราณ / อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ / บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ

Share

อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ
Penulis: แคลร์ออสติน

บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ

last update Terakhir Diperbarui: 2026-03-05 17:28:50

บทที่ 1 ใบหย่าสายฟ้าแลบ

ซ่า!

เสียงแหวกว่ายผ่านมวลน้ำดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำ หลินเวย สูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ตามสัญชาตญาณ มือเรียวขาวยื่นออกไปข้างหน้า หวังจะคว้าจับขอบสระกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามของโรงแรมหรูระดับห้าดาว

ทว่า... สัมผัสที่ปลายนิ้วกลับไม่ใช่ความเรียบลื่นของกระเบื้อง

แต่มันคือความขรุขระของหินธรรมชาติที่ปกคลุมด้วยตะไคร่น้ำลื่นมือ!

"นี่มัน..."

หญิงสาวชะงักกึก ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเมื่อภาพตรงหน้าปรากฏชัดแก่สายตา แทนที่จะเป็นเพดานกระจกสูงโปร่งและแสงไฟสลัวสุดโรแมนติกของสระว่ายน้ำในร่ม สิ่งที่นางเห็นกลับเป็นท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่เริ่มทอแสงสลัวยามพลบค่ำ และศาลาทรงเก๋งจีนโบราณที่ตั้งตระหง่านอยู่ริมตลิ่ง

"ช่วยด้วย! ช่วยด้วย! ฮูหยินตกน้ำ!"

เสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายดังระงมไปทั่วบริเวณ หลินเวยยังไม่ทันจะได้ตั้งสติ ร่างของนางก็ถูกมือปริศนาหลายคู่ฉุดกระชากขึ้นจากน้ำอย่างทุลักทุเล

"เร็วเข้า! รีบดึงฮูหยินขึ้นมา!"

ความหนาวเหน็บที่แตกต่างจากน้ำอุ่นในสระโรงแรมโดยสิ้นเชิง แทรกซึมเข้าสู่กระดูกดำ หลินเวยตัวสั่นเทาขณะถูกลากขึ้นไปกองอยู่บนพื้นหญ้า นางสำลักน้ำออกมาสองสามครั้ง พยายามกวาดสายตามองไปรอบกายด้วยความตื่นตระหนก

นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้น?

เมื่อครู่นี้... นางจำได้แม่นยำว่ากำลังว่ายน้ำท่าฟรีสไตล์อย่างสบายใจเฉิบ กำลังจะแตะขอบสระเพื่อพักเหนื่อย แต่พอมุดหัวขึ้นมาจากน้ำอีกที ทำไมถึงมาโผล่ในบึงบัวกลางสวนแบบนี้ได้!

"ฮูหยิน! ฮูหยินเจ้าคะ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง!"

เสียงร้องไห้ปนสะอึกสะอื้นดังขึ้นใกล้หู พร้อมกับร่างเล็กของเด็กสาวนางหนึ่งที่พุ่งเข้ามาประคองร่างของหลินเวยไว้แน่น เด็กสาวคนนั้นใบหน้าเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ร้องเรียกนางซ้ำๆ อย่างตื่นตระหนก

"เสี่ยวชุ่ย" (สาวใช้คนสนิท) รีบถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนมาห่มให้ผู้เป็นนาย พลางหันไปตวาดบ่าวไพร่คนอื่นๆ เสียงสั่น "พวกเจ้ามัวยืนบื้ออะไรอยู่! รีบไปตามท่านหมอเร็วเข้า ฮูหยินตัวเย็นเฉียบไปหมดแล้ว!"

หลินเวยมองเด็กสาวตรงหน้าที่เรียกตนเองว่า 'ฮูหยิน' ด้วยความมึนงง สมองของนางว่างเปล่าขาวโพลนราวกับกระดาษ

ฮูหยิน? ใครคือฮูหยิน? แล้วเด็กคนนี้... ทำไมถึงแต่งตัวเหมือนหลุดออกมาจากกองถ่ายละครย้อนยุค?

นางก้มลงมองสภาพตัวเอง แล้วก็ต้องตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม ชุดว่ายน้ำทูพีซดีไซน์เก๋ไก๋จากแบรนด์ดังที่นางใส่อยู่หายไปไหน? ทำไมตอนนี้ร่างกายของนางถึงเปียกโชกไปด้วยชุดผ้าไหมรุ่มร่ามหลายชั้นที่หนักอึ้งเมื่ออุ้มน้ำ

ความทรงจำสุดท้ายแล่นปราดเข้ามาในหัวราวกับฉายภาพซ้ำ...

แพรว คือดีไซเนอร์สาวดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองไทย นางเพิ่งจะบินลัดฟ้ามาร่วมงานแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ปักกิ่ง ท่ามกลางเสียงปรบมือและแสงแฟลชวูบวาบ นางประสบความสำเร็จอย่างงดงาม หลังจากงานเลี้ยงเลิกรา นางจึงกลับมาพักผ่อนที่โรงแรม และลงไปว่ายน้ำเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

จังหวะที่นางดำดิ่งลงไปใต้น้ำและกำลังจะโผล่พ้นผิวน้ำนั่นแหละ... คือวินาทีที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป

"ฮูหยิน... ท่านอย่าเงียบไปเช่นนี้สิเจ้าคะ บ่าวใจคอไม่ดีเลย" เสี่ยวชุ่ยเขย่าแขนนางเบาๆ

หลินเวยอยากจะเอ่ยปากถาม อยากจะตะโกนร้องว่า 'ที่นี่ที่ไหน' แต่ลำคอของนางกลับตีบตัน ความช็อคทำให้เสียงของนางหายไป นางทำได้เพียงส่ายหน้าช้าๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่สถาปัตยกรรมรอบตัวและผู้คนที่รายล้อม

ทรงผมเกล้ามวยปักปิ่น เสื้อคอปกไขว้ แขนเสื้อกว้าง รองเท้าผ้าปัก...

นี่ไม่ใช่ความฝัน...

หลินเวยหลับตาลงแน่นแล้วลืมตาขึ้นอีกครั้ง หวังว่าภาพตรงหน้าจะหายไป แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม นางโผล่ขึ้นมาจากสระว่ายน้ำที่ปักกิ่ง แล้วมาโผล่ที่ยุคโบราณแห่งนี้ได้อย่างไร!

ร่างที่เปียกปอนของหลินเวยถูกพาเข้ามายังเรือนนอนที่ตกแต่งอย่างหรูหราทว่าดูเงียบเหงา เสี่ยวชุ่ยและสาวใช้อีกสองนางรีบร้อนจัดเตรียมน้ำอุ่นในถังไม้ใบใหญ่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของกลีบกุหลาบที่ลอยฟุ้งไม่ได้ช่วยให้จิตใจของนางสงบลงได้เลย

หลินเวยถูกจับถอดชุดที่เปียกชุ่มและเช็ดตัวราวกับตุ๊กตาที่ไร้ชีวิต นางปล่อยให้พวกสาวใช้จับหมุนซ้ายขวา สวมใส่ชุดผ้าไหมตัวใหม่สีกลีบบัวที่แห้งสนิท ทั้งที่ในหัวยังคงหมุนติ้ว

นี่มันบ้า... บ้าไปแล้วจริงๆ

นางพยายามตั้งสติ ฟังเสียงเจรจาของพวกสาวใช้ "เบามือหน่อย ฮูหยินผิวบางนัก" "รีบไปต้มน้ำขิงมาเร็วเข้า เดี๋ยวฮูหยินจะจับไข้"

เดี๋ยวนะ... ทำไม? หลินเวยขมวดคิ้วมุ่น นางเป็นคนไทยแท้ๆ แม้จะมาทำงานที่ปักกิ่งแต่ก็รู้ภาษาจีนแค่ระดับพื้นฐานสั่งข้าวซื้อของได้เท่านั้น แต่ทำไมตอนนี้... นางกลับฟังทุกคำที่คนพวกนี้พูดรู้เรื่องหมดทุกพยางค์! ราวกับมันเป็นภาษาแม่ของนางเอง

"ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องตลกร้ายอะไรกัน" นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ

ชีวิตดีไซเนอร์ที่กำลังรุ่งโรจน์... แบรนด์เสื้อผ้าที่กำลังจะโกอินเตอร์... จบกันแค่นี้งั้นหรือ?

เสี่ยวชุ่ยประคองหลินเวยมานั่งที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง หญิงสาวเผลอเงยหน้าขึ้นมองวัตถุตรงหน้า มันไม่ใช่กระจกเงาใสแจ๋วแบบยุคปัจจุบัน แต่เป็น 'คันฉ่อง' ทองเหลืองที่ขัดจนเงาวับ

ภาพสะท้อนในนั้นทำให้หลินเวยต้องยกมือขึ้นทาบอก

ดวงตากลมโตหางตาชี้ขึ้นเล็กน้อยดูโศกซึ้ง จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงระเรื่อ... นี่ไม่ใช่ใบหน้าของหลินเวย! แม้จะงดงามหยดย้อยปานล่มเมือง แต่มันคือใบหน้าของคนแปลกหน้า!

"พล็อตนิยายทะลุมิติ..." หลินเวยรำพึงเสียงสั่นเครือ "สวมร่าง... ย้อนอดีต... เรื่องพวกนี้มันมีอยู่จริงหรือเนี่ย"

"ฮูหยิน... ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านอย่าทำหน้าตาเช่นนั้น บ่าวกลัวนะเจ้าคะ" เสี่ยวชุ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเมื่อเห็นนายหญิงจ้องมองกระจกตาค้าง ไม่ยอมพูดจา

หลินเวยกำลังจะหันไปถามเพื่อความแน่ใจ แต่ยังไม่ทันจะได้ขยับปาก

ปัง!

ประตูห้องนอนถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนบานประตูแทบจะกระแทกฝาผนัง ร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาจนสาวใช้ทั้งสามต้องรีบคุกเข่าลงกับพื้น ตัวสั่นงันงก

หลินเวยหันขวับไปมอง แล้วก็ต้องตะลึง...

ผู้ชายคนนี้... หล่อ! หล่อแบบที่ดาราชายในงานแฟชั่นโชว์ที่นางเพิ่งไปร่วมงานยังต้องชิดซ้าย คิ้วกระบี่พาดเฉียง ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากได้รูป รูปร่างสูงโปร่งแต่เต็มไปด้วยมัดกล้ามภายใต้ชุดคลุมสีเข้ม

ทว่า... แววตาที่เขามองมาที่นางนั้น กลับเต็มไปด้วยความรังเกียจและเอือมระอาถึงที่สุด

"ท่านแม่ทัพ..." เสี่ยวชุ่ยร้องเรียกเสียงแผ่ว

แม่ทัพเยว่เฉิน ไม่สนใจสาวใช้ สายตาเขาจับจ้องอยู่ที่สตรีที่นั่งอยู่หน้าคันฉ่อง เขากัดฟันกรอดก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาบาดลึก

"ข้าเบื่อหน่ายกับละครตบตาของเจ้าเต็มทีแล้ว หลินเวย"

หลินเวยกะพริบตาปริบๆ "คะ?"

"เลิกแสร้งทำเป็นไขสือเสียที!" เยว่เฉินตวาดลั่น "คิดว่ากระโดดน้ำเรียกร้องความสนใจแล้วข้าจะใจอ่อนงั้นรึ? ตั้งแต่แต่งเจ้าเข้ามาในจวนแม่ทัพ วันไหนบ้างที่จวนของข้าจะมีความสงบสุข! มีแต่ความวุ่นวายไม่เว้นแต่ละวันเพราะความริษยาของเจ้า!"

หลินเวยอ้าปากค้าง สมองประมวลผลไม่ทัน เดี๋ยวนะพ่อรูปหล่อ ฉันเพิ่งมาถึง ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!

"ในเมื่อเจ้าอยากตายนัก ข้าก็จะสงเคราะห์ให้ แต่ไม่ใช่ด้วยความตาย..."

เยว่เฉินล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบซองจดหมายฉบับหนึ่งออกมา แล้วโยนใส่หน้านางอย่างไม่ไยดี

ฟึ่บ!

กระดาษแผ่นนั้นร่วงหล่นลงบนตักของหลินเวย

"นี่คือ หนังสือหย่า" น้ำเสียงของเขาไร้เยื่อใย "เก็บข้าวของของเจ้า แล้วไสหัวออกไปจากจวนข้าซะ บุญคุณที่บิดาเจ้าเคยมีต่อข้า ข้าจะหาทางชดใช้คืนให้วันหลัง แต่ตอนนี้... ข้าทนเห็นหน้าสตรีร้ายกาจเช่นเจ้าไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!"

พูดจบ เขาก็สะบัดชายเสื้อหันหลังเดินออกจากห้องไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดและกลิ่นอายความโกรธเกรี้ยวที่ยังลอยวนอยู่ในอากาศ

หลินเวยหยิบกระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาดู มือไม้สั่นเทา ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะช็อกจนตั้งตัวไม่ติด

สายตาเหลือบมองแผ่นหลังกว้างที่เดินจากไป แล้วก้มมองตัวอักษรคำว่า 'หย่า' ตัวเบ้อเริ่มบนกระดาษ

สรุปสั้นๆ คือ... หนึ่ง... นางตายแล้ว (มั้ง) สอง... นางมาโผล่ในร่างใครก็ไม่รู้ สาม... สามีหล่อลากไส้ แต่เกลียดขี้หน้านางเข้ากระดูกดำ และสี่... ยังไม่ทันได้หายใจทั่วท้อง ก็โดนถีบหัวส่งออกจากบ้านเสียแล้ว

"ซวย..." หลินเวยหัวเราะแห้งๆ ออกมา "แบบนี้เขาเรียกว่าซวยซ้ำซ้อนใช่ไหมเนี่ย"

++++++++++++++++++++++++++++

แนะนำนิยายเซต: แก๊งสามสาวทะลุมิติ 

นิยายเรื่องนี้เป็นหนึ่งในซีรีส์เซตแก๊งเพื่อนสาวจากยุคปัจจุบัน ที่จับพลัดจับผลูทะลุมิติมาป่วนหัวใจบุรุษแคว้นนี้ค่ะ! ใครที่โดนตกและชื่นชอบความผูกพันของพวกนาง สามารถตามไปฟินและเอาใจช่วยพวกนางให้ครบทั้ง 3 เรื่องได้ตามนี้เลยนะคะ 👇

📖 เรื่องที่ 1 : เกิดใหม่เป็นนางร้าย ขอหย่าให้ตายท่านอ๋องก็ไม่ยอม (เรื่องราวของ 'เยว่ซิน' กับ อ๋องจวิ้นอวี้) 

📖 เรื่องที่ 2 : เกิดใหม่เป็นยาถอนพิษ...ของท่านอ๋องจอมเผด็จการ (เรื่องราวของ 'มู่หลาน' กับ อ๋องจวิ้นเจี๋ย) 

📖 เรื่องที่ 3 : อดีตสามี... ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ (เรื่องราวของ 'หลินเวย' กับ แม่ทัพเยว่เฉิน)

ฝากติดตามผลงานทั้ง 3 เรื่องของ แคลร์ออสติน ด้วยนะคะ!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์

    บทที่ 7 : ค่ำคืนแห่งพายุอารมณ์ปึก! ปึก!หมอนใบแล้วใบเล่าถูกขว้างใส่ร่างสูงใหญ่ แต่เยว่เฉินไม่แม้แต่จะปัดป้อง เขาปล่อยให้หมอนเหล่านั้นกระทบตัวแล้วร่วงหล่นลงพื้น นัยน์ตาแดงก่ำจับจ้องมาที่นางราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม"ไปหาเมียน้อยของท่านสิ! มีตั้งสี่คนไม่ใช่เหรอ! มายุ่งกับข้าทำไม!"หลินเวยตะโกนด่าเสียงสั่น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวเริ่มคลอเบ้า "ข้าเกลียดท่าน! ได้ยินไหมว่าข้าเกลียดท่าน!"คำด่าทอเหล่านั้นไม่ได้เข้าหูของเยว่เฉินเลยแม้แต่น้อย ในสมองของเขาตอนนี้มีเพียงความร้อนรุ่มที่แผดเผาจนสติสัมปชัญญะขาดผึง ภาพตรงหน้าคือสตรีที่เป็นต้นเหตุ และนางคือคนเดียวที่จะเป็น 'ยาถอนพิษ' ให้เขาได้"เกลียดรึ...?" เยว่เฉินแสยะยิ้มมุมปาก รอยยิ้มที่ทำให้ขนทั่วกายของหลินเวยลุกชัน "ปากบอกว่าเกลียด แต่การกระทำของเจ้ามันฟ้องว่าเจ้าต้องการข้า... อย่ามาเล่นละครตบตาอีกเลย หลินเวย!"เขากระโจนขึ้นมาบนเตียง รวบข้อมือทั้งสองข้างของนางตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างกระชากสาบเสื้อนอนผ้าไหมของนางจนขาดวิ่นแคว่ก!เสียงฉีกขาดของอาภรณ์บาดลึกเข้าไปในความรู้สึก หลินเวยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะ

    บทที่ 6 : เปลวเพลิงแห่งราคะเพล้ง!ถ้วยชาเนื้อดีถูกปัดตกลงพื้นแตกกระจายเสียงดังสนั่นไปทั่วห้องหนังสือแม่ทัพเยว่เฉิน กัดฟันกรอดจนกรามปูดโปน มือหนากำเข้าหากันแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อเพื่อเรียกสติ แต่มันแทบจะไม่ช่วยอะไรเลย ความร้อนรุ่มดั่งไฟบรรลัยกัลป์กำลังแผดเผาไปทั่วกาย เลือดลมสูบฉีดพล่านจนใบหน้าหล่อเหลาแดงก่ำ เหงื่อไหลพรากราวกับเขื่อนแตก"บัดซบ...!" เขาคำรามในลำคอด้วยความเจ็บใจตลอดชีวิตการเป็นแม่ทัพ เขาใช้ชีวิตอยู่บนความระมัดระวังตัวเสมอ โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินและเล่ห์เหลี่ยมของสตรีในเรือนหลัง เขาไม่เคยพลาดท่าเสียทีให้กับยาปลุกกำหนัดชั้นต่ำพวกนี้มาก่อนแต่วันนี้... วันนี้เขากลับพลาด!เพียงเพราะจิตใจของเขาไม่อยู่กับเนื้อกับตัว มัวแต่คิดฟุ้งซ่านเรื่องท่าทีที่เปลี่ยนไปของ หลินเวย ความหงุดหงิดที่นางทำหมางเมินใส่ทำให้สติสัมปชัญญะของเขาหย่อนยาน จนเผลอดื่มชาถ้วยนั้นลงไปโดยไม่ทันตรวจสอบ"ท่านแม่ทัพ! ท่านเป็นอะไรไปขอรับ!"มู่เฟิง ทหารคนสนิทรีบวิ่งเข้ามาดูอาการ เจ้านายของเขาหายใจหอบถี่ ดวงตาแดงก่ำราวกับสัตว์ป่าที่กำลังคลุ้มคลั่ง"ยาปลุกกำหนัด... ข้าโดนยา..." เยว่เฉินเค้นเสียงรอดไรฟัน"ข้า

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมิน

    บทที่ 5 : กายห่าง... ใจหมางเมินแสงตะวันยามอัสดงสาดทอประกายสีส้มแดงไปทั่วผืนฟ้า เป็นสัญญาณบอกเวลาพลบค่ำเมื่อรถม้าคันหรูของจวนแม่ทัพแล่นเข้ามาจอดเทียบท่าหลินเวย ก้าวลงจากรถม้าด้วยความทุลักทุเล มือเรียวข้างหนึ่งยกขึ้นนวดบั้นเอวเบาๆ ใบหน้าสวยหวานฉายแววอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด"โอ๊ย... กระดูกกระเดี้ยวจะพังไหมเนี่ย"นางบ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ แม้ภายนอกจะดูสง่างามดุจคุณหนูผู้สูงศักดิ์ แต่ภายในใจของ แพรว กำลังกรีดร้อง การนั่งรถม้าบนถนนหินขรุขระในยุคโบราณไม่ใช่เรื่องตลก ไม่มีโช้คอัพ ไม่มีเบาะนุ่มเด้ง มีแต่แรงกระแทกที่ส่งตรงถึงกระดูกสันหลังทุกวินาทีเกือบสองสัปดาห์แล้วที่นางต้องทนใช้ชีวิตในร่างนี้... ยอมรับตามตรงว่ามัน 'ไม่ง่าย' เลยถึงแม้จะได้เดินชมเมือง สัมผัสสถาปัตยกรรมจีนโบราณที่งดงามราวกับภาพวาด ได้ไปไหว้พระขอพรที่วัดเก่าแก่บนยอดเขา สูดอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ในกรุงเทพฯ แต่ความเจริญทางวัตถุที่หายไปก็ทำให้นางแทบคลั่งห้องน้ำแบบนั่งยองที่ไร้ระบบชักโครก... อาหารการกินที่เน้นรสจืดชืด มันเลี่ยน มีแต่แป้งกับผักต้ม..."คิดถึงส้มตำปูปลาร้า... คิดถึงผัดกะเพราไข่ดาวกรอบๆ..." หลินเวยกลืนน้ำลายลงคออย่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่

    บทที่ 4 : การเริ่มต้นใหม่สองวัน...ผ่านไปแล้วสองวันเต็มๆ ที่หลินเวยลืมตาตื่นขึ้นมาพบกับเพดานไม้แกะสลักลวดลายโบราณ แทนที่จะเป็นฝ้าเพดานเรียบหรูในบ้านที่กรุงเทพฯนางพยายามหลับตาลงแล้วลืมตาขึ้นใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ภาวนาต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกศาลที่นึกออก ขอให้เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเพียงฝันร้ายตื่นหนึ่ง แต่ความจริงช่างโหดร้าย... นางยังคงติดอยู่ในร่างของสตรีโบราณผู้นี้"พ่อจ๋า... แม่จ๋า..."หยาดน้ำใสไหลรินจากหางตาลงสู่หมอน ภาพใบหน้าของบิดามารดาในโลกปัจจุบันฉายชัดในความทรงจำ ท่านทั้งสองแก่ชรามากแล้ว หากรู้ว่าลูกสาวคนเดียวจากไปอย่างกะทันหัน พวกท่านจะอยู่ต่อไปอย่างไร"หนูขอโทษ..." หลินเวยสะอื้นไห้เงียบๆ นางทิ้งเงินประกันชีวิตไว้สิบล้าน หวังว่ามันจะช่วยดูแลพ่อกับแม่แทนนางได้บ้างแม้จะมีเงินทองมากมายทิ้งไว้ให้ แต่เงินหรือจะสู้การมีชีวิตอยู่ด้วยกันได้อย่างไร... ความรู้สึกผิดกัดกินหัวใจจนนางแทบไม่อยากลุกจากเตียง"ฮูหยิน... ทานโจ๊กสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวร่างกายจะทรุดโทรมไปกันใหญ่"เสี่ยวชุ่ยค่อยๆ ประคองร่างบางให้ลุกขึ้นนั่ง พลางป้อนอาหารให้นายหญิงอย่างเอาใจใส่ ตลอดสองวันที่ผ่านมา หลินเวยใช้เวลาส่วน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงัน

    บทที่ 3 : นางมารร้ายผู้เงียบงันหลินเวยก้าวเท้าออกจากเรือนนอน โดยมีเสี่ยวชุ่ยเดินก้มหน้าตามหลังมาติดๆทว่า... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือน สายตาของนางก็ปะทะเข้ากับกำแพงมนุษย์สีสันฉูดฉาดสตรีสี่นางในอาภรณ์หลากสี ยืนเรียงหน้ากระดานขวางทางเดินอยู่ราวกับนัดหมายกันมา ใบหน้าของพวกนางถูกแต่งแต้มอย่างประณีตบรรจง แต่รอยยิ้มที่ส่งมานั้นกลับเคลือบแฝงไปด้วยความสะใจอย่างปิดไม่มิด"อ้าว... พี่หญิง"สตรีผู้ยืนอยู่ตรงกลางในชุดสีขาวบริสุทธิ์ดูบอบบางราวกับกิ่งหลิวลู่ลม ก้าวออกมาข้างหน้า นางคือ 'หลิวรั่วเหยียน' อนุภรรยาคนโปรดที่มักทำตัวอ่อนแอน่าสงสารต่อหน้าท่านแม่ทัพ"ได้ข่าวว่าพี่หญิงพลัดตกลงไปในสระบัว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ? น้องตกใจแทบแย่ เป็นห่วงว่าท่านจะเป็นอะไรไป"น้ำเสียงของนางสั่นเครือเล็กน้อย พยายามบีบน้ำตาให้คลอเบ้า แต่แววตากลับพราวระยับด้วยความขบขัน"เจ้าจะไปถามนางทำไมกัน พี่หญิงรั่วเหยียน"สตรีอีกนางในชุดสีแดงเพลิง 'หวังซินอี๋' หัวเราะเสียงแหลม แทรกขึ้นมาทันควัน "ดูจากท่าทางนางสิ ก็ดูสบายดีจะตาย... ข้าว่าสิ่งที่เราควรจะถาม ไม่ใช่อาการป่วยไข้ แต่เป็นเรื่อง 'หนังสือหย่า' ที่ท่านแม่ทัพเพิ่งประทาน

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

    บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไปเสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจังหญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต""ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้""ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status