Share

บทที่ 2

last update Petsa ng paglalathala: 2026-03-05 17:29:17

บทที่ 2 : ความทรงจำที่หายไป

เสี่ยวชุ่ยทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ใบหน้านองไปด้วยน้ำตา นางมองแผ่นกระดาษที่ถูกทิ้งไว้บนตักของหลินเวยด้วยสายตาตัดพ้อ

"ท่านแม่ทัพ... ทำเช่นนี้อีกแล้วหรือเจ้าคะ? เหตุใดเขาถึงใจร้ายไล่ท่านออกจากจวนอีกแล้ว"

คำว่า 'อีกแล้ว' สะดุดหูหลินเวยอย่างจัง

หญิงสาวขมวดคิ้วมุ่น ในหัวสมองยังคงว่างเปล่าราวกับลานหิมะขาวโพลน นางพยายามนึกให้ออกว่าเจ้าของร่างนี้เป็นใคร เจออะไรมาบ้าง แต่ยิ่งนึกก็ยิ่งปวดหนึบที่ขมับ

"นี่... เจ้าชื่อเสี่ยวชุ่ยใช่ไหม?" หลินเวยสูดหายใจลึก ตัดสินใจถามออกไปตรงๆ "เจ้ากับข้า... เราสนิทกันมากแค่ไหน?"

เสี่ยวชุ่ยเงยหน้าขึ้นมองผู้เป็นนายด้วยความตกใจ "ฮูหยิน... ท่านถามอะไรเช่นนั้นเจ้าคะ? บ่าวรับใช้ท่านมาตั้งแต่ท่านยังเป็นดรุณีน้อย เราเติบโตมาด้วยกัน บ่าวย่อมต้องภักดีต่อท่านยิ่งกว่าชีวิต"

"ดี..." หลินเวยพยักหน้า สีหน้าจริงจังขึ้น "ถ้าอย่างนั้น เจ้าต้องตั้งสติและฟังข้าให้ดี ตั้งแต่ข้าขึ้นมาจากน้ำ... ความทรงจำของข้ามันหายไปหมดแล้ว ข้าจำไม่ได้ว่าข้าเป็นใคร จำไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร หรือแม้แต่ผู้ชายใจร้ายคนเมื่อกี้เป็นใคร... ข้าก็จำไม่ได้"

"ฮูหยิน!" เสี่ยวชุ่ยอุทานลั่น ปิดปากแน่น น้ำตาไหลพรากหนักกว่าเดิมด้วยความเวทนา "โธ่... นายหญิงของบ่าว ท่านช่างอาภัพนัก"

"หยุดร้องก่อน เสี่ยวชุ่ย" หลินเวยปรามเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น "เจ้าช่วยเล่าให้ข้าฟังที ว่าข้ามาแต่งงานกับเขาได้อย่างไร ดูจากสายตาที่เขามองข้าเมื่อครู่... ดูเหมือนเขาจะเกลียดข้าเข้ากระดูกดำ"

เสี่ยวชุ่ยสูดน้ำมูก พยายามกลั้นเสียงสะอื้น ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องราวความหลัง

"เดิมที... ท่านคือคุณหนูน้อยตระกูลหลิน บิดาของท่านคือคฤหบดีที่มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวงเจ้าค่ะ แม้ตระกูลจะร่ำรวยล้นฟ้า แต่ก็เป็นเพียงพ่อค้าวานิช ไร้ยศถาบรรดาศักดิ์ ย่อมมิอาจเทียบชั้นกับตระกูลแม่ทัพผู้สูงส่งได้"

"แล้วทำไม..."

"เพราะสงครามชายแดนเมื่อปีก่อนเจ้าค่ะ" เสี่ยวชุ่ยเล่าต่อ "ตอนนั้นกองทัพของท่านแม่ทัพเยว่เฉินขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก บ้านเมืองวิกฤต นายท่านผู้เฒ่า... บิดาของท่าน ทราบดีว่าท่านหลงรักท่านแม่ทัพมานานแรมปี จึงได้ยื่นข้อเสนอต่อราชสำนัก จะมอบเสบียงและทรัพย์สินจำนวนมหาศาลเพื่อช่วยกองทัพ แลกกับการให้ท่านแม่ทัพแต่งงานกับท่านเป็นฮูหยินเอกเจ้าค่ะ"

หลินเวยถึงบางอ้อทันที... คลุมถุงชนฉบับเอาเงินฟาดหัวนี่เอง

"มิน่าล่ะ... เขาถึงได้มองข้าเหมือนเห็นกิ้งกือไส้เดือน" หลินเวยพึมพำกับตัวเอง "ไม่ได้รักกันสินะ"

ทันทีที่พูดประโยคนั้น จู่ๆ ความรู้สึกเจ็บแปลบก็แล่นปราดเข้ามาที่กลางอก มันไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความร้าวรานที่ฝังลึกอยู่ในจิตวิญญาณของร่างนี้... รักเขามากสินะ... รักมากจนยอมให้พ่อเอาเงินไปแลกตัวเขามา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีใจ

หลินเวยก้มมองใบหย่าในมืออีกครั้ง ความรู้สึกขมขื่นตีตื้นขึ้นมาจนจุกคอ

"แล้วเรื่องที่เขาบอกว่าข้าเรียกร้องความสนใจล่ะ?" หลินเวยถามต่อ พยายามสลัดความรู้สึกเศร้าทิ้งไป "เขาบอกว่าจวนวุ่นวายเพราะข้า... ข้าไปทำอะไรไว้นักหนา?"

เสี่ยวชุ่ยกำหมัดแน่น แววตาเปลี่ยนเป็นความเจ็บแค้น

"ท่านไม่ได้ทำอะไรเลยเจ้าค่ะ! เป็นเพราะพวกนางต่างหาก... อนุภรรยาทั้งสี่คนที่ท่านแม่ทัพรับเข้ามา!"

"สี่คน?" หลินเวยตาโต "เขา... มีเมียน้อยสี่คนเลยเหรอ?"

"เจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพจงใจรับพวกนางเข้ามาเพื่อหยามเกียรติท่าน หวังจะกดดันให้ท่านทนไม่ไหวและขอหย่าไปเอง พวกอนุนางพวกนั้นร้ายกาจนัก ต่อหน้าท่านแม่ทัพพวกนางทำตัวอ่อนหวานน่าสงสาร แต่ลับหลังพวกนางรวมหัวกันกลั่นแกล้งท่านสารพัด ทั้งใส่ร้าย ป้ายสี วางกับดัก..."

"เดี๋ยวนะ..." หลินเวยยกมือเบรก "แล้วทำไมข้าไม่ฟ้องเขาล่ะ? ทำไมปล่อยให้เขาเข้าใจผิดว่าข้าเป็นคนก่อเรื่อง?"

"ท่านฟ้องแล้วเจ้าค่ะ! ท่านพยายามอธิบายความจริงทุกครั้ง" เสี่ยวชุ่ยร้องไห้อีกครั้ง "แต่ท่านมีเพียงปากเดียว... พวกนางมีกันถึงสี่คน รวมหัวกันพูดเป็นเสียงเดียวกัน ใส่ไฟจนท่านกลายเป็นนางมารร้ายขี้อิจฉาในสายตาท่านแม่ทัพ ยิ่งท่านแก้ตัว ท่านแม่ทัพก็ยิ่งมองว่าท่านแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เรียกร้องความสนใจ... อย่างเรื่องตกน้ำวันนี้ บ่าวเชื่อว่าต้องเป็นฝีมือของพวกนางแน่ๆ!"

ปึง!

หลินเวยตบโต๊ะเครื่องแป้งดังสนั่น ดวงตาสวยหวานบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธ

ในฐานะสาวยุคใหม่ที่ดีกรีความมั่นใจเต็มเปี่ยม เรื่องผัวมีเมียน้อยก็ว่าแย่แล้ว แต่การถูกรุมบูลลี่ ถูกใส่ร้ายป้ายสี แล้วผู้ชายก็หูเบาเชื่อคนง่ายแบบนี้... มันยอมไม่ได้!

หลินเวยก้มมองกระดาษเปื้อนหมึกในมืออีกครั้ง คำว่า 'หย่า' นั้นชัดเจนยิ่งกว่าแสงตะวัน

สำหรับสาวยุค 2025 การหย่าร้างไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย แต่ปัญหามันอยู่ที่บริบทของยุคสมัยต่างหาก เท่าที่นางเคยดูซีรีส์ย้อนยุคมา สตรีที่ถูกสามีหย่าขาดแล้วซซัดเซพเนจรกลับไปบ้าน มักจะนำความอัปยศอดสูมาสู่วงศ์ตระกูล

นางหันขวับไปหาเสี่ยวชุ่ยที่กำลังยืนเช็ดน้ำตาป้อยๆ

"เสี่ยวชุ่ย เลิกร้องไห้ แล้วตอบคำถามข้ามาตามตรง"

"จะ... เจ้าคะ ฮูหยิน?"

"ทรัพย์สินส่วนตัวของข้า... สินเดิมที่ติดตัวมาตอนแต่งงาน มีอยู่เท่าไหร่?"

เสี่ยวชุ่ยทำตาโต อ้าปากค้างเล็กน้อย ก่อนจะรีบตอบละล่ำละลัก "โธ่ ฮูหยิน... ท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะ ว่าท่านคือธิดาของคฤหบดีหลินผู้มั่งคั่งที่สุดในเมืองหลวง! สินเดิมของท่านตอนแต่งเข้ามา ยาวเหยียดเป็นขบวนสิบลี้เชียวนะเจ้าคะ!"

สาวใช้รีบวิ่งไปเปิดหีบไม้ใบใหญ่ที่มุมห้อง ทันทีที่ฝาหีบเปิดออก แสงระยิบระยับของทองคำแท่ง เครื่องประดับอัญมณี และตั๋วเงินปึกใหญ่ก็กระแทกตาหลินเวยเข้าอย่างจัง

"โอ้โห..." หลินเวยดวงตาเป็นประกาย "นี่มันไม่ใช่แค่รวยแล้ว นี่มันมหาเศรษฐีชัดๆ!"

เสี่ยวชุ่ยพยักหน้ารัวๆ "ใช่เจ้าค่ะ! ทรัพย์สินพวกนี้เป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียว ต่อให้ท่านออกจากจวนแม่ทัพไป ท่านก็สามารถใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายไปได้อีกสิบชาติเลยเจ้าค่ะ!"

"เยี่ยม!" หลินเวยดีดนิ้วดังเปาะ รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "ในเมื่อมีเงิน ปัญหาทุกอย่างก็จบ... เรื่องอะไรข้าจะต้องง้อผู้ชายพรรค์นั้นด้วย"

นางเดินไปหยิบตั๋วเงินปึกหนึ่งขึ้นมาพัดเล่นเบาๆ สมองของดีไซเนอร์สาวเริ่มวางแผนธุรกิจทันที

"ถ้าข้ากลับบ้านไม่ได้... ข้าก็แค่ซื้อบ้านใหม่สิ"

แต่ช้าก่อน... จะเดินออกไปดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้

ในเมื่อเขาเป็นคนโยนใบหย่ามาให้ นางก็ต้องเล่นตามเกม แต่ต้องเป็นเกมที่นางเป็นคนคุมกระดาน หลินเวยพับใบหย่าเก็บเข้าอกเสื้ออย่างทะนุถนอมราวกับเป็นของมีค่า

"เสี่ยวชุ่ย... ไปเตรียมตัว"

"จะไปไหนหรือเจ้าคะ? กลับตระกูลหลินหรือ?"

"ไม่ใช่..." หลินเวยส่ายหน้า เชิดคางขึ้นด้วยท่วงท่าสง่างาม "พาข้าไปพบท่านแม่ทัพเยว่เฉินเดี๋ยวนี้ ข้ามีข้อตกลงบางอย่างที่ต้องเจรจากับเขา"

"ฮูหยิน ท่านจะไปอ้อนวอนเขาหรือเจ้าคะ? อย่าเลยเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพกำลังโกรธอยู่..."

"อ้อนวอน?" หลินเวยหัวเราะในลำคอ แววตาคมกริบ "เปล่าเลยเสี่ยวชุ่ย... ข้าจะไป ทำข้อตกลง ต่างหาก"

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 131

    บทส่งท้าย: กาลเวลา ลิขิตสวรรค์ และนิรันดร์ของเราห้าปีต่อมา ณ เมืองเจียงหนานสายลมวสันต์พัดพาความอบอุ่นและกลิ่นหอมของดอกท้อให้ลอยอวลไปทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลไป๋ บรรยากาศภายในจวนเต็มไปด้วยความคึกคักและเสียงหัวเราะสดใสที่ดังแว่วมาจากลานกว้างหน้าเรือนใหญ่“ท่านพ่อ! จับข้าให้ได้สิขอรับ!”เด็กชายตัวน้อยวัย

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 130

    บทที่ 69: พยานรักแห่งสองห้วงเวลาหลายสัปดาห์ผ่านไป ชีวิตในจวนตระกูลไป๋กลับมาสงบสุขและอบอวลไปด้วยความหวาน เมิ่งซีกลับไปดูแลกิจการหอวิจิตรซีซีอย่างขยันขันแข็ง โดยมีไป๋อวี้เฉินคอยรับส่งและดูแลแทบไม่ห่างกายทว่าในช่วงเช้าของวันหนึ่ง ขณะที่เมิ่งซีกำลังนั่งร่วมโต๊ะอาหารกับไป๋อวี้เฉินและฮูหยินผู้เฒ่า กลิ่น

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 129

    บทที่ 68: พันธนาการแห่งรักราตรีเยือกเย็นปกคลุมไปทั่วจวนตระกูลไป๋ ทว่าภายในเรือนนอนใหญ่กลับอบอวลไปด้วยไออุ่นจากถ่านในเตาผิง แสงเทียนวับแวมส่องกระทบผ้าม่านแพรไหมสีนวลที่พลิ้วไหวตามแรงลมเมิ่งซีนั่งอยู่บนเตียงกว้าง นางเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเป้ใบย่อมที่ติดตัวมาจากโลกอนาคตขึ้นมาเปิดออก ท่ามกลางสายตาใคร่

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 128

    บทที่ 67: เรื่องเล่าจากห้วงอนาคตแสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาภายในโถงของเรือนใหญ่ บรรยากาศที่เคยอึมครึมมาตลอดหกเดือนถูกแทนที่ด้วยรอยยิ้มและเสียงพูดคุยที่อบอุ่นบนตั่งไม้ตัวใหญ่ ฮูหยินผู้เฒ่าไป๋ นั่งอยู่ตรงกลาง ดวงตาที่ผ่านโลกมามาก รื้นไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความปีติ สองมือเหี่ยวย่นกอบกุมมือของ เมิ่งซี เอา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 127

    บทที่ 66: ฮูหยินที่หวนคืนแสงแดดสีทองยามเช้าสาดส่องลอดผ่านหน้าต่าง ขับไล่ความมืดมิดและเงียบเหงาที่ปกคลุมเรือนนอนแห่งนี้มาตลอดหกเดือนให้มลายหายไปขวัญฤทัยในร่างของเมิ่งซีค่อยๆ ขยับตัวตื่น สิ่งแรกที่นางสัมผัสได้คือวงแขนแกร่งที่กอดนางเอาไว้แน่น และลมหายใจอุ่นๆ ที่รดอยู่บริเวณหน้าผาก เมื่อเงยหน้าขึ้น นา

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 126

    บทที่ 65: ปาฏิหาริย์แห่งหยาดฝนนี่เขาไม่ได้กำลังฝันไปใช่หรือไม่...ไป๋อวี้เฉินยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตาคมเบิกกว้างเมื่อทอดสบเห็นร่างบางในชุดเสื้อผ้าแปลกประหลาด กำลังนั่งสะอื้นไห้อยู่เบื้องหน้าเรือนนอนทว่าเมื่อ 'หมิงซาน' ที่ยืนอยู่เบื้องหลังหลุดเสียงอุทานเรียก “ฮูหยิน!” ชายหนุ่มจึงตระหนักได้ในวินาทีนั้

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 120

    บทที่ 59: สามีคลั่งรักแห่งเจียงหนานสามเดือนผ่านไปนับตั้งแต่พายุร้ายในจวนตระกูลไป๋สงบลง คลื่นลมในชีวิตของเมิ่งซีก็ราบรื่นและหอมหวานราวกับโรยด้วยกลีบกุหลาบฮูหยินผู้เฒ่ามอบอำนาจการดูแลจัดการเรือนหลังให้นางอย่างเต็มตัว ซ้ำยังเอ็นดูนางมากกว่าเดิม ส่วนกิจการร้านแพรพรรณสกุลไป๋ก็เจริญรุ่งเรืองถึงขีดสุด กร

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 119

    บทที่ 58: กรงขังที่เปิดออกไป๋อวี้เฉินสาวเท้าเร่งรีบไปตามทางเดินในจวน ระยะทางที่เคยสั้นกลับดูยาวไกลอย่างน่าประหลาด ตลอดสามวันที่ผ่านมา เขาซ่อนความคลุ้มคลั่งไว้ภายใต้ท่าทีเยือกเย็น กลัวเหลือเกินว่าสตรีในห้องจะทนแรงกดดันไม่ไหว จนตัดสินใจใช้ ‘หยกข้ามมิติ’ หนีหายไปตลอดกาล“เปิดประตู!” เขาตวาดสั่งทหารยาม

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 117

    บทที่ 56: คำเยาะหยันของงูพิษบรรยากาศในจวนตระกูลไป๋ตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เมื่อเหล่าผู้อาวุโสจากเรือนบรรพบุรุษรุดมายังเรือนใหญ่ทันทีที่ทราบข่าว พยานปากเอกอย่างแม่ครัวที่สารภาพทั้งน้ำตา ประกอบกับเศษซากพิษที่เหลืออยู่ในถ้วยรังนก ทำให้ทุกสายตาที่มองมายัง เมิ่งซี เต็มไปด้วยความรังเกียจ“การวางยาแม่สามี

  • อดีตสามี... ปล่อยข้าไปเถอะ   บทที่ 113

    บทที่ 52: จุดจบของคนพาลช่วงสายของวันนั้น ถนนสายหลักในเมืองเจียงหนานคึกคักเป็นพิเศษ เสียงฆ้องรัวแจ้งข่าวดังนำขบวนรถลากที่บรรทุกกลุ่มชายฉกรรจ์นับสิบคน พวกเขาถูกมัดมือไพล่หลัง มีป้ายไม้ห้อยคอระบุความผิดชัดเจนว่า โจรลอบวางเพลิงหมิงซาน ควบม้านำขบวนด้วยท่วงท่าองอาจ เขาประกาศความผิดของนักเลงกลุ่มรังหมาป่

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status