เพื่อนที่แปลว่าเมีย

เพื่อนที่แปลว่าเมีย

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2025-06-02
โดย:  ขนมปังรสหวานยังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
98บท
7.7Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

ปอร์เช่และมิรินคือเพื่อนกัน แต่แล้ววันหนึ่งทั้งสองมีความสัมพันธ์จนเกินเลยจากคำว่าเพื่อน แล้วความลับเรื่องนี้จะปิดบังคนในกลุ่มได้นานแค่ไหน ทั้งที่ปอร์เช่ต้องการบอกทุกคนว่า นี่คือเมียไม่ใช่เพื่อน!!

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

บทที่ 1

氷室彩葉(ひむろ いろは)は力なくベッドに横たわり、冷たい器具が、鈍く痛む下腹部を滑っていく感触に耐えていた。

「赤ちゃんは……大丈夫ですか……?」震える声で尋ねると、医師は憐れむように溜息をついた。

「切迫流産です。残念ながら……お子さんの心音は、もう聞こえません」

その瞬間、彩葉はシーツを強く握りしめた。心臓が氷の手で鷲掴みにされたように、軋む。

「仮に心音が確認できたとしても、出産は推奨できませんでした。火災で大量の有毒煙を吸い込まれている。胎児への影響は計り知れません」

二時間前──氷室グループ傘下の新エネルギー研究室で火災が発生し、彩葉は開発中の最新チップを守るため、躊躇なく炎の中に飛び込んだ。

チップは守れたものの、彼女自身は濃い煙に巻かれて意識を失ったのだ。

救急室に運ばれた時、体は擦り傷だらけで、下半身からは血が流れ、目を覆いたくなるほどの惨状だったという。

家庭と仕事に昼夜を問わず奔走し、心身ともに疲れ果てていた彼女は、この時になって初めて、自分のお腹に新しい命が宿っていたこと──妊娠二ヶ月だったことを知った。

「あなたはまだ若い。きっとまた授かりますよ」

医師はそう慰めながら、「今は安静が第一です。ご主人に連絡して、付き添ってもらってください」と告げた。

身を起こすことすら億劫な体で、彩葉は夫である氷室蒼真(ひむろ そうま)に電話をかけるのを躊躇った。

二日前、彼は息子の氷室瞳真(ひむろ とうま)を連れてM国へ出張したばかりだ。

「プロジェクトの商談だ」と彼は言っていた。仕事中の彼が、邪魔をされることを何よりも嫌うことを、彩葉は知っていた。ここ二日間、彼からの連絡は一切ない。それほど忙しいのだろうか。

その時、携帯の短い振動が静寂を破った。

画面に表示されたのは、異母妹である林雫(はやし しずく)の名前。

震える指でメッセージを開いた彩葉は、息を呑んだ。

そこに添付されていたのは、一枚の写真。雫が息子の瞳真を抱きしめ、二人で笑顔のハートマークを作っている。そしてその隣には、眉目秀麗な夫・蒼真が静かに座っていた。

結婚写真すら「くだらない」と撮ろうとしなかった彼が、その写真の中では、薄い唇の端をわずかに上げ、滅多に見せない穏やかな笑みを浮かべていた。

その姿は、まるで幸せな三人家族そのものだった。

【お姉ちゃん、今ね、蒼真さんと瞳真くんとミュージカルを観てるの。「ナイチンゲールの歌」って、お姉ちゃんが一番好きな作品よね?お姉ちゃんの代わりに、私が先に観ちゃった!】

チケットは常に完売で、手に入れることすら困難な人気の演目。

いつか一緒に観に行きたい、と何度も蒼真に伝えたが、いつも冷たく突き放されるだけだった。

「今忙しいんだ。それに瞳真もまだ小さい。また今度だ」

……忙しいんじゃなかった。ただ、自分と行きたくなかっただけなんだ。

元々張り裂けそうだった胸に、鋭い杭を打ち込まれたような激痛が走る。

それでも諦めきれず、病室に戻った彩葉は腹部の痛みに耐えながら、蒼真に電話をかけた。

数回のコールの後、低く、それでいて芯のある冷ややかな声が鼓膜を揺らす。

「……どうした」

「蒼真……ごめんなさい、体調が悪くて、病院にいるの。少しだけ、早く帰ってきてもらえないかな……?」彼女の顔は蒼白で、声には力がなかった。

「こっちはまだ商談中だ。戻るのは二日後になる。家のことは山根に任せろ」蒼真の態度は、どこか冷めていた。

彩葉はスマホとを握りしめる。「……ねえ。もしかして、雫と一緒にいるの?」

その問いに、蒼真の声は露骨な苛立ちを滲ませた。「彩葉、そんな詮索に何の意味がある?もう五年だぞ。雫は妹のようなものだと何度も言ったはずだ。仮に一緒にいたとして、それがどうした。

最近のお前は、仮病まで使って同情を引こうとするようになったのか?」

「パパ、声大きいよ!僕と雫の邪魔しないでよ!」

電話の向こうから、瞳真の高い声が響いた。「もうママなんてほっときなよ!本当にうざいんだから!」

彩葉が何かを言う前に、通話は一方的に切られた。

ほんの少しの時間すら、彩葉のために割いてはくれない。

がらんとした病室で、彼女は布団を固く握りしめ、体の芯から冷えていくのを感じていた。

三日後、彩葉は無理を言って退院した。

研究開発部の仕事が、まだ山のように残っていたからだ。

特に今回の新製品発表会は、蒼真も期待を寄せている。そして自分にとっても、この二年間心血を注いできたプロジェクトを、成功させたかった。

夕方、疲れ切った体を引きずってブリリアージュ潮見の自宅に戻ると、リビングから楽しげな笑い声が聞こえてきた。

息子の瞳真と、雫の声だ。

胸がどきり、と嫌な音を立てる。彩葉はとっさに身を隠し、鉢植えの影からリビングの様子を窺った。

ソファには、氷室父子の間に座る雫の姿があった。テーブルの上には、バースデーケーキ。そして彼女の首には、赤いルビーのネックレスが輝いていた。それは某高級ブランドの世界限定品だ。

先月、ショーウィンドウで見かけて心惹かれたものの、目を見張るような値段に諦めた、あのネックレス。

それが今、雫の胸元を飾っている。

「蒼真さん、素敵なプレゼントをありがとう。すごく嬉しいわ」雫はペンダントに優しく触れ、潤んだ瞳で男の端整で凛々しい顔を見つめる。「でも、こんな高価なもの……これからは無理しないで。気持ちだけで十分嬉しいから」

蒼真は淡然とした表情で言った。「金などどうでもいい。お前が喜んでくれるなら、それが一番だ」

「ねえねえ雫、お目々閉じて!」瞳真がはしゃいだ声で言った。

雫が素直に瞳を閉じると、瞳真は小さな手で、色とりどりのクリスタルが繋がれたブレスレットを彼女の腕に通した。

「もう開けていいよ!」

「わぁ、綺麗!」雫は驚きの表情を見せた。

瞳真はへへっと笑い、頭を掻く。「これね、僕が一つひとつ選んで、糸に通したんだ。雫への誕生日プレゼント!」

「ありがとう、瞳真くん。一生大切にするわ」雫が身をかがめて瞳真の額にキスをしようとした、その時。

瞳真は自ら顔を上げ、ちゅっ、と音を立てて雫の頬にキスをした。

瞳真は父親に似て、どこか冷めた子供だった。実の母親である彩葉にさえ、ほとんど懐こうとしなかったのに。

自分が喉から手が出るほど欲しかったものを、雫はこんなにもたやすく手に入れてしまう。

嫉妬と絶望で、胸の奥がキリキリと痛んだ。

瞳真はキラキラした目で雫を見つめ、真剣な顔で言う。「雫は体が弱いから、これからは僕とパパが守ってあげる。だから安心してね」

「ふふっ……ありがとう。頼りにしてるわね」雫は恥じらうように頬を染め、ちらりと隣の男に視線を送る。

蒼真は切れ長の瞳を細め、自らケーキを一切れ切り、雫の手に渡す。

血の気が、すうっと引いていく。立っていられなくなりそうだった。

全身全霊で愛した夫は、他の女の誕生日を祝い、命がけで産んだ息子は、母親からすべてを奪った女を守ると誓う。

彩葉は、赤く染まった目で静かに笑った。そして踵を返すと、五年もの間自分を縛り付けた結婚という名の牢獄から、毅然と歩み出した。

自宅の外は、冷たい雨が降っていた。

全身ずぶ濡れになりながら、彩葉は道端に立ち、久しぶりにかける番号を呼び出す。電話の向こうから、懐かしい声が聞こえた。

「お嬢!お久しぶり!元気か?」

「えぇ、元気よ」彼女は微笑んだ。その美しい瞳には、かつてないほど冷徹な光が宿っていた。

「離婚することにしたの。だからお願い、離婚協議書を用意してちょうだい。なるべく、早くね」
แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
98
บทที่ 1
บทที่ 1รถสปอร์ตคันหรูเลี้ยวเข้ามาที่ผับชื่อดัง ดึงสายตาของนักท่องราตรีเอาไว้ แต่ที่ทำให้สาว ๆ ต่างพากันสนใจมากเป็นพิเศษ ไม่ใช่รถหรูคันนั้นเพราะย่านนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของพวกคนมีเงิน รถหรู มีให้เห็นอยู่เต็มลานจอด แต่เป็นเจ้าของรถต่างหากที่เรียกความสนใจไว้ ปอร์เช่รู้ตัวว่าตกเป็นเป้าสายตา พลันรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ก็โผล่ขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลา เขาแกล้งทำเป็นไม่เห็นว่ามีคนมองแล้วเดินผ่านพวกสาว ๆ เข้าไปข้างใน เขานัดแนะกับเพื่อนแก๊งนี้อยู่เป็นประจำเพราะชอบออกมาเที่ยวท่ามกลางแสงสีในค่ำคืน เพื่อนกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นลูกของเพื่อนพ่อทั้งนั้น ถึงได้สนิทสนมกันจนชวนเที่ยวอยู่ตลอดแบบนี้ “ปอร์เช่” พัตเตอร์ยกมือเรียกเพื่อนรักที่ยังเพลิดเพลินกับการเดินโปรยเสน่ห์ให้สาว ๆ ปอร์เช่ถลึงตาใส่คนที่กำลังโบกมือเรียก ชายหนุ่มมาบ่อยจนมีโต๊ะประจำจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเพื่อน ๆ นั่งอยู่ไหน ที่เรียกเขาไว้ก็แค่จะแกล้งขัดขาให้เลิกอ่อยสาว ๆ “มึงจะรีบเรียกมันทำไม หน้ามันบูดเลย” ฟาโรกระตุกยิ้มเย้ยหยันปอร์เช่ คำพูดของเขาเหมือนกับเห็นใจทั้งที่เขากำลังซ้ำเติมซะมากกว่า
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 2
บทที่ 2 “ทำหน้าให้มันสนุก ๆ หน่อยดิวะ นัดมาดื่มก่อนเข้าเรียนต้องปลดปล่อยดิวะ” ปอร์เช่หันไปมองหน้าฟาโรแล้วกระตุกยิ้มที่มุมปาก คืนนี้พวกเขานัดกันมาดื่มก่อนที่จะต้องแยกย้ายกันไปเรียนมหาวิทยาลัย “เออ” ชายหนุ่มตอบเพื่อนแล้วยกแก้วขึ้นมาชนกัน ความเซ็งพลันหายไปในพริบตา เพราะคิดว่าต้องสนุกให้เต็มที่ เผื่อว่าเข้าเรียนมหาลัยแล้วจะไม่มีเวลาได้ออกมาสนุกแบบนี้อีก ปอร์เช่ไม่หันไปมองสาวสวยคนนั้น แต่หัวใจมันก็เรียกร้องให้ต้องคอยหันไป เขาจึงตรึงสายตาไว้ที่เธอแค่คนเดียว ไม่ให้ผู้ชายที่มาด้วยในเข้ามาอยู่ในสายตาเด็ดขาด! “มึงเมาแล้วเหรอวะ” ฟาโรเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแปลกใจ ปกติแล้วปอร์เช่ไม่ค่อยเมา แต่คืนนี้เขากลับเมาเป็นคนแรก ปอร์เช่นั่งคอตกยกมือขึ้นปฏิเสธ เขากำลังสื่อว่าตัวเองไม่เมาทั้งที่ทรงตัวไม่ค่อยอยู่แล้ว ชายหนุ่มไม่อยากถูกแซวว่าคืนนี้เมาก่อนใครเพื่อน แต่ท่าทางของเขาก็ปิดเอาไว้ไม่มิด “มึงอะเมาแล้วไม่ต้องโกหก” พัตเตอร์พูดเสียงดังกรอกหู ปอร์เช่ตวัดสายตาขุ่นไปให้แล้วลุกขึ้นจะเข้าไปเตะเพื่อนสักที แต่ทว่าพอเขาลุกก็เซไปชนก
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 3
บทที่ 3“ยัยมิลิน หนูรูดซื้ออะไรไปเนี่ย” เสียงแหลมแผดดังจนมิลินต้องเอามือขึ้นปิดหู ดวงตาคู่สวยมองไปที่มารดา ท่านทำท่าคล้ายจะเป็นลมจนคนรับใช้ต้องเอายาดมมาให้ “ฮ่า ๆ คุณไม่ชินเหรอ” ชายวัยกลางคนมองลงมาจากราวบันไดที่เคลือบสีทอง เขาหัวเราะให้กับท่าทางของภรรยา ช็อกถึงขั้นที่ต้องมีคนคอยประคองเอาไว้เลยเหรอ เขาเห็นภรรยาของตัวเองเป็นแบบนี้อยู่บ่อย ๆ เวลาที่เห็นบิลบัตรเครดิต เธอน่าจะชินได้แล้วแต่ทว่าก็ไม่เห็นจะชินสักที “คุณดูบิลก่อนเถอะค่ะ ยัยมิลินเอาไปรูดซื้อมาทั้งห้างเลยมั้ง” “เวอร์ไปค่ะคุณแม่” มิลินหน้างอใส่มารดา ท่านพูดเกินจริงไปมากเพราะบิลก็ไม่ได้สูงไปจากเดิมสักเท่าไหร่ หญิงสาวรับเสื้อสูทของบิดามาถือไว้อย่างเอาใจ จะได้มีคนช่วยไม่ให้ตัวเองต้องถูกแม่ดุ “ไม่เวอร์หรอก รูดซื้ออะไรไปเป็นล้าน” “กระเป๋าค่ะ” มิลินตอบออกไปตรง ๆ เธอเอาไปซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมคอลเลกชันใหม่ อุตส่าห์ไปซื้อมาจนได้ หากช้ากว่านี้เธอก็คงอดแน่ ๆ เพราะยังมีอีกหลายคนที่เข้ามาซื้อแต่ก็ต้องพลาดไป “ยัยมิลิน แกซื้อกระเป๋าอะไรขนาดนั้น” “กระเป๋าน่ะส่วนนึง แ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 4
บทที่ 4 มหาวิทยาลัย มิลินในชุดนักศึกษาพอดีตัวดึงสายตาจากคนแถวนั้นไว้ รูปร่างของเธอสมส่วน ผิวพรรณขาวผ่อง ทั้งยังขับรถหรู ประกาศฐานะอยู่ในตัว กลายเป็นที่ฮือฮาในชั่วพริบตา มิลินย่นคิ้วเข้าหากัน สายตาของเธอไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ เพราะไม่ชอบที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาแบบนี้ และบางคนก็ไม่ได้มองด้วยความชื่นชมเธอซะด้วย “เบะปากซะงั้น” มิลินกลอกตาไปมาแล้วเบะปากใส่ ถึงเธอจะเป็นเฟรชชี่ปีหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าจะยอมให้พวกรุ่นพี่มามองด้วยความหมั่นไส้อย่างนั้น สาว ๆ ต่างพากันซุบซิบว่าสาวสวยคนนี้ท่าทางจะเป็นตัวแม่ของมหาลัยในไม่ช้า ทั้งสวยเริ่ดเชิดซะขนาดนี้ และยังไม่ยอมใครอีก มิลินเดินมาถึงตึกคณะนิเทศศาสตร์ เธอก็กวาดตามองหาเพื่อนสนิทที่มาเรียนด้วยกัน “มิลินทางนี้” มินนี่ตะโกนเรียก มิลินเดินผ่านพวกรุ่นพี่ที่มองจิกเธออยู่ เธอก็ตวัดสายตาไปมองจนอีกฝ่ายตกใจ หญิงสาวยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ “สวัสดีค่ะพี่ มองหนูแบบนี้ มีอะไรปะคะ” น้ำเสียงของเธอยียวน “ไม่มี” “ก็นึกว่ามีซะอีก เห็นสายตาไม่ค่อยเป็นมิตรเลย”
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 5
บทที่ 5 ร่างเล็กยังนอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียงทั้งที่เสียงนาฬิกาปลุกดังอยู่นานแล้ว มิลินเอื้อมไปกดปิดเสียงนาฬิกาเพื่อตัดความรำคาญ แต่หญิงสาวก็ยังนอนกลิ้งไปมาอยู่อย่างนั้น ไม่อยากไปมหาลัยเลย! มิลินเบะปากคว่ำ กิจกรรมต้อนรับน้องเฟรชชี่ยังมีวันนี้อีกวันนึง เธอถึงได้เบื่อไม่อยากไปเข้าร่วม หากแต่จะโดดกิจกรรมก็ไม่ได้ เพราะรุ่นพี่ขู่เอาไว้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วว่าจะมีผลไปถึงคะแนนกิจกรรม “เบื่อ!!!” มิลินนั่งแล้วเอาตุ๊กตัวหมีมากอดแน่น หน้าตาของเธององ้ำยังไม่อยากลุกไปอาบน้ำ แต่ก็เหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว หญิงสาวเลยจำใจลงจากเตียงไปอาบน้ำแต่งตัว บิดาและมารดาของเธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร ท่านมองหน้าลูกสาวด้วยความงุนงงเพราะสีหน้าของมิลินไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ ท่าเดินก็เหมือนคนอ่อนแรง “เป็นอะไรมิลิน ทำไมหน้าตางอแงอย่างนั้น” มารดาเอ่ยถามขึ้นมา “ไม่อยากไปมหาลัยเลยค่ะแม่” มิลินนั่งลงโดยที่ไม่ได้มองพ่อและแม่เลย แม่บ้านเอาข้าวต้มร้อน ๆ มาเสิร์ฟให้ เธอก็เอาแต่เขี่ยข้าวอย่างกับรสชาติแย่มากจนกินไม่ลง “ตอนแรกมิลินยังนับวันรอไปเรียนอยู่เลยนิ” บิดาอมยิ้มด
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 6
บทที่ 6 “ยัยมิลิน!” มินนี่หันซ้ายหันขวามองท่าทางของรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ เห็นว่าไม่มีใครสนใจก็เลยหันมาถลึงตาใส่เพื่อนรัก “กูหุบปากก็ได้” มิลินยู่หน้าใส่เพื่อนแล้วก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ต่อ “น้อง ๆ หันหน้าเข้าหาเพื่อนแถวข้าง ๆ เลยค่ะจะได้ทำความรู้จักกันนะคะ” เสียงรุ่นพี่ดังก้องไปทั่ว แต่มิลินยังก้มหน้าเล่นโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม จนมินนี่ต้องสะกิดเรียก หญิงสาวถอนหายใจแล้วนั่งหันหน้าเข้าหาเพื่อนแถวข้าง ๆ ตามคำสั่งของสาวรุ่นพี่ อีกฝ่ายหน้าตายิ้มแย้มเป็นมิตร ทว่ามิลินกลับทำหน้านิ่ง ๆ จนคนตรงหน้าต้องหลบตาลง “จะก้มหน้าทำไม เราไม่ได้ดุซะหน่อย” มิลินเอ่ยขึ้นมา เธอรู้ตัวว่าหน้าตัวเองไม่ค่อยเป็นมิตรกับใคร เธอเลยคลี่ยิ้มบางให้ “น้อง ๆ อ่านชื่อเพื่อนจากป้ายที่ห้อยคอค่ะ อ่านทีละคนนะคะ” ‘พิมพ์’ มิลินมองป้ายชื่อของคนตรงหน้า แล้วเลื่อนสายตาขึ้นมองใบหน้าของพิมพ์ “ป้ายชื่อของเธอล่ะ” พิมพ์เอ่ยถาม มิลินก้มมองตัวเองถึงได้รู้ว่าไม่ได้เอาป้ายมาคล้องคอไว้ หญิงสาวเปิดกระเป๋าใบเล็กแล้วควานหาป้ายชื่อ ใบหน้าของเธอเจื่อนลง แล้ว
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 7
บทที่ 7 ปอร์เช่มองคนตัวเล็กวิ่งจากลานหน้าตึกไป เขาหน้าเจื่อนเพราะอาสาที่จะรับโทษแทนแต่ก็โดนปฏิเสธ อีกทั้งสีหน้าของเธอยังนิ่งเรียบราวกับไม่ได้รู้สึกดีที่เขาจะช่วย “ยังไม่ต้องนั่ง” รุ่นพี่เอ่ยเสียงเข้ม ปอร์เช่กำลังจะนั่งลงที่เดิมของตัวเองก็ชะงักแล้วมองหน้าคนพูดด้วยแววตาสงสัย “น้องเห็นดีเห็นงามกับเพื่อนที่ทำผิด พี่ก็จะลงโทษน้องด้วย!” “ผมไม่ได้เห็นดีเห็นงามสักหน่อย ผมเห็นว่าเป็นผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ผมก็เลยช่วยรับโทษ” ปอร์เช่เกาหัวตัวเองแกรก ๆ เขาไม่มีปัญหาหากจะต้องโดนลงโทษ แต่เขาก็สงสัยว่าเขาไปเห็นดีเห็นงามด้วยยังไง ที่จะรับโทษแทนก็เพราะอยากสานสัมพันธ์กับเธอคนนั้นต่างหาก ตอนที่เธอโดนรุ่นพี่ดุ เขาหันไปก็เห็นว่าเป็นคนเดียวกับที่เขาถูกตาต้องใจจากที่ผับ เขาถึงได้ขอรับโทษแทนเพราะจะได้เนียนทำความรู้จักกับเธอต่อ แต่ก็ผิดไปจากที่คิดเอาไว้ “ฮึ! ถ้าอย่างนั้นน้องตอบมาว่าเพื่อนคนนั้นชื่ออะไร” ปอร์เช่ถอนหายใจออกมาพรืดยาว เขาจะรู้ได้ยังไงในเมื่อเพื่อนคนนั้นลืมป้ายชื่อจนโดนลงโทษ รุ่นพี่อยากจะลงโทษเขาด้วยอีกคนมากกว่า ถึงได้พยายามหาทางมาให
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 8
บทที่ 8 “วิ่งแค่รอบเดียวร้อนขนาดนี้เลยเหรอ” มิลินมองหน้ารุ่นพี่ด้วยความหงุดหงิด ปอร์เช่หันมามองหน้ามิลินแล้วเขากลัวว่าจะเธอจะโดนลงโทษขึ้นมาอีก “ร้อนจะตาย พี่ลองไปวิ่งดูดิ ผมเองก็เหนื่อยและร้อนเหมือนกัน” ชายหนุ่มเลยย้อนรุ่นพี่ให้เอง หากต้องโดนลงโทษ เขาจะได้โดนเอง มิลินหันไปมองหน้าปอร์เช่ เธอไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ไปทำไม แต่เธอก็นึกขอบคุณที่เขาย้อนรุ่นพี่กลับไป เธอเองก็กำลังจะบอกให้รุ่นพี่ลองไปวิ่งอยู่เหมือนกัน “เอาละ เรามาทำกิจกรรมกันต่อ เสียเวลามามากแล้ว” รุ่นพี่ผู้ชายหน้าตาดีเอ่ยขึ้นมา เขารู้สึกว่าเพื่อนของเขาหาเรื่องรุ่นน้องมากเกินไป เลยช่วยให้เหตุการณ์กลับมาสงบสุข “น้องทั้งสองคนแนะนำตัวเองให้เพื่อน ๆ รู้จักหน่อยครับ” คนอื่น ๆ แนะนำกันไปแล้ว เหลือแค่สองคนนี้ที่ไปวิ่งก็เลยยังไม่ได้แนะนำตัว “เราชื่อปอร์เช่นะ” ปอร์เช่เอ่ยเสียงดังให้เพื่อน ๆ ได้ยินกันทั่ว “เราชื่อมิลิน” เสียงของมิลินแผ่วเบาเพราะยังเหนื่อยจากที่ต้องออกไปวิ่งท่ามกลางแดดร้อน ๆ “ดัง ๆ หน่อย” รุ่นพี่กระตุกยิ้ม มิลินมองหน้ารุ่นพี่นิ่ง ๆ เธอ
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 9
บทที่ 9 สีหน้าของมิลินต่างจากสองวันแรกของการไปมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง หน้าตาของเธอสดชื่นเดินฮัมเพลงจากชั้นสองลงมาหาพ่อแม่ที่โต๊ะอาหาร “วันนี้ลูกสาวพ่ออารมณ์ดีจัง” บิดาของเธอเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ “อารมณ์ดีสิคะ ก็เมื่อวานไปช็อปปิงมา” มารดาเหล่ตามองไปทางมิลิน ทั้งยังเอ่ยเสียงเรียบเพราะเมื่อหลายวันก่อนมิลินเพิ่งบอกว่าจะงดช็อปปิง แต่เมื่อวานก็ยังไปห้างและซื้อกระเป๋าติดกลับมา “กระเป๋าสตางค์ใบละไม่กี่พันเองค่ะแม่ ที่มิลินอารมณ์ดีเพราะวันนี้ไม่ต้องเข้ากิจกรรมรับน้องแล้วต่างหาก” เธอจะได้ไปเรียนจริงจังสักที ไม่ต้องนั่งทนร้อนท่ามกลางแดดและไม่ต้องทำกิจกรรมอะไรอีก “แล้วจะซื้อทำไมจ๊ะ ใบเก่าของลูกก็ยังใช้ได้” “เยียวยาจิตใจไงคะแม่” ความสุขของเธอคือช็อปปิง เหนื่อยล้าจากเรื่องอะไรมา พอได้ช็อปปิงก็หายเป็นปลิดทิ้งแล้ว “เอาน่าคุณ” ประมุขของบ้านจับมือภรรยาไว้ เพราะไม่อยากให้ภรรยาดุลูกสาวต่อ เดี๋ยวลูกจะพานไม่อยากไปเรียนอีก มิลินกอดแขนพ่ออย่างออดอ้อนที่ท่านช่วยเอาไว้ไม่ให้โดนแม่บ่นต่ออีก คนเป็นแม่ได้แต่มองบนเธอดุลูกไม่ได
อ่านเพิ่มเติม
บทที่ 10
บทที่ 10โรงอาหาร “ไม่มีโต๊ะว่างเลย” มิลินเดินเข้ามาที่โรงอาหารแล้วกวาดตามองหาโต๊ะนั่ง แต่คนเยอะมากจนหาที่นั่งไม่ได้ “ไปขอนั่งกับคนอื่นปะ” มินนี่เห็นว่าบางโต๊ะก็นั่งกันแค่ 2 คน ถ้าไปขอร่วมโต๊ะด้วยก็น่าจะได้ มิลินพยักหน้าอย่างจนใจเพราะถ้าไม่ไปนั่งรวมกับคนอื่นก็คงไม่มีโต๊ะให้นั่ง สองสาวเดินเข้าไปที่โต๊ะที่มองเอาไว้แต่แรก แต่ยังเดินไปไม่ถึงก็มีคนอื่นเข้าไปนั่งก่อนซะแล้ว “เฮ้อ” สองสาวหันมองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมา “ไปกินร้านข้างนอกด้วยกันไหม เดินออกไปไม่ไกลหรอก” มิลินและมินนี่หันไปมองที่ต้นเสียง ปอร์เช่คลี่ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร เขาก็จะเข้ามากินข้าวแต่หาโต๊ะนั่งไม่ได้เหมือนกัน “ไม่ล่ะ” “ไปเถอะมึง ที่นี่คนเยอะอย่างกับหนอน” มินนี่ดึงแขนมิลินให้ไปด้วยกัน เพราะถ้ารอโต๊ะว่างก็ไม่รู้จะนานแค่ไหน มิลินต้องยอมเดินตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ จนมาถึงร้านอาหารตามสั่งที่อยู่หลังมหาวิทยาลัย ต่างคนต่างสั่งแล้วเดินเข้ามานั่งที่โต๊ะข้างใน “นายรู้ได้ไงว่ามีร้านข้าวอยู่ที่นี่” มินนี่เอ่ยถาม “เมื่อวานเราลอง
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status