Share

บที่5 คุณพี่เดช

last update Petsa ng paglalathala: 2026-09-03 10:44:26

บทที่5

คุณพี่เดช

                                              แสงเอ่ยแสงตะวันลับขอบฟ้า

                                                กาลเวลาไม่เคยคอยผู้ใด

                                               ข้านั่งชมฝูงปลาแวกว่ายไป

                                               แล้วทำไมคนนัดนานมาจัง

                ระหว่างที่ฉันนั่งรอคุณพี่สร้อยอยู่ในศาลาท่าน้ำกับพี่จันพี่อิ่ม เพลิดเพลินไปกับการชื่นชมดื่มด่ำในบรรยากาศ มองดูผู้คนสมัยนี้ที่พายเรือไปมา บ้างก็มีเด็กๆกระโดดลงเล่นน้ำหัวเราะกันสนุกสนาน ก้มมองฝูงปลาที่ว่ายในลำธารบวกกับสายลมเย็นที่พัดผ่านหน้า ทำให้นึกสนุกอยากแต่งกลอนหนึ่งบทตามสไตล์ตัวเองขึ้นมาทันที

                ไม่รู้ภาษาที่เอ่ยออกไปจะคล้องกันหรือเปล่า เพราะภาษาไทยที่เรียนมาไม่เคยแตะเกรดสี่เลยด้วยซ้ำภาษาอื่นๆก็ด้วย

                 นั่งเพลินเพลินชื่นชมไปได้สักพัก สายตาก็เหลือบมองไปเห็นเรือลำหนึ่งที่ดูโดดเด่นมาแต่ไกล

                “โอ้ มองไกลๆจัดว่าเด็ดเสียจริงหน้อ”

                ฉันเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายผู้หนึ่งลักษณะท่าทางดูองอาจ ยิ่งเรือเริ่มพายเข้ามาใกล้ๆ ก็ยิ่งทำให้เห็นถึงออร่าที่พุ่งออกมาจากตัวเขา หน้าเอย จมูกเอย สันกรามเอยช่างคมชัดเสียจริง

                ฉันรีบหันไปถามพี่จัน สายตาก็จับจ้องอีกฝ่ายไม่ละไปไหน

               “ชายผู้นั้นเป็นผู้ใดหรือคะพี่จัน”

                พี่จันหันไปมองตามสายตาที่ฉันจ้องอยู่ในตอนนี้ แล้วจึงเอ่ยตอบ

               “แม่หญิงเจ้าคะ นั้นคือคุณหลวงวรเดชอย่างไรเล่าเจ้าคะ”

                พี่จันเอ่ยตอบแล้วมองหน้าฉันด้วยสีหน้างงๆปนตกใจ

               “ทำไมพี่จันทำสีหน้าอย่างนั้นล่ะคะ”

               “แม่หญิงคนผู้นั้นคือคู่หมายของแม่หญิงนะเจ้าคะ”

               หืม...คู่หมายของเจ้าของร่างนี้เหรอ มีวาสนาไม่เบาเลยนะแม่หญิงบุษบา

               ผ่านไปสักพักเรือของคุณหลวงวรเดช ก็พายเข้ามาใกล้ศาลาที่ฉันนั่งอยู่ ก่อนที่อีกฝ่ายจะลุกขึ้นเดินมาหา

               “เป็นอย่างไรบ้างน้องบุษ หายดีแล้วรึ ถึงได้ออกมานั่งตากลมตากแดด”

               "เอ่อ ฉัน เอ้ย! ข้า ไม่ๆหมายถึงน้องหายดีแล้วเจ้าคะ”

               เกือบไปแล้วไง เห็นคนหล่อตรงสเปกอยู่ตรงหน้าไม่ได้เลยจริงๆ

               “แน่รึ”

               เขายกคิ้วถามอย่างไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก แม้แววตาที่เขามองมาจะดูดุไปหน่อย แต่ฉันก็ดูออกว่าอีกฝ่ายเป็นห่วงเจ้าของร่างนี้จริงๆ ฟังจากน้ำเสียงที่เอ่ยออกมาอย่างนุ่มนวลนั้น

              “แน่ยิ่งกว่าแน่เจ้าคะคุณพี่เดช สักพักน้องจะไปชมดอกบัวกับคุณพี่สร้อยที่คลองสระบัวเจ้าคะ”

              “กับแม่สร้อยรึ น้องเพิ่งจะหายก็จะไปอีกแล้วรึ หากน้องเป็นอะไรไปอีกพี่จะทำอย่างไร หืม”

               เล่นถามไม่เว้นช่องให้กันตอบเลย เห็นสีหน้านิ่งๆแบบนี้ไม่คิดว่าจะดูคลั่งรักได้

              “คุณหลวงเดชขอรับ พวกเราต้องรีบไปแล้วขอรับเดี๋ยวจะล่าช้าเอาได้”

              คุณพี่เดชหันไปพยักหน้าเข้าใจ

              “น้องบุษพี่คงต้องไปก่อน เดี๋ยวพี่จะแวะมาเยี่ยมน้องใหม่ น้องต้องดูแลตัวเองดีๆเข้าใจรึไม่”

              “เจ้าคะคุณพี่เดช เดินทางดีๆนะเจ้าคะ”

               เมื่อฉันเอ่ยลาอีกฝ่าย ก็รู้สึกเหมือนฝีเท้าเขาชะงักค้างไปครู่หนึ่งแล้วหันมามองฉัน สายตาที่มองมาฉันเดาไม่ออกจริงๆว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

               จากนั้นเรือของคุณพี่เดชก็ค่อยๆพายออกไปอย่างช้าๆ ในใจฉันก็คิดเพียงแต่ว่าเขาจะรู้หรือเปล่าว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานั้น ไม่ใช่แม่บุษบาคนเดิมแล้ว

               ผ่านไปไม่นานเรือของคุณพี่สร้อยก็พายเข้ามา

              “รอนานหรือไม่น้องบุษ”

              “ไม่เจ้าค่ะคุณพี่สร้อย”

               ตอบเสร็จฉันก็เดินไปตรงระเบียงริมน้ำเพื่อที่จะก้าวขาลงเรือคุณพี่สร้อยอย่างระมัดระวัง

              คุณพี่สร้อยยื่นมือออกมาให้ฉันจับประคอง

             “ค่อยๆก้าวน้องบุษ”

             “ขอบคุณเจ้าคะคุณพี่สร้อย”

             เมื่อนั่งลงบนเรือเรียบร้อย คนพายที่นั่งอยู่ท้ายเรือก็เริ่มพายออกไป

            “เมื่อครู่ เหมือนพี่จะเห็นเรือของคุณหลวงเดช แวะมาเยี่ยมน้องรึ”

            “อ่อ เจ้าค่ะถามไถ่สักพักก็รีบออกไป คงมีเรื่องด่วนอันใดเจ้าค่ะ”

            “อ่อ งั้นรึ”

            ฉันมองบรรยากาศโดยรอบตลอดเส้นทางที่เรือล่องผ่าน กลิ่นอายของบรรยากาศยุคนี้นั้นช่างเกินบรรยายจริงๆ แสงแดดอ่อนๆที่กำลังลับขอบฟ้า ฉันหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดเบาๆก่อนจะลืมตาขึ้น

            “น้องเป็นอันใดไป หรือรู้สึกไม่สบายอีกแล้วรึ”

            คุณพี่สร้อยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

            “เปล่าเจ้าค่ะ น้องเพียงสูดอากาศให้เต็มปอดเท่านั้นเจ้าค่ะ”

            ฉันเอ่ยตอบออกไปพร้อมรอยยิ้มส่งไปให้ คุณพี่สร้อยมองมาอย่างไม่ค่อยเชื่ออีกเช่นเคยแต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไรออกมา ทำเพียงแค่หยิบพัดที่วางอยู่บนตักขึ้นมาพัดให้

            “หากน้องรู้สึกไม่สบายที่ใด ก็จงรีบบอกพี่เข้าใจที่พี่กล่าวหรือไม่”

            “เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

            ตอบเสร็จฉันก็คล้องแขนคุณพี่สร้อยแล้วซบลงไปที่ไหล่ของนาง พอได้มารู้จักกันสักพัก ก็ทำให้รู้ว่าคุณพี่สร้อยนั้นชอบบ่นชอบดุมาก ก็คงเป็นเรื่องปกติทั่วไปนั้นแหละ ที่พี่จะชอบบ่นให้น้อง

            หลังจากที่เรือพายออกมาเรื่อยๆจนเข้าสู่เขตย่านคลองสระบัว ที่ในประวัติศาสตร์เคยกล่าวเอาไว้ว่า ในสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช เคยได้มีการขุดและปรับปรุงคลองสระบัวใหม่ให้เป็นเส้นทางลัดเพื่อความสะดวกในการเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรการคล้องช้างที่เพนียดด้วย

            และยังไม่พอทั้งสองฝั่งคลองสระบัวยังมีทุ่งขวัญและทุ่งแก้ว ที่เคยเป็นย่านการค้า มีชุมชนที่หนาแน่น เป็นแหล่งผลิตสินค้าอีกด้วย อย่างพวกภาชนะดินเผาและเครื่องกระเบื้องที่สำคัญต่างๆ วันนี้เป็นบุญตาจริงๆที่จะได้มาเห็นด้วยตาเนื้อของตัวเองแบบนี้ อยากรู้จริงว่ามันจะสุดยอดเหมือนในละครหรือในหนังสือที่เคยจินตนาการตอนที่อ่านหรือเปล่า แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว

            “น้องบุษ มองตรงนั้นดูสิงามหรือไม่”

            เสียงคุณพี่สร้อยเรียกให้ฉันหันไปมองดอกบัวที่ลอยอยู่ตรงหน้า โอ้แม่เจ้า อย่างสวยเลยค่ะ

            “งดงามยิ่งนักเจ้าค่ะคุณพี่สร้อย”

            ฉันกล่าวชมออกมาจากใจจริง สมคำร่ำลือคลองสระบัวสุดๆ มีทั้งบัวหลวงบัวขาวลอยเต็มริมคลองไปหมด บางดอกก็บานบางดอกก็ตูม

            สักพักคุณพี่สร้อยก็เอ่ยปากถามขึ้น

            “น้องอยากจะเก็บไปสักหน่อยหรือไม่”

            “ดีเจ้าค่ะ น้องอยากจะเก็บดอกตูมนั้นไปไหว้พระพอดี”

            “เช่นนั้น พี่จะให้บ่าวเก็บมาให้ น้องเพียงแค่นั่งชมดอกบัวอยู่บนเรือนี้ก็พอ”

            “คุณพี่สร้อยดีที่สุดในโลกเลยค่ะ”

            “เจ้าเด็กนี่ นั่งดีๆอย่าได้ขยับไปมาประเดี๋ยวจะตกเรือเอาได้”

            “คุณพี่สร้อยเจ้าคะ ช่วยเก็บสายบัวให้น้องด้วยได้หรือไม่เจ้าคะ เห็นแล้วทำให้นึกอยากกินต้มกระทิสายบัวขึ้นมาเสียดื้อๆเลยเจ้าค่ะ”

            “นับแต่ที่น้องฟื้นคืนสติมาครานี้ ช่างเจรจาจากแต่ก่อนนัก”

            เอ่ยจบคุณพี่สร้อยก็ยกมือขึ้นมาบีบจมูกฉันเบาๆอย่างหมั่นเคี้ยวจากนั้นก็สั่งให้บ่าวช่วยเก็บบัวขึ้นมาให้ พอท้องฟ้าใกล้มืดค่ำ คุณพี่สร้อยก็สั่งให้บ่าวพายเรือส่งฉันที่เรือนทันที

            แสงสีส้มที่กำลังลับขอบฟ้าในยุคนี้ดูสวยสะอาดตาจริงๆ ตอนที่ฉันทำงานในกรุงเทพก็ไม่ได้มีโอกาศได้เห็นอะไรแบบนี้เลยสักครั้ง ตื่นเช้าเลิกดึกไม่เห็นฟ้าเห็นตะวัน ถึงจะเห็นก็เห็นแต่ฝุ่น MP2.5 ซะส่วนใหญ่ นอกซะจากว่าฉันจะกลับต่างจังหวัดถึงจะได้เห็นเหมือนอย่างวันนี้ ถึงแม้บรรยากาศจะไม่ได้บริสุทธิ์และสวยอย่างยุคนี้ก็ตาม

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อธิษฐานเคียงคู่   บทที่8 จงใช้ชีวิตในกาลนี้ด้วยสติ

    ณ วัดแม่นางปลื้ม “แม่หญิงเจ้าคะ ค่อยๆลุกนะเจ้าคะ” ฉันที่กำลังเตรียมลุกขึ้นออกจากเรือ พี่จันพี่อิ่มก็รีบช่วยประคองแขนฉันไว้กันตกลงไปในแม่น้ำ “มาค่ะคุณแม่ ประเดี๋ยวลูกช่วยพยุงนะเจ้าคะ” ฉันยื่นมือไปให้คุณแม่จับประคองก่อนที่ท่านจะค่อยๆลุกขึ้นมาจากเรือ “ขอบใจจ๊ะ” พอคุณแม่ขึ้นมาจากเรือแล้ว คุณพ่อก็ลุกขึ้นตามมา บ่าวที่ติดตามมาก็ช่วยกันยกข้าวของลงจากเรืออีกลำ เพื่อที่จะนำไปจัดแจงถวายให้กับพระท่าน “นางนวล เอ็งไปบอกบ่าวที่มาให้รีบเปิดผ้าคลุมโตก แล้วช่วยกันจัดแจงยกสำรับคาวหวานไปตั้งเรียงไว้หน้าอาสน์สงฆ์เถิด ประเดี๋ยวพระท่านจะลงศาลาแล้ว” “เจ้าค่ะคุณหญิง” คุณแม่หันไปบอกป้านวล บ่าวที่ติดตามคุณแม่มาตั้งแต่เด็ก ให้รีบไปจัดแจงสำรับที่ยกมา รวมถึงดอกบัวที่พับกลีบดอกอย่างสวยงาม ที่ฉันเพิ่งไปเก็บมาเมื่อวานกับคุณพี่สร้อย จากนั้นเราทั้งสามคนก็พากันเดินเข้าไปในวัด โดยผ่านซุ้มประตูที่เขาว่ากันว่าเป็นศิลปะสมัยอยุธยาโบราณที่มีความสวยงามพร้อมกับความขลัง และในวันนี้ฉันก็ได้มาเห็นด้ว

  • อธิษฐานเคียงคู่   บทที่7 แม่หญิงบุษบา

    “คืนนี้พระจันทร์สวยจัง” ฉันนั่งมองพระจันทร์ที่ส่องสว่างกระจ่างทั่วท้องฟ้า ท่ามกลางหมู่เมฆและกลุ่มดาวมากมาย เสียงร้องของจิ้งหรีดและกบ ต่างก็ส่งเสียงแข่งกันดังขึ้นเรื่อยๆ แม้แต่หิ่งห้อยที่ส่องแสงระยิบระยับนั้นก็ด้วย แม้วันนี้จะเป็นวันแรกที่ได้มาอยู่ในยุคนี้ และอยู่ในร่างของแม่หญิงบุษบา แต่ฉันก็ค่อยๆปรับตัวและฝึกวิธีการพูดให้คล้ายกับคนยุคนี้ให้ได้มากที่สุด ถึงตัวฉันเองจะยังคิดว่านี้คือความฝันอยู่ก็ตาม สิ่งที่ฉันต้องทำในขณะที่อยู่ที่นี้ คือการกลับมาแก้บ่วงในอดีตของตัวเอง ใครจะไปคิดล่ะ ว่าแค่ไปขอเนื้อคู่เฉยๆจะได้ย้อนอดีตมาแบบนี้ ทุกอย่างมันดูกระชั้นชิดไปเสียหมด ไม่รู้ว่าปานนี้แม่พ่อที่อยู่ฝั่งโน้นจะเป็นอย่างไรบ้าง เมื่อพอลองคิดกลับกันแล้วในตอนนี้แม่หญิงบุษบาก็ได้จากไปแล้วเหมือนกัน หากพ่อแม่ของนางรับรู้เรื่องนี้เข้า พวกท่านคงจะรู้สึกเสียใจไม่ต่างจากพ่อแม่ของฉันเป็นแน่ “ฉันจะทำหน้าที่นี้แทนเธอ ในขณะที่อยู่ในร่างของเธอน่ะแม่หญิงบุษบา” ฉันนั่งพึมพำมองดูพระจันทร์อยู่สักพัก ก่อนจะหันไปมองพี่จันพี่อิ่มที่กำลังช่วยกันขึงมุ

  • อธิษฐานเคียงคู่   บทที่6 กะทิสายบัว

    ณ เรือนท่านพระสุจริตวรนาถ คุณหญิงกรองแก้วนั่งอยู่ที่โถงกลางเรือน ถัดไปข้างๆก็คือท่านพระสุจริตวรนาถ หรือที่คุณหญิงกรอกแก้วชอบเรียกว่า ‘คุณพี่เกื้อ’ “พี่ได้ยินความว่า ลูกสาวเราหายเจ็บไข้แล้วรึแม่แก้ว” “เจ้าค่ะคุณพี่ นับเป็นบุญของแม่บุษยิ่งนักที่หายเจ็บไข้ครานี้ น้องเบาใจเสียจริงเจ้าค่ะ” คุณหญิงกรองแก้วพูดถึงอาการของลูกสาวให้ผู้เป็นสามีฟัง “แล้วเพลานี่ ลูกสาวเราไปไหนเสียล่ะแม่แก้ว” ท่านพระสุจริตวรนาถเริ่มถามหาลูกสาวตัวเอง ตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นหน้าคราตาลูกเลย พอบ่าวที่เรือนมาส่งข่าวให้เขาก็รีบกลับมาทันที “ออกไปชมบัวแถวย่านคลองสระบัวกับแม่สร้อยเจ้าค่ะ” “ออกไปข้างนอกรึ เพิ่งจะหายไม่ใช่รึ” “เจ้าค่ะ น้องเป็นห่วงยิ่งนัก นี่ก็เริ่มมืดค่ำแล้วยังไม่เห็นทีท่าว่าจะกลับมาเลย”ไม่นานเสียงแม่บุษบาก็ดังขึ้นตรงบันไดขึ้นเรือน “คุณแม่เจ้าคะ ลูกกลับมาแล้วค่ะ” เสียงรีบวิ่งขึ้นมาบนเรือนดังสนั่น อย่างกับคนที่กำลังมีอะไรมาอวดให้ดู “ค่อยๆเดินแม่บุษ ประ

  • อธิษฐานเคียงคู่   บที่5 คุณพี่เดช

    บทที่5คุณพี่เดช แสงเอ่ยแสงตะวันลับขอบฟ้า กาลเวลาไม่เคยคอยผู้ใด ข้านั่งชมฝูงปลาแวกว่ายไป แล้วทำไมคนนัดนานมาจัง ระหว่างที่ฉันนั่งรอคุณพี่สร้อยอยู่ในศาลาท่าน้ำกับพี่จันพี่อิ่ม เพลิดเพลินไปกับการชื่นชมดื่มด่ำในบรรยากาศ มองดูผู้คนสมัยนี้ที่พายเรือไปมา บ้างก็มีเด็กๆกระโดดลงเล่นน้ำหัวเราะกันสนุกสนาน ก้มมองฝูงปลาที่ว่ายในลำธารบวกกับสายลมเย็นที่พัดผ่านหน้า ทำให้นึกสนุกอยากแต่งกลอนหนึ่งบทตามสไตล์ตัวเองขึ้นมาทันที ไม่รู้ภาษาที่เอ่ยออกไปจะคล้องกันหรือเปล่า เพราะภาษาไทยที่เรียนมาไม่เคยแตะเกรดสี่เลยด้วยซ้ำภาษาอื่นๆก็ด้วย นั่งเพลินเพลินชื่นชมไปได้สักพัก สายตาก็เหลือบมองไปเห็นเรือลำหนึ่งที่ดูโดดเด่นมาแต่ไกล “โอ้ มองไกลๆจัดว่าเด็ดเสียจริงหน้อ” ฉันเอ่ยออกมาอย่างลืมตัว เมื่อเห็นชายผู้หนึ่งลักษณะท่าทางดูองอาจ ยิ่งเรือเริ่มพายเข้ามาใกล้ๆ ก็

  • อธิษฐานเคียงคู่   บทที่4 คุณพี่สร้อย

    หลังจากที่ฉันตื่นนอนแล้ว ฉันก็ลากสังขานตัวเองออกมาสูดอากาศข้างนอก แต่ร่างกายเดิมนี่ช่างไม่มีเรี่ยวแรงเลยจริงๆ เคลื่อนย้ายลำบากสุดๆ คงต้องหาเวลาออกกำลังกายเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้วละ “คุณป้าเจ้าคะ ประเดี๋ยวหลานช่วยนวดให้นะเจ้าคะ” เมื่อเดินออกจากห้องมา ก็เห็นว่าคุณแม่นั่งอยู่กับผู้หญิงอีกคนหนึ่ง ซึ่งอายุก็น่าจะราวๆใกล้เคียงกับเจ้าของร่างนี้ ที่กำลังนั่งนวดเท้านวดขาให้คุณแม่อยู่ ดูจากการแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วก็คงจะเป็นแม่หญิงบ้านไหนละมั้ง ระหว่างที่ฉันกำลังยืนมองอยู่ คุณแม่ก็เหลือบมาเห็นฉันเข้าพอดี “อ้าว แม่บุษตื่นแล้วรึ” “เจ้าคะคุณแม่” ฉันตอบท่านเสร็จก็เดินไปนั่งข้างๆคุณแม่ แล้วเหลือบมองผู้หญิงคนนั้นอย่างสงสัย ถึงแม้ตอนนี้ต่อให้นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกหรอก ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร “แล้วนี่แม่หญิงบ้านไหนหรือเจ้าคะคุณแม่” เมื่อฉันเอ่ยประโยคนั้นออกไป ทั้งคุณแม่และเธอคนนั้นก็มองมาด้วยสีหน้าตกตะลึงอย่างก็เห็นผีอย่างนั้น “น้องบุษ เจ้าจำพี่สาวคนนี่ไม่ได้แล้วรึ”

  • อธิษฐานเคียงคู่   บทที่3 ย้อนเวลา

    ฮือๆ “แม่หญิง แม่หญิงเจ้าคะ” “แม่หญิงฟื้นสิเจ้าคะ แม่หญิงนอนนิ่งหลายวันแบบนี้ บ่าวใจคอไม่ดีนะเจ้าคะ ฮือ” เฮ้อ เสียงร้องไห้อีกแล้วเหรอ เอ๊ะ หรือว่าฉันจะกลับเข้ามาในร่างแล้ว ฉันขยับตัวยุกยิกใต้ผ้าห่ม ก่อนที่จะดึงผ้ามาคลุมหน้าตัวเองด้วยความเคยชินทั้งที่ก็ยังไม่ได้ลืมตา สักพักก็ค่อยๆลืมตาตื่นเพราะทนเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่ไหว พรึบ! “พ่อ แม่” ทันทีที่ลืมตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เรียกคือพ่อแม่ของตัวเอง แต่แล้ว… พรึบ! “แม่หญิงเจ้าคะ” “เฮ้ย!” ในวินาทีนั้นฉันสะดุงตกใจตื่นเต็มตาทันที เมื่อเห็นหน้าใครไม่รู้โผล่มาอย่างกับผี แล้วยังมายิ้มแฉ่งยิงฟันดำนั้นอีก ไหนจะคำพูดคำจาที่ดูแปลกๆนั้นด้วย ‘แม่หญิง? แม่หญิงที่ไหนกัน’ แล้วพ่อกับแม่ฉันล่ะ ท่านไปไหน ไม่ใช่ว่าฉันกลับมาเข้าร่างได้แล้วเหรอ ฉันรีบกวาดตามองรอบตัวอย่างลนลานแบบลวกๆ คล้ายกับว่าเพิ่งเจอเรื่องที่น่าสะพรึงมา แล้วนั้นใครอีกล่ะนี่ พยายาบาลเขาเปลี่ยนธีมชุดทำงานใหม่กันแล้วเห

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status