ANMELDENตอนพิเศษ คู่ครอง 2ในขณะที่สาวใช้กำลังง่วนอยู่กับการจัดวางข้าวของเข้าที่พัก เจียงจิงหันไปพยักหน้าให้สาวใช้คนสนิท “อาเหลียน ไปหยิบหีบไม้ใบนั้นออกมาสิ”เมื่ออาเหลียนเปิดฝาหีบออก สิ่งที่อยู่ภายในกลับไม่ใช่ผ้าแพรหรือเครื่องประดับล้ำค่าอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นม้วนกระดาษจำนวนมากที่จัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบเจียงจิงหยิบม้วนหนึ่งออกมาคลี่ออกบนโต๊ะไม้ขัดเงา มันคือภาพวาดพอร์ตเทรตของเด็กสาววัยแรกรุ่นตั้งแต่อายุ 10 ถึง 13 ปี ฝีมือประณีตอ่อนช้อย มุมภาพมีตัวอักษรกำกับละเอียดยิบ ทั้งชื่อแซ่ วงศ์ตระกูล ตำแหน่งของบิดามารดา ไปจนถึงทรัพย์สินฐานะทางบ้านไป๋เล่อเบิกตามองอย่างสนใจ นางโน้มตัวลงไปดูใกล้ ๆ พลางไล่นิ้วไปตามตัวอักษรระบุประวัติ “นี่มัน... แค็ตตาล็อกว่าที่เจ้าสาวชัด ๆ เลยนี่เจ้าคะพี่หญิง”เจียงจิงหาได้สนใจคำศัพท์แปลกหูของไป๋เล่อไม่ นางถอนหายใจยาวพลางกล่าวว่า “ข้าต้องจ่ายเงินให้แม่สื่อไปไม่น้อยเลยนะ กว่าจะได้รวบรวมภาพเหล่านี้มาได้ครบถ้วนเช่นนี้”แม้ในใจของไป๋เล่อจะรู้สึกขัดแย้งเพียงใด ด้วยเด็กสาววัยเพียงเท่านี้สำหรับนางแล้วควรมีเวลาได้วิ่งเล่นและค้นหาตัวเองอีกนับสิบปี แต่กระนั้นนางก็มิได้เอ่ยข
ตอนพิเศษ คู่ครอง 1ไป๋เล่อนั่งจ้องตัวเลขทรัพย์สิน ของนางบนโต๊ะทำงานด้วยแววตาอ่อนล้าแฝงความหวังส่วนแบ่งน้ำหอมจากพี่ชาย: 40,000 ตำลึงต่อปีส่วนแบ่งจักรยานจากตระกูลหลี่: 30,000 ตำลึงต่อปีสินน้ำใจจากการจัดการเกลือ: 10,000 ตำลึงและรายได้จากร้านโรงสุราอันถิง ประมาณ 30,000 ตำลึงต่อปีรวมเงินเก็บสะสมทั้งหมดที่มีตอนนี้: ประมาณ 500,000 กว่าตำลึง“มีแค่ห้าแสนแต่จะทำงานล้านตำลึง...” นางพึมพำกับตัวเองพลางนึกถึงชีวิตในชาติก่อน “อ่า ปวดหัวจัง คอมพิวเตอร์ก็ไม่มีก็ไม่มี นางต้องนั่งดีดลูกคิดและทดเลขลงบนกระดาษจนนิ้วพองไปหมด แย่จริง!”นางเอนหลังพิงเก้าอี้พลางนวดขมับเบา ๆ ในยุคที่ไร้ระบบธนาคารเอื้อต่อการกู้ยืมลงทุนมหาศาลเช่นนี้ นางจะหาทุนมหาศาลจากไหนมาเติมเต็มส่วนที่ขาด?“จะหว่านเงินสร้างรวดเดียวคงไม่ได้ ข้าต้องใช้กลยุทธ์ ‘แบ่งเฟส’ ค่อยเป็นค่อยไป”พอกล่าวจบไป๋เล่อก็หลุดหัวเราะเยาะตัวเอง เดิมทีนางตั้งใจจะใช้ชีวิตสุขสบาย มีเงินไหลเข้ากระเป๋าโดยไม่ต้องลงแรงถึงได้เที่ยวขายสูตรหาเงินไปทั่ว แต่มาตอนนี้กลับคิดจะแบกภาระคนนับพัน สร้างอาณาจักรบุกเบิกป่าด้วยตัวเอง“นี่ข้าหาเรื่องใส่ตัวแท้ ๆ เลยเชียว” นางพึมพำ
อันไป๋เล่อ ทราบดีว่าแผนการขั้นต่อไปนั้นใหญ่หลวงนัก นางมิได้เพียงแค่ต้องการที่ดินปลูกผัก แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้าง "หน่วยฝึกงาน" ที่ครบวงจร ซึ่งจำเป็นต้องมีการจัดสรรพื้นที่สำหรับโรงงานฝึกหัดและเรือนพักอาศัยของผู้คนนับพันอย่างยั่งยืนและการจะขยับขยายพื้นที่ในเช่นนี้ นางจำเป็นต้องปรึกษากับผู้กุมอำนาจทางการทหารและที่ดินในเขตจวนอย่าง เผยกู้หยางไป๋เล่อรอจนยามค่ำคืนที่ความเงียบสงบปกคลุมจวน นางกางแผนที่ฉบับร่างที่เขียนด้วยพู่กันอย่างละเอียดลงบนโต๊ะทำงานของสามี ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังทว่าอ่อนหวาน"ท่านพี่เจ้าคะ แผนบุกเบิกป่าตะวันออกจะมั่นคงได้ มิใช่เพียงแค่มีเมล็ดพันธุ์ แต่ข้าจำเป็นต้องสร้าง 'รากฐาน' ที่จับต้องได้ ข้าตั้งใจจะสร้างหน่วยฝึกงานขึ้นที่นี่เพื่อให้ชาวบ้านมีทักษะสืบไปและจำเป็นต้องสร้างเรือนพักให้อยู่เป็นหลักแหล่งเพื่อความเป็นระเบียบ"เผยกู้หยางนิ่งไปครู่หนึ่ง แววตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของสตรีตรงหน้า "เจ้ากำลังจะบอกข้าว่า เจ้าสามารถเสกอาหารจากดินที่ไม่มีใครต้องการ และเปลี่ยนขอทานให้กลายเป็นกสิกรผู้มั่งคั่งได้ด้วยตัวคนเดียว โดยไม่ต้องใช้ทหารของข้าแม้แต่นายเดียวอย่างนั
ตอนพิเศษ หมุนเวียน 2 ให้อย่างไรก็ไม่มีทางเพียงพอ... อันไป๋เล่อ เข้าใจสัจธรรมข้อนี้ดี การแจกจักรยานฟรีร้อยคันต่อเดือนอาจดูเหมือนมาก แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับจำนวนผู้คนที่โหยหาความสะดวกสบาย ทว่าเป้าหมายที่แท้จริงของนางหาใช่การเป็นนักบุญที่แจกจ่ายจนหมดตัวแต่คือการสร้าง "เมืองท่องเที่ยว" ที่ขับเคลื่อนด้วยการค้า เมื่อผู้คนมีงานทำ มีสินค้าขาย พวกเขาจะมีเงินอิ่มท้อง และนั่นคือผลพลอยได้ที่นางปรารถนาที่สุด ที่ตลาดเช้าอี้โจว บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักนางหวัง แม่หม้ายผู้ขยันขันแข็งกำลังจัดเก็บแผงขายของด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม วันนี้เป็นวันโชคดีของนาง พ่อค้าจากต่างแดนที่ตามกลิ่นหอมของสุราอันถิงมา ได้แวะมาที่แผงและกว้านซื้อ "กระถางเชื้อเห็ด" ที่นางเพาะตามคำแนะนำของพระชายาอันไป๋เล่อไปจนหมดร้านมิหนำซ้ำ "เห็ดดองสูตรลับ" อีกสิบโหลก็ถูกเหมาไปเช่นกันเมื่อนับเหรียญในมือ นางหวังถึงกับมือสั่น... กำไรวันนี้เกือบห้าสิบตำลึง! มากกว่าที่นางเคยหาได้ทั้งปีในอดีตเสียอีกขณะที่นางกำลังมัดห่อผ้าเตรียมกลับบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็น อาเก๋า บุตรชายตัวน้อยเดินคอตกละห้อยกลับมาจากลานหน้าจวน แ
ตอนพิเศษ หมุนเวียน 1ท้องฟ้าเหนือเมืองอี้โจวยามนี้ดูจะสดใสกว่าทุกวัน ลมหนาวที่เคยพัดพาความอ้างว้างมาให้ บัดนี้กลับหอบเอาความครึกครื้นและกลิ่นอายของความหวังมาแทนที่ ภายใต้การดูแลของ อันไป๋เล่อ เมืองชายขอบที่เคยถูกลืมได้กลายเป็นต้นแบบของ "เมืองแห่งเสรีภาพ" ถนนหนทางรอบจวนและทั่วทั้งตัวเมืองถูกปรับปรุงให้มีทางเฉพาะสำหรับอาชาเหล็กสองล้อ หรือที่ผู้คนเรียกติดปากว่าจักรยานภาพของเหล่าสตรีที่ขี่จักรยานไปจ่ายตลาดด้วยท่วงท่าคล่องแคล่ว หรือชายหนุ่มที่ใช้มันบรรทุกตะกร้าผลไม้กลายเป็นเอกลักษณ์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศให้มาเยือนอี้โจว เพียงเพื่อจะมาเห็นด้วยตาตัวเองว่า "พาหนะไร้เท้า" นี้ขยับเขยื้อนได้อย่างไรแต่ภาพที่น่าประทับใจที่สุดในวันนี้ กลับมิใช่ที่โรงสุราอันถิง แต่เป็นลานกว้างหน้าประตูจวนตระกูลเผย"เข้าแถวให้เรียบร้อยนะเด็กๆ! อย่าเบียดกัน ใครลงชื่อเสร็จก็ไปนั่งรอการจับสลากนะเจ้าคะ” เสียงของ อาเหมย ตะโกนก้องอย่างร่าเริง นางกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะไม้ตัวยาวที่มีสมุดบัญชีเล่มหนาวางอยู่เบื้องหน้าของอาเหมยคือแถวของเด็กน้อยตัวจิ๋วไปจนถึงวัยรุ่นนับร้อยคน พวกเขาต่างตื่นตัวและชะเง้อคอมองไปที่ลาน
ตอนพิเศษ มนต์ขลังแห่งสุรา 2ที่มุมหนึ่งของห้องโถง ร่างสูงสง่าในชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักดิ้นทองลายเมฆมงคลยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ กลิ่นอายความสูงศักดิ์ที่แผ่ออกมาทำให้บ่าวไพร่รอบข้างต่างก้มหน้าด้วยความเกรงขาม เผยกู้หยางทอดสายตามองดูนางด้วยรอยยิ้มละมุนที่มุมปาก แววตาของพระองค์เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่“ดูเหมือนว่าเจ้าจะชอบชงสุรานัก” ซินอ๋องเอ่ยทักน้ำเสียงนุ่มทุ้มไป๋เล่อย่อกายลงถวายคำนับอย่างอ่อนช้อยก่อนจะเงยหน้าสบพระพักตร์ ยิ้มหวานกล่าว “เจ้าค่ะ”นางตอบรับด้วยน้ำเสียงใส “ไม่เพียงแต่สุราเท่านั้นหรอกเจ้าค่ะ ไม่ว่าจะขนมหรืออาหาร ยามที่ข้าได้เห็นรอยยิ้มของผู้คนยามได้ลิ้มรสสิ่งที่ข้าตั้งใจรังสรรค์ขึ้น มันทำให้จิตใจของข้าเบิกบานยิ่งนัก ความเหนื่อยล้าจากการเตรียมงานทั้งหมดมลายหายไปสิ้นเพียงเพราะรอยยิ้มเหล่านั้นเจ้าค่ะ”ซินอ๋องหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ทรงก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนได้กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยและสมุนไพรที่ติดอยู่บนตัวนาง กลิ่นที่สดชื่นและมีเอกลักษณ์นี้ทำให้พระองค์รู้สึกผ่อนคลาย “วันนี้ข้ามาตรวจบัญชี... ไม่รู้ว่าเดือนนี้จวนอ๋องจะได้ส่วนแบ่งเท่าไร”“รับรองว่าไม่ทำให้พระองค์ต้องผิดหวังเจ้าค่







