LOGIN"อย่านะจ๊ะ อย่า..."
ธนบัตรสีม่วงถูกฉกฉวยไป
"จริงด้วยปกติฉันจ้างแกแค่ร้อยเดียว"
"ฮือ...ไม่ใช่นะจ๊ะ ลุงผู้ใหญ่เป็นคนให้หนูรินเองจ้ะ"
เพี๊ยะ เพี๊ยะ ใบหน้าเนียนสะบัดไปมาตามฝ่ามือ ที่กระทบ ร่างเล็กฟุบลงกองกับพื้นปราศจากคนปกป้อง มีเพียงเสียงตำหนิซ้ำเติมเท่านั้นที่ดังอยู่รอบกาย
"ทุเรศจริงๆ เลย ถ้ามันจะร่านแบบนี้ เราควรไล่มันออกไปจากหมู่บ้านเลยดีไหมจ๊ะผู้ใหญ่"
"เออ...ข้าว่าอย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย สงสารเด็กมัน"
"ถูกมันใส่ความแบบนี้ ผู้ใหญ่ยังจะเมตตามันอีกหรือจ๊ะ"
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้คนในหมู่บ้าน เด็กสาวทำได้เพียงกอดเข่าก้มหน้าร่ำไห้จนตัวโยน
ไม่มีใครเชื่อเธอเลย...
"เราควรไล่มันกับยายออกไปจากหมู่บ้าน ขืนอยู่ต่อไปดีแต่จะทำให้เสื่อมเสีย"
ความคิดเห็นแต่ละอย่างที่กล่าวออกมา ไร้ซึ่งความเมตตา อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้คน
"ไม่นะจ๊ะ ถ้าทำแบบนั้นหนูรินกับยายจะไปอยู่ที่ไหนกัน"
"นั่นมันเรื่องของแก"
ป้าหวายเงื้อมือขึ้นสูงหวังจะฟาดลงบนใบหน้าของเด็กสาวอีกครั้ง น้ำรินก้มหน้างุดเตรียมรับความเจ็บปวด
"พวกคุณไม่มีสิทธิ์ไล่ใครออกไปไหนทั้งนั้น"
น้ำเสียงกระด้างดังขึ้น พร้อมกับคว้าข้อมือของ ป้าหวาย
"คุณเป็นใคร ไม่รู้เรื่องอะไรอย่าเข้ามายุ่งดีกว่า"
บุรุษหล่อเหลา รูปร่างกำยำ แต่งกายทะมัดทะแมง ไม่คุ้นตาทำให้มั่นใจว่าไม่ใช่คนละแวกนี้
ราเชนทร์ไม่สนใจ นั่งลงบนส้นเท้า มองเส้นผมดำขลับที่ยุ่งเหยิงบดบังใบหน้า หรี่ตาแคบมอง
นี่หรือ น้ำริน ลูกสาวของปานดาว
เขาไปบ้านเด็กสาวแต่ไม่พบ ระหว่างทางเห็นผู้คนยืนมุง จึงเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง รอยยิ้มหยันถูกซ่อนภายใต้ใบหน้าราบเรียบ
"ลุกขึ้นยืนไหวไหม"
ประโยคแสนธรรมดาแต่กลับทำให้หัวใจบริสุทธิ์อบอวลไปด้วยความหวัง หวังจะได้รับความเมตตา จากใครสักคน...
ใบหน้าเนียนเปื้อนหยาดน้ำตาค่อยๆ เงยขึ้นมอง วินาทีแรกสบตา กายแกร่งเครียดเขม็ง เสมือนถูกกระเเสไฟนับล้านดึงดูด เลือดลมในกายพลุ่งพล่าน
ใบหน้าเนียนตรงหน้า ถอดแบบคนเป็นแม่ไม่มีผิด มีเพียงแววตาเท่านั้นที่แตกต่าง
ปานดาว ดวงตากลมโตเเพรวพราวเต็มไปด้วยเสน่ห์ ขณะที่ดวงตากลมโตตรงหน้า หวานซึ้งระคนเศร้าหมอง
มือหนาที่ยื่นส่งกำลังจะชักกลับ แต่ฝ่ามือเล็กคว้าเอาไว้ โผเข้ากอดคนแปลกหน้าทั้งน้ำตา
"หนูรินไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนะคะ ช่วยหนูด้วย อย่าให้ใครไล่หนูกับยายไปไหนเลยนะคะ"
โอบกอดบุรุษแปลกหน้า พรั่งพรูความรู้สึกมากมาย หัวใจสาวอิงแอบโหยหาความเมตตา
"นี่คุณ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ผมว่าปล่อยเด็กจะดีกว่า"
สมานกล่าวด้วยน้ำเสียงฉุนกึก เดือดดาลในอก เด็กสาวที่หมายปองกำลังอยู่ในอ้อมแขนชายอื่น
"ผมว่าพวกคุณแยกย้ายไปทำอย่างอื่นน่าจะดีกว่า ถ้าเรื่องถึงตำรวจ สืบไปสืบมาคนที่เดือดร้อนอาจเป็น พวกคุณ อย่าลืมนะครับนี่คือผู้เยาว์"
ท่าทางถือดีไม่เกรงกลัวใคร ของราเชนทร์ทำให้ชาวบ้านละเเวกนั้นถอยห่าง เดินหนีไปคนละทิศทาง เว้นเสียแต่สมาน
"นี่คุณเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเรื่องของลูกบ้านผม"
"ผมพ่อเลี้ยงราเชนทร์ ถ้าผู้ใหญ่กับเมียมีปัญหาอะไรก็โทรหาผมละกันครับ พอดีผมมีธุระกับเด็กคนนี้"
ราเชนทร์ก้มมองเด็กสาวที่ยังคงเอาหน้าซุกอยู่กับแผงอกแกร่ง ส่วนสูงของเธออยู่เหนือเอวสอบไม่กี่คืบ
"พ่อเลี้ยงราเชนทร์..."
สมานรับนามบัตรที่ถูกยื่นส่งมาให้ ทวนชื่อซ้ำด้วยความประหลาดใจ
พ่อเลี้ยงราเชนทร์....หากจำไม่ผิดเขาคือเจ้าของ ปางไม้ที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ อีกทั้งยังรู้จักกับผู้มีอิทธิพลมากมาย
"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัว"
"ชะ...เชิญเลยครับ"
สมานรีบจูงเมียเข้าบ้าน ไม่อยากมีปัญหากับบุคคลที่มีอิทธิพล
เขาดันร่างของเด็กสาวออกห่าง ขณะที่เธอยังคง ก้มหน้า หยาดน้ำตารินไหลสะอึกสะอื้น
"หยุดร้องไห้ได้แล้ว..."
มือหนาเชยคางให้ใบหน้าเนียนแหงนเงย นิ้วโป้งเกลี่ยหยาดน้ำตาอย่างอ่อนโยน
"ขอบคุณนะคะ...ขอบคุณที่ช่วยหนูริน"
น้ำเสียงเจือสะอึกสะอื้น เขย่าหัวใจรุนแรง
"หยุดร้องไห้ได้แล้ว ไม่มีใครทำอะไรเธอทั้งนั้น"
ความอ้างว้างถูกเติมเต็มภายในชั่วพริบตา มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตา ปากอิ่มคลี่รอยยิ้ม"หนูริน หยุดร้องไห้แล้วค่ะ ขอบคุณนะคะที่อยู่ข้างหนู"หัวใจแกร่งกระตุกไหว มือหนายกขึ้นกระแอมไอ ข่มความรู้สึกที่ไม่ควรบังเกิด"ฉันราเชนทร์ ปานดาวบอกให้ฉันมารับเธอไปเจอ เห็นบอกว่าคิดถึงเธอมาก""จริงหรือคะ...แม่ให้คุณมารับหนูไปพบหรือคะ"ดวงตากลมโตเปล่งประกาย สิ่งที่ได้ยินเสมือนเป็นความฝัน หัวใจบีบรัดด้วยความตื่นเต้นระคนสุขล้น หลงลืมเรื่องราวหวาดกลัวเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น"ใช่ หรือว่าเธอไม่อยากเจอแม่ตัวเอง"รอยยิ้มไร้เดียงสาที่เห็น ทำให้ราเชนทร์เสหลบมองทางอื่น"อยากสิคะ หนูรินไม่เคยเจอแม่ปานดาวเลยค่ะ หนูรินอยากกอดแม่สักครั้ง"มีเพียงแค่รูปถ่ายเท่านั้นที่ทำให้เธอได้รู้ว่า ตนเองมีใบหน้าคล้ายกับมารดา"งั้นก็ขึ้นรถ""ไปตอนนี้เลยหรือคะ คือว่า...หนูรินอยากพายายไปด้วย ถ้ายายได้เจอแม่ยายต้องดีมากแน่ๆ เลยค่ะ""ฉันไม่ได้มีเวลามากขนาดนั้น ถ้าเธออยากเจอแม่ก็ต้องขึ้นรถไปกับฉันตอนนี้"ดวงตากลมโตฉายชัดถึงความลังเล แต่เมื่อราเชนทร์เปิดรูปจากโทรศัพท์มือถือ ทำให้เด็กสาวยิ่งตื่นเต้น“แม่...นั่นแม่จริงๆ ด้วย”รูปที่เห็นแม่ของเธอกำลั
"อย่านะจ๊ะ อย่า..."ธนบัตรสีม่วงถูกฉกฉวยไป"จริงด้วยปกติฉันจ้างแกแค่ร้อยเดียว""ฮือ...ไม่ใช่นะจ๊ะ ลุงผู้ใหญ่เป็นคนให้หนูรินเองจ้ะ"เพี๊ยะ เพี๊ยะ ใบหน้าเนียนสะบัดไปมาตามฝ่ามือ ที่กระทบ ร่างเล็กฟุบลงกองกับพื้นปราศจากคนปกป้อง มีเพียงเสียงตำหนิซ้ำเติมเท่านั้นที่ดังอยู่รอบกาย"ทุเรศจริงๆ เลย ถ้ามันจะร่านแบบนี้ เราควรไล่มันออกไปจากหมู่บ้านเลยดีไหมจ๊ะผู้ใหญ่""เออ...ข้าว่าอย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย สงสารเด็กมัน""ถูกมันใส่ความแบบนี้ ผู้ใหญ่ยังจะเมตตามันอีกหรือจ๊ะ"ท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของผู้คนในหมู่บ้าน เด็กสาวทำได้เพียงกอดเข่าก้มหน้าร่ำไห้จนตัวโยนไม่มีใครเชื่อเธอเลย..."เราควรไล่มันกับยายออกไปจากหมู่บ้าน ขืนอยู่ต่อไปดีแต่จะทำให้เสื่อมเสีย"ความคิดเห็นแต่ละอย่างที่กล่าวออกมา ไร้ซึ่งความเมตตา อีกทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากผู้คน"ไม่นะจ๊ะ ถ้าทำแบบนั้นหนูรินกับยายจะไปอยู่ที่ไหนกัน""นั่นมันเรื่องของแก"ป้าหวายเงื้อมือขึ้นสูงหวังจะฟาดลงบนใบหน้าของเด็กสาวอีกครั้ง น้ำรินก้มหน้างุดเตรียมรับความเจ็บปวด"พวกคุณไม่มีสิทธิ์ไล่ใครออกไปไหนทั้งนั้น"น้ำเสียงกระด้างดังขึ้น พร้อมกับคว้าข้อมือของ ป้าหวาย"คุณเป็น
"กรี๊ด...ฮือ ช่วยด้วย ป้าหวายช่วยหนูด้วย ใครก็ได้ช่วยด้วย อ๊ะ..."ร่างเล็กถูกเหวี่ยงลงกับเตียงนอน คนใจทรามหมายตามขึ้นมาทาบทับ แต่เธอกลิ้งตัวหลบคว้าไม้กวาดที่อยู่กับพื้นขึ้นมาฟาดเต็มแรง"โอ๊ย นังริน ข้าเจ็บนะ โอ๊ย...อีเด็กนี่ ฤทธิ์เยอะนักนะมึง!"มือใหญ่คว้าไม้กวาดได้กระชากออกไปจากมือบาง"อ๊ะ...ลุงผู้ใหญ่"ร่างเล็กเสียหลักซวนเซล้มลงกับพื้น ผู้ใหญ่ใจดีในสายตาชาวบ้าน ใช้กำปั้นต่อยท้องน้อยสามครั้ง จนเด็กสาวตัวงอเป็นกุ้ง"ลุงผู้ใหญ่ อย่าทำหนูเลยนะจ๊ะ"มือบางยกขึ้นพนมกลางอก ร่ำไห้ออกมาด้วยความกลัวขีดสุด"ข้าแค่จะพาเอ็งขึ้นสวรรค์ เลิกร้องโวยวายเสียที"มือหนาบีบขยำไปตามเนื้อตัว ตะโบมบีบหน้าอกสาว ความรู้สึกเดียวที่โลดแล่นคือความขยะแขยง อยากกลั้นใจตายเสียเวลานี้"ไอ้แก่ ไอ้ผัวชั่ว!"เสียงตะโกนด่าดังขึ้น ใบหน้าของสมานที่กำลังก้มลงหวังจะลิ้มรสเนื้อสาว จำต้องเงยขึ้น เมื่อถูกกระชากจากด้านหลัง"โอ๊ย...แม่หวาย ฉันเจ็บปล่อยฉัน"สมานหน้าซีดเผือด แววตาของเมียเต็มไปด้วยโทสะน้ำรินรีบกระถดกายถอยหนี เนื้อตัวยังคงสั่นเทา ผุดลุกขึ้นมาเกาะแขนป้าหวายหวังเป็นที่พึ่ง"ป้าหวาย ช่วยหนูรินด้วยจ้ะ ลุงผู้ใหญ่จะปล้ำหนู
เด็กสาวจอดจักรยานพิงกับกำแพง โดยไม่ทันเห็นสายตาหื่นกระหายของผู้ใหญ่บ้านที่มองอย่างกักขฬะ“เอ็งมาก็ดีแล้ว รีบเข้าไปทำความสะอาดข้างในเถอะ ฝุ่นเยอะไปหมด”สมานเป็นผู้ใหญ่บ้านประจำหมู่สิบสอง เขาเป็นคนดีมีเมตตา เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำให้เป็นที่รักของทุกคน แต่นั่นเป็นเพียงภาพลักษณ์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเท่านั้น“แล้วป้าหวายล่ะจ้ะ วันนี้อยู่หรือเปล่า”“เอ็งรีบเข้ามาข้างในเถอะ แดดร้อนๆ อย่าเพิ่งถามอะไรมากเลย”“จ้ะลุงผู้ใหญ่”เด็กสาวเข้าไปด้านในภายในบ้านหลังใหญ่สองชั้น ตรงไปที่ห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาด เธอมาทำความสะอาดที่นี่สัปดาห์ละสองครั้งจังหวะที่หันกลับมาตกใจไม่น้อยที่เห็นลุงสมานยืนพิงขอบประตูมองด้วยสายตาแปลกไปจากที่เคย"ลุงผู้ใหญ่มีอะไรหรือจ๊ะ""เปล่า ข้าก็แค่มาดูว่าเอ็งหยิบข้าวของได้ครบไหม""ครบจ้ะ ขอบคุณลุงผู้ใหญ่นะจ๊ะ"ในมือมีไม้กวาด ที่โกยผง พร้อมทั้งไม้ถูพื้น เหมือนเช่นทุกครั้ง ยังคงเข้าใจว่าอีกฝ่ายเอ็นดูตน"เอ้านี่...เงิน ค่าเหนื่อยของเอ็งวันนี้"ธนบัตรแบงก์สีม่วงถูกยื่นให้ เด็กสาวมองด้วยความตื่นเต้นระคนฉงนใจ"ค่าจ้างที่ลุงผู้ใหญ่ให้หนูริน มันแค่หนึ่งร้อยไม่ใช่หรือจ๊ะ""เอ็งรับไปเถอะ วันน
รถกระบะโฟวิลแล่นด้วยความเร็วสูงตามคำสั่งของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ด้าน ข้างคนขับ"พ่อเลี้ยงมั่นใจหรือครับว่าจะทำแบบนี้จริงๆ"รุ่งโรจน์ ตั้งคำถามด้วยความไม่สบายใจในขณะที่ มือ และเท้าทำหน้าที่บังคับยานยนต์ ให้แล่นบนท้องถนน"มั่นใจสิวะทำไมจะไม่มั่นใจนี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้น้องชายกูตาสว่าง ตัดใจจากผู้หญิงแพศยาได้เสียที"ราเชนทร์ สิริวัฒน์ หนุ่มฉกรรจ์วัยสามสิบห้า ใบหน้าหล่อเหลา นัยน์ตาคู่คมดุดัน ริมฝีปากบางเฉียบ ผิวพรรณคล้ามแดดทำให้ดูคมเข้ม เขาคือพ่อเลี้ยงปางไม้คนดังของภาคเหนือ"แต่ผมว่า...เราอาจทำร้ายความรู้สึกของเด็กคนนึงนะครับ"คนฟังแค่นยิ้มหยัน มั่นใจว่าเด็กหญิงวัยสิบเจ็ดคงจะไม่ต่างไปจากมารดา"ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น กูเชื่อแบบนั้น""แต่เท่าที่รู้มาเธออยู่กับยาย..."กำลังจะกล่าวว่าเด็กสาวน่าสงสาร แตกต่างจากคนเป็นแม่ลิบลับ"มึงตั้งใจขับรถดีกว่าไหม กูอยากเห็นหน้าคนตกสวรรค์เร็วๆ""ครับพ่อเลี้ยง"คนสนิทรับคำเลิกแสดงความคิดเห็นที่มี รู้ดีว่าพ่อเลี้ยงราเชนทร์เกลียดชังผู้หญิงที่เป็นคนรักน้องชายเป็นอย่างยิ่งปานดาว เธอคือคนรักของ ราชันย์ หญิงสาวเป็นคนสวย เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันล้นเหลือ และมันคื







