Share

12

last update Petsa ng paglalathala: 2026-08-22 23:59:58

“ไม่ใช่ว่าพวกเรามีเงิน มีอาหารหรอกหรือ ที่สมควรตอบแทนก็ต้องตอบแทน เจ้าไม่คิดว่าครอบครัวของท่านป้าล้วนแล้วแต่จิตใจดีหรอกหรือ”

“ขอรับ พวกเขาเป็นครอบครัวที่จิตใจดี เป็นชาวนาที่ซื่อสัตย์เรียบง่าย ไม่เคยคิดคดทรยศ ไม่โลภอยากได้ของผู้อื่น”

“เช่นนั้นบุญคุณย่อมทดแทน มีแค้นต้องชำระไม่ใช่รึ”

“นายน้อย ท่านมีความแค้นกับผู้ใดหรือขอรับ”

“ความแค้นของข้านั้นย่อมมี แต่ตอนนี้ยังไม่มี เจ้าเลิกถามได้แล้ว”

“ขอรับ”

 หลังจากที่อั้นปาสงบสติอารมณ์ได้แล้วเขาก็กล่าวทักทายครอบครัวของพี่เขย ทั้งยังบอกถึงจุดประสงค์ที่เขามาในวันนี้ด้วย เดิมทีครอบครัวของพี่เขยยังพอมีอาหารเหลือในบ้าน แต่เมื่อสองวันก่อนตอนที่พวกเขาเข้าป่าไปหาของป่า กลับมีขโมยเข้ามาขโมยอาหารที่เหลือไปจนหมด ทำให้วันนี้ทั้งครอบครัวต้องขึ้นเขาไปหาของป่าเพื่อประทังชีวิต สิ่งที่หายไปไม่ใช่แค่เพียงอาหารเท่านั้น ยังมีเงินเก็บของครอบครัวอีก 500 อิแปะ บ้านของพวกเขาถูกรื้อค้น ข้าวของบางอย่างถูกทำลาย ไม่เพียงแต่บ้านของพี่เขยเท่านั้นที่ถูกขโมยข้าวของ ยังมีบ้านของชาวบ้านอีกหลายครอบครัวถูกรื้อค้นและทำลายข้าวของ 

เมื่ออั้นปาได้ยินก็รู้สึกสะเทือนใจเป็นอย่างมาก หลานชายทั้งสองคนของเขาที่แต่เดิมก็ผอมแห้งอยู่แต่ตอนนี้พวกเขายิ่งน่าเวทนาเป็นอย่างมาก

“พี่สาว พี่เขย ท่านลุง ท่านป้า พวกท่านเข้าบ้านไปนั่งพักก่อน วันนี้ข้ากับเจ้าเก้าเอาของไปขายในเมืองมา ก็เลยคิดว่าจะแวะมาเยี่ยมพวกท่าน เอาอาหารมาแบ่งให้พวกท่านบ้าง แต่ข้าไม่คิดว่าพวกท่านจะมีสภาพเป็นแบบนี้ เหตุใดข้าถึงไม่มาให้เร็วกว่านี้ หากข้ามาให้เร็วกว่านี้พวกท่านคงไม่ลำบากเช่นนี้”

“น้องสามเจ้าอย่าได้โทษตัวเอง เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วยังร้องไห้ขี้มูกโป่ง เจ้าไม่อายหลานชายของเจ้าบ้างรึ”

“พี่รองพอท่านมีลูกชายแล้วท่านก็ไม่รักน้องชายอย่างข้าแล้วใช่หรือไม่”

“เจ้าเลิกทำตัววุ่นวายได้แล้ว เก็บความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเจ้าเอาไว้เถอะ เลิกเสแสร้งได้แล้ว เจ้าไม่อายแต่ข้าอาย อายุตั้งเท่าไหร่แล้วยังมาทำเป็นเด็กสามขวบ หน้าไม่อายจริง ๆ”

“ฮ่า ฮ่า ภรรยา เจ้าเองก็ชอบที่น้องสามเป็นเช่นนี้ไม่ใช่รึ เอาเถอะ เข้ามานั่งในบ้านก่อน” หลี่หมิงเต๋อพี่เขยของอั้นปารีบพูดขึ้นมาก่อนที่ทั้งสองพี่น้องจะหยอกล้อกันต่อ

“ท่านน้าสาม ท่านลืมลูกชายตัวเองไว้บนเกวียนแล้วขอรับ ท่านไม่พาน้องชายเข้าบ้านมาก่อนหรือขอรับ”

“โอ้ ดูเหมือนว่าข้าจะลืมเจ้าเก้าเอาไว้จริง ๆ”

“ท่านพ่อ ข้ายังเป็นลูกของท่านอยู่หรือไม่ ระวังกลับบ้านไปข้าจะฟ้องท่านปู่กับท่านแม่”

“แน่นอนว่าเจ้าเป็นลูกชายที่รักของพ่อ พ่อแค่วิตกกังวลมากไป พ่อไม่ได้ลืมเจ้าเสียหน่อย”

หลังจากเข้าไปในบ้านเรียบร้อยแล้วอั้นปาก็ได้รีบนำเสบียงอาหารที่เขาซื้อมาจากในเมืองวันนี้มาแบ่งให้กับครอบครัวของพี่สาวคนที่สองของเขา ถึงแม้ว่าครอบครัวของพี่เขยยืนยันจะไม่ยอมรับ แต่อั้นปาเองก็ยืนยันเช่นกันว่าพวกเขาต้องรับเอาเสบียงอาหารนี้ไป ไม่เช่นนั้นจะถือว่าพี่สาวกับพี่เขยไม่นับตนเป็นน้องชาย และอั้นจิ่วยังบอกอีกว่า ขอให้ท่านป้ากับท่านลุงคิดถึงพี่ชายสองคนของเขาที่ยังเด็กอยู่มาก พวกเขาทั้งคู่ต้องการอาหาร หากไม่มีอาหารกินพวกเขาจะเติบโตได้เช่นไร เมื่อครอบครัวของท่านป้าได้ยินเด็กน้อยพูดเช่นนี้พวกเขารู้สึกสะเทือนใจมาก 

เด็กเล็ก ๆ คนหนึ่งกลับเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ และยังเป็นเด็กที่มีเหตุผลมาก เด็กน้อยฉลาดรู้ความจนน่าปวดใจ นอกจากเสบียงอาหารแล้ว อั้นจิ่วยังให้ท่านพ่อของเขาแบ่งเงินให้กับครอบครัวท่านป้าเพื่อสร้างบ้านใหม่ให้แข็งแรงกว่านี้ อั้นจิ่วรู้อยู่ในใจว่าครอบครัวที่ซื่อสัตย์เช่นนี้จะไม่ยอมรับเงินจากท่านพ่อของเขาง่าย ๆ เด็กน้อยจึงต้องแสดงละครโรงใหญ่

“พี่สาว นี่เป็นเงินที่ข้าได้มาจากการนำสัตว์ป่าไปขาย ท่านเก็บเอาไว้ซื้อเสบียงอาหารและสร้างบ้านใหม่ นี่ถือเป็นความกตัญญูของข้ากับเจ้าเก้าที่มีต่อท่านและครอบครัวของพี่เขย ท่านอย่าลืมว่าหากไม่ได้อาหารจากครอบครัวของท่านกับครอบครัวของพี่สาวคนโต เจ้าเก้าจะสามารถมีชีวิตอยู่ได้ถึงทุกวันนี้หรือไม่ ท่านรับไปเถอะ”

“น้องสาม มันมากเกินไป ความกตัญญูของเจ้ากับหลานชายพวกเรารับรู้แล้ว ครอบครัวของพวกเราขอรับไว้เพียงน้ำใจเท่านั้น เจ้าเก็บเงินเอาไว้ซื้อของอร่อยให้เจ้าเก้ากินเถอะ ด้วยเสบียงอาหารที่เจ้าให้พวกเรามาวันนี้ก็มากพอแล้ว หากกินอย่างประหยัดหน่อยพวกเราสามารถอยู่ได้อีกหลายเดือน เจ้าไม่ต้องห่วง”

“พี่เขย ข้าให้ท่านมาเกลี้ยกล่อมพี่สาวไม่ใช่ให้ท่านมาเห็นด้วยกับพี่สาว”

“ท่านป้า ท่านลุง รับเอาไว้เถอะขอรับ หากท่านไม่รับเอาไว้ ก็แสดงว่าท่านไม่นับข้าเป็นหลาน ต่อไปนี้พวกเราก็ไม่ใช่ญาติกันอีกแล้ว เสียดายก็แต่พี่ชายสองคนของข้า เพราะความดื้อรั้นของท่านสองคน ต่อไปพวกเขาก็จะกินไม่อิ่ม ไม่มีเสื้อผ้าใส่ อีกไม่นานก็จะผอมแห้งตายไปในที่สุด ฮึก แง๊ แง๊ แง๊ ข้าคิดว่าข้ามีพี่ชายแล้ว แต่พวกเขาจะต้องอดตายในอนาคต ข้า ฮึก ฮึก เกิดมา ฮึก ฮึก อาภัพนัก” อั้นจิ่วหมดหนทางจึงได้แกล้งร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร

“หมดกันนายน้อยผู้น่าเกรงขามของข้า แบบนี้ท่านก็กล้าทำ” ต้าฮุยทนมองไม่ไหวถึงกับยกขาหน้าขึ้นมาปิดตาทั้งสองข้างเอาไว้

แน่นอนว่าเมื่ออั้นจิ่วทำถึงขนาดนี้แล้วทั้งท่านลุงและท่านป้า รวมถึงท่านตาหลี่กับท่านยายหลี่ก็ยอมรับเงินที่อั้นปามอบให้ทันที อีกทั้งพวกเขารีบเขามาปลอบอั้นจิ่วที่ร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ แต่ความจริงแล้วเด็กน้อยกำลังส่งสัญญาณมือกับพี่ชายลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนอยู่

“เอาล่ะ ๆ อย่าร้องเลยนะเด็กดี ถ้าเกิดว่าท่านปู่ท่านย่าของเจ้ารู้ว่าป้าทำให้เจ้าร้องไห้ ท่านปู่กับท่านย่าของเจ้าต้องมาถลกหนังหัวของป้าแน่ ป้ารู้ว่าป้าผิด เจ้าอย่าร้องไห้เลยนะ”

“เช่นนั้น เช่นนั้น ท่านป้าจะยอมรับเงินนี่ไปใช่หรือไม่ขอรับ ท่านป้าไม่ต้องห่วง ท่านพ่อตอนนี้เก่งกาจ สามารถหาเงินได้มากมาย ท่านกับท่านลุง ดูแลพี่ชายทั้งสองของข้าให้ดี ให้พวกเขาได้เรียนหนังสือ ต่อไปพวกเขาจะได้ปกป้องข้าได้ ท่านปู่บอกว่าหน้าที่ของพี่ชายคือต้องดูแลปกป้องน้อง ๆ เหมือนกับที่ท่านป้าปกป้องดูแลท่านพ่อ”

“เจ้าช่างเป็นเด็กดีมีเหตุผลยิ่งนัก”

“น้องชาย เจ้าวางใจ พี่ชายจะปกป้องเจ้าในอนาคต” หลี่หมิงเสียนพี่ใหญ่

“ใช่แล้วล่ะ ข้าจะไม่ทำให้น้องชายผิดหวัง” หลี่หมิงซานพี่รอง

“ท่านตา ท่านยาย พวกท่านก็อยู่บ้านดี ๆ ให้ท่านลุงกับท่านป้าดูแล ข้ากับท่านพ่อจะกลับก่อน พรุ่งนี้เราจะไปเยี่ยมท่านป้าใหญ่”

“พี่สาว ท่านวางใจ ต่อไปนี้ถ้าข้ามีชีวิตที่ดี ข้าจะไม่ยอมให้ท่านลำบาก หากมีเรื่องอันใดต้องการความช่วยเหลือให้พี่เขยไปหาข้าได้ตลอดเวลา”

“ตกลง ขอบใจเจ้ามากน้องสาม แต่ว่าเงินนี่จะไม่มากไปหน่อยหรือ”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   169

    “ท่านพี่จ้าว ท่านอย่าเพิ่งรีบคุยโวไป ผักกาดหยกที่แปลงของข้า ใบใหญ่จนเอาไปทำร่มกางบังฝนได้แล้ว เมื่อวานข้าขุดดินพลิกหน้าดินได้ลึกกว่าท่านไปตั้งสามชุ่นเชียวนะ หากจะแข่งกัน ปีนี้ข้าต้องได้รางวัลชาวนาขยันขันแข็งจากนายน้อยแน่”ต้าเฮย อสูรหมีขนเหล็ก ในร่างบุรุษร่างยักษ์ หัวเราะร่าจนพุงกระเพื่อม “พวกเจ้าทั้งสองอย่าเพิ่งเถียงกัน กองปุ๋ยมูลสัตว์ของข้าต่างหากที่หมักได้ที่ที่สุด หมักจนกลิ่นหอมฟุ้งไปถึงภูเขาลูกนู้นแล้ว ฮ่า ๆ ๆ”ที่แห่งนี้ ไม่มีคำว่าฮ่องเต้ผู้ครองแผ่นดิน ไม่มีคำว่าผู้เฒ่าปุถุชน หรืออสูรบรรพกาลอันน่าสะพรึงกลัว มีเพียง ‘สหายร่วมอุดมการณ์ชาวนา’ ที่กำลังทุ่มเทจิตวิญญาณให้แก่ผืนดิน ถกเถียงกันเรื่องสูตรปุ๋ยและขนาดของหัวไชเท้าอย่างมีความสุขและเป็นอิสระที่สุด รอยยิ้มของอดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง บัดนี้คือรอยยิ้มที่บริสุทธิ์และเบิกบานที่สุดในรอบเจ็ดสิบปีของชีวิตพระองค์ห่างออกไปไม่ไกลนัก ภายใต้ร่มเงาอันร่มรื่นของต้นท้อสวรรค์ยักษ์ที่แผ่กิ่งก้านสาขาครอบคลุมลานกว้างของจวนตระกูลฉือ กลีบดอกท้อสีชมพูร่วงหล่นลงมาตามสายลมประดุจหิมะในวสันตฤดูฉืออั้นจิ่ว เด็กน้อยที่บัดนี้เจริญวัยขึ้น มีอายุครบหกขวบปี

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   168

    “ท่านเจ้าสำนัก พวกเราจะทำเยี่ยงไรดีขอรับ ภาษีอาวุธแพงหูฉี่ พวกเราต้องอดตายแน่ ๆ” เหล่าศิษย์ร้องไห้คร่ำครวญเจ้าสำนักพยัคฆ์คำรามกัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจกระทำการที่ทำให้ศักดิ์ศรีของชาวยุทธ์ต้องจารึกความอัปยศไว้ชั่วกัลปาวสาน“ทำเยี่ยงไรน่ะรึ ก็รีบเอาดาบเอาหน้าไม้ ไปหลอมตีเป็น จอบ กับ เสียม น่ะสิ พวกเราจะยุบสำนัก แล้วไปเช่าที่ดินปลูกข้าวสาลี ข้าจะไม่ยอมเป็นชนชั้นล่างให้พวกชาวนาหัวเราะเยาะเด็ดขาด ตั้งแต่วันพรุ่งนี้เป็นต้นไป สำนักพยัคฆ์คำราม จะเปลี่ยนชื่อเป็น ‘สมาคมกสิกรรมพยัคฆ์ไถนา’ ”และปรากฏการณ์แห่งความตลกร้ายก็บังเกิดขึ้นทั่วทั้งแคว้นต้าเฟิ่ง เหล่ายอดฝีมือ จอมกระบี่ และผู้เฒ่าที่เคยปิดด่านกักตน ต่างรีบทุบกระบี่ทิ้ง เปลี่ยนอาวุธเป็นเครื่องมือช่างไม้และอุปกรณ์ทำนา พวกเขาวิ่งวุ่นไปทั่วตลาดเพื่อขอประจบสอพลอชาวนาตัวจริง หวังจะขอเช่าที่ดิน หรือขอเป็นลูกจ้างถอนหญ้า เพื่อยกระดับสถานะทางสังคมของตนเองให้รอดพ้นจากการเป็นชนชั้นต่ำวิถีแห่งชาวยุทธ์ที่เคยรุ่งโรจน์ บัดนี้ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความอิ่มท้อง วิถีชาวนา ได้ผงาดขึ้นสู่จุดสูงสุดของสายพานแห่งอำนาจอย่างแท้จริง และทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นจากกุ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   167

    ตึง ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนทรุดเข่าลงกระแทกพื้นดินอีกครั้ง น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลทะลักออกมาดั่งเขื่อนแตก พระองค์ทรงทราบดีว่า ปัญหาที่กัดกินแคว้นต้าเฟิ่งและทุกแคว้นในใต้หล้ามานับพันปี มิใช่สงคราม ทว่าคือความอดอยากและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ราษฎรนับล้านต้องล้มตายเมื่อเกิดภัยแล้งหรือตั๊กแตนลง ทว่าบัดนี้ เด็กน้อยวัยห้าขวบเบื้องหน้า กลับมอบกุญแจแห่งความรอดพ้นมาใส่มือของพระองค์“ท่านอาจารย์ พระคุณของท่านยิ่งใหญ่ดั่งฟ้าดิน ของขวัญชิ้นนี้ มีค่าเหนือยิ่งกว่าหินวิญญาณระดับสวรรค์นับล้านก้อน หรือกระบี่วิเศษหมื่นเล่มรวมกันเสียอีก แคว้นต้าเฟิ่งจะเป็นหนี้บุญคุณท่านไปชั่วลูกชั่วหลานขอรับ” โอรสสวรรค์โขกพระเศียรคำนับด้วยความเลื่อมใสอย่างสูงสุด“อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า” ฉืออั้นจิ่วแสยะยิ้มบาง ๆ ยกพัดขนนกขึ้นปิดปาก “การที่ข้ามอบเมล็ดพันธุ์เหล่านี้ให้เจ้าโดยมิคิดอัฐแม้แต่อีแปะเดียว ย่อมมีเงื่อนไขที่เจ้าต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด”เด็กน้อยกางพัดขนนกออกสะบัดเบา ๆ ปราณพฤกษาแผ่ซ่านกดทับจนอากาศรอบด้านเย็นเยียบ “แผ่นดินนี้เน่าเฟะมานานเกินไปแล้ว เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เอาแต่ปิดด่านกักตนหรือวัน ๆ เอาแต่ถือกระบี่ฟาดฟัน

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   166

    ยามเว่ย (13.00-15.00 น.) ขบวนเสด็จลับ ๆ ของฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียน เดินทางมาถึงลานกว้างหน้าจวนตระกูลฉือ ทันทีที่เสด็จลงจากรถม้า ภาพแรกที่ปะทะเข้ากับสายตาของโอรสสวรรค์หนุ่ม กลับทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลน และรีบยกพระหัตถ์ขึ้นขยี้พระเนตรซ้ำแล้วซ้ำเล่าเบื้องหน้าของพระองค์ ที่บริเวณแปลงหมักปุ๋ยคอกด้านข้างจวน บุรุษชราผู้หนึ่งสวมเพียงกางเกงผ้าป่านซอมซ่อ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนและมูลสัตว์ กำลังถือส้อมพรวนดิน จ้วงตักมูลสุกรผสมกับเศษใบไม้แห้งอย่างขะมักเขม้น ใบหน้าที่เคยเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและริ้วรอยแห่งอำนาจ บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มกว้างขวางและเสียงหัวเราะที่สดใสยิ่งกว่าทารก บุรุษชราผู้นั้นกำลังพูดคุยหยอกล้อเรื่อง สูตรลับการผสมปุ๋ย กับชายหนุ่มกล้ามโตอย่างออกรสออกชาติ“สะ เสด็จพ่อ นั่นเสด็จพ่อมิใช่หรือพะย่ะค่ะ” ฮ่องเต้จ้าวเฟิ่งเทียนอุทานเสียงหลง พระวรกายสั่นสะท้าน รีบวิ่งถลาเข้าไปหาอดีตจอมราชันย์ที่กำลังขะมักเขม้นกับการทำปุ๋ยเฒ่าจ้าว อดีตฮ่องเต้จ้าวเทียนหลง เงยหน้าขึ้นมองบุตรชาย ก่อนจะใช้หลังมือที่เปื้อนโคลนปาดเหงื่อบนหน้าผาก “อ้อ เฟิ่งเทียนเอ๋ย เจ้ามาถึงแล้วรึ มา ๆ

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   165

    อดีตฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ตรัสด้วยน้ำเสียงโล่งอก ประดุจได้ยกภูเขาไท่ซานออกจากพระอุระ พระองค์ทรงกระชากเสื้อคลุมผ้าไหมราคาแพง เข็มขัดประดับหยก และป้ายหยกประจำพระองค์ โยนทิ้งลงบนพื้นดินฝุ่นคลุ้งอย่างไร้เยื่อใย เหลือเพียงชุดกางเกงและเสื้อตัวในที่ทำจากผ้าฝ้ายสีขาวธรรมดา ๆ ซอมซ่อจากนั้น อดีตโอรสสวรรค์ผู้ยิ่งใหญ่ ผู้ที่เคยสั่งเป็นสั่งตายคนนับแสน ก็ทรุดตัวลงคุกเข่าเบื้องหน้าเด็กน้อยวัยห้าขวบ โขกพระเศียรลงบนพื้นดินดังปึก ปึก ปึก“ท่านปราชญ์น้อย ข้าได้เห็นแสงสว่างแห่งวิถีชีวิตที่แท้จริงแล้ว อำนาจในวังหลวงมีแต่ความว่างเปล่าและคาวเลือด ข้าไม่ปรารถนาสิ่งใดอีกแล้ว นอกจากความสงบสุขที่ได้สัมผัสกับผืนดิน”อดีตฮ่องเต้เงยหน้าขึ้น แววตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่นและเว้าวอนอย่างสุดซึ้ง “ข้าน้อย จ้าวเทียนหลง ขอฝากตัวเป็น ศิษย์ชาวนาฝึกหัด แห่งหมู่บ้านเถาหยวนขอรับ ข้าน้อยยินดีสับฟืน หาบน้ำ ถอนหญ้า พรวนดิน หรือแม้แต่ตักมูลสัตว์ ขอเพียงท่านอนุญาตให้ข้าน้อยได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ที่นี่ ได้เรียนรู้วิถีแห่งกสิกรรม ข้าน้อยยอมเป็นข้ารับใช้ ทำทุกอย่างโดยมิต้องจ่ายเบี้ยหวัดให้ข้าน้อยแม้แต่อีแปะเดียวเลยขอรับ”ความเงียบสงัดปก

  • อั้นจิ่ว ข้าจะเป็นชาวนาผู้ไร้พ่าย   164

    พระองค์ทรงพระดำเนินลัดเลาะไปตามคันนา ทอดพระเนตรดูวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อย่างเงียบ ๆ ทว่า สิ่งที่ทำให้พระองค์ต้องเบิกพระเนตรกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า กลับมิใช่ความงดงามของทิวทัศน์ ทว่า คือผู้คนที่กำลังทำไร่ทำนาอยู่เบื้องหน้าต่างหาก ที่แปลงปลูกผักกาดหยกด้านซ้าย ฮ่องเต้ทรงทอดพระเนตรเห็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำล่ำสันผู้หนึ่ง กล้ามเนื้อบนเรือนร่างของเขาอัดแน่นดุจสลักจากหินผาพันปี ชายหนุ่มผู้นั้นสวมเพียงกางเกงเตี่ยว เปลือยท่อนบนรับแสงแดด เขากำลังใช้มือเปล่า ๆ ดึงถอนวัชพืชปราณวิญญาณออกจากผืนดินอย่างง่ายดาย“สวรรค์ ชายหนุ่มผู้นั้นมีพลังลมปราณบริสุทธิ์และแข็งแกร่งระดับแม่ทัพยุทธ์ขั้นสมบูรณ์เป็นอย่างน้อย ด้วยพละกำลังระดับนี้ หากไปสวามิภักดิ์ต่อราชสำนัก ย่อมได้เป็นถึงแม่ทัพใหญ่คุมกำลังนับแสนนาย ทว่า เหตุใดเขาถึงมานั่งยิ้มแฉ่ง ถอนหญ้าอยู่ในแปลงผักอย่างมีความสุขถึงเพียงนี้”ฮ่องเต้จ้าวอู๋จี๋ทรงรำพึงด้วยความตกตะลึง พระองค์หารู้ไม่ว่า ชายหนุ่มยอดฝีมือผู้นี้ แท้จริงแล้วคือ ผู้เฒ่าซุน ชายชราธรรมดาที่เพิ่งกินไข่ไก่บรรพกาลจนกลับกลายเป็นหนุ่มและมีพลังมหาศาลเมื่อไม่กี่วันก่อนถัดไปที่บริเวณริมลำธาร พระองค์ทรง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status