登入“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ
“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย
“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้
“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”
“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ
“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา
“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ
“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้
“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”
“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ
“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตัดไฟตั้งแต่ต้นลม โยต้องยืมมือมาริสามาช่วย”
“ป้าว่าคงสายไปแล้วล่ะค่ะ”
“สายเกินไปยังไงคะ” คิ้วเรียวของโยทะกาขมวดเข้าหากันเป็นปมจนนวลปรางต้องโน้มตัวมากระซิบบอกในสิ่งที่ตนเห็นโดยบังเอิญ
“ตายจริง! ไหนบอกว่าเกลียด ทำไมนนท์ต้องไปยุ่งกับชมพูนุชด้วย” โยทะกาทรุดร่างลงนั่งราวกับคนหมดแรงเสียดื้อๆ
“โยควรทำยังไงดีล่ะป้า”
“ตอนนี้คงทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะ คงปล่อยให้คุณนนท์เป็นคนจัดการเอง”
“ถ้าเกิดสองคนนั้นปรับความเข้าใจกันได้ โยคงทำผิดมหันต์” หญิงสาวร้อนใจจนนั่งไม่ติด
ด้านริมสระน้ำชานนท์ก็แสดงความไม่พอใจออกมาทั้งสีหน้าและแววตา ที่มาริสาบินตามตนมาที่นี่ โดยไม่ยอมโทร.มารายงานเหมือนเช่นทุกครั้ง
“ทำไมต้องไม่พอใจขนาดนั้นด้วยล่ะคะ ก็ริสาคิดถึงคุณนี่” มาริสาเดินเข้ามาสวมกอดชายหนุ่มและซุกไซ้ที่ซอกคอแกร่งด้วยความคิดถึง
“อย่ามาทำตัวรุ่มร่ามแบบนี้ริสา คุณก็น่าจะรู้ว่าที่นี่มีเด็ก” ชานนท์ผลักร่างหญิงสาวออกจากตัวราวกับของร้อน
“งั้นก็พาริสาไปที่ห้องสิคะ”
“ผมมีงานต้องทำ ไม่มีอารมณ์มาทำเรื่องอย่างว่า...คุณก็น่าจะรู้ว่าโครงการต้องเร่งให้เสร็จตามกำหนดสัญญา”
“งานเร่งแต่ทำไมคุณยังอยู่บ้านพี่สาวคุณล่ะ”
“ผมแค่กลับมาเอาเสื้อผ้าเท่านั้น เพราะต้องนอนค้างที่บ้านพักหลายวัน คุณก็ควรกลับเมืองไทยไปซะ ผมไม่ว่างมาอยู่ดูแลคุณหรอก” ชานนท์พยายามจัดการให้มาริสากลับเมืองไทยเป็นการเร่งด่วนก่อนชมพูนุชจะกลับมา
“ริสาอยู่ที่ไหนก็ได้ขอให้มีคุณอยู่ข้างๆ ริสาขอไปอยู่ที่ไซต์งานด้วยนะคะ” มาริสาออดอ้อนเสียงหวาน
เมื่อไม่สามารถพูดให้มาริสาเดินทางกลับเมืองไทยได้ เขาก็จำใจต้องพามาริสาไปอยู่ที่บ้านพักบริษัทเสียก่อน
“ก็ตามใจคุณ อย่ามาบ่นแล้วกัน” ชายหนุ่มพูดเท่านั้นก็เดินกลับเข้าบ้านอีกครั้ง พบโยทะกานั่งอยู่ภายในห้องรับแขกด้วยสีหน้าไม่สบายใจนัก
“นนท์”
“ผมคงไปค้างที่บ้านพักบริษัทจนกว่างานเสร็จ” ชานนท์บอกเสียงขรึมก่อนเดินไปยังห้องพักเพื่อเก็บเสื้อผ้าบางส่วน โดยมีมาริสาตามหลังขึ้นไปติดๆ เข้าไปโอบกอดร่างใหญ่ทันทีที่บานประตูปิดพร้อมกับซุกไซ้ซอกคอแกร่ง
“ห้องน่านอนจังนะคะ” หญิงสาวบอกอย่างมีความหมาย แต่อีกฝ่ายกลับไม่สนใจ คิดอยู่เรื่องเดียว คือต้องพามาริสาออกจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด ก่อนชมพูนุชจะกลับมา
“ไปเถอะ” ชายหนุ่มคว้าแขนหญิงสาวออกจากห้องนอน
“ทำไมดูรีบๆ จังคะ”
“ผมต้องรีบกลับไปดูงานน่ะสิ ถ้าคุณไม่อยากไป ผมจะไปส่งที่สนามบินแทน”
“คุณนี่ยังไง คอยไล่ริสากลับอยู่เรื่อย” หญิงสาวทำน้ำเสียงตัดพ้อน้อยใจ
“คุณก็น่าจะรู้ว่าผมต้องเร่งงานให้เสร็จตามกำหนด ไม่เช่นนั้นท่านประธานคงไล่ผมออกแน่”
“ท่านเมตตาคุณอย่างกับลูก ไม่มีทางไล่คุณออกหรอก”
“มาริสา! คุณทำงานกับผมมานานก็น่าจะรู้ดี” ชานนท์กล่าวทิ้งท้ายก่อนเดินลงไปยังชั้นล่าง ถึงกับชะงักเมื่อเห็นชมพูนุชนั่งเล่นอยู่กับสองแฝด มาริสาที่เดินตามหลังมาก็รู้สึกแปลกใจ
“คุณนุช... มาทำอะไรที่นี่เหรอคะ” แม้ใจจะเดือดพล่านในการเจอศัตรูหัวใจปรากฏตัวอยู่ที่นี่ ทำไมชานนท์ถึงไม่บอกเธอสักคำ แล้วความสัมพันธ์ทั้งสองล่ะจะหวนคืนมาหรือเปล่า คำถามวนเวียนในหัวตลอดเวลา
“ฉันมาเป็นครูสอนภาษาให้กับเด็กๆ น่ะ” ชมพูนุชฝืนยิ้มแกนๆ ก่อนตอบคำถามหญิงสาวที่เคยแย่งอดีตสามีไป งานนี้จะผิดก็คงเป็นเธอที่ละเลยหน้าที่ มัวแต่หลงเข้าใจผิดมาตลอดว่ารักพี่ชายบุญธรรมของตัวเอง
“อุ๊ย!... ตกต่ำถึงขนาดต้องมาสอนตามบ้านเหรอคะ” มาริสาพลั้งปากพูดออกไป แต่ปฏิกิริยาคนในห้องรับแขกนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ
“การเป็นครูสอนเด็กๆ เขาไม่เรียกว่าตกต่ำหรอกค่ะ โปรดเข้าใจเสียใหม่ด้วยนะมาริสา” ชมพูนุชตอบพลางหันมายิ้มให้กับลูกศิษย์ตัวน้อยที่กำลังเล่นตัวต่อกันสนุกสนาน “คุณคงมาทำงานสินะคะ”
“เปล่าค่ะ คุณนนท์สิคะเร่งเร้าให้ริสามาหา” ว่าแล้วมาริสารีบเดินเข้าไปคว้าแขนชายหนุ่มที่ยืนนิ่งราวถูกสาปตั้งแต่เห็นชมพูนุช พร้อมกับคอยสังเกตปฏิกิริยาของอีกฝ่ายที่ยังนิ่งเฉยไม่เดือดเนื้อร้อนใจกับการปรากฏตัวของมาริสา ด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางเย็นชานั้นจึงประชดด้วยการหอมแก้มมาริสาโชว์เสีย อยากรู้ว่าคนเย็นชาจะรู้สึกเช่นไร
“ตานนท์ ทำอะไรเกรงใจเด็กบ้าง จะไปทำงานก็ไป ส่วนกระเป๋าเธอฉันให้เด็กยกไปไว้ท้ายรถตานนท์แล้ว” โยทะกาตัดบทไล่ทั้งคู่ออกไป เพราะไม่ชอบใจที่ญาติผู้น้องมาทำประเจิดประเจ้อในบ้านต่อหน้าลูกเลี้ยงที่นั่งมองตาแป๋ว
“ไปเถอะริสา เสร็จงานแล้วผมตั้งใจจะลาพักร้อน พาคุณเที่ยวญี่ปุ่นให้ทั่ว”
“จริงหรือคะคุณนนท์ ริสารักคุณที่สุด” มาริสาออกอาการดีใจไม่วายปรายหางตามองศัตรูหัวใจอย่างหยันๆ ก่อนจะดึงแขนชายหนุ่มออกไปจากห้องรับแขก โดยมีสายตาของชมพูนุชมองตามออกไปจนสุดสายตา
“เธอคงไม่รู้สึกอะไรใช่ไหม เพราะเธอไม่เคยรักตานนท์” โยทะกาอดที่จะเอ่ยถามไม่ได้
“ค่ะ ฉันไม่เคยรักเขา และก็ยินดีที่นนท์มีคนดีอย่างคุณมาริสามาดูแล” ชมพูนุชเค้นเสียงตอบก่อนขอตัวขึ้นห้องพักเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้า นั่นเป็นเพียงข้ออ้างเท่านั้น เพราะกลัวจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่ปล่อยเสียงโฮออกมาต่อหน้าโยทะกาและศิษย์ตัวน้อยของเธอ
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ







