تسجيل الدخول“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง
“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ
“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”
“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด
“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ
“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”
“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”
“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”
“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะต้องตามหึงหวงเอาเรื่องสามีไปมีเล็กมีน้อย
“ผมไม่ได้พูดให้พี่โยคิดมาก แต่อยากให้พี่มีเวลาให้คุณซาโตบ้างก็เท่านั้น มีเวลาส่วนตัวด้วยกัน อาจจะมีเบบี๋สักคน”
“แค่นี้ก็เหนื่อยจะแย่ ไหนจะเลี้ยงลูกคนอื่นอีก”
“พี่โยก็เป็นเสียแบบนี้ หัดอ่อนโยนเอาใจคุณซาโตบ้าง”
ชานนท์ส่ายหน้าให้อย่างอ่อนใจ ญาติผู้พี่ของเขาออกแนวสาวมั่นไม่ยอมใครและเอาแต่ใจเป็นที่สุด จนคิดว่าไม่มีชายใดยอมชายตามองแน่ แต่แล้วซาโตชิหลงเข้ามาติดกับแม้จะออกนอกลู่บ้าง แต่การกระทำบ่งชี้ชัดเจนว่ารักโยทะกามาก
“พี่ก็เป็นแบบนี้มานานแล้วล่ะ จะให้เปลี่ยนแล้วฝืนใจตัวเองพี่คงทำไม่ได้” โยทะการู้ในข้อบกพร่องนี้ พยายามปรับตัวก็แล้วแต่ไม่สำเร็จ
“พี่โยยังโชคดีที่คุณซาโตเปิดใจกว้างยอมรับข้อเสียของพี่ได้”
“ยอมรับได้ที่ไหนล่ะ ตำหนิพี่อยู่บ่อยๆ คนอะไรปากร้ายชะมัดยอมอ่อนข้อให้หน่อยก็เอาใหญ่” โยทะกาของขึ้นทุกครั้งที่เอ่ยถึงเรื่องนี้ จนชานนท์หลุดขำออกมา
“ก็หยวนๆ กันไป ต่างคนต่างมีข้อเสียกันทั้งนั้น”
“แกยังรักชมพูนุชอยู่หรือเปล่านนท์”
จู่ๆ โยทะกาวกกลับมาถึงเรื่องนี้อีกครั้ง ถามย้ำให้แน่ใจว่าเธอจะไม่ตัดสินใจอะไรผิดพลาด
“รักเหรอ... มันหมดไปตั้งแต่วินาทีที่เขาหย่ากับผมแล้ว ในใจผมที่มีต่อเขามันมีแต่ความเกลียดชัง อยากทำอะไรให้เธอเจ็บปวด เหมือนที่ผมเคยเจ็บบ้าง” ชานนท์ตอบด้วยใจที่ทั้งรักทั้งแค้น ย้ำเตือนตัวเองเสมอให้พูดแต่คำว่าเกลียด โดยทั้งเขาและโยทะกาไม่รู้ว่าชมพูนุชยืนน้ำตาคลอฟังถ้อยคำที่อดีตสามีสาดใส่ เจ็บปวดราวถูกน้ำเกลือมาราดบนแผลสด
ชานนท์รู้สึกแปลกใจที่ชมพูนุชคอยหลบหน้าตนมาเกือบหนึ่งอาทิตย์ แต่เขายังไม่มีเวลาว่างพอที่จะตอแยไถ่ถาม เพราะโครงการที่ดูแลใกล้เสร็จลุล่วงในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า ทำให้ต้องทุ่มเทเวลาดูแลงานอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันความผิดพลาด จนต้องนอนค้างที่บ้านพักบริษัทเสียส่วนใหญ่ พอว่างก็จะมีโทร.ตามเช็กแต่อีกฝ่ายกลับไม่ยอมรับสาย แถมบางครั้งยังตัดสายทิ้งอีกด้วยจนน่าสงสัย
“เจอดีแน่ชมพูนุช” ชายหนุ่มหุนหันพลันแล่นขับรถมุ่งตรงยังมหาวิทยาลัยหลังจากโทร.ไปถามที่บ้านญาติผู้พี่จนแน่ใจว่าชมพูนุชอยู่ที่นั่น รออยู่ในรถเพียงไม่นานก็เห็นหญิงสาวเดินออกมา แต่การมารอไม่ทำให้ใจเขาเดือดพล่านเท่ากับเห็นเธอเดินมากับไอ้หน้าอ่อน
“ชมพูนุช!”
เจ้าของชื่อถึงกับชะงักและจำได้ขึ้นใจว่าเป็นเสียงใคร เสียงที่ตามมาหลอกหลอนเธอทั้งยามหลับยามตื่นตลอดทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมา
“คุณชานนท์คงมารับคุณนุช แต่วันนี้ดูน้ำเสียงไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นะครับ” นทีรู้สึกไม่ถูกชะตาชานนท์ตั้งแต่ครั้งแรกที่ชมพูนุชแนะนำให้รู้จักเมื่อเดือนก่อน อีกฝ่ายก็แสดงอาการว่าหวงหญิงสาวจนออกนอกหน้า แต่เขาไม่กล้าถามถึงความสัมพันธ์ทั้งคู่ รู้เพียงว่าชานนท์เป็นน้องชายของนายจ้างที่เธอเป็นครูสอนพิเศษเท่านั้น
“เมื่อก่อนเขาไม่ใช่คนแบบนี้หรอกค่ะ” หญิงสาวเอ่ยเสียงแผ่วๆ เพราะเธอทำให้เขาต้องเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
“หมายความว่ายังไงครับ หรือคุณนุชรู้จักกับคุณชานนท์ก่อนมาสอนพิเศษที่นี่”
“เอ่อ...” ชมพูนุชอึกอักไม่รู้จะตอบอย่างไรดีกับคำถามของอีกฝ่าย แต่ชานนท์เดินเข้ามาถึงตัวเสียก่อนจึงลอบพรูลมหายใจอย่างโล่งอก
“กลับบ้าน” เสียงเข้มกระชากบอก
“ฉันต้องไปนั่งเขียนงานที่ห้องสมุด คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะ”
“จะกลับกี่โมง” ชานนท์ยังถามต่อ
“ฉันยังไม่แน่ใจ คุณไม่ต้องเสียเวลาขับรถมารับหรอก ฉันนั่งรถกลับเองได้”
ชมพูนุชไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับอดีตสามีเพียงลำพัง ยังเจ็บปวดกับถ้อยคำที่เขาพูดกับโยทะกาเมื่ออาทิตย์ก่อน และรู้สึกอับอายที่พลั้งเผลอปล่อยเนื้อปล่อยตัวให้อีกฝ่ายเชยชมราวกับเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเขาเจ็บแค้นที่เคยถูกเธอหลอกใช้ “ขอตัวนะคะ” ชมพูนุชพูดเท่านั้นก็หันมาชักชวนนทีเดินไป
“แล้วฉันจะกลับมารับ” ชานนท์ตะโกนตามหลัง ยืนมองจนหญิงสาวเดินไปจนลับสายตา ก่อนเดินกลับไปที่รถเพื่อขับไปรอชมพูนุชที่บ้านของญาติผู้พี่
“ไม่กลับมานอนที่บ้านเสียหลายวันเลยนะคะ” แม่บ้านเอ่ยทักเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามาหาหลานๆ ที่กำลังนั่งเล่นของเล่นในห้องรับแขก
“งานเร่งน่ะครับป้า ว่าแต่พี่โยไม่อยู่หรือครับ”
“ออกไปทำธุระตั้งแต่เช้าแล้วค่ะ แล้วคุณนนท์กินอะไรมาหรือยังคะ”
“ผมเรียบร้อยมาจากที่ทำงานแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบพลางยกมือขึ้นแตะศีรษะของหลานสาว “ผมไม่อยู่อาทิตย์หนึ่งไม่รู้เด็กๆ พูดภาษาไทยไปถึงไหน”
“พูดได้บ้างค่ะ บางคำก็สื่อสารกันไม่ค่อยเข้าใจ คุณหนูกระตือรือร้นเพราะคุณโยชวนคุยด้วยภาษาไทย”
“หือ... พี่โยน่ะหรือครับ” ชานนท์รู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่เปลี่ยนไปของญาติผู้พี่ ที่หันมาสนใจพูดกับลูกเลี้ยง
“ใช่ค่ะ ส่วนมากก็แอบคุย คงอายน่ะค่ะ” นวลปรางกล่าวยิ้มๆ ดีใจที่นายสาวปรับเปลี่ยนนิสัยไปในทางที่ดี
“นินทาอะไรโยคะ” โยทะกาเอ่ยถามอย่างเอาเรื่องแต่ใบหน้าเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ชานนท์หันไปมองถึงกับชะงักเมื่อญาติผู้พี่ไม่ได้เข้ามาเพียงลำพัง
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ







