تسجيل الدخول“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด
“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”
“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”
“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”
“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม
“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวัน
เมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ตนชอบจนต้องเบือนหน้ายิ้มออกไปทางอื่น โดยไม่ทันเห็นสายตาของชานนท์ที่กำลังมองมา
“ผมจำได้ไม่เคยลืมว่าคุณชอบกินอะไร แต่คุณคงไม่รู้สินะ ว่าผมชอบหรือไม่ชอบกินอะไรบ้าง”
“ทำไมฉันจะไม่รู้ล่ะ” ชมพูนุชรีบพูดแจกแจงถึงเมนูที่ชายหนุ่มโปรดปราน เรียกรอยยิ้มให้แก่ชายหนุ่มเป็นอย่างดี “อุ๊บ...” สองมือเรียวยกขึ้นปิดปากเมื่อรู้สึกตัวว่าพูดมากไป
“อาหารมาพอดี” ชานนท์เปลี่ยนเรื่องคุยแก้อาการเขินของอีกฝ่าย “คุณต้องกินเยอะๆ นะนุช คุณผอมลงไปมากรู้ตัวหรือเปล่า”
“คุณก็รู้เวลาอาหารไม่ถูกปาก ฉันจะกินได้น้อย”
“ไว้ผมจะหาเวลาทำอาหารให้คุณกิน”
เมื่อก่อนเวลาวันหยุดเขามักจะหาเวลาทำอาหารให้อดีตภรรยารับประทานเสมอ และเธอก็กินอาหารจนหมดเกลี้ยงพร้อมบ่นว่า คุณจะทำให้ฉันอ้วนรู้ไหมนนท์
“ไม่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่สาวคุณจะมาบ่นฉันได้” ชมพูนุชทำสีหน้าหวาดไม่น้อย โยทะกาไม่เคยชอบหน้าเธอเลย ยิ่งเธอไปทำให้น้องชายสุดรักสุดหวงเสียใจ ก็ยิ่งเกลียดขี้หน้าไปกันใหญ่
“ไม่ได้ไปทำที่บ้านพี่โยหรอกนุช ที่บ้านพักบริษัทอยู่ใกล้กับโครงการที่ผมต้องเข้าไปดูงาน”
“ฉันว่า...”
“อย่าปฏิเสธเลยนะ... แค่นี้คุณยังทำให้ผมเสียใจไม่พอใช่ไหม” ชายหนุ่มบอกเพียงเท่านั้น ชมพูนุชก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อได้แต่ก้มหน้ารับประทานอาหารเงียบๆ
หลังรับประทานอาหารเสร็จชานนท์ขับรถพาชมพูนุชมาที่โครงการที่เขาดูแล ก่อนเข้าไปตรวจงานเขาได้พาเธอไปอยู่ยังบ้านพักหลังเล็กๆ ที่กล่าวถึง
“คุณรออยู่ที่นี่นะ ผมจะเข้าไปดูความคืบหน้างานหน่อย”
“ที่จริงคุณไม่น่าพาฉันมาวุ่นวายที่นี่ด้วยเลยนะคะ”
“เวลาผมเหนื่อยๆ อยากเห็นหน้าคุณ”
เป็นอีกเหตุผลที่ชมพูนุชพูดไม่ออกแถมใจเต้นแรงอีกต่างหาก แปลกใจกับการพบกันในครั้งนี้กลับทำให้หัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ ทุกคำพูดทุกการกระทำของเขามีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอเหลือเกิน
“เอ่อ...” ชมพูนุชหาคำพูดให้ตัวเองไม่เจอก่อนหัวใจจะเต้นรัวแรงอีกครั้ง เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปโน้มแตะลงบนเรียวปากนุ่มของเธอในเวลาอันรวดเร็วแล้วเดินหายไปจากบานประตู จนเจ้าของหัวใจต้องกุมมันไว้แน่นราวกับว่ามันจะทะลักออกมาจากอก พร้อมกับเผลอยิ้มออกมาราวกับคนบ้าแม้ว่าอีกฝ่ายจะเดินออกไปไกลแล้วก็ตาม
ผ่านมาสองเดือนชานนท์คอยเติมความหวาน สร้างความหวั่นไหวให้แก่ชมพูนุชอยู่เป็นระยะ หวังว่าสักวันอดีตภรรยาจะตกหลุมพรางที่วางไว้ และมักจะหอบหิ้วหญิงสาวเวลาเข้ามาดูงาน บางวันก็อยู่จนดึกดื่น วันนี้ก็เช่นกันชานนท์กลับมาถึงบ้านพักของบริษัทเกือบเที่ยงคืนพร้อมสายฝนที่โหมกระหน่ำตกลงมา พอเปิดประตูเข้ามาพบว่าชมพูนุชนั่งหลับฟุบกับหน้าคอม เขาจึงเข้ามาโอบอุ้มร่างบางพาเข้าไปยังห้องนอน ทำให้หญิงสาวรู้สึกตัวลืมตาตื่นขึ้นมา
“นนท์” หญิงสาวเกิดอาการลนลานตกใจขณะอยู่ในอ้อมกอดของอดีตสามี
“ผมกำลังพาคุณมานอนที่เตียงน่ะ จะได้นอนสบายดีกว่าไปฟุบหลับแบบนั้น” ชายหนุ่มบอกด้วยเสียงทุ้มนุ่ม
“ฉันทำงานจนเผลอหลับน่ะ คุณเลิกงานแล้วเรากลับกันเถอะ”
“คืนนี้เราคงต้องค้างกันที่นี่”
“ค้างเหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงหลง
“ครับ ฝนตกหนักจนมองไม่เห็นหนทาง” ชายหนุ่มบอกพร้อมลุกขึ้นถอดเสื้อที่เปียกชุ่มออก จนหญิงสาวต้องเบือนหน้าไปอีกทางด้วยใบหน้าแดงก่ำ
“คุณก็เคยเห็น ยังจะอายอีกเหรอ” ชานนท์โน้มใบหน้าลงมาแนบชิดจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินใบหน้า เล่นเอาชมพูนุชหายใจไม่ทั่วท้อง ไม่เคยหวั่นไหวใจหวิวๆ เช่นนี้มาก่อน
“เอ่อ... ก็แค่ครั้งเดียว” เรียวปากนุ่มพึมพำเบาๆ ก่อนจะถูกนิ้วแกร่งแตะปลายคางมนให้เชิดขึ้น
“งั้นต้องดูบ่อยๆ คุณจะได้ชิน” ชายหนุ่มกระซิบชิดใบหูก่อนจะใช้ปลายลิ้นร้อนตวัดโลมเลีย จนเธอรู้สึกเสียววาบไปถึงหน้าท้อง
“นนท์... อย่า” เสียงแหบแห้งร้องห้ามพยายามเบี่ยงตัวหลบสัมผัสของอดีตสามี
“ผมคิดถึงคุณมากรู้ไหมนุช คิดถึงคุณทุกลมหายใจ”
“นนท์” เธอครางเรียกชื่ออีกฝ่ายเสียงแผ่ว ก่อนหลับตาพริ้มยามริมฝีปากอุ่นจรดลงบนหน้าผากของตนแล้วลากวนไปทั่วดวงหน้าหวานอย่างอ่อนโยนนุ่มนวล จนชมพูนุชไม่อาจจะปฏิเสธได้ว่าเต็มใจกับสัมผัสนี้มากแค่ไหน ด้วยความช่ำชองของชานนท์ เขาใช้เวลาไม่ถึงเสี้ยววินาทีร่างบางก็ปราศจากอาภรณ์
“คุณยังสวยเหมือนเดิมที่รัก” ปลายนิ้วเรียวสวยไม่แพ้ผู้หญิงไล้ตามลำคอระหงตรงตำแหน่งชีพจรของเธอ
“เราหย่า... อุ๊บ” เพียงเอื้อนเอ่ยคำนั้นก็ถูกดูดกลืนหายไปในลำคอ
“อย่าทำร้ายจิตใจผมด้วยคำนี้เลยที่รัก ได้โปรด” ชายหนุ่มวิงวอนทั้งแววตาและคำพูด ก่อนจะพรมจูบไปทั่วดวงหน้าหวานแล้วเลื่อนใบหน้าต่ำลงมาสู่เนินทรวงอกอิ่ม เป็นจุดที่เขาโปรดปรานเป็นพิเศษ จากนั้นจึงใช้อุ้งปากร้อนครอบครองยอดปลายถันสีหวานดูดไล้โลมเลียอย่างหิวกระหายราวกับทารกน้อยที่โหยหิวนมมารดา ส่วนอีกข้างใช่จะน้อยหน้าถูกฝ่ามือใหญ่บีบเคล้นคลึงอย่างหนักหน่วงผสมผสานกับความมันเขี้ยว จนเจ้าของร่างแอ่นโค้งขึ้นราวคันศรเป็นการตอบรับสัมผัสของเขาด้วยความเต็มใจ
“อืม... นนท์ แต่มันไม่ถูกต้อง” ชมพูนุชร้องห้ามเสียงกระท่อนกระแท่นแต่กายกลับทรยศ หลงใหลกับการปรนเปรอของอีกฝ่าย
เมื่อถึงห้องพักชมพูนุชก็โถมตัวลงนอนพร้อมปล่อยเสียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดรวดร้าวในหัวใจ งานนี้ เจ็บปวดยิ่งกว่าที่รู้ว่าอติวิชญ์เลือกกรองขวัญเสียอีก นี่มันคือความรักใช่ไหม“ทำไมฮือๆ ทำไมนุชต้องรักคุณด้วยนนท์” ชมพูนุชกอดตัวเองร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ วันนี้จากตั้งใจที่จะเข้าไปทำงานในห้องสมุด แต่กลับไม่มีสมาธิกับงานตรงหน้า เลยตัดสินใจกลับมาที่บ้านพัก ดั่งเหมือนฟ้าฟาดลงกลางใจทั้งที่เคยมั่นใจว่าไม่เคยรักอดีตสามี และคิดมาตลอดว่าจะไม่หวั่นไหวแน่หากเห็นเขากับมาริสาอยู่ด้วยกัน แต่วันนี้ได้คำตอบของหัวใจอย่างชัดเจนว่าเธอกำลังมีใจให้ชานนท์ในวันที่สายเกินไป“นุช... รักคุณค่ะนนท์” หญิงสาวเค้นออกมา แต่ละคำมันกลั่นกรองออกมาจากหัวใจพร้อมกับความเจ็บปวดเพราะเขามีคนอื่นอยู่ข้างกายเสียแล้วคนที่ชมพูนุชพร่ำถึงขับรถตรงไปยังโครงการด้วยสีหน้าเครียดขมึง ไม่ยอมพูดยอมจาตั้งแต่ขับรถออกมาจากบ้านของญาติผู้พี่“ทำไมคุณถึงไม่บอกริสาสักคำว่าคุณนุชเธอมาสอนลูกเลี้ยงคุณโยที่นี่”“ห้ามเอ่ยต่อหน้ารีนน่ากับรินน่าเด็ดขาดว่าแกไม่ใช่ลูกพ
“คุณนนท์” มาริสาปรี่เข้ามาหาชายหนุ่มด้วยความดีใจ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะนิ่งไปชั่วขณะ“คุณมาได้ยังไงมาริสา” น้ำเสียงไม่ได้มีความยินดีแม้แต่น้อย“เอ่อ... ริสาคิดถึงคุณ เลยขอลาพักร้อน” มาริสาเหลือบตามองโยทะกาครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวเสียงอ้อมแอ้มตามที่เตี๊ยมกันไว้“ผมเป็นเจ้านาย ทำไมถึงไม่รู้”“ถ้าริสาลา แล้วคุณจะอนุมัติหรือคะ” มาริสาเผลอใช้น้ำเสียงประชดด้วยความน้อยใจ“พี่ว่านนท์พาริสาไปคุยที่บนห้องดีกว่า” โยทะกาไม่อยากให้เด็กเห็นกิริยาก้าวร้าวของผู้ใหญ่ กลัวจะนำไปเรียนแบบหากโตขึ้นมา“ครับ... มาคุยกับผมที่สระว่ายน้ำ” ว่าแล้วชานนท์ก็สาวเท้าเดินนำออกไปด้วยท่าทางเกรี้ยวโกรธ“คุณมาริสามากับคุณโยได้ยังไงคะ” นวลปรางอดถามไม่ได้“โยไปรับมาเองแหละ ป้าช่วยจัดห้องให้เธอด้วยแล้วกัน”“ไหนเคยบอกว่าไม่ชอบเธอ และจะไม่ยอมให้มาพักที่บ้านไงคะ” แม่บ้านโต้แย้งขึ้นมาอย่างแปลกใจ“มันจำเป็นน่ะป้า โยไม่อยากให้นนท์หลงผิด เพื่อตั
“ใครจะไปรู้ล่ะว่านุชยังฝังใจกับพี่วิชญ์ไม่เลิก เป็นของผมแล้วแท้ๆ ยังหาข้ออ้างสารพัดกลับไปอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เธอรัก” ยามนึกถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่เจ็บแปลบที่หัวใจเสียทุกครั้ง“นนท์” โยทะกาเอื้อมมือมาแตะแผ่นหลังของญาติผู้น้องอย่างเห็นใจ“อย่ามาห้ามผมเลยพี่”“จะเจ็บหนักกว่าเดิมนะนนท์ พิษรักมันมีอานุภาพร้ายแรงขนาดไหนแกก็น่าจะรู้ดี ทำไมไม่เชื่อพี่บ้าง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนใจที่น้องชายที่เธอรักกำลังหลงผิด“ไม่มีทาง คนที่เจ็บคือชมพูนุช ไม่ใช่ผมแน่” ชายหนุ่มยังดื้อดึงกล่าวด้วยถ้อยคำที่หนักแน่น ทำให้โยทะกาเหนื่อยใจที่จะพูด เห็นต้องยืมมือมาริสามาขัดขวางแผนการของชานนท์แล้วสิ“ว่าแต่เรื่องผม เรื่องพี่กับคุณซาโตเป็นยังไงบ้างล่ะ หลายวันมานี่ผมไม่เห็นหน้าคุณซาโตเลย”“ไปติดต่อธุรกิจที่ฮ่องกง อีกสองวันถึงจะกลับ”“แล้วทำไมพี่ไม่ตามไปด้วยล่ะ ระวังเถอะ”“ช่างเถอะ หากเขาทำอีกพี่ก็คงเลิกอย่างถาวร” โยทะกากล่าวอย่างปลงตก เหนื่อยที่จะ
“มันถูกต้องที่สุดแล้วที่รัก ผมคิดถึงคุณทุกลมหายใจ คิดถึงเรือนร่างของคุณที่ตราตรึงใจในคืนแต่งงานของเรา” ชายหนุ่มพึมพำบอกก่อนจุมพิตไปทั่วบนผิวเนื้อเนียนละเอียดจนต่ำลงมาเรื่อยถึงจุดอ่อนไหวต่อสัมผัสของเธอ แล้วจูบพรมลงไปบนเนินเนื้ออย่างไม่ลังเล ทำเอาเจ้าของร่างสะดุ้งเฮือกยามถูกปลายลิ้นที่ร้อนผ่าวตวัดโลมเลียตามร่องกุหลาบงาม“นนท์...อืม”สติของชมพูนุชถึงกับหลุดลอยยามถูกอดีตสามีสอดปลายลิ้นเข้าไปในช่องแคบอุ่นนุ่มของตน พร้อมกันนั้นก็ยกสะโพกกลมกลึงขยับเข้าหาปลายลิ้นอย่างลืมอาย ในเวลานี้ต้องการเพียงแค่ให้เขาช่วยปลดปล่อยเธอจากความทรมานนี่เสียลิ้นร้อนหยุดปรนเปรอหญิงสาวกลางคันเพราะเขาต้องการสำเร็จโทษด้วยเนื้อแท้ของเขาเอง จนสาวใต้ร่างเกิดอาการมึนงง นอนระทวยอยู่เบื้องหน้ามองอีกฝ่ายกำลังจัดการกับอาภรณ์ส่วนล่าง ดวงตากลมโตเบิกตาโพลงเมื่อเห็นส่วนสำคัญของเขา แต่ก็ไม่สามารถขยับหนีไปไหนได้เพราะร่างกายอ่อนแรงไปเสียดื้อๆ จนกระทั่งเขากลับลงมานอนเคียงข้าง แล้วจุมพิตหนักๆ ลงกลางหน้าผากเนียน“เป็นของผมอีกครั้งนะที่รัก เราจะมีความสุขด้วยกันอีกครั้ง&
“ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ ฉันอยากทำอะไรให้คุณพ่อคุณแม่ภูมิใจบ้าง” นั่นเป็นเหตุผลเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เหตุผลหลักคือต้องการมารักษาแผลใจ ยิ่งห่างจากอติวิชญ์ กลับยิ่งชัดเจนในความรู้สึกที่มีต่อพี่ชายบุญธรรม มันไม่ใช่ความรักในเชิงชู้สาว ที่เธอเข้าใจมันผิดมาตลอด“คุณก็ไม่เคยทำให้ท่านผิดหวังนี่ ดูท่านจะโปรดปรานคุณเสียด้วย”“แต่ฉันก็อยากเดินด้วยลำแข้งของตัวเองบ้าง อยากทำงานด้วยความสามารถตัวเอง เรียนจบแล้วฉันอาจจะหางานทำอยู่ที่นี่เลยก็ได้”“คุณแม่จะยอมเหรอ ดูท่านหวงคุณออก”“ยอมสิ... ตอนนี้ท่านกำลังเห่อหลานจนลืมฉันไปแล้วก็ได้” ชมพูนุชกล่าวเสียงแผ่วเบาๆ เวลาโทรศัพท์ไปคุยกับมารดาบุญธรรมครั้งใด ท่านก็มักจะเอ่ยถึงแต่ลูกของกรองขวัญให้ฟังเสมอไม่ไถ่ถามว่าเธอเป็นอย่างไรบ้างสบายดีไหม“อิจฉาเด็กว่างั้น” ชายหนุ่มเอ่ยแซวทำให้หญิงสาวรีบแย้งเป็นพัลวันเมื่อมาถึงที่โต๊ะชานนท์เป็นคนจัดการสั่งอาหาร ส่วนมากเป็นของโปรดอดีตภรรยาเสียเป็นส่วนใหญ่ ชมพูนุชแอบรู้สึกดีอยู่ในใจลึกๆ ที่อีกฝ่ายยังไม่ลืมในสิ่งที่ต
“นุชต้องไปแล้วค่ะ”“ไปยังไงครับ เดี๋ยวผมขับรถไปส่งที่บ้านพัก”“พอดีมีรถที่บ้านที่นุชสอนพิเศษมารอรับค่ะ” หญิงสาวชี้ไปทิศทางที่รถชานนท์จอดอยู่ พร้อมความสงสัยว่าอีกฝ่ายรู้ได้อย่างไรว่าเธอเลิกเรียนเวลานี้“ครับ แล้วเจอกันวันพฤหัสนะครับ”“ค่ะ” หญิงสาวขานรับเพียงสั้นๆ แล้วสาวเท้าตรงไปยังรถของชานนท์ที่จอดรออยู่ ก่อนเปิดประตูขึ้นไปนั่งบนรถคู่กับคนขับ“มันเป็นใคร?” คำถามนั้นทำเอาคนที่กำลังคาดเข็มขัดนิรภัยถึงกับชะงักหันมามอง“เพื่อนร่วมชั้นเรียน” หญิงสาวตอบเสียงเรียบ“อย่าเผลอไปยุ่งกับมันเชียวล่ะ”“ทำไมฉันจะไปยุ่งกับเขาไม่ได้ ในเมื่อฉันเองก็โสดคุณต้นเองก็โสด”“ใครบอกว่าคุณโสด อย่าลืมสิคุณกำลังจะมาเป็นเมียน้อยผม”“จะบ้าเหรอ! จะให้ฉันบอกสักกี่หนว่าไม่มีทางไปเป็นเมียน้อยคุณเด็ดขาด”“ไม่มีทางงั้นเหรอ เป็นตอนนี้เลยดีไหม ต่อหน้าไอ้หมอนั่น” ชานนท์เอ่ย พลางสายตามองไปยังด้านนอกรถที่นทียังยืนมองอยู่“อย่ามาทำบ้าๆ นะ” หญิงสาวหน้าตาตื่นพร้อมกับสะดุ้งตกใจ เมื่อฝ่ามือใหญ่แตะลงต้นขาเรียวของเธอ“คุณต้องสัญญาก่อนว่าจะไม่ไปให้ท่าไอ้หมอนั่น” เมื่อเห็นอดีตภรรยายังนิ่งเงียบมือเริ่มไล้เข้าไปใต้กระโปรง “ว่าไง”“ค่ะ ฉ







