เข้าสู่ระบบ“วันนี้ทำไมยัยมาริสาปล่อยตัวมาได้ล่ะ” โยทะกากล่าวค่อนแคะน้องชายทันทีที่โผล่หน้ามาถึง<
“แกแน่ใจหรือว่าคุณรุจน์รู้ แต่ทำไมเขาถึงไม่บอกเรา”“แน่ใจสิครับ งั้นคงไม่อยู่นิ่งเฉยกันแบบนี้ ลูกสาวหายไปทั้งคนนะครับ” ชานนท์สังเกตว่าอติรุจน์ไม่มีท่าทีทุกข์ร้อนใจยามเขาเอ่ยถามถึงชมพูนุช นอกจากแววตาเกรี้ยวโกรธที่ส่งมาให้ตนเท่านั้น“ลูกบุญธรรมเขาอาจจะไม่ห่วงใยสักเท่าไหร่มั้ง” ชรัลสันนิษฐานเพราะไม่ได้มีความสนิทสนมกับครอบครัวของอดีตลูกสะใภ้เท่าที่ควร แม้แต่ตัวชมพูนุชก็คุยกันเพียงไม่กี่ครั้ง“ไม่หรอกครับ ถึงจะเป็นพ่อแม่บุญธรรมแต่ท่านทั้งสองรักนุชมาก รักเหมือนลูกแท้ๆ พอเกิดเรื่องกับนุชท่านถึงโกรธผมมากไงครับ แต่ถึงยังไงผมก็จะไม่ยอมแพ้”“ค่อยๆ คิดนะนนท์ พ่อว่ามันต้องมีทางออกในเรื่องนี้”“ครับคุณพ่อ ผมต้องหาทางออกกับเรื่องนี้ให้ได้ แม้จะยากเย็นแค่ไหนผมจะต้องตามหานุชให้เจอ” ชานนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น หากได้เจอชมพูนุชอีกครั้งเขาจะไม่มีวันปล่อยเธอไปจากชีวิตอีกเด็ดขาดคนที่ชานนท์พร่ำตามหากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่เรือนกล้วยไม้ ขณะฝ่ามือเรียวลูบไล้หน้าท้องที่มีสิ่งมีช
“ยังไงขวัญ ฉันไม่เข้าใจ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นเชิงสงสัย“ทำให้คุณนุชกับคุณนนท์กลับมาคืนดีกันสิคะ”“ไม่มีทาง! นายนนท์ทำให้ยัยนุชเจ็บหนักขนาดนั้นแล้วเธอยังจะให้ฉันช่วยหมอนั่นอีกเหรอ” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงกร้าว “และหมอนั่นยังยัดเยียดข้อหาให้ทั้งที่ยัยนุชไม่มีสิทธิ์ได้แก้ต่างเลย เธอเข้าใจไหมขวัญ”“ทำไมขวัญจะไม่เข้าใจล่ะคะ เพราะขวัญก็เคยถูกกล่าวหาทั้งที่ไม่ได้ทำผิด ใครจะมากล่าวหายังไงก็คงไม่แคร์เท่าคนที่เรารักยัดเยียดข้อกล่าวหาให้”“เอ่อ... ขวัญฉัน...” อติวิชญ์ถึงกับพูดไม่ออก ในอดีตเขาเองก็เคยเข้าใจผิดไล่กรองขวัญออกจากห้องพัก ต่างจากชานนท์แม้จะเห็นตำตาว่าชมพูนุชอยู่กับซาโตชิแต่ก็ยังเหนี่ยวรั้งไม่ให้ไป“ขวัญก็ไม่อยากรื้อฟื้นมันขึ้นมาหรอก แค่อยากยกตัวอย่างให้คุณวิชญ์ดูเท่านั้น เรื่องให้อภัยหรือไม่เราไม่มีสิทธิ์ไปตัดสินใจแทนคุณนุชได้นะคะ... ให้โอกาสคุณนนท์ได้เจอกับคุณนุชและได้ปรับความเข้าใจกันเถอะค่ะ” กรองขวัญอยากให้ชมพูนุชได้พบกับชีวิตคู่ที่มีความสุขเหมือนกับเธอในเวลานี้ ที่สำคัญ
การมาของอดีตน้องเขยสร้างความขุ่นเคืองใจต่ออติวิชญ์ไม่น้อย อยากจะไล่กลับทันทีที่โผล่หน้าแต่ติดว่าชรัลบิดาของชานนท์ตามมาด้วยทำให้เขาไม่กล้าเสียมารยาท“ถ้าลำบากใจคุณพาตาอชิขึ้นไปอยู่บนห้องก่อนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวขวัญจะอยู่รับแขกกับคุณพ่อคุณแม่เอง”“อืม... ขืนอยู่ต่อไปคงได้ชกหน้าเจ้านนท์มัน” อติวิชญ์อุ้มบุตรชายตัวน้อยขึ้นไปยังชั้นสอง กรองขวัญได้แต่มองตามสามีอย่างอ่อนอกอ่อนใจ แล้วเดินเข้าไปทักทายแขก ก่อนจะเดินนำไปหาพ่อแม่สามีในห้องนั่งเล่น“หนูขวัญช่วยจัดหาของว่างให้แขกหน่อยนะลูก” เดือนประดับหันมาเอ่ยกับลูกสะใภ้“ค่ะคุณแม่” กรองขวัญขานรับคำแล้วเดินออกไปจากห้องนั่งเล่น“ที่ผมมาวันนี้ อยากจะมาขอโทษและขอขมาคุณเดือนกับคุณรุจน์เรื่องที่ตานนท์ก่อไว้จนทำให้หนูนุชต้องหนีไป ทางเราเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจเลยนะครับ” ชรัลถ้าก้มกราบกรานได้คงทำไปแล้ว“เรื่องมันก็เกิดขึ้นไปแล้วคงย้อนเวลาไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ส่วนเรื่องหลานเราจะเลี้ยงดูแกเอง ไม่ต้องเป็นห่วงนะนนท์ ไม่ต้องมาฝืนใจรับผิดชอบอะไรกับนุชและลูก”
“เขาปลอดภัยดีค่ะ ทำไมคุณถึงไม่บอกว่าท้องล่ะคะ” จอมแก้วรู้สึกผิดไม่น้อยที่ละเลยแขกสาว โดยไม่เคยสนใจไยดีว่าอีกฝ่ายจะอยู่อย่างไร เพราะความหึงหวงไม่เข้าเรื่องทั้งที่เธอกับนทีไม่ได้อยู่ในสถานะที่คบหากัน เป็นเพียงน้องสาวอุปถัมภ์ของเขาเท่านั้น“นุชดูแลตัวเองได้ค่ะ ขอโทษที่ทำให้ตกใจ”“จอมต่างหากล่ะคะที่ควรขอโทษ เอ่อ... ที่จอมดูแลคุณนุชไม่ดี” จอมแก้วเริ่มใช้สรรพนามที่เป็นกันเองจนชมพูนุชแปลกใจ“ไม่ต้องมาดูแลหรอกค่ะ แค่ให้นุชมาอาศัยก็รบกวนมากพอแล้ว แต่นุชอยู่อีกไม่นานก็จะไปแล้วค่ะไม่ต้องกังวล” เธอพอจะมีเงินเก็บอยู่ในบัญชีอยู่บ้างคงพอใช้ในระหว่างตั้งครรภ์“จะไปไหนคะ แล้วเรื่องสอนเด็กๆ ล่ะคะ” จอมแก้วถามด้วยน้ำเสียงค่อนข้างตกใจ“เรื่องสอนเด็กๆ เป็นความตั้งใจของคุณจอมแก้วอยู่แล้ว ถ้านุชยังดื้อสอนอยู่ก็เหมือนมาแย่งงานคุณ นุชเลยตัดสินใจว่าจะออกไปหางานทำข้างนอกค่ะ”“ใครบอกกันคะว่าแย่งงาน ดีเสียด้วยซ้ำที่มีครูมาช่วยสอน เด็กๆ ในไร่ค่อนข้างเยอะ และที่สำคัญแถวใกล้ๆ นี้ก็ไม่มีโรงเรียน เว
“บอกพ่อซินนท์ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมยัยนุชถึงต้องหนีกลับไทย”“ผมขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่ ผมทำให้นุชต้องเสียใจ”“รีบบอกแม่มาเถอะนนท์” เดือนประดับเอื้อมมืออันเย็นเฉียบมาจับมือผู้เป็นสามี คอยฟังคำบอกเล่าของอดีตบุตรเขย มีเรื่องมากมายเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นแต่ชมพูนุชไม่เคยปริปากบอก ทุกครั้งที่โทร.มานางมักจะพูดถึงแต่เรื่องหลานชายไม่ก็เรื่องกรองขวัญให้ฟัง แต่นางกลับไม่เคยไถ่ถามชมพูนุชว่าเป็นอย่างไร สบายดีไหมกินอยู่อย่างไร“กลับไปเถอะนนท์แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก” อติรุจน์กล่าวเสียงเรียบแต่แฝงด้วยความเฉียบขาดในคำพูด ทั้งที่ในใจรู้สึกโกรธอดีตบุตรเขยไม่น้อย ถึงแม้ต้นเหตุที่เกิดขึ้นเป็นเพราะบุตรบุญธรรมของตนก็ตาม แต่ก็ไม่สมควรเอาคืนชมพูนุชเช่นนี้“คุณพ่อผมขอโทษครับ ผม...”“อย่าบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ เพราะนนท์คิดจะเอาคืนยัยนุชตั้งแต่ต้น พ่อคงมองนนท์ผิดไปจริงๆ ครอบครัวเราเคยรู้สึกผิดมาตลอดกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่มาวันนี้พ่อบอกเลยว่าพ่อผิดหวังในตัวนนท์มาก”เสียงที่ดังออกมาจากห้องรับแขกทำให้อติวิชญ์กับกร
“ค่ะ... นุชกลัวนนท์ตามมาวุ่นวายเรื่องลูก นุชเจ็บเพราะเขามากพอแล้ว สิ่งที่นุชเคยทำไว้กับเขาก็ได้ชดใช้ไปหมดแล้ว”“ถ้าคุณชานนท์ยังรักคุณนุชอยู่ล่ะครับ”“ไม่หรอกค่ะ เขาเกลียดนุชมาก” ชมพูนุชยังจำถ้อยคำที่เขาเอ่ยกับโยทะกาได้ฝังใจ“แต่คุณชานนท์บอกกับผมว่าเขารักคุณนุชนะครับ”แม้จะมีโอกาสที่จะทำลายศัตรูหัวใจแต่นทีเลือกที่จะไม่ทำ เพราะใจเขาตอนนี้อยากให้ชมพูนุชได้ปรับความเข้าใจกับคนที่เธอรักมากกว่า“อย่าไปหลงเชื่อคำพูดเขาเด็ดขาดนะคะคุณต้น นนท์เคยใช้คำนี้ลวงหลอกใจนุชมาแล้ว” ชมพูนุชสวนกลับทันที เธอจะไม่มีวันเชื่อคำลวงของอดีตสามีอีกแน่นอน“ผมอยากให้คุณนุชคิดถึงลูกในท้องให้มากๆ นะครับ”“นุชเลี้ยงเขาได้ค่ะ แม้จะลำบากยังไงนุชก็ยอมค่ะ” ชมพูนุชยืนยันความคิดเดิมว่าจะไม่มีทางให้ชานนท์กลับเข้ามาในชีวิตอีก จนอีกฝ่ายเหนื่อยใจที่จะหว่านล้อม“แล้วทางบ้านคุณนุชจะยอมหรือครับ ผมคิดว่าคุณชานนท์คงเข้าไปหาคุณนุชที่บ้านแน่” คำพูดของนทีทำให้ชมพูนุชนิ่งอึ้งไป หา







