分享

น้องอาย

last update publish date: 2026-09-21 18:30:42

คนกลางอย่างน้ำอยากกุมขมับเหลือเกิน ปกติไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงดิน แสดงออกแบบนี้ เขาจะสุขุม น่าเกรงขาม พูดน้อย วันนี้ทำไมถึงเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเพื่อนเธอได้นะ

“เอาล่ะ คุณมีธุระอะไรกับผม ผมไม่มีเวลามาต่อกรกับคุณ” ชายหนุ่มมีนัดกับลูกค้าในตัวเมือง

เขาเสียเวลากับหญิงสาวมามากพอ

“เอ๊ะ! นาย”

“อาย แกก็เอาของที่แม่ฝากให้พ่อเลี้ยงสิ พ่อเลี้ยงมีธุระ พวกเราจะได้กลับ”

“อื้อ… แม่ให้เอามาให้นาย” สีหน้าบึ้งตึงไม่พอใจ เธอยื่นให้เขาจะได้รีบไปกลับ เธอร้อนเหนียวตัวไปหมด

“หือ…” แม้ชายหนุ่มจะรับมาแต่ยังคาใจ ในซองมีอะไรในนั้น

“น้ำ กลับได้หรือยัง” อารดาหันไปถามเพื่อน

“กลับสิ” น้ำพ่นลมหายใจหนักๆ รู้สึกโล่งใจเสียทีที่จะได้กลับบ้าน

ทั้งสองยกมือไหว้เจ้าของบ้านและพากันลงจากบ้าน ท่ามกลางเสียงบ่นพึมพำๆ ไม่ขาดปากของอารดา

หมวกที่ถือคอยทำหน้าที่พัดวี ให้กับเจ้าของที่ตอนนี้ใบหน้าแดง เพราะแดดที่ร้อนแรงในช่วงเวลาบ่ายโมงกว่าๆ

“น้ำ”

“หือ… มีไรอาย” น้ำหันตามเสียงเรียก

“เฮ้ย… อาย อาย” เสียงเรียกเพื่อนที่ล้มเป็นลมหมดสติ น้ำเข้าประคองพร้อมเขย่า

ด้านคนที่กำลังจะรีบไปธุระได้ยินเสียงเรียกชื่อผู้หญิง เขารีบวิ่งมาดู เห็นหญิงสาวสวมชุดเดรสนอนที่พื้น ส่วนครูน้ำนั่งประคองทั้งที่พื้นร้อนๆ

“อาย… เป็นอะไรครูน้ำ” เสียงทุ้มตื่นตระหนกถามครูน้ำ

“อายเป็นลมค่ะพ่อเลี้ยง” พ่อเลี้ยงดินรีบอุ้มหญิงสาวขึ้นบนบ้านไปยังห้องรับแขก

เขาวางหญิงสาวลงบนโซฟาโดยมีครูน้ำวิ่งตามมาติดๆ ด้วยความเป็นห่วงเพื่อน “ป้าเอี่ยมครับ ป้าเอี่ยม” ชายหนุ่มเรียกหาแม่บ้าน

“คะ พ่อเลี้ยง… เอ๊ะ!”

“เธอเป็นลม… ผมรบกวนป้าเอี่ยมดูแลด้วยนะครับ ผมต้องรีบไปคุยธุระ” เขายกนาฬิกาที่ข้อมือดูเวลา

“ค่ะๆ คุณรีบไปเถอะค่ะ ทางนี้ป้าดูแลให้ค่ะ” ก่อนจะปลีกตัวเดินเข้าครัวไปหาน้ำใส่กะละมังและผ้า ออกมาหาหญิงสาวอีกครั้ง แต่ก็ไม่เห็นชายหนุ่มเสียแล้ว

“อื้อ…”

“อาย อาย…” น้ำเรียกเพื่อนเมื่อเห็นว่าอารดาเริ่มรู้สึกตัว ใบหน้าที่ซีดเซียวเริ่มมีสีเลือดฝาดให้เห็น หลังจากป้าเอี่ยมเช็ดหน้าเช็ดตาให้

“น้ำ… ทำไมพวกเราถึงมาอยู่ที่นี่อีก” อารดาเปล่งเสียงถามเพื่อน แต่น้ำเสียงเหมือนติดที่ลำคอ เธอพยุงตัวขึ้นลุกนั่งโดยมีน้ำช่วยประคอง

“แกเป็นลม ฉันกับป้าเอี่ยมช่วยดูแลแก” น้ำบอกกับเพื่อน

อารดามองหน้าหญิงสูงอายุก่อนยกมือไหว้และกล่าวขอบคุณ

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยดูแลอาย”

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พ่อเลี้ยงดินไหว้วานให้ป้าดูแลคุณค่ะ” ก่อนไปพ่อเลี้ยงกำชับให้ดูแลเป็นอย่างดี

“พ่อเลี้ยง… พ่อเลี้ยงดินเหรอคะ” อารดาถาม

“ค่ะ” ป้าเอี่ยมยิ้ม

“งั้น พวกหนูขอลากลับบ้านก่อนนะคะ แม่จะเป็นห่วงค่ะ” อารดาตัดบท เธอไม่อยากอยู่นานไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เธอรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบาย

“อ๋อ ค่ะ”

ระหว่างที่สองสาวลุกขึ้นจากโซฟา โทรศัพท์ของอารดาได้ตกลงบนโซฟาโดยที่เธอไม่รู้ตัว ทั้งหมดลงมาข้างล่างและเดินไปยังรถมอเตอร์ไซค์ น้ำเสียบกุญแจและสตาร์ตรถ ขับออกจากไร่เอี่ยมสกุลชัยทันที

เวลาสิบสี่นาฬิกาสี่สิบห้านาที รถกระบะคู่ใจจอดดับเครื่องสนิท อยู่ในร้านอาหารตัวอำเภอ พ่อเลี้ยงดินปิดประตูรถก่อนจะเดินเข้าภายในร้าน เขานัดคุยกับลูกค้าที่ติดต่อเข้ามา เพื่อให้ทางไร่ส่งผลผลิตให้กับทางโรงแรมระดับห้าดาวในกรุงเทพฯ

เขาไปถึงก่อนเวลานิดหน่อยจึงเลือกที่จะไปนั่งรอในห้องวีไอพีของร้าน ระหว่างนั่งรอลูกค้า ชายหนุ่มโทรศัพท์กลับมายังบ้านพักเพื่อถามอาการหญิงสาว

ครืด ครืด

“สวัสดีค่ะ ไร่เอี่ยมสกุลชัยค่ะ”

“ผมเองครับ ผู้หญิงคนนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ”

เขาถามหาหญิงสาวที่เป็นลมล้มพับ

“อ้อ… คุณหนูอาย นั่นเหรอคะ เธอกลับไปได้สักพักแล้วค่ะ ครูน้ำก็กลับพร้อมกัน” ป้าเอี่ยมรายงาน

“อื้อ… อย่างงั้นเหรอครับ วันนี้ป้าไม่ต้องทำกับข้าวเผื่อผมนะครับ ผมคงกินข้างนอกเลย” เขาคงฝากท้องที่ร้านกับลูกค้าแทน ถึงนัดเจอที่นี่

“ได้ค่ะ” ชายหนุ่มวางสายจากป้าแม่บ้าน แต่สมองกลับคิดถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของหญิงสาว ริมฝีปากอมชมพูที่ต่อว่าเขา ไม่ลดราวาศอกทำให้เขาเผลอลืมตัวอมยิ้ม ก่อนสติจะกลับมา เขาสลัดศีรษะไล่ความคิดเหล่านั้น แค่วันแรกยังสะกดจิตเขาได้เพียงนี้ นานไปจะเป็นอย่างไรกัน

เสียงประตูเปิดเข้ามา ทำให้ชายหนุ่มมองไปยังประตู ก่อนจะมีชายหญิงหนึ่งคู่เดินเข้ามาแนะนำตัว

“พวกเรามาจากโรงแรมเอเชียเซาท์บีชค่ะ” หนึ่งในสองแนะนำตัวให้ชายหนุ่มทราบ

“ครับ ผม บดินทร์ เอี่ยมสกุลชัย เจ้าของไร่ที่คุณติดต่อมาครับ” เขาแนะนำตัวเช่นกัน

“ค่ะ”

“ครับ”

“ผมอเนก ผมเป็นผู้จัดการโรงแรม แล้วนี่คุณแก้วตาผู้ช่วยผมครับ”

“งั้นพวกเราเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ ตามที่ทางเราได้ติดต่อมาครั้งแรก ทางเราอยากให้ทางไร่ของคุณป้อนผลผลิตให้กับทางโรงแรมพวกเราค่ะ ทางเราได้ยินชื่อเสียงเรื่องผลผลิตของคุณจากหลายๆ ที่ ทางเจ้าของท่านเลยสนใจให้ติดต่อสอบถามครับ” ชายหนุ่มที่รับหน้าที่เจรจา คาดว่าน่าจะเป็นผู้จัดการโรงแรม

“ครับ อย่างที่พวกคุณรู้ไร่ของผมส่วนใหญ่ปลูกผักออร์แกนิก ปลอดสาร ราคาอาจจะสูงกว่าท้องตลาดหน่อยนะครับ แต่ไม่ได้สูงจนเกินงาม ผลไม้ก็เช่นกัน ผมคิดถึงผู้บริโภคเป็นหลักครับ” เขาอธิบายให้คนทั้งสองเข้าใจ

“พวกเราเข้าใจดีครับ ถึงอย่างนี้ไงครับ พวกเราถึงสืบเสาะจนรู้ว่าเป็นไร่ของคุณ”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พ่อเลี้ยงเป็นคนดี

    บนบ้านห้องรับแขกตุ๊บ! “โอ๊ย! โยนอีกแล้วนะโว้ย! ใช้แต่กำลัง” เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวเดิม“ฉันอ่อนโยนกับคนที่นิสัยดีเท่านั้น”“ฉันไม่ดีตรงไหน นายหาเรื่องฉันก่อน” พ่อเลี้ยงดินหันหลัง ถอดเสื้อแขนยาวโยนลงข้างๆ สองแขนของหญิงสาวเท้าสะเอวมองออกนอกระเบียง เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาหนักๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังหนา พลางคิดในใจ ทำไมเขาถึงเงียบเมื่อกี้ยังต่อว่าเธออยู่ฉอดๆเมื่อเธอเห็นเขาเงียบ พลันสมองสั่งงานให้มองหาของที่ต้องการ มือน้อยๆ ควานหาสิ่งที่ต้องการ เธอคิดว่าทำตกไว้ตรงนี้พร้อมสายตาที่ส่ายส่องมองหาเธอพลิกตัวหาทุกที่ที่คิดว่ามันตกอยู่แต่ไม่พบ หญิงสาวมัวแต่หาของจนไม่ทันสังเกต ว่าชายหนุ่มเดินหายไปทางไหน เงยหน้ามองอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว“เอ๊า หายไปไหนของเขา” เธอคิดในใจจากนั้นก็หันมาสนใจหาของที่ต้องการต่อ“ลูกแม่… แกตกหายตรงไหนกันนะ กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ตั้งหลายเดือนเลยนะ” อารดาเดินเขย่งเท้าวนไปมา รื้อค้นในที่ต่างๆ ก็ไม่เห็นคราวนี้เธอถึงกับถอดใจ โทรศัพท์ของเธอคงไม่ได้หล่นตรงนี้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวเข่าเริ่มอีกครั้ง อาจจะระบมช่วงที่เดินบ่อย ไหนเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการใส่รองเท้าส้นสูงลุยไปใ

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   จูบหวาน

    แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจังด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับเขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหาเจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆเมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ย

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ยอมที่ไหนกัน

    หลังจากเหลือกันแค่สองคน หญิงสาวก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มที่เขาจ้องมองเธอดู“มองอะไรของนาย ว้าย!” รองเท้าส้นสูงจมดินโคลนทำให้เธอหน้าคะมำ เธอล้มกองที่พื้น“เฮ้ย!” แต่เจ้าของไร่กลับยืนกอดอกมองดูหญิงสาวหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ“ไอ้คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อารดาพาตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอเจ็บเท้าและขา ทั้งรองเท้าที่กัดเท้าและไหนจะล้มเมื่อกี้นี้อีก เธอถอดรองเท้าออกลุกขึ้นยืนโดยเท้าเปล่า ก่อนจะหันไปดึงเอารองเท้าข้างที่จมดินขึ้นมาถือเธอเดินเขย่งเท้าเข้าหาชายหนุ่ม“เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น อารดาเชิดหน้าใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้า สายตาเข้มชำเลืองใบหน้าแสนหวาน แม้จะถูกปกปิดด้วยความมอมแมมแต่ยังคงดูสวยน่ารัก อยู่ๆ ใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันมาหาโทรศัพท์”“โทรศัพท์… ทำไมถึงมาหาที่นี่”“ก็เมื่อวานฉันเป็นลม มันน่าจะตกที่โซฟา”“เห็นตอนตกหรือ” เขาปั้นหน้าถาม“ไม่เห็น แต่ฉันมั่นใจ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก“ทำไมไม่หาที่บ้าน มาหาอะไรตรงนี้”“ไอ้ลูกน้องบ้าของนายนะสิ หลอกฉันมาเนี่ย” เธอแว้ดใส่คนตรงหน้า คิดแล

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   มีคนสวยอยากเจอพ่อเลี้ยง

    อารดาเดินสวนกับแม่ ขณะที่จะมาตามไปกินข้าว เพราะเมื่อเช้าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าว“อาย แม่กำลังจะตามไปกินข้าว”“แม่จ๋า อายจะไปไร่อีตาขี้เก๊ก”“เอ๋… ตาขี้เก๊ก ใครเหรอลูก” คนฟังถึงกับขมวดคิ้ว“ก็ไร่ของคนที่แม่ให้อายไปเมื่อวานนี้ไงคะ”“อ๋อ… เขาชื่อพ่อเลี้ยงดิน ขี้ก๊กขี้เก๊กอะไรกัน เราเป็นเด็กเป็นเล็ก คำพูดคำจาให้มีมารยาทรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เดี๋ยวเขาหาว่าพ่อแม่ไม่สอน” แม่ชบาติเตือนลูกสาว“พ่อแม่สอนมาดี… แต่ผู้ใหญ่บางคนยียวนกวนประสาทจะตายแม่” เธอย้อนคำแม่“แม่…”“หือ…”ขณะที่เดินกลับบ้าน หญิงสาวได้เอ่ยถามถึงบุคคลที่สาม เธออยากรู้ว่าเขาเป็นมาอย่างไรถึงได้มีแต่คนเรียกพ่อเลี้ยง ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นคนที่นี่มาแต่เกิด ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า“พ่อเลี้ยง” ทั้งที่ดูๆ แล้วอายุอานามยังน้อยๆ“อีตาขี้เก๊ก เอ๊ย! พ่อเลี้ยงดินของแม่นี่เป็นคนยังไงกันคะ”“คนแถวนี้ตั้งให้เพราะคุมคนงานดูแลพื้นที่หลายร้อยไร่ตามลำพัง แม่ว่าหนูคงจำพ่อเลี้ยงไม่ได้หรอกลูก ช่วงนั้นหนูยังเด็กมากๆ ส่วนพ่อเลี้ยงดินเขาเทียวไปเทียวมา ระหว่างกรุงเทพฯ กับที่นี่ ให้เล่ามันยาวเอาไว้แม่ค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน ไปกินข้าวกัน” แม่ชบาจูงมือลูกสาวเข้าบ้าน

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พระพรหม

    ฟากฝั่งเจ้าของโทรศัพท์พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เธอควรจะหลับไปนานแล้วแต่เพราะคิดมากทำให้เธอหลับไม่ลงมือบางคว้าโทรศัพท์แม่ขึ้นมากดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับโทรศัพท์ไม่ติด เหมือนถูกปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้หญิงสาวขุ่นเคืองยิ่งนัก เสียใจก็เสียใจเพราะเธอเก็บเงินซื้อมาแพงด้วย“ใครเก็บได้แล้วไม่คืน ขอให้มันกินอะไรแล้วสำลักตายไปเลย เพี้ยง!” พูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นท่วมหัวหญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาเดินหน้าบ้าน เธอชะเง้อมองไปยังรี­สอร์ต ที่เชื่อมหากันได้ แสงไฟเปิดตามทางเดิน ห้องพักเต็มทุกห้อง เธอเดินเล่นไปตามทาง ดอกแก้วส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจเธอสูดดมกลิ่นหอมๆ จนเต็มปอด ก่อนจะกลับเข้าบ้านและขึ้นห้องเช้าที่สดใสสำหรับหลายคน แม่ชบาตื่นเช้าเตรียมอาหารไว้รอใส่บาตรยามเช้า หลังจากนั้นขึ้นไปปลุกบุตรสาวให้มาใส่บาตรด้วยกัน“อาย… ลูกตื่นหรือยัง” แม่ชบาเคาะประตูพร้อมบิดลูกบิดประตูแต่มันล็อก แม่ชบายังคงเรียกและเคาะประตูอยู่แบบนั้น แม่ผู้อยากให้ลูกได้ตื่นมาสูดอากาศยามเช้าเพราะรู้ว่าที่กรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสได้อากาศที่สดชื่นแบบนี้“แม่… เคาะอยู่ได้”ประตูถูกเปิดโดยลูกสาวหน้าบึ้งตึงบูดบึ้งที่ขัดจังหวะการนอน“

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ฟ้าลิขิต

    บทสนทนาเริ่มเข้มข้นขึ้น พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นกันเองกับคนทั้งสอง ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงมาก จากที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกอาหารถูกจัดเรียงวางบนโต๊ะ แน่นอนการจัดวางดูสวยงามน่าทาน เพราะการใส่ใจดูแลของเจ้าของร้านที่นี่และเจ้าของร้านก็คือ “พ่อเลี้ยงดิน” นั่นเอง… เขาเปิดร้านอาหารนี้ให้กับภรรยาเป็นคนดูแล เพื่อไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาเจรจาติดต่อผลผลิต และเป็นตัวบ่งบอกว่าสินค้าของเขา สดใหม่สมคำร่ำลือจริงๆแต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่ต้องมาดูแลแทนหลังจากเลิกร้างกับภรรยา พ่อเลี้ยงดินฟังข้อเสนอต่างๆ พร้อมเอกสารสัญญาต่างๆ พร้อมกับลงลายเซ็น อันเป็นเสร็จสิ้นท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่มาติดต่อ การเจรจาตกลงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ล่วงเลยสู่มื้อค่ำ“ทานเยอะๆ เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ผมเป็นเจ้าของร้านเอง”“ฮะ คุณบดินทร์ เป็นเจ้าของเหรอคะ” แก้วตาที่กำลังตักสลัดผักถึงกับชะงักงันที่ได้ยิน“ครับ”“ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ แต่ผักกรอบหวานมากเลยค่ะ” เธอตอบตามความจริง“ขอบคุณครับ” ด้วยความหิวของสองหนุ่มสาว บวกกับอาหารถูกปาก ทำให้พวกเขาตักกินไม่หยุดและตบท้ายด้วยของหวานเป็นลำดับสุดท้ายขณะที่พ่อเลี้ยงดินแนะนำของหวาน เขาพลันได้ยินชื่อใค

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status