Share

พ่อเลี้ยง

last update publish date: 2026-09-21 18:30:22

“พ่อเลี้ยงดิน” หรือ นาย บดินทร์ เอี่ยมสกุลชัย อายุสี่สิบสองปี เจ้าของไร่เอี่ยมสกุลชัย ที่กินพื้นที่ในการปลูกผัก ผลไม้ส่งออกหลายร้อยไร่ ใน อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี ชายหนุ่มเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของครอบครัว

พ่อแม่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อหลายปีก่อน เขาแต่งงานมีครอบครัวกับสาวสวยในกรุงเทพฯ หลังหย่าขาดภรรยา เขาก็ครองตัวเป็นโสดมาหลายปีจนทุกวันนี้ ต่างเป็นที่หมายตาของสาวน้อยสาวใหญ่หลายๆ คน แต่เขาก็ยังไม่สนใจใครสักคน

“กว่าจะให้เข้าพบได้ ทำไมไม่รอให้มืดให้ค่ำก่อน คนอะไรไม่รู้จักมารยาทเอาเสียเลย” เสียงหญิงสาวเจ้าอารมณ์บ่นตลอดทางระหว่างขึ้นมาพบเจ้าของไร่

“อาย… เธอจะบ่นทำไม”

“พ่อเลี้ยงเขางานเยอะและอีกอย่างเราไม่ได้นัดพ่อเลี้ยงดินล่วงหน้า แกก็อย่าบ่นนักเลยน่า”

มันก็จริงของน้ำนั่นแหละ พวกเธอมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้าเพราะแม่ไม่ได้บอกอะไรกับเธอด้วยซ้ำ มีเพียงซองสีน้ำตาลที่ฝากมาให้เท่านั้น

เมื่อขึ้นมาถึงบนบ้าน ชายสูงวัยพามานั่งที่ห้องรับแขกที่แยกออกจากตัวบ้าน ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเล็กน้อย

ไม่นาน แม่บ้านยกน้ำมาให้แขกผู้มาเยือนใหม่ ปกติจะไม่ค่อยมีใครได้ขึ้นมาบนบ้านหลังนี้สักคน ทำให้แม่บ้านรู้สึกแปลกใจ ก็ได้แต่สอบถามสามี

“พี่สันต์… ใครเหรอจ๊ะ ฉันไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงให้แขกขึ้นมาพบ บนเรือนหลังนี้เลยพี่” ป้าเอี่ยมถามสามี

“ครูน้ำ… ส่วนอีกคนฉันเองก็ไม่เคยเห็นเหมือนกัน”

“สวยใช้ได้เลยนะพี่… ไม่น่าใช่คนแถวนี้หรอก”

“น่าจะเพื่อนครูน้ำมั้ง”

สองสามีภรรยายืนคุยกัน ต่างเหลียวมองทางสองสาวเป็นระยะๆ ก่อนแยกย้ายกันทำหน้าที่

หลังจากปล่อยให้สองสาวรอนาน

“สวัสดีครับคุณครูน้ำ” เสียงทุ้มกังวาน

เขาเอ่ยทักทายจากมุมห้องห้องหนึ่ง อารดาเหลือบสายตามองหาต้นตอของเสียง แค่ได้เห็นใบหน้าของชายหนุ่ม ทำเอาเธอถึงกับไอสำลักน้ำ หน้าดำหน้าแดงขณะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

“เฮ้ย… นาย” เธอชี้หน้าเขา พร้อมลุกขึ้นยืน ทำให้น้ำต้องลุกขึ้นตาม

“สวัสดีค่ะพ่อเลี้ยงดิน” น้ำยกมือไหว้ชายหนุ่ม พร้อมใช้ศอกสะกิดคนข้างๆ แต่อีกคนกลับนิ่งเฉย จนต้องเอ่ยขอโทษชายหนุ่ม

“ขอโทษนะคะพ่อเลี้ยง นี่อาย… เพื่อนของน้ำเองค่ะ พึ่งมาจากกรุงเทพฯ”

“ไม่เป็นไรครับครูน้ำ ว่าแต่วันนี้มีอะไรหรือเปล่าครับ ถึงมาที่นี่ได้” แม้จะพูดกับอีกคนแต่สายตากลับเหลียวมองหญิงสาวอีกคน ที่ยืนชูคอแข็งจ้องมองหน้าเขา ตาไม่กะพริบ

“พ่อเลี้ยงอะไรของแก… เนี่ยคนที่ฉันเจอตอนรอแกไง” อารดายังคงเถียงเพื่อน

“หยุดเลยอาย… นี่คือพ่อเลี้ยงดิน ตัวจริงเสียงจริง ที่แกอยากเจอ” น้ำย้ำชื่อชายหนุ่มให้อารดาฟังอีกรอบ อารดาหยุดและหย่อนก้นลงนั่งเก้าอี้ มองหน้าชายหนุ่มอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่ต่างกับชายหนุ่มที่จ้องใบหน้าหญิงสาว ก่อนยกขานั่งไขว่ห้าง มือประสานวางบนหน้าขา

“ครับ… ผม บดินทร์ เอี่ยมสกุลชัย หรือ คุณจะเรียกผม พ่อเลี้ยงดินเหมือนครูน้ำ ผมก็ไม่ว่าครับ” ชายหนุ่มแนะนำตัวเต็มยศ

ฝั่งหญิงสาวเองแทบไม่เชื่อหูตัวเอง เป็นเขาหรอกหรือ แล้วเขาเป็นบ้าอะไร ถึงไม่บอกเธอตั้งแต่แรก ปล่อยให้เธอยืนจนขาแข็งตากแดดตั้งนาน อารดาลมออกหูต่อว่าชายหนุ่มทันที

“อะไรนะ นายเนี่ยนะพ่อเลี้ยงดิน แล้วทำไมไม่บอกฉันตั้งแต่แรก ปล่อยให้ยืนรอจนขาแข็งตากแดด ถ้าฉันไม่สบายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ ฮะ!”

“หึ หึ…” เขาแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ

ความยุ่งยากตกมาอยู่ที่กชกร เธอทำตัวไม่ถูก สองคนนี้เจอกันแล้วอย่างนั้นหรือ แล้วทำไมพ่อเลี้ยงดิน ถึงไม่บอกเพื่อนเธอตั้งแต่แรก

ความวุ่นวายน่าจะไม่จบแน่ๆ เพราะเพื่อนเธอไม่ยอมคนง่ายๆ

“คุณไม่ได้ถาม ผมก็ไม่ได้บอกแล้วผมผิดตรงไหนครับคุณ” ชายหนุ่มหยุดพูด พลางมองหน้าหญิงสาว เหมือนอยากรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม

“ฉันชื่ออารดา บุษยากร ลูกสาวคนเดียวของแม่ชบากับพ่ออดุลย์ บุษยากร นายมันเป็นเจ้าของไร่ ที่นิสัยแย่มากๆ เลยนะ ปล่อยให้ผู้หญิงบอบบางอย่างฉัน ยืนตากแดดตั้งนาน ผิวสวยๆ ใสๆ ของฉันไหม้ ใครจะรับผิดชอบ ฮะ! ไอ้คนนิสัยไม่ดี” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มยกใหญ่ แม้แต่น้ำห้ามก็ไม่ยอมฟัง น้ำได้แต่ขอโทษชายหนุ่มซ้ำๆ

คนถูกต่อว่าเพ่งมองริมฝีปากจิ้มลิ้ม ที่กำลังต่อว่าเขา ไม่มีใครกล้าต่อกรกับคนอย่างเขาคงมีหญิงสาวคนนี้คนเดียว ที่ยังไม่รู้จักเขาดี เจ้าหล่อนถึงแว้ดๆ ใส่เขาไม่หยุด

เขายอมรับว่าหญิงสาวนั้นสวย น่ารัก หน้าตาจิ้มลิ้ม ตัวเล็กบอบบางน่าทะนุถนอม ยิ่งทรวดทรงองค์เอวเล็กคอด หน้าอกหน้าใจไม่ต้องพูดถึงคาดว่าคงล้นมือหากได้สัมผัส

แต่นิสัยคำพูดคำจาขวานผ่าซากไม่ไหวๆ คนโดนจ้องถึงกับขึ้นเสียงใส่ “มองอะไรมิทราบ”

“คุณมีอะไรให้ผมมอง… ผมก็มองอันนั้นแหละครับ”

“ไอ้ทะลึ่ง”

คนพามาถึงกับต้องดึงแขนไว้ เธอกลัวเพื่อนจะต่อยหน้าชายหนุ่ม

“ผมเป็นผู้ชายทะลึ่งไม่แปลกหรอกครับ คุณนี่นิสัยเสีย นิสัยแย่ กว่าผมเยอะเลยนะอาย ที่ต่อว่าเจ้าของบ้านฉอดๆ คุณเป็นผู้หญิงแบบไหนกัน เท่าที่ผมรู้จักแม่ชบา ไม่มีนิสัยอย่างคุณเลย คุณนี่มันจริงๆ” ชายหนุ่มพูดอย่างใจเย็นกระตุกยิ้มมุมปาก

“นายว่าฉันนิสัยไม่ดีเหรอวะ”

“แล้วแต่คุณจะคิด” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พ่อเลี้ยงเป็นคนดี

    บนบ้านห้องรับแขกตุ๊บ! “โอ๊ย! โยนอีกแล้วนะโว้ย! ใช้แต่กำลัง” เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวเดิม“ฉันอ่อนโยนกับคนที่นิสัยดีเท่านั้น”“ฉันไม่ดีตรงไหน นายหาเรื่องฉันก่อน” พ่อเลี้ยงดินหันหลัง ถอดเสื้อแขนยาวโยนลงข้างๆ สองแขนของหญิงสาวเท้าสะเอวมองออกนอกระเบียง เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาหนักๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังหนา พลางคิดในใจ ทำไมเขาถึงเงียบเมื่อกี้ยังต่อว่าเธออยู่ฉอดๆเมื่อเธอเห็นเขาเงียบ พลันสมองสั่งงานให้มองหาของที่ต้องการ มือน้อยๆ ควานหาสิ่งที่ต้องการ เธอคิดว่าทำตกไว้ตรงนี้พร้อมสายตาที่ส่ายส่องมองหาเธอพลิกตัวหาทุกที่ที่คิดว่ามันตกอยู่แต่ไม่พบ หญิงสาวมัวแต่หาของจนไม่ทันสังเกต ว่าชายหนุ่มเดินหายไปทางไหน เงยหน้ามองอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว“เอ๊า หายไปไหนของเขา” เธอคิดในใจจากนั้นก็หันมาสนใจหาของที่ต้องการต่อ“ลูกแม่… แกตกหายตรงไหนกันนะ กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ตั้งหลายเดือนเลยนะ” อารดาเดินเขย่งเท้าวนไปมา รื้อค้นในที่ต่างๆ ก็ไม่เห็นคราวนี้เธอถึงกับถอดใจ โทรศัพท์ของเธอคงไม่ได้หล่นตรงนี้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวเข่าเริ่มอีกครั้ง อาจจะระบมช่วงที่เดินบ่อย ไหนเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการใส่รองเท้าส้นสูงลุยไปใ

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   จูบหวาน

    แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจังด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับเขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหาเจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆเมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ย

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ยอมที่ไหนกัน

    หลังจากเหลือกันแค่สองคน หญิงสาวก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มที่เขาจ้องมองเธอดู“มองอะไรของนาย ว้าย!” รองเท้าส้นสูงจมดินโคลนทำให้เธอหน้าคะมำ เธอล้มกองที่พื้น“เฮ้ย!” แต่เจ้าของไร่กลับยืนกอดอกมองดูหญิงสาวหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ“ไอ้คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อารดาพาตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอเจ็บเท้าและขา ทั้งรองเท้าที่กัดเท้าและไหนจะล้มเมื่อกี้นี้อีก เธอถอดรองเท้าออกลุกขึ้นยืนโดยเท้าเปล่า ก่อนจะหันไปดึงเอารองเท้าข้างที่จมดินขึ้นมาถือเธอเดินเขย่งเท้าเข้าหาชายหนุ่ม“เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น อารดาเชิดหน้าใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้า สายตาเข้มชำเลืองใบหน้าแสนหวาน แม้จะถูกปกปิดด้วยความมอมแมมแต่ยังคงดูสวยน่ารัก อยู่ๆ ใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันมาหาโทรศัพท์”“โทรศัพท์… ทำไมถึงมาหาที่นี่”“ก็เมื่อวานฉันเป็นลม มันน่าจะตกที่โซฟา”“เห็นตอนตกหรือ” เขาปั้นหน้าถาม“ไม่เห็น แต่ฉันมั่นใจ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก“ทำไมไม่หาที่บ้าน มาหาอะไรตรงนี้”“ไอ้ลูกน้องบ้าของนายนะสิ หลอกฉันมาเนี่ย” เธอแว้ดใส่คนตรงหน้า คิดแล

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   มีคนสวยอยากเจอพ่อเลี้ยง

    อารดาเดินสวนกับแม่ ขณะที่จะมาตามไปกินข้าว เพราะเมื่อเช้าลูกสาวยังไม่ได้กินข้าว“อาย แม่กำลังจะตามไปกินข้าว”“แม่จ๋า อายจะไปไร่อีตาขี้เก๊ก”“เอ๋… ตาขี้เก๊ก ใครเหรอลูก” คนฟังถึงกับขมวดคิ้ว“ก็ไร่ของคนที่แม่ให้อายไปเมื่อวานนี้ไงคะ”“อ๋อ… เขาชื่อพ่อเลี้ยงดิน ขี้ก๊กขี้เก๊กอะไรกัน เราเป็นเด็กเป็นเล็ก คำพูดคำจาให้มีมารยาทรู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ เดี๋ยวเขาหาว่าพ่อแม่ไม่สอน” แม่ชบาติเตือนลูกสาว“พ่อแม่สอนมาดี… แต่ผู้ใหญ่บางคนยียวนกวนประสาทจะตายแม่” เธอย้อนคำแม่“แม่…”“หือ…”ขณะที่เดินกลับบ้าน หญิงสาวได้เอ่ยถามถึงบุคคลที่สาม เธออยากรู้ว่าเขาเป็นมาอย่างไรถึงได้มีแต่คนเรียกพ่อเลี้ยง ทั้งๆ ที่เธอก็เป็นคนที่นี่มาแต่เกิด ทำไมเขาถึงถูกเรียกว่า“พ่อเลี้ยง” ทั้งที่ดูๆ แล้วอายุอานามยังน้อยๆ“อีตาขี้เก๊ก เอ๊ย! พ่อเลี้ยงดินของแม่นี่เป็นคนยังไงกันคะ”“คนแถวนี้ตั้งให้เพราะคุมคนงานดูแลพื้นที่หลายร้อยไร่ตามลำพัง แม่ว่าหนูคงจำพ่อเลี้ยงไม่ได้หรอกลูก ช่วงนั้นหนูยังเด็กมากๆ ส่วนพ่อเลี้ยงดินเขาเทียวไปเทียวมา ระหว่างกรุงเทพฯ กับที่นี่ ให้เล่ามันยาวเอาไว้แม่ค่อยเล่าให้ฟังแล้วกัน ไปกินข้าวกัน” แม่ชบาจูงมือลูกสาวเข้าบ้าน

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   พระพรหม

    ฟากฝั่งเจ้าของโทรศัพท์พลิกตัวไปมานอนไม่หลับ เธอควรจะหลับไปนานแล้วแต่เพราะคิดมากทำให้เธอหลับไม่ลงมือบางคว้าโทรศัพท์แม่ขึ้นมากดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันกลับโทรศัพท์ไม่ติด เหมือนถูกปิดเครื่องไปแล้ว ทำให้หญิงสาวขุ่นเคืองยิ่งนัก เสียใจก็เสียใจเพราะเธอเก็บเงินซื้อมาแพงด้วย“ใครเก็บได้แล้วไม่คืน ขอให้มันกินอะไรแล้วสำลักตายไปเลย เพี้ยง!” พูดเสร็จเธอก็ยกมือขึ้นท่วมหัวหญิงสาวสวมเสื้อคลุมออกมาเดินหน้าบ้าน เธอชะเง้อมองไปยังรี­สอร์ต ที่เชื่อมหากันได้ แสงไฟเปิดตามทางเดิน ห้องพักเต็มทุกห้อง เธอเดินเล่นไปตามทาง ดอกแก้วส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลชวนให้ชื่นใจเธอสูดดมกลิ่นหอมๆ จนเต็มปอด ก่อนจะกลับเข้าบ้านและขึ้นห้องเช้าที่สดใสสำหรับหลายคน แม่ชบาตื่นเช้าเตรียมอาหารไว้รอใส่บาตรยามเช้า หลังจากนั้นขึ้นไปปลุกบุตรสาวให้มาใส่บาตรด้วยกัน“อาย… ลูกตื่นหรือยัง” แม่ชบาเคาะประตูพร้อมบิดลูกบิดประตูแต่มันล็อก แม่ชบายังคงเรียกและเคาะประตูอยู่แบบนั้น แม่ผู้อยากให้ลูกได้ตื่นมาสูดอากาศยามเช้าเพราะรู้ว่าที่กรุงเทพฯ คงไม่มีโอกาสได้อากาศที่สดชื่นแบบนี้“แม่… เคาะอยู่ได้”ประตูถูกเปิดโดยลูกสาวหน้าบึ้งตึงบูดบึ้งที่ขัดจังหวะการนอน“

  • อายดินกลิ่นรัก ณ บ้านไร่   ฟ้าลิขิต

    บทสนทนาเริ่มเข้มข้นขึ้น พ่อเลี้ยงหนุ่มเป็นกันเองกับคนทั้งสอง ทำให้พวกเขาผ่อนคลายลงมาก จากที่ไม่ค่อยกล้าแสดงออกอาหารถูกจัดเรียงวางบนโต๊ะ แน่นอนการจัดวางดูสวยงามน่าทาน เพราะการใส่ใจดูแลของเจ้าของร้านที่นี่และเจ้าของร้านก็คือ “พ่อเลี้ยงดิน” นั่นเอง… เขาเปิดร้านอาหารนี้ให้กับภรรยาเป็นคนดูแล เพื่อไว้ต้อนรับลูกค้าที่มาเจรจาติดต่อผลผลิต และเป็นตัวบ่งบอกว่าสินค้าของเขา สดใหม่สมคำร่ำลือจริงๆแต่ตอนนี้เป็นเขาเองที่ต้องมาดูแลแทนหลังจากเลิกร้างกับภรรยา พ่อเลี้ยงดินฟังข้อเสนอต่างๆ พร้อมเอกสารสัญญาต่างๆ พร้อมกับลงลายเซ็น อันเป็นเสร็จสิ้นท่ามกลางความโล่งใจของผู้ที่มาติดต่อ การเจรจาตกลงใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง ล่วงเลยสู่มื้อค่ำ“ทานเยอะๆ เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ ผมเป็นเจ้าของร้านเอง”“ฮะ คุณบดินทร์ เป็นเจ้าของเหรอคะ” แก้วตาที่กำลังตักสลัดผักถึงกับชะงักงันที่ได้ยิน“ครับ”“ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ แต่ผักกรอบหวานมากเลยค่ะ” เธอตอบตามความจริง“ขอบคุณครับ” ด้วยความหิวของสองหนุ่มสาว บวกกับอาหารถูกปาก ทำให้พวกเขาตักกินไม่หยุดและตบท้ายด้วยของหวานเป็นลำดับสุดท้ายขณะที่พ่อเลี้ยงดินแนะนำของหวาน เขาพลันได้ยินชื่อใค

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status