LOGINไร่เอี่ยมสกุลชัยมาจากนามสกุลของเจ้าของไร่รุ่นบุกเบิก จนกระทั่งเมื่อเกือบสิบปีก่อนที่ผ่านมา พ่อแม่ของชายหนุ่มเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้พ่อเลี้ยงดินและภรรยาลงมาดูแลสานต่อไร่แห่งนี้
“ภรรยา… พ่อเลี้ยงดินเคยมีเมียมาก่อนเหรอแม่” ทำให้อารดาเบิกตากว้าง เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะเคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อน
“ใช่ ภรรยาของพ่อเลี้ยงดินเป็นคนสวย เห็นว่าเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ทั้งสองยังไม่มีลูกด้วยกัน”
“ดีแล้วที่ไม่มีลูก ไม่งั้นคงสงสารเด็กที่มีพ่อแบบนี้”
“ไปว่าเขาทำไม หนูไม่น่ารักเลย” เธอถูกดุ
“แล้วทำไมไม่เห็นเมียเขาเลยละแม่ อายไปสองวันติดก็ยังไม่เคยเจอสักครั้ง” เธอสงสัย
“หย่ากันแล้ว”
“หย่า… เพราะอะไรแม่ ทำไมถึงหย่า”
“แม่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะอะไรแต่คนแถวนี้เล่าต่อๆ กันมาว่าเธอหนีตามผู้ชายที่กรุงเทพฯ” พลางถอนหายใจลากยาว อารดาต่อว่าชายหนุ่ม
“คงเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงหรือไม่ก็ลงไม้ลงมือตบตีเมียแน่ๆ เธอถึงหนีตามชายอื่นหรือไม่ก็ใช้งานจนเธอทนไม่ไหว สมน้ำหน้า”
“ผิดจ้ะ พ่อเลี้ยงดินไม่เคยตบตีหรือต้องให้เมียทำงานด้วยซ้ำ แต่เปิดร้านอาหารให้เมียตามที่เธอต้องการ” แม่ชบายิ้มให้ลูกสาว
“เขามีร้านอาหารด้วยเหรอแม่… อยู่ที่ไหนแล้วตอนนี้ใครดูแลคะ” เธอทำตาโตไม่รู้ว่าคนอย่างพ่อเลี้ยงดินจะมีความสามารถในด้านการทำอาหาร
“ในตัวอำเภอจ้ะ”
“แม่… เขาไม่มีเมียใหม่เหรอคะ” ด้วยความอยากรู้
“ไม่เห็นมีนะ เห็นตัวคนเดียวทำแต่งาน แต่มีสาวๆ มากหน้าหลายตามาติดพัน ก็ยังไม่ตกลงปลงใจกับใครสักคน คงอยากใช้ชีวิตครองโสดมั้งแม่ว่า” แม่ชบาหัวเราะเบาๆ
“ปากร้ายขนาดนั้นใครจะเอาละแม่” หญิงสาวเบ้ปาก อารดานั่งฟังเรื่องราวของพ่อเลี้ยงดินอยู่นานสองนาน สำหรับมุมมองที่เธอได้เห็นช่วงที่ผ่านมา ชายหนุ่มยังร้ายอยู่ดี ชอบใช้อารมณ์ใช้กำลัง แต่หญิงสาวสะดุดกับคำพูดของแม่
“อีกหน่อยอายต้องเรียนรู้งานกับพ่อเลี้ยงดิน ลดความเอาแต่ใจลงบ้าง”
“เรียนรู้เรื่องอะไรแม่… ทำไมอายต้องเรียนรู้ด้วย”
“เดี๋ยวลูกก็รู้เอง อ้าว กินข้าวได้แล้วจะได้กินยานอนพัก ตัวรุมๆ” มือที่เริ่มเหี่ยวย่นแตะลงบนหน้าผากลูกสาวอย่างห่วงใย
เวลาพลบค่ำ… หลังจากหญิงสาวจอมป่วนกลับบ้าน จริงๆ เขาอดห่วงความปลอดภัยของเธอไม่ได้ แต่ความถือดีทำให้เขาต้องปล่อย ขนาดเจอกันแค่วันสองวันยังขนาดนี้
นานวันไปเขาจะยิ่งขนาดไหน ผู้หญิงจอมจุ้นวุ่นวายขี้เหวี่ยงขี้วีนเอาแต่ใจ หากไม่เพราะในเอกสารที่แนบท้ายมาด้วย เขาคงหักคอเจ้าหล่อนตายไปวันละหลายๆ รอบ แต่เมื่อนึกถึงความหวานจากปากคนตัวเล็ก มันตรึงตราจนเขายิ้มกรุ้มกริ่มอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
คู่ขาที่ว่าเด็ดยังสู้หญิงสาวไม่ได้ ยามที่ได้ลิ้มลองกลับทำให้เขาไม่อยากปล่อยให้เธอหลุดมือ แต่เธอคือหญิงต้องห้ามสำหรับเขา เขาไม่ชอบเด็กแก่แดดไม่มีมารยาท แม้ใจบอกไม่แต่ในหัวกลับตรงข้าม
เขาสัมผัสเรือนร่างอันแสนนุ่มนิ่มไม่หยาบกร้าน ผิวขาวอมชมพูกลิ่นกายหอมยั่วยวนยิ่งอกอิ่มที่เขาได้สัมผัสมันนุ่มมือเสียเหลือเกิน ริมฝีปากเย้ายวนชวนหลงใหล แต่พอคำพูดคำจาทำเอาเขาต้องสะบัดศีรษะไล่ความคิดเหล่านั้น เขาขบกรามแน่นเมื่อเจอวีรกรรมแสบๆ ของเธอถึงกับสบถ
“เด็กแสบ… จะหลอกหลอนฉันไปถึงไหนกัน” แก่ขนาดนี้พึ่งเจอเด็กแก่แดดทำให้จิตใจเขาปั่นป่วนหาเวลาคลายเครียด
“ไอ้โต้ง… ไอ้โต้ง โว้ย!” เสียงตะโกนเรียกลูกน้องคนสนิท พ่อเลี้ยงดินขับรถไปหาที่โกดังเก็บผักด้วยอารมณ์หงุดหงิดในใจไม่หายต้องหาอะไรช่วยให้มันผ่อนคลายสักหน่อย โต้งเองไม่ได้ยินเสียงเรียกแต่มีคนงานวิ่งตาตั้งมาบอก
“พี่โต้งๆ พ่อเลี้ยงเรียกหาท่าทางอารมณ์ไม่ค่อยดี” ชายหนุ่มทำหน้าสงสัยทำไมพ่อเลี้ยงถึงอารมณ์ไม่ดี เขารีบละมือจากการตรวจผักใส่ลังแล้วให้อีกคนทำแทน
“พ่อเลี้ยงมีอะไรใช้ผมครับ?” โต้งยิ้มกว้างส่งให้คนที่นั่งอยู่บนรถ
“ขึ้นรถ” คนฟังไม่รอให้พูดซ้ำสอง เขารีบวิ่งอ้อมเปิดประตูอีกฝั่งขึ้นนั่ง
ไม่ทันได้ปิดประตูรถกระบะก็แล่นออกไปยังทางออกนอกไร่ด้วยความเร็ว ลูกน้องอย่างโต้งชินกับพฤติกรรมของเจ้านาย ตั้งแต่อยู่มาเขารู้จักเจ้านายที่สุด จึงเป็นที่ไว้ใจและฝากฝังให้ช่วยเป็นหูเป็นตา โต้งเองยังเป็นผู้คุมคนงานที่นี่ด้วย
“พ่อเลี้ยงรีบไปตามควายเหรอครับ”
เมื่อรถเลี้ยวขึ้นสู่ถนนใหญ่มุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ
“ตามควาย… พ่อมึงสิ” มือหนาจับพวงมาลัยเหยียบคันเร่งไม่มีแผ่วเบา กลางคืนถนนโล่ง ต่างจังหวัดก็จะมีรถวิ่งน้อย ยิ่งเกินสองทุ่มก็ไม่ค่อยมีรถวิ่งเข้าออก
“ไม่ตามควาย จะพาผมไปไหนครับ”
“ไปผับไอ้คิน” เขาตอบเสียงอ่อนลง
“ว้าว… หวานหมูไอ้โต้งอีกแล้ว จะได้ควงสาวๆ ฮ่าๆ” โต้งแกล้งแหย่ เขาไม่ค่อยเห็นพ่อเลี้ยงหงุดหงิดแบบนี้บ่อยนัก มันต้องมีอะไรในใจเขาแน่ๆ“เพราะคุณผู้หญิงคนเมื่อตอนบ่ายหรือเปล่านะทำให้พ่อเลี้ยงของโต้งหงุดหงิด”“ถ้าไม่อยากตกรถ ก็หุบปาก” เมื่อถูกจับได้พ่อเลี้ยงดินพูดขู่ลูกน้อง“พ่อเลี้ยงครับ เธอสวย ตัวเล็ก น่ารัก แถมดูติงต๊องนิดๆ ใครอยู่ด้วยไม่น่าเครียดนะครับ” โต้งยังไม่หยุด“โอ๊ย ใครว่าสวยก็สวยไปเถอะ สำหรับฉัน… เธอมันจอมป่วนวุ่นวาย สร้างเรื่องทุกที่ทุกเวลา น่ารำคาญชิป” สีหน้าชายหนุ่มจริงจัง“ผมถามพ่อเลี้ยงทีเถอะ พ่อเลี้ยงจะครองโสดไปอีกนานแค่ไหน ควรหาเมียคลายเหงาได้แล้วนะครับ เดี๋ยวมีลูกไม่ทันใช้” โต้งอยากให้พ่อเลี้ยงแต่งงาน มีครอบครัวอีกครั้งเพราะเขาครองตนอยู่คนเดียว“พ่อกูหรือไง ถึงมาสั่ง นั่งเงียบๆ กูหนวกหู”ตามที่ลูกน้องพูด มันก็มีบ้างที่เขาอยากมีครอบครัวอีกครั้ง แต่เขาก็ยังหาคนที่เข้ากับเขาไม่ได้สักคนผับเมฆินทร์ เวลา 20.45 น. ชายหนุ่มขับรถไปจอดยังที่จอด ก่อนโยนกุญแจให้โต้ง เขารับมันและหย่อนลงในกระเป๋ากางเกงยีน“ผมไปหาสาวๆ นะพ่อเลี้ยง”โต้งมีที่ประจำเวลามาเขาจะปลีกตัวไปอยู่กับสาวๆ ไม่ยุ่
ไร่เอี่ยมสกุลชัยมาจากนามสกุลของเจ้าของไร่รุ่นบุกเบิก จนกระทั่งเมื่อเกือบสิบปีก่อนที่ผ่านมา พ่อแม่ของชายหนุ่มเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตทั้งคู่ ทำให้พ่อเลี้ยงดินและภรรยาลงมาดูแลสานต่อไร่แห่งนี้“ภรรยา… พ่อเลี้ยงดินเคยมีเมียมาก่อนเหรอแม่” ทำให้อารดาเบิกตากว้าง เธอคิดไม่ถึงว่าเขาจะเคยผ่านการมีครอบครัวมาก่อน“ใช่ ภรรยาของพ่อเลี้ยงดินเป็นคนสวย เห็นว่าเป็นคนกรุงเทพฯ แต่ทั้งสองยังไม่มีลูกด้วยกัน”“ดีแล้วที่ไม่มีลูก ไม่งั้นคงสงสารเด็กที่มีพ่อแบบนี้”“ไปว่าเขาทำไม หนูไม่น่ารักเลย” เธอถูกดุ“แล้วทำไมไม่เห็นเมียเขาเลยละแม่ อายไปสองวันติดก็ยังไม่เคยเจอสักครั้ง” เธอสงสัย“หย่ากันแล้ว”“หย่า… เพราะอะไรแม่ ทำไมถึงหย่า”“แม่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะอะไรแต่คนแถวนี้เล่าต่อๆ กันมาว่าเธอหนีตามผู้ชายที่กรุงเทพฯ” พลางถอนหายใจลากยาว อารดาต่อว่าชายหนุ่ม“คงเป็นพวกชอบใช้ความรุนแรงหรือไม่ก็ลงไม้ลงมือตบตีเมียแน่ๆ เธอถึงหนีตามชายอื่นหรือไม่ก็ใช้งานจนเธอทนไม่ไหว สมน้ำหน้า”“ผิดจ้ะ พ่อเลี้ยงดินไม่เคยตบตีหรือต้องให้เมียทำงานด้วยซ้ำ แต่เปิดร้านอาหารให้เมียตามที่เธอต้องการ” แม่ชบายิ้มให้ลูกสาว“เขามีร้านอาหารด้วยเห
สองเท้าก้าวลงบันไดช้าๆ ถึงมันจะมีเพียงห้าขั้น สำหรับคนที่ขาเจ็บมันก็ลงลำบาก หญิงสาวใช้มือจับราวบันไดค่อยๆ ลง หลายครั้งที่ทรงตัวไม่อยู่เกือบล้มหลายครั้ง เธอหอบสังขารมาเรื่อยๆ จนถึงต้นไม้ที่ห่างจากบันไดไม่มาก หลังบอบบางแอบพิงแล้วถอนหายใจ“จะกลับยังไงอายเอ๊ย…” เธอได้แค่คิดแต่ยังคงไม่ลดละความพยายามที่จะไปให้ถึงรถที่จอดอยู่ฟากฝั่งคนตัวโต หลังจากเขาเดินหนีหญิงสาว เขาอ้อมเข้าห้องทำงานที่อยู่ติดห้องรับแขก เขาแอบมองพฤติกรรมของหญิงสาวจนเธอไปถึงรถและเปิดประตูพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถได้พ่อเลี้ยงดินคิดว่า ถ้าเธอเป็นผู้หญิงอ่อนหวานถ่อมตนจะน่ารักมากกว่านี้ นี่ขนาดทำตัวเป็นผู้หญิงห้าวยังน่ามอง แต่นึกถึงความแสบแล้วถึงกับส่ายหัวทันที“จะรอดไหมวะอาย” ขณะเสียบกุญแจสตาร์ตรถแม้จะเจ็บขาแต่หญิงสาวค่อยๆ หมุนพวงมาลัย เพื่อเลี้ยวรถขับออกจากไร่ โดยค่อยๆ ขับช้าๆ หัวเข่าที่ตึงทำให้เธอปวดระบม ไม่ใช่แค่เข่ากับมือแต่มันปวดร้าวทั้งตัวเมื่อออกพ้นไร่เอี่ยมสกุลชัย เธอรีบขับตรงดิ่งกลับบ้านทันที ตอนแรกก็ว่าจะแวะหาน้ำแต่ไม่ไหวมันปวดเกินไป เธอจึงมุ่งหน้ากลับบ้านทันทีรีสอร์ตบ้านอาย อารดาเลี้ยวรถเข้ามาจอดในโรงรถของรีสอร์ต
บนบ้านห้องรับแขกตุ๊บ! “โอ๊ย! โยนอีกแล้วนะโว้ย! ใช้แต่กำลัง” เธอถูกโยนลงบนโซฟาตัวเดิม“ฉันอ่อนโยนกับคนที่นิสัยดีเท่านั้น”“ฉันไม่ดีตรงไหน นายหาเรื่องฉันก่อน” พ่อเลี้ยงดินหันหลัง ถอดเสื้อแขนยาวโยนลงข้างๆ สองแขนของหญิงสาวเท้าสะเอวมองออกนอกระเบียง เขาหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะพ่นมันออกมาหนักๆ หญิงสาวมองแผ่นหลังหนา พลางคิดในใจ ทำไมเขาถึงเงียบเมื่อกี้ยังต่อว่าเธออยู่ฉอดๆเมื่อเธอเห็นเขาเงียบ พลันสมองสั่งงานให้มองหาของที่ต้องการ มือน้อยๆ ควานหาสิ่งที่ต้องการ เธอคิดว่าทำตกไว้ตรงนี้พร้อมสายตาที่ส่ายส่องมองหาเธอพลิกตัวหาทุกที่ที่คิดว่ามันตกอยู่แต่ไม่พบ หญิงสาวมัวแต่หาของจนไม่ทันสังเกต ว่าชายหนุ่มเดินหายไปทางไหน เงยหน้ามองอีกทีก็ไม่เห็นเขาแล้ว“เอ๊า หายไปไหนของเขา” เธอคิดในใจจากนั้นก็หันมาสนใจหาของที่ต้องการต่อ“ลูกแม่… แกตกหายตรงไหนกันนะ กว่าจะเก็บเงินซื้อได้ตั้งหลายเดือนเลยนะ” อารดาเดินเขย่งเท้าวนไปมา รื้อค้นในที่ต่างๆ ก็ไม่เห็นคราวนี้เธอถึงกับถอดใจ โทรศัพท์ของเธอคงไม่ได้หล่นตรงนี้อาการเจ็บจี๊ดๆ ที่หัวเข่าเริ่มอีกครั้ง อาจจะระบมช่วงที่เดินบ่อย ไหนเท้าที่เป็นแผลพุพองจากการใส่รองเท้าส้นสูงลุยไปใ
แต่ก็ช่วยไม่ได้เธอหาเรื่องเอง ทั้งๆ ที่พึ่งเจอกันได้แค่สองวันเธอยังสร้างความปวดหัวให้กับเขาขนาดนี้“เธอหาเรื่องเองช่วยไม่ได้ ช่วยหยุดพูดก่อนที่ฉันจะโยนเธอลงพื้นจริงๆ ฉันรำคาญ” ตอนนี้สีหน้าเขาดูจริงจังด้วยความที่กลัวว่าเขาจะทำจริงเธอจึงเงียบเสียง อยู่นิ่งๆ ให้เขาพาไปยังรถ เขาเปิดประตูด้วยมือเดียว ก่อนจะโยนร่างหญิงสาวบนเบาะนั่งข้างคนขับ เธอไถลไปตามแรงโยน“โอ๊ย! ไอ้บ้า! โยนลงมาได้” จากที่น้ำตาแห้งไปก่อนหน้านี้มันไหลออกมาอีกครั้ง“ซี้ด! เจ็บเป็นบ้า” เธอบ่นคนเดียวก่อนขยับนั่งให้เข้าที่เข้าทาง พ่อเลี้ยงดินเดินอ้อมมายังฝั่งคนขับเขาหัวเสียอย่างหนักผู้หญิงอะไรเจอกันทีไรหาเรื่องได้ตลอดเวลา เขาพลางส่ายหัวขับไล่เรื่องไร้สาระออกจากหัว“นาย รองเท้าฉัน” เธอพูดเบาๆ“ช่างมัน เธอรวยซื้อใหม่แค่นี้เอง” ก่อนเลี้ยวรถกลับเข้าทางจงใจให้ล้อรถเหยียบทับรองเท้าเจ้าปัญหาเจ้าของรถขับรถไปยังโกดังเก็บผัก เหล่าพนักงานกำลังขะมักเขม้น จัดเรียงผักสลัดใส่กล่องโฟมเตรียมส่งไปยังร้านอาหารต่างๆเมื่อเห็นรถของพ่อเลี้ยงดินแล่นเข้ามาจอดต่างช่วยกันขนเข่งผักลง“เรียบร้อยครับพ่อเลี้ยง” โต้งเดินเข้ามาบอก“อ้าว… ฮั่นแน่! พ่อเลี้ย
หลังจากเหลือกันแค่สองคน หญิงสาวก้าวเท้าไปหาชายหนุ่มที่เขาจ้องมองเธอดู“มองอะไรของนาย ว้าย!” รองเท้าส้นสูงจมดินโคลนทำให้เธอหน้าคะมำ เธอล้มกองที่พื้น“เฮ้ย!” แต่เจ้าของไร่กลับยืนกอดอกมองดูหญิงสาวหน้าตาเฉย ไม่แม้แต่จะช่วยเหลือ“ไอ้คนแล้งน้ำใจ” หญิงสาวต่อว่าชายหนุ่มเมื่อเห็นว่าเขายืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน อารดาพาตัวเองลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล เธอเจ็บเท้าและขา ทั้งรองเท้าที่กัดเท้าและไหนจะล้มเมื่อกี้นี้อีก เธอถอดรองเท้าออกลุกขึ้นยืนโดยเท้าเปล่า ก่อนจะหันไปดึงเอารองเท้าข้างที่จมดินขึ้นมาถือเธอเดินเขย่งเท้าเข้าหาชายหนุ่ม“เธอมาทำอะไรที่นี่” ทั้งสองประจันหน้ากันก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยขึ้น อารดาเชิดหน้าใช้มือเกลี่ยผมออกจากใบหน้า สายตาเข้มชำเลืองใบหน้าแสนหวาน แม้จะถูกปกปิดด้วยความมอมแมมแต่ยังคงดูสวยน่ารัก อยู่ๆ ใจเขากลับเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน“ฉันมาหาโทรศัพท์”“โทรศัพท์… ทำไมถึงมาหาที่นี่”“ก็เมื่อวานฉันเป็นลม มันน่าจะตกที่โซฟา”“เห็นตอนตกหรือ” เขาปั้นหน้าถาม“ไม่เห็น แต่ฉันมั่นใจ” เธอลอยหน้าลอยตาบอก“ทำไมไม่หาที่บ้าน มาหาอะไรตรงนี้”“ไอ้ลูกน้องบ้าของนายนะสิ หลอกฉันมาเนี่ย” เธอแว้ดใส่คนตรงหน้า คิดแล






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
