分享

หนที่สอง

last update publish date: 2026-09-03 20:04:42

“เสด็จพ่อ นางไม่อยากช่วยเสด็จแม่” จวินเหิงรีบฟ้อง

ฮ่องเต้นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

“เจ้าก็รู้จักประมาณตนดี... แต่ในเมื่อฮองเฮาประสงค์เช่นนี้ เรื่องนี้ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ถ่ายทอดโองการ แต่งตั้งหวังหลีอินเป็นอินกุ้ยเหริน อีกสามวันให้เข้าวัง ย้ายไปอยู่ตำหนักเจี้ยงเสี่ย”

“ฝ่าบาท... หม่อมฉัน...” หวังเหมยหรงรีบแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แต่ทอดสายตาข่มขู่มาทางน้องสาว

“หลีอิน... ขัดราชโองการ มีโทษถึงล้างโคตรนะ” พร้อมกับลอบยิ้ม

“อีกอย่างอนุหลินมารดาของเจ้ายามนี้ ก็ยังอยู่ในจวน เฝ้ารอความสำเร็จของเจ้าอยู่มิใช่หรือ?” หลีอินลอบกำหมัดแน่น จนเล็บจิกเนื้อ

‘มาไม้นี้อีกแล้ว... ชาติก่อนก็ใช้ท่านแม่มาบีบคั้นข้า’

ดวงตาของหลีอินแปรเปลี่ยนเป็นแวววาวเหี้ยมเกรียม

‘ได้... ในเมื่อเลือกเส้นทางนี้ให้ข้า วันหน้าก็อย่ามาเสียใจทีหลัง’

“หม่อมฉันน้อมรับพระบัญชาเพคะ”

หลีอินกราบราบลงกับพื้น

“ฝ่าบาท ฮองเฮา หม่อมฉันรู้สึกอ่อนล้าเล็กน้อย หม่อมฉันขอทูลลาเพคะ”

เมื่อเดินพ้นออกมาจากตำหนัก จวินเหิงและเจียงฝูเหรินก็รีบก้าวมาดักหน้า

“หึ... หวังหลีอิน อย่าคิดว่า เสด็จพ่อให้เข้าวังแล้ว จะมาตีเสมอเสด็จแม่ได้นะ” จวินเหิงกอดอกเชิดหน้า

“บุตรของอนุอย่างไร ก็คือบุตรของอนุ สวมชุดดีแค่ไหน ก็เปลี่ยนสายเลือดต่ำต้อยไม่ได้หรอก”

“ใช่แล้ว นกกระจอกต่อให้บินขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้ใหญ่ ก็ยังเป็นแค่นกกระจอกอยู่วันยันค่ำ” ฝูเหรินหัวเราะร่า

หลีอินมองเด็กทั้งสองด้วยรอยยิ้มละมุน

“เพคะ คำสั่งสอนขององค์ชายและองค์หญิง หลีอินจะจดจำไว้ให้ขึ้นใจ”

‘วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล... บัญชีเลือดนี้ข้าจะค่อยๆ ชำระให้หมดสิ้น ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมเป็นหมากให้ใครอีก อำนาจ ตราหงส์ และชัยชนะ... ต้องเป็นของข้า’

เด็กทั้งสองชะงักไปกับสายตาเย็นชาใต้รอยยิ้มนั้น ก่อนที่หลีอินจะหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองอีก

สามวันต่อมา...

หวังหลีอินย้ายเข้าสู่ตำหนักเจี้ยงเสี่ย ตำหนักแห่งหิมะโปรยปราย นางยืนมองเกล็ดหิมะที่เริ่มร่วงหล่นในลานตำหนัก

‘ชาติตระกูลคือเกียรติยศที่เบื้องบนประทาน แต่หิมะคือความหนาวเย็นที่ย่อยยับได้ง่ายดาย... สมกับเป็นเล่นการเมืองในวังหลังที่เย็นชาและไร้ความปรานี’

“ถวายบังคมท่านหญิงเพคะ บ่าวชื่อซิงซิน”

“บ่าวชื่อชิวหนิงเพคะ ฮองเฮามีรับสั่งให้พวกบ่าวมาคอยรับใช้ท่านหญิง” นางกำนัลสองคนคุกเข่าลงตรงหน้า

หลีอินมองปราดเดียวก็รู้ว่า นี่คือหูตา ที่หวังเหมยหรงส่งมาจับตาดู

“ลำบากพวกเจ้าแล้ว” หลีอินเอ่ย

“ฮองเฮามีรับสั่งว่า เมื่อจัดที่พักเรียบร้อยแล้ว โปรดไปคำนับขอบพระคุณ ที่ตำหนักเฟิ่งซีด้วยเพคะ”

หลีอินยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาฉายแววเด็ดเดี่ยว...

“ข้ารู้แล้ว”

ณ ตำหนักเฟิ่งซี

หวังหลีอินในชุดพระสนมเต็มยศก้าวเข้ามาด้านใน นางย่อกายลงอย่างชดช้อยทว่ามั่นคง

“หม่อมฉันอินกุ้ยเหริน ถวายพระพรฮองเฮา ขอจงทรงพระเจริญพลานามัยสมบูรณ์เพคะ”

‘พี่หญิง... ความแค้นของพวกเรา เริ่มต้นขึ้นแล้ว’

ภายในตำหนักตลบลอยด้วยกลิ่นเครื่องหอมผสมยาสมุนไพร หวังเหมยหรงเอนกายบนตั่งทอง

ใบหน้าแม้ซีดเซียวทว่านัยน์ตากลับเต็มไปด้วยการคำนวณ

“อืม... พี่น้องกัน ไยต้องมากพิธี มานั่งใกล้ๆ พี่นี่สิ”

หวังเหมยหรงเอ่ยพลางกระแอมไอ

“สังขารข้าคงประคองได้อีกไม่นาน ต่อไปในวังหลวงเจ้าต้องระวังให้มาก โดยเฉพาะเจียงกุ้ยเฟย บิดานางคุมกำลังทหาร อำนาจบาตรใหญ่ยิ่งนัก”

‘เรื่องนี้ข้ารู้ดีกว่าใคร ชาติก่อนเพื่อดันจวินเหิง ข้าต้องสู้รบตบมือกับกุ้ยเฟยถึงสามปีเต็ม จนกระทั่งแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินถูกล้ม... ไม่ต้องมาแสร้งทำเป็นหวังดีหรอก’

“คำสั่งสอนของพี่หญิง น้องจะจำใส่ใจเพคะ” หลีอินก้มหน้าตอบอย่างนอบน้อม

“ดีมาก... คืนนี้ข้าจัดการห้องถวายงานไว้แล้ว ฝ่าบาทจะทรงพลิกป้ายเลือกเจ้า”

“ขอบพระคุณพี่หญิงที่ทรงเมตตาเพคะ”

“พี่น้องกันจะเกรงใจทำไม เมื่อได้รับความโปรดปรานแล้ว... อย่าลืมช่วยดูแลเหิงเอ๋อร์กับฝูเอ๋อร์แทนข้าด้วยเล่า”

“น้องจะดูแลเด็กทั้งสอง... เป็นอย่างดีเลยเพคะ” หลีอินเน้นคำท้ายเสียงอย่างแผ่วเบา

“เอาเถิดๆ ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้ากลับไปรอฟังข่าวดีที่ตำหนักเจี้ยงเสี่ยเถอะ”

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ตอนจบ

    หลายเดือนต่อมา... หลังจากพิธีพระบรมศพอันยิ่งใหญ่ตระการตาระดับแผ่นดินเสร็จสิ้นลง ราชสำนักที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสลมทางการเมืองเริ่มกลับคืนสู่ความสงบเงียบหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยเริ่มเหือดแห้งไปตามกาลเวลา ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับพระนางยังคงอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในวังหลวงแห่งนี้ เจียงเหยียนฮ่องเต้ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทอด้วยผ้ากระสอบหยาบตามโบราณราชประเพณี เดินก้าวเข้ามาในอุทยานหลวงส่วนพระองค์อย่างเงียบเชียบท่ามกลางหมู่ตึกฉลุลายและระเบียงที่ทอดยาว พระองค์ทรงปฏิเสธการติดตามของเหล่าขันทีและองครักษ์เสื้อแพร ทรงต้องการเพียงความเงียบสงบเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจที่ยังคงสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์รักมากที่สุดพระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หน้าต้นโบตั๋นโบราณที่กำลังผลิดอกสีแดงสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่เสด็จแม่ทรงโปรดปรานที่สุดในยามมีชีวิต ยามเมื่อสายลมวสันตฤดูพัดโบกเบาๆ หอบเอาไอความเย็นจางๆ และกลิ่นอายของผืนดินหลังสายฝนมาปะทะใบไม้สีเขียวชอุ่มและกลีบดอกหนานุ่มต่างพากันสั่นไหวราวกับกำลังกระซิบกระซาบเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ มีกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่กล่องหนึ่งซึ่งพระองค์ท

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   จารึก

    ทว่าในวินาทีสุดท้ายนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป นางจึงได้ตระหนักรู้แจ้งในใจตนเองแล้วว่า นางมิได้เพียงแค่หลอกลวงพระองค์...ในส่วนลึกของหัวใจอันมืดมิดและบิดเบี้ยวของหวังหลีอิน นางก็รักชายผู้นั้นเช่นกันความรักของนางมิใช่ความรักอันบริสุทธิ์ดั่งเช่นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นความรักที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความเข้าใจในความโดดเดี่ยวของกันและกันเจียงเฉินหรงเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวบนบัลลังก์มังกร ส่วนนางคือบุตรอนุผู้โดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในตระกูลหวัง และวังหลังอันโสมม พวกเขาต่างเป็นจิตวิญญาณที่เว้าแหว่งและบอบช้ำ สองร่างที่กอดก่ายกันเพื่อหาไออุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวังหลวง‘เฉินหรง... อ้อมกอดของพระองค์ในวันนั้น มันช่างหวานชื่นและอบอุ่นเหลือเกิน ข้าขอโทษที่ต้องเร่งเวลาของพระองค์ ข้าขอโทษที่ต้องกลายเป็นนางพญามาร แต่ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อเจียงเหยียน... ลูกของเรา เพื่อมิให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหมือนดั่งที่พวกเราเคยเป็น’ความทรงจำเกี่ยวกับความหวานชื่นในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดอกบัวดำกลางกองเพลิงที่กำลังเบ่งบานเป็นครั้งสุดท้ายภาพยามที่พระองค์ทรงจูงมือน

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ลมหายใจเฮือกสุดท้าย

    ระฆังล้อลมที่แขวนอยู่ชายคาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา คล้ายจะดึงจิตวิญญาณของนางให้ลอยล่องกลับไปสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น... กาลเวลาที่นางเคยคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานงิ้วอันโหดเหี้ยม‘ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ’ หลีอินคิดในใจอย่างเยือกเย็น นางมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อยสำหรับสตรีที่ผ่านการนองเลือดและซากศพมาทั้งชีวิต ความตายเป็นเพียงการพักผ่อนอันยาวนานเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของพญาหงส์ทมิฬผู้โดดเดี่ยว กลับมิใช่ภาพความสะใจยามที่ศัตรูถูกประหารมิใช่ภาพกองทองคำล้ำค่า หรือเสียงสรรเสริญพันปี พันปี ของเหล่าขุนนางที่เคยคุกเข่าแทบเท้า... หากแต่เป็นภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งชายผู้เป็นสวามี จักรพรรดิผู้เดียวดายและขี้ระแวงเจียงเฉินหรง ในความทรงจำอันพร่าเลือน...ภาพวันวานยามที่นางเพิ่งให้กำเนิดเจียงเหยียนน้อยในเดือนสามปีจิ่งไท่ที่สิบแปดลอยเด่นขึ้นมา ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้...หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่นางต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตร ร่างกายจวนเจียนจะแตกดับ แสงสว่างแรกของยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับการปรากฏ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   นางพญาหงส์

    เหล่าขุนนางที่เหลือพากันตัวสั่นงันงก ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของสองแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปยามนี้ทุกคนต่างตระหนักแจ่มแจ้งแล้วว่า หวังไทเฮาผู้นี้ โหดเหี้ยมและลึกล้ำยิ่งกว่าอดีตจักรพรรดิเจียงเฉินหรงหลายเท่าตัวนักยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หลีอินประทับยืนอยู่บนหอคอยหลวงที่สูงที่สุดของพระราชวัง ทอดสายตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนของราษฎรนับหมื่นนับแสนในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ เจียงเหยียนน้อยเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้วตามลม พระองค์คุกเข่าลงเบื้องหลังมารดา“เสด็จแม่... ลูกจัดการเสนาบดีกู้ตามความประสงค์ของเสด็จแม่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลีอินค่อยๆ หันกลับมามองลูกชาย นางย่อกายลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย ดึงร่างของเขาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น ความอ่อนโยนแผ่ออกมาอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“เหยียนเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำได้ดีมาก”นางลูบพระเกศาของลูกชายเบาๆ“เจ้าอย่าได้โกรธแค้นแม่เลยนะลูก ที่แม่ต้องทำเยี่ยงนี้ ก็เพื่อปกป้องเจ้าและบัลลังก์นี้ไว้ให้เจ้าปูหนทางเดินอย่างราบรื่น ในวังหลวงแห่งนี้ หากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะหันมาแว้ง

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ใส่ร้าย?

    เมื่อบิดาจากไป ซิงซินก็ก้าวเข้ามาประคองหลีอินไปที่หน้าต่างหลวงท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงช่างกว้างใหญ่ทว่าเงียบสงัด หลีอินทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ลมหนาวพัดโบกผ้าคลุมหงส์พัดปลิว“ซิงซิน เจ้าดูสิ... วังหลวงแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามข้าไร้อำนาจ ทุกย่างก้าวคือขวากหนาม คืนข้ามปีคือฝันร้าย” หลีอินพึมพำแผ่ว“ทว่าในยามที่ข้าเหยียบย่ำทุกคนขึ้นมาอยู่เหนือหัว โลกทั้งใบกลับสงบนิ่งและยอมสยบแทบเท้าข้าอย่างง่ายดายปานนี้”“เป็นเพราะความปรีชาสามารถและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไทเฮาต่างหากเพคะ” ซิงซินเอ่ยอย่างภักดี“จากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือบังคับพระองค์ได้อีกแล้วเพคะ” หลีอินคลี่ยิ้มลึกล้ำ รอยยิ้มของดอกบัวขาวที่บัดนี้อาบไปด้วยพิษร้ายและโลหิต“ใช่แล้ว... จากนี้ไป แผ่นดินต้าฉีนี้ จะต้องจารึกนามของข้าหวังหลีอินไปตลอดกาล”กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก ด้วยความสงบสุข...ราชสำนักต้าฉีภายใต้การปกครองหลังม่านของหวังไทเฮารุ่งเรืองและมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในความสงบนั้น กลับซ่อนเพลิงริษยาระลอกใหม่ไว้ใต้คลื่นน้ำยามนี้เจียงเหยียนฮ่องเต้องค์น้อยเจริญพระชนมพรรษาขึ้นเป็นสิบชันษา พระองค์ทรงเฉลียวฉลาด ดวงตาถ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   โอรสแห่งข้า

    “ฮองเฮาเพคะ นี่คือยาบำรุงที่พระสนมหลินตำหนักตะวันออกส่งมาให้ตรวจเพคะ” ซิงซินในชุดหัวหน้านางกำนัลผู้ทรงอิทธิพล ยื่นถ้วยยารมควันสมุนไพรมาตรงหน้าหลีอินที่ยามนี้นั่งประทับบนเก้าอี้หงส์ ปัดปิ่นทองบนมวยผมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายมองถ้วยยาพลางแค่นยิ้มเยือกเย็น“ใส่ผงชาดร้อยรากลงไปในถ่านรมควันตำหนักนางเพิ่มอีกสามส่วน นางอยากมีลูกจนตัวสั่น ก็ให้นางฝันกลางวันต่อไปเถิด”“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้เงียบเชียบที่สุด”เล่ห์กลของข้าช่างเรียบง่ายทว่าไร้ร่องรอย บ้างก็เป็นของขวัญพระราชทานแฝงกลิ่นหอมรมยาชวนให้มดลูกแห้งเหี่ยว บ้างก็เป็นน้ำแกงโสมบำรุงครรภ์ที่ผสมตัวยาแท้งอย่างช้าๆสนมคนใดที่โง่เขลาคิดจะใช้ท้องไต่เต้า ข้าล้วนส่งพวกนางไปพบจุดจบในป่าช้าหลังวังหลวงอย่างเงียบงัน ขอเพียงวังหลวงแห่งนี้ไม่มีองค์ชายหน้าใหม่กำเนิดขึ้นมาอีก ข้าก็จะเป็นผู้ชนะตลอดกาลเจียงเฉินหรงผู้ขี้ระแวงหารู้ไม่ว่า สตรีดอกบัวขาวที่เขาคิดว่าแสนดีและเที่ยงธรรมที่สุด ยามนี้ได้กลายเป็นนางพญามารที่คุมชะตากรรมผู้คนในวังหลังไว้ทั้งหมดพระองค์ทรงชราภาพลงทุกวัน พระพลานามัยทรุดโทรมจากการเสวยน้ำแกงโสมบำรุงที่ข้าจัดถวายให้ทุกค่ำคืน...น

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status