分享

โอกาส

last update publish date: 2026-09-03 20:04:14

“หลีอิน... หวังหลีอิน”

เสียงเรียกอันคุ้นเคยปลุกให้หวังหลีอินสะดุ้งตื่น ภาพเบื้องหน้าทำเอาหัวใจนางกระตุกเกร็ง...

หวังเหมยหรง... พี่สาวต่างมารดานอนซูบผอมอยู่บนเตียงประชวร

“น้องหญิง... ข้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน ฝูเอ๋อร์กับเหิงเอ๋อร์ ข้าฝากเจ้าดูแลด้วยนะ”

‘นี่ข้าย้อนกลับมาเมื่อสิบปีก่อน... วันที่หวังเหมยหรงฝากฝังบุตรอย่างนั้นหรือ?’

หลีอินแอบกำหมัดแน่น ขณะที่พี่สาวผู้ใจดีประหนึ่งโพธิสัตว์ ยังคงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโรย

“ข้าเหลือเวลาไม่มากแล้ว...” นางยื่นมืออันสั่นเทามาจับ

“สิ่งเดียวที่ตัดไม่ขาดคือลูกทั้งสอง หากข้าลับตาไปใครจะคอยคุ้มครองพวกเขา... เจ้าจะยอมเข้าวังไปเป็นสนมเพื่อช่วยดูแลเด็กๆ แทนข้าได้หรือไม่?”

‘ชาติก่อนข้าหลงเชื่อสายใยพี่น้อง ยอมดื่มยาตัดสายเลือด เข้าวังรับมีดแทนลูกของนาง แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนกลับเป็นสุราพิษหนึ่งจอกพร้อมคำตราหน้าว่าอนุชั้นต่ำ’

“หลีอิน... หากเจ้ายินยอม ก็จงดื่มยาชามนั้นซะ ภายหน้าเด็กๆ จะได้เคารพเจ้าดั่งแม่แท้ๆ”

หวังเหมยหรงเบนสายตาไปยังชามยาบนโต๊ะ

‘ยาชามนี้... ยาพิษที่กักขังและทำลายชีวิตข้าทั้งชีวิต’

หลีอินมองชามยาด้วยสายตาเย็นยะเยือก ไร้ซึ่งความสงสารหลงเหลืออีกต่อไป

“หลีอิน เจ้าฟังอยู่หรือไม่?”

ร่างบางคลี่ยิ้มแผ่วเบา นัยน์ตาทอดมองสตรีบนเตียงด้วยความนิ่งสงบ

“พี่หญิงล้อเล่นแล้ว เหิงเอ๋อร์กับฝูเอ๋อร์เป็นถึงโอรสและองค์หญิงสายตรง ฐานันดรสูงศักดิ์ ย่อมมีฝ่าบาทและพระสนมทั้งวังคอยดูแล ไฉนต้องมาฝากฝังกับบุตรของอนุที่ยังไม่ออกเรือนเช่นข้าด้วยเล่า?”

“ฮะ...” หวังเหมยหรงชะงักไป

“หวังหลีอิน” เด็กชายตัวน้อยข้างเตียงตวาดลั่น

“เสด็จแม่เมตตาเจ้าแล้ว กล้าขัดขืนหรือ? เป็นแค่อนุ ยังกล้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงอีก”

จวินเหิงในวัยเด็กชี้หน้านางอย่างเอาเรื่อง

“องค์ชายโปรดระงับโทสะ หม่อมฉันเจียมตัวดีว่าฐานะต่ำต้อย จึงไม่กล้าทำให้โอรสและองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ต้องมัวหมองเพคะ” หลีอินเยาะยิ้มในใจ แต่นางกลับรีบก้มหน้า แสร้งทำเป็นหวาดกลัว

“ยอมรับก็ดีแล้ว”

เจียงฝูเหรินในวัยเยาว์เอ่ยสมทบด้วยน้ำเสียงจองหอง

“ที่เสด็จแม่ยอมใช้งานเจ้า ก็นับเป็นบุญหัวแค่ไหนแล้ว”

หลีอินจ้องมองเด็กทั้งสอง...

‘ชาติที่แล้วข้าช่างโง่งมนัก คิดว่าเป็นเพียงนิสัยเด็กดื้อ พอโตขึ้นคงจะกลาเกลากระทั่งยอมรับข้าได้ ที่ไหนได้... สันดานเลวทรามมันฉายชัดมาตั้งแต่เด็ก ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาสข้าเกิดใหม่ พวกเจ้าแม่ลูก... ข้าจะทำให้พวกเจ้าได้ลิ้มรสความสิ้นหวังยิ่งกว่าที่ข้าเคยเจอ’

“เหิงเอ๋อร์ ฝูเอ๋อร์... หลีอินคือท่านน้าของพวกเจ้านะ เหตุใดจึงเสียมารยาทเช่นนี้” หวังเหมยหรงแสร้งทำเป็นดุบุตรด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

“แต่เสด็จแม่” จวินเหิงเถียงทันควัน

“เสด็จแม่เป็นถึงบุตรีคนโตของท่านเสนาบดี ข้าคือโอรสองค์โต จะมีน้าเป็นแค่ลูกอนุต่ำต้อยได้อย่างไร”

“หุบปาก” หวังเหมยหรงตวาดพร้อมกับไอจนตัวโยน

“หลีอินเป็นพี่น้องของข้า เป็นผู้อาวุโสของพวกเจ้า ไร้การอบรมถึงเพียงนี้เชียวหรือ รีบขอโทษท่านน้าเดี๋ยวนี้”

หลีอินลอบมองภาพละครฉากใหญ่ด้วยสายตาเรียบเฉย

‘หากไม่ได้ย้อนกลับมา คงถูกการละครของเจ้าหลอกซ้ำอีกแน่’

หวังเหมยหรงหันมามองหลีอินด้วยสายตาแสนเวทนา

“หลีอิน... ทั้งหมดเป็นเพราะข้าร่างกายอ่อนแอ อบรมพวกเขาไม่ดี วันนี้ข้าขออภัยเจ้าแทนเด็กไม่รู้ความสองคนนี้ด้วยนะ”

“พี่หญิงกล่าวหนักไปแล้วเพคะ” หลีอินยิ้มหวาน ทว่าวาจาที่เอ่ยกลับทิ่มแทง

“เชื้อพระวงศ์สายตรงย่อมมีนิสัยผยองเป็นธรรมดา เพียงแต่... ยิ่งยกตนสูงเท่าไหร่ ยามตกลงมาก็ยิ่งเจ็บปวดเท่านั้น ยโสเย่อหยิ่งเช่นนี้ วันหน้าในวังหลังอันโสมม ไม่รู้จะต้องเผชิญอุปสรรคจนบอบช้ำอีกกี่ครา”

“เจ้า” จวินเหิงถลึงตาใส่ แต่ถูกสายตาของมารดาปรามไว้เสียก่อน

“ข้าเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว... หลีอิน พี่ขอวอนเจ้า”

หวังเหมยหรงทำท่าจะพยุงกายลงมาจากเตียง

“เสด็จแม่” เด็กทั้งสองรีบเข้าไปประคอง ขณะที่หลีอินยืนมองนิ่งๆ

‘อยากรู้เหมือนกันว่าเจ้าจะเล่นละครไปได้ถึงไหน’

ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าจากภายนอกก็ดังขึ้น หวังเหมยหรงพลันดวงตาเหลือกค้างแล้วแสร้งทอดกายหมดสติไป

“ฝ่าบาทเสด็จ”

ฮ่องเต้เจียงเฉินหรงก้าวเข้ามาด้วยท่าทีเคร่งขรึม หลีอินและเด็กทั้งสองรีบย่อกายถวายบังคม

“ฮองเฮาประชวรหนัก ไม่ต้องมากพิธี”

ฮ่องเต้ตรงเข้าไปพยุงหวังเหมยหรงที่ค่อยๆ แสร้งลืมตาขึ้นมาอย่างอ่อนแรง

“ฝ่าบาท... หม่อมฉันคงอยู่ได้อีกไม่นาน สิ่งเดียวที่ห่วงคือเหิงเอ๋อร์กับฝูเอ๋อร์ หม่อมฉันอยากฝากให้น้องสาวเข้าวังมาช่วยดูแล แต่นางกลับ...” หวังเหมยหรงเอ่ยทิ้งทายพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ฮ่องเต้ตวัดสายตาเข้มมายังหลีอิน

“ตระกูลหวัง ฮองเฮามีเจตนาดี พวกเจ้าเป็นสายเลือดเดียวกัน เหตุใดจึงไม่เข้าใจนาง?”

หลีอินก้มศีรษะลงกราบทูลด้วยความนอบน้อม

“ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันหวาดเกรงนัก... องค์ชายและองค์หญิงมีฐานันดรสูงส่ง ควรให้พระสนมผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่เป็นผู้ดูแล หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรของอนุ หากเข้าวังเกรงว่า จะทำให้ราชวงศ์เสื่อมเสียพระเกียรติ ยิ่งจะทำให้ผิดต่อความหวังดีของฮองเฮาเพคะ” สีหน้าและแววตาของนางบ่งบอกแบบนั้นจริงๆ ช่างเจียมเนื้อเจียมตัว

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ตอนจบ

    หลายเดือนต่อมา... หลังจากพิธีพระบรมศพอันยิ่งใหญ่ตระการตาระดับแผ่นดินเสร็จสิ้นลง ราชสำนักที่เคยตึงเครียดด้วยกระแสลมทางการเมืองเริ่มกลับคืนสู่ความสงบเงียบหยาดน้ำตาแห่งความอาลัยเริ่มเหือดแห้งไปตามกาลเวลา ทว่าความทรงจำเกี่ยวกับพระนางยังคงอบอวลอยู่ทุกตารางนิ้วในวังหลวงแห่งนี้ เจียงเหยียนฮ่องเต้ในชุดไว้ทุกข์สีขาวบริสุทธิ์ทอด้วยผ้ากระสอบหยาบตามโบราณราชประเพณี เดินก้าวเข้ามาในอุทยานหลวงส่วนพระองค์อย่างเงียบเชียบท่ามกลางหมู่ตึกฉลุลายและระเบียงที่ทอดยาว พระองค์ทรงปฏิเสธการติดตามของเหล่าขันทีและองครักษ์เสื้อแพร ทรงต้องการเพียงความเงียบสงบเพื่อเยียวยาบาดแผลในใจที่ยังคงสูญเสียผู้หญิงที่พระองค์รักมากที่สุดพระองค์ทรงหยุดยืนอยู่หน้าต้นโบตั๋นโบราณที่กำลังผลิดอกสีแดงสะพรั่ง ดอกไม้ชนิดนี้เป็นดอกไม้ที่เสด็จแม่ทรงโปรดปรานที่สุดในยามมีชีวิต ยามเมื่อสายลมวสันตฤดูพัดโบกเบาๆ หอบเอาไอความเย็นจางๆ และกลิ่นอายของผืนดินหลังสายฝนมาปะทะใบไม้สีเขียวชอุ่มและกลีบดอกหนานุ่มต่างพากันสั่นไหวราวกับกำลังกระซิบกระซาบเรื่องราวในอดีตที่ไม่มีใครเคยล่วงรู้ ในพระหัตถ์ของฮ่องเต้ มีกล่องไม้แกะสลักเก่าแก่กล่องหนึ่งซึ่งพระองค์ท

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   จารึก

    ทว่าในวินาทีสุดท้ายนี้ เมื่อมองย้อนกลับไป นางจึงได้ตระหนักรู้แจ้งในใจตนเองแล้วว่า นางมิได้เพียงแค่หลอกลวงพระองค์...ในส่วนลึกของหัวใจอันมืดมิดและบิดเบี้ยวของหวังหลีอิน นางก็รักชายผู้นั้นเช่นกันความรักของนางมิใช่ความรักอันบริสุทธิ์ดั่งเช่นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา แต่เป็นความรักที่หล่อหลอมขึ้นมาจากความเข้าใจในความโดดเดี่ยวของกันและกันเจียงเฉินหรงเป็นจักรพรรดิผู้โดดเดี่ยวบนบัลลังก์มังกร ส่วนนางคือบุตรอนุผู้โดดเดี่ยวที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในตระกูลหวัง และวังหลังอันโสมม พวกเขาต่างเป็นจิตวิญญาณที่เว้าแหว่งและบอบช้ำ สองร่างที่กอดก่ายกันเพื่อหาไออุ่นในค่ำคืนอันหนาวเหน็บของวังหลวง‘เฉินหรง... อ้อมกอดของพระองค์ในวันนั้น มันช่างหวานชื่นและอบอุ่นเหลือเกิน ข้าขอโทษที่ต้องเร่งเวลาของพระองค์ ข้าขอโทษที่ต้องกลายเป็นนางพญามาร แต่ทุกสิ่งที่ข้าทำลงไป ก็เพื่อเจียงเหยียน... ลูกของเรา เพื่อมิให้เขาต้องเผชิญกับชะตากรรมอันโดดเดี่ยวและโหดร้ายเหมือนดั่งที่พวกเราเคยเป็น’ความทรงจำเกี่ยวกับความหวานชื่นในอดีตเริ่มฉายชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับดอกบัวดำกลางกองเพลิงที่กำลังเบ่งบานเป็นครั้งสุดท้ายภาพยามที่พระองค์ทรงจูงมือน

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ลมหายใจเฮือกสุดท้าย

    ระฆังล้อลมที่แขวนอยู่ชายคาดังกรุ๊งกริ๊งแผ่วเบา คล้ายจะดึงจิตวิญญาณของนางให้ลอยล่องกลับไปสู่อดีตกาลอันไกลโพ้น... กาลเวลาที่นางเคยคิดว่าตนเองเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานงิ้วอันโหดเหี้ยม‘ข้ากำลังจะตายแล้วสินะ’ หลีอินคิดในใจอย่างเยือกเย็น นางมิได้มีความหวาดกลัวต่อความตายแม้แต่น้อยสำหรับสตรีที่ผ่านการนองเลือดและซากศพมาทั้งชีวิต ความตายเป็นเพียงการพักผ่อนอันยาวนานเท่านั้น ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายกำลังจะหลุดลอยสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในใจของพญาหงส์ทมิฬผู้โดดเดี่ยว กลับมิใช่ภาพความสะใจยามที่ศัตรูถูกประหารมิใช่ภาพกองทองคำล้ำค่า หรือเสียงสรรเสริญพันปี พันปี ของเหล่าขุนนางที่เคยคุกเข่าแทบเท้า... หากแต่เป็นภาพใบหน้าของชายผู้หนึ่งชายผู้เป็นสวามี จักรพรรดิผู้เดียวดายและขี้ระแวงเจียงเฉินหรง ในความทรงจำอันพร่าเลือน...ภาพวันวานยามที่นางเพิ่งให้กำเนิดเจียงเหยียนน้อยในเดือนสามปีจิ่งไท่ที่สิบแปดลอยเด่นขึ้นมา ราวกับเรื่องราวเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้...หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่นางต้องทนทุกข์ทรมานกับการคลอดบุตร ร่างกายจวนเจียนจะแตกดับ แสงสว่างแรกของยามเช้าได้สาดส่องเข้ามาในตำหนัก พร้อมกับการปรากฏ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   นางพญาหงส์

    เหล่าขุนนางที่เหลือพากันตัวสั่นงันงก ทั่วทั้งท้องพระโรงเงียบกริบปานป่าช้า ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากท้าทายอำนาจของสองแม่ลูกคู่นี้อีกต่อไปยามนี้ทุกคนต่างตระหนักแจ่มแจ้งแล้วว่า หวังไทเฮาผู้นี้ โหดเหี้ยมและลึกล้ำยิ่งกว่าอดีตจักรพรรดิเจียงเฉินหรงหลายเท่าตัวนักยามค่ำคืนพัดผ่านเข้ามาอีกครั้ง หลีอินประทับยืนอยู่บนหอคอยหลวงที่สูงที่สุดของพระราชวัง ทอดสายตามองดูแสงไฟจากบ้านเรือนของราษฎรนับหมื่นนับแสนในเมืองหลวงอันกว้างใหญ่ เจียงเหยียนน้อยเดินก้าวเข้ามาอย่างเชื่องช้า ชายฉลองพระองค์มังกรสะบัดพลิ้วตามลม พระองค์คุกเข่าลงเบื้องหลังมารดา“เสด็จแม่... ลูกจัดการเสนาบดีกู้ตามความประสงค์ของเสด็จแม่เรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”หลีอินค่อยๆ หันกลับมามองลูกชาย นางย่อกายลงคุกเข่าตรงหน้าเด็กน้อย ดึงร่างของเขาเข้ามาโอบกอดไว้แน่น ความอ่อนโยนแผ่ออกมาอย่างอบอุ่นเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน“เหยียนเอ๋อร์ของแม่... เจ้าทำได้ดีมาก”นางลูบพระเกศาของลูกชายเบาๆ“เจ้าอย่าได้โกรธแค้นแม่เลยนะลูก ที่แม่ต้องทำเยี่ยงนี้ ก็เพื่อปกป้องเจ้าและบัลลังก์นี้ไว้ให้เจ้าปูหนทางเดินอย่างราบรื่น ในวังหลวงแห่งนี้ หากเจ้าไม่ฆ่าพวกเขา พวกเขาก็จะหันมาแว้ง

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   ใส่ร้าย?

    เมื่อบิดาจากไป ซิงซินก็ก้าวเข้ามาประคองหลีอินไปที่หน้าต่างหลวงท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือนครหลวงช่างกว้างใหญ่ทว่าเงียบสงัด หลีอินทอดสายตามองออกไปไกลแสนไกล ลมหนาวพัดโบกผ้าคลุมหงส์พัดปลิว“ซิงซิน เจ้าดูสิ... วังหลวงแห่งนี้ช่างแปลกประหลาดนัก ยามข้าไร้อำนาจ ทุกย่างก้าวคือขวากหนาม คืนข้ามปีคือฝันร้าย” หลีอินพึมพำแผ่ว“ทว่าในยามที่ข้าเหยียบย่ำทุกคนขึ้นมาอยู่เหนือหัว โลกทั้งใบกลับสงบนิ่งและยอมสยบแทบเท้าข้าอย่างง่ายดายปานนี้”“เป็นเพราะความปรีชาสามารถและจิตใจที่เด็ดเดี่ยวของไทเฮาต่างหากเพคะ” ซิงซินเอ่ยอย่างภักดี“จากนี้ไป จะไม่มีใครสามารถทำร้ายหรือบังคับพระองค์ได้อีกแล้วเพคะ” หลีอินคลี่ยิ้มลึกล้ำ รอยยิ้มของดอกบัวขาวที่บัดนี้อาบไปด้วยพิษร้ายและโลหิต“ใช่แล้ว... จากนี้ไป แผ่นดินต้าฉีนี้ จะต้องจารึกนามของข้าหวังหลีอินไปตลอดกาล”กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปอีก ด้วยความสงบสุข...ราชสำนักต้าฉีภายใต้การปกครองหลังม่านของหวังไทเฮารุ่งเรืองและมั่นคงอย่างน่าอัศจรรย์ ทว่าในความสงบนั้น กลับซ่อนเพลิงริษยาระลอกใหม่ไว้ใต้คลื่นน้ำยามนี้เจียงเหยียนฮ่องเต้องค์น้อยเจริญพระชนมพรรษาขึ้นเป็นสิบชันษา พระองค์ทรงเฉลียวฉลาด ดวงตาถ

  • อี้เฟย หญาหงส์ทมิฬ   โอรสแห่งข้า

    “ฮองเฮาเพคะ นี่คือยาบำรุงที่พระสนมหลินตำหนักตะวันออกส่งมาให้ตรวจเพคะ” ซิงซินในชุดหัวหน้านางกำนัลผู้ทรงอิทธิพล ยื่นถ้วยยารมควันสมุนไพรมาตรงหน้าหลีอินที่ยามนี้นั่งประทับบนเก้าอี้หงส์ ปัดปิ่นทองบนมวยผมเบาๆ นัยน์ตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวปรายมองถ้วยยาพลางแค่นยิ้มเยือกเย็น“ใส่ผงชาดร้อยรากลงไปในถ่านรมควันตำหนักนางเพิ่มอีกสามส่วน นางอยากมีลูกจนตัวสั่น ก็ให้นางฝันกลางวันต่อไปเถิด”“เพคะ หม่อมฉันจะจัดการให้เงียบเชียบที่สุด”เล่ห์กลของข้าช่างเรียบง่ายทว่าไร้ร่องรอย บ้างก็เป็นของขวัญพระราชทานแฝงกลิ่นหอมรมยาชวนให้มดลูกแห้งเหี่ยว บ้างก็เป็นน้ำแกงโสมบำรุงครรภ์ที่ผสมตัวยาแท้งอย่างช้าๆสนมคนใดที่โง่เขลาคิดจะใช้ท้องไต่เต้า ข้าล้วนส่งพวกนางไปพบจุดจบในป่าช้าหลังวังหลวงอย่างเงียบงัน ขอเพียงวังหลวงแห่งนี้ไม่มีองค์ชายหน้าใหม่กำเนิดขึ้นมาอีก ข้าก็จะเป็นผู้ชนะตลอดกาลเจียงเฉินหรงผู้ขี้ระแวงหารู้ไม่ว่า สตรีดอกบัวขาวที่เขาคิดว่าแสนดีและเที่ยงธรรมที่สุด ยามนี้ได้กลายเป็นนางพญามารที่คุมชะตากรรมผู้คนในวังหลังไว้ทั้งหมดพระองค์ทรงชราภาพลงทุกวัน พระพลานามัยทรุดโทรมจากการเสวยน้ำแกงโสมบำรุงที่ข้าจัดถวายให้ทุกค่ำคืน...น

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status