ANMELDENเมื่อร่างบางคล้อยหลังลับตา เผยมาม่า นางกำนัลอาวุโสคนสนิทก็รีบก้าวเข้ามาถามด้วยความสงสัย
“ฮองเฮา พระองค์ทรงเกลียดบุตรอนุผู้นี้นัก เหตุใดจึงส่งนางไปรับความโปรดปรานเล่าเพคะ?”
หวังเหมยหรงแค่นหัวเราะ นัยน์ตาแปรเปลี่ยนเป็นอำมหิต
“พ่อแม่รักลูก ย่อมต้องมองการณ์ไกล หลีอินแม้เป็นลูกอนุแต่สุขุมและฉลาด ที่สำคัญ... อนุหลินผู้เป็นแม่แท้ๆ คือจุดอ่อนชิ้นโตของนาง ควบคุมง่ายยิ่งกว่าอะไร ดี... อีกไม่กี่วันหาเรื่องให้นางดื่มยาตัดสายเลือดชามนั้นเสีย เมื่อหมดหวังจะมีลูกของตัวเอง เด็กสองคนนั่น ก็จะเป็นที่พึ่งเดียวในชีวิตนาง ถึงตอนนั้น... นางก็ต้องยอมเป็นหมากให้ข้ากับลูกใช้งานไปจนตาย เจ้าคอยดูสิ”
ณ ตำหนักเจี้ยงเสี่ย บรรดานางกำนัลจากกองถวายงานนำฉลองพระองค์มาให้เลือกสรรเตรียมพร้อมสำหรับค่ำคืนสำคัญ
“ท่านหญิงเพคะ กองถวายงานนำชุดมาให้เลือกตามกฎ ท่านหญิงจะรับชุดสีแดงหรือสีขาวดีเพคะ?” ซิงซินถามพลางพยายามยื่นชุดสีขาวเรียบๆ ให้
หลีอินกวาดมองแล้วนึกรู้ทันที... ‘หวังเหมยหรง... ชาติก่อนข้ากลัวจะแย่งรัศมีเจ้า จึงยอมใส่เสื้อผ้าสีจืดชืด แต่กลับลืมไปว่าสิ่งที่องค์เหนือหัวโปรดปราน คืองานศิลป์ที่มีชีวิตชีวาต่างหาก’
“เปลี่ยนชุด... เอาชุดสีแดงเพลิงมาให้ข้า” หลีอินสั่งน้ำเสียงเด็ดขาด
ในค่ำคืนนั้น... ภายในห้องบรรทมหลวง ฮ่องเต้เจียงเฉินหรงก้าวเข้ามาสบสายตากับสตรีในชุดสีแดงเพลิง งดงาม เย้ายวน และมีชีวิตชีวาจนโอรสสวรรค์ชะงักไปชั่วครู่
“เงยหน้าขึ้นให้เราดูซิ” ตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“ฝ่าบาท...” หลีอินช้อนสายตาขึ้นสบพระเนตรอย่างเอียงอาย
“เจ้ากับพี่สาว... ไม่ใคร่จะเหมือนกันเท่าไรนะ” ฝ่าพระหัตถ์แกร่งเชยคางนางขึ้น
“หม่อมฉันเป็นเพียงบุตรอนุ ย่อมไม่อาจเทียบพี่หญิงได้แม้เศษเสี้ยวเพคะ” ดวงตาสั่นระริกแสร้งทำเป็นต้อยต่ำน่าทะนุถนอม
“บุตรอนูหรือ? บุตรอนูก็ดี สดใสเฉิดฉาย ข้าชอบนัก” ฮ่องเต้กระซิบชิดใบหู
“ฮองเฮาบอกเราว่า เจ้านิสัยอ่อนโยนและเชื่อฟังที่สุด”
“หม่อมฉัน... ย่อมว่าง่ายตามใจฝ่าบาททุกเรื่องเพคะ แต่ว่า... อ๊ะ” ร่างบางอุทานเบาๆ เมื่อถูกรวบตัวเข้าสู่โองอ้อมกอดแกร่ง
“หลีอิน... เจ้าช่างต่างจากพี่สาวของเจ้ายิ่งนัก” ภายใต้แสงเทียนสั่นไหว ตำหนักอบอวลด้วยกลิ่นเครื่องหอมชั้นเลิศ
บนแท่นบรรทมกว้างขวางปูลาดด้วยฟูกไหมหนานุ่มสีทอง ฮ่องเต้ซุกไซ้ซอกคอหงส์ ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อเนียนละเอียด ทรงกดจูบลงบนจุดชีพจรเพื่อแสดงความเป็นเจ้าของ
หลีอินทอดสายตามองอย่างยั่วยวน มือเรียวลูบไล้แผงอกกว้าง นิ้วงามกรีดกรายสะกิดเบาๆ กระตุ้นอารมณ์ ก่อนจะช้อนสายตาถามด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“เช่นนั้น... ฝ่าบาททรงชอบพี่หญิง หรือชอบหม่อมฉันมากกว่ากันเพคะ?” คำถามหาญกล้านั้นมิได้ทำให้เจ้าชีวิตขุ่นเคือง ตรงกันข้าม กลับยิ่งจุดประกายความท้าทาย
“ยวนใจนัก... เจ้าจิ้งจอกน้อย” ฮ่องเต้หัวเราะอย่างพึงใจ ก่อนจะพลิกวรกายทาบทับ กดนางลงกับฟูกนอน ทรงสอดฝ่าพระหัตถ์เข้าใต้สาบเสื้อไหมเนื้อบางเบา
“ฝ่าบาท... อ๊ะ...” เสียงหวานประท้วงแผ่วเมื่อฝ่าพระหัตถ์แกร่งเลื่อนขึ้นมากุมบีบทรวงอกอวบอิ่ม ความนุ่มยืดหยุ่นสู้มือทำให้ทรงครางต่ำในพระศอ
ปลายนิ้วสะกิดหยอกเย้าผ่านเนื้อผ้าบางเบา ปลุกเร้าจนร่างน้อยต้องบิดเกร็ง โอรสสวรรค์ไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลย ริมฝีปากร้อนผ่าวกดจูบปิดโอษฐ์เรียวบาง
รสสัมผัสเต็มไปด้วยความเอาแต่ใจ ก่อนจะบดเบียดแทรกเรียวลิ้นเข้ามาชิมความหวาน หลีอินมิได้ไร้เดียงสาตามประสาหญิงสาวในตระกูลใหญ่ นางใช้เรียวลิ้นเกี่ยวกระหวัดตอบโต้รสจูบอย่างเจนจัด
สองมือเลื่อนขึ้นจิกเส้นพระเกศาเพื่อระบายอารมณ์ที่ท่วมท้น เรียวขาถ่างออกเปิดทางให้พระวรกายแกร่งแทรกตัวเข้าประทับกลางกาย
ฉลองพระองค์และเสื้อผ้าไหมถูกปลดเปลื้องจนพ้นเรือนร่าง ในเวลานี้หลีอินนอนเปลือยเปล่าอยู่ใต้ร่างหนา
ผิวขาวอมชมพูตัดกับฟูกไหมสีทองอย่างงดงาม ฮ่องเต้ก้มลงครอบครองยอดอกข้างหนึ่ง ตวัดปลายลิ้นรัวไล้จนหญิงสาวต้องหยัดสะโพกขึ้นด้วยความรัญจวน
“อ๊า... ฝ่าบาท... หม่อมฉันเสียวเหลือเกินเพคะ...” สองมือโอบกอดพระเศียรให้แนบชิดกับอกอวบ ขณะที่อกอีกข้างถูกฝ่าพระหัตถ์เค้นคลึงจนเนื้อนุ่มล้นตามร่องนิ้ว
ความร้อนรุ่มภายในกายพุ่งสูงขึ้น ฮ่องเต้เอื้อมพระหัตถ์ลงต่ำ ลูบไล้ผ่านหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะเลื่อนลงไปยังเนินเนื้อนุ่มเบื้องล่าง...
เรียวนิ้วยาวแตะต้องลงบนจุดกึ่งกลางความเป็นสตรี ที่บัดนี้ฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานใสหล่อลื่น หลั่งออกมารองรับอารมณ์รัก
คำขู่นั้นจุดไฟมืดมนในดวงตาของหลีอิน นางจ้องลึกเข้าไปในตาบิดาด้วยจิตสังหารลึกล้ำ จนหวังเยี่ยนชิงสะดุ้งผงะถอยหลังไปหนึ่งก้าว“เจ้า... กล้ามองข้าด้วยสายตาศัตรูเช่นนี้หรือ?”“หวังเยี่ยนชิง!” หลีอินขานชื่อบิดาตรงๆ เฉียบขาด“วันนี้ข้ายืนอยู่ตรงนี้ มิใช่เพื่อขอเศษทาน และยิ่งมิใช่เพื่อฟังท่านด่าทอ”นางแสยะยิ้มสมเพช “พี่สาวแสนดีของข้าจิตใจอำมหิต มอบยาพิษตัดสายเลือด จัดฉากใส่ร้ายว่าข้าคบชู้ บัดนี้ข้าไม่เล่นตามสิ่งที่ท่านลิขิตเอาไว้ ยังคิดเอาชีวิตแม่ข้ามาบีบให้ข้าเป็นมีดโกนเนื้อตัวเองอีกรึ? ท่านพ่อ... หวังเหมยหรงใกล้ตายเต็มทีแล้ว ทว่านางยังคิดลากคนทั้งตระกูลลงหลุมศพไปด้วย ท่านคิดจริงๆ หรือว่าการปกป้องนางกับจวินเหิง แล้วตระกูลหวังจะนอนหลับสบายไร้กังวล”หลีอินเดินวนรอบตัวบิดา พลางกระซิบบีบคั้นด้วยความจริงทางการเมือง“ท่านไม่คิดจะลืมตาดูหน่อยหรือ ยามนี้จวินเหิงถูกเลี้ยงดูในนามเจ้ากุ้ยเฟย วันหน้าหากได้ครองราชย์ เขาจะนึกถึงตระกูลหวังที่ไร้อำนาจ หรือนึกถึงตระกูลเจ้าที่คอยอุ้มชูมากันแน่ ถึงตอนนั้นตระกูลเจ้
ทว่าหวังหลีอินคนใหม่มีหรือจะยอมเดินตามรอยเดิม ชาตินี้นางพร้อมขี่หลังเสือ เพื่อกลับไปพลิกกระดานอำนาจในจวนตระกูลหวัง“พอบรรเลงถึงช่วงเร้าใจที่ต้องใช้แรงดีดที่สุด สายพิณเส้นนั้นจะขาดสะบั้น ผงพิษเยี่ยนจินถันจะฟาดเข้าใบหน้ามันโดยตรง พิษหนานเจียงแผดเผาผิวเนื้อจนเน่าเปื่อย แดงทองปะปนราวกับไฟลุกไหม้ ไม่มีวันรักษาได้ชั่วชีวิต หากรอดตาย พิษไฟก็แล่นเข้าสู่หัวใจ เผาผลาญทารกในครรภ์จนกลายเป็นเถ้าถ่าน” หวังเหมยหรงหัวเราะลั่นตำหนักด้วยความบิดเบี้ยว โดยไม่รู้เลยว่าแผนการนี้กำลังจะกลับมารัดคอตนเองนางกำนัลคนสนิทก้มหน้ากล่าวทึ่งๆ“เมื่อสายพิณขาดต่อหน้าธารกำนัล ฝ่าบาทต้องสั่งสืบสวนแน่ พิษนี้มาจากหนานเจียง ซึ่งตระกูลฝ่ายมารดาของเจ้ากุ้ยเฟยคุมกำลังทหารอยู่ ชายแดนบูรพาตึงเครียด ฝ่าบาททรงระแวงตระกูลเจ้ามานาน หากเกิดเรื่องขึ้น จะทรงเชื่อผู้ใดเล่าเพคะ”หวังเหมยหรงแค่นหัวเราะในลำคอด้วยความแค้น“ในวังหลังจะเหลือใครอีก ข้าจะปล่อยให้พวกนางสู้กันจนพินาศไปทั้งคู่ ส่วนข้า... เพียงแค่นั่งมองพวกนางเดินเข้ากรงทีละก้าว หวังหลีอิน... ข้าจะให้เจ้ารู้ว่าการย
หวังเหมยหรงยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาอำมหิต“มิฉะนั้น... หึ! ชีวิตของอนุหลินจะเป็นหรือตาย หรือต้องอยู่อย่างตายทั้งเป็น ย่อมขึ้นอยู่กับอารมณ์ของข้าแต่เพียงผู้เดียว”หลีอินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง บรรยากาศภายในห้องโถงพลันเงียบสงัดจนน่ากลัว ทว่าแทนที่นางจะร้องไห้อ้อนวอนอย่างที่ฮองเฮาคาดหวังหลีอินกลับค่อยๆ คลี่รอยยิ้มบางเบา... รอยยิ้มที่อ่อนหวาน แต่ว่าดวงตากลับเย็นเยียบ จนชวนให้ผู้มองรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งสรรพางค์กายชาติที่แล้ว... นางยอมทำทุกอย่างเพื่อปกป้องมารดา จนยอมเป็นหมากให้สตรีผู้นี้เชิดชู แต่ท้ายที่สุด... หวังเหมยหรงก็ยังสั่งฆ่าอนุหลินอย่างโหดเหี้ยมอยู่ดีชาตินี้นางย่อมไม่เดินซ้ำรอยเดิม แผนการปกป้องมารดาภายนอกวังถูกนางวางหมากไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่วันแรกที่ก้าวเข้าวังหลวงแล้ว“พี่หญิง... ท่านก็เป็นเช่นนี้เสมอมาจริงๆ” หลีอินเอ่ยเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความสมเพช“คิดว่า... ใครต่อใครบนโลกใบนี้ ล้วนเป็นคนโง่ ที่ถูกท่านบีบไว้ในกำมือ และควบคุมได้ตลอดชีวิตอย่างนั้นหรือ?&r
“ที่ฝ่าบาทฝากคำพูดผ่านกงกงมาว่า ไม่อยากให้ข้าถือโทษหวังเหมยหรง และบอกว่า ข้ากับนาง...เราเป็นพี่น้องกัน... พูดให้ถึงที่สุด พระองค์ก็ยังทรงคิดจะใช้บารมีของโอรสสวรรค์ มาบีบให้ข้าต้องยอมก้มหัวต้อยต่ำ ยอมความ และเก็บงำความแค้นนี้ไว้ เพื่อรักษาเสถียรภาพทางการเมืองของตระกูลหวังในราชสำนักเอาไว้ต่างหาก” นางกำนัลหน้าประตูตำหนักก้าวเข้ามาคุกเข่าด้วยท่าทางรีบร้อน“กราบทูลพระสนมจิ้งผิน มีนางกำนัลอาวุโสจากตำหนักเฟิ่งซีมาแจ้งความเพคะ... แจ้งว่าแม้ฮองเฮาจะถูกกักบริเวณ แต่เนื่องจากพระนางประชวรหนัก และมีเรื่องในครอบครัวตระกูลหวังที่ต้องสะสาง จึงใคร่ขอเชิญพระสนมจิ้งผินไปพบที่ตำหนักสักครู่เพคะ” ซิงซินขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ“ท่านหญิง... ฮองเฮาถูกสั่งกักบริเวณแท้ๆ เหตุใดจึงยังกล้าส่งคนมาสั่งสั่นถึงที่นี่อีกเพคะ? ช่างไม่เห็นหัวกฎมณเฑียรบาลเลยจริงๆ” หลีอินนัยน์ตาวาววับ ประกายความเหี้ยมเกรียมพาดผ่านดวงตา“หึ... จิ้งผิน... จิ้งผิน... ตำแหน่งนี้ช่างมาได้ประจวบเหมาะเหลือเกิน ข้าชอบใจนัก ซิงซิน... ข้าไม่ได้ไปตามคำสั่งของนาง แต่ข้าจะไปในฐานะจิ้งผิน
วันต่อมา ท้องฟ้าเหนือวังหลวงเปิดโล่งแจ้ง แสงแดดสาดส่องลงมายังลานหน้าตำหนักเจี้ยงเสี่ย จนเกิดภาพระยิบระยับทว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาของคนทั้งหกตำหนัก กลับไม่ใช่แสงตะวัน แต่เป็นเสียงประกาศเฉียบขาดของขันทีอาวุโส ที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณเขามาพร้อมกับขบวนสิ่งของพระราชทานยาวเหยียด จนสุดสายตา นำความอิจฉาริษยา และตื่นตระหนกมาสู่สนมทุกนางในวังหลัง“ถ่ายทอดพระบัญชาของโอรสสวรรค์ พระราชทานไข่มุกราตรีจากทะเลตะวันออกสิบเม็ด ผ้าไหมซูซิวจิ้นเนื้อดีสิบพับ เครื่องประดับทองคำแท้ฝังขนนกกระเต็นห้าชุด เพื่อร่วมยินดีครั้งใหญ่แก่ครรภ์มังกร ตามพระบัญชายังได้พระราชทานโสมภูเขาร้อยปีสองต้น รังนกเลือดสิบถ้วย และกำยานมังกรสงบจิตอีกสิบตำลึง ให้เห็นแก่พระโอรสในครรภ์เป็นสำคัญ จงพักฟื้นอย่างสงบและเปี่ยมสุข”หลีอินในชุดบุปผาสีชมพูอ่อน ค่อยๆ ย่อกายลงอย่างชดช้อยและนอบน้อม“อินกุ้ยเหรินรับพระบัญชาเพคะ ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นๆ ปี”ทว่าความตื่นตะลึงยังไม่ทันจางหาย ขันทีอาวุโสพลันยิ้มแย้มแล้วคลี่ม้วนผ้าแพรสีเหลืองทองอร่าม ที
ในใจของนาง ‘ชาติที่แล้ว ข้าเป็นสามีภรรยากับพระองค์มาทั้งชีวิต ร่วมทุกข์ร่วมสุขและผ่านศึกเหนือเสือใต้มาด้วยกัน มีหรือที่ข้าจะไม่รู้นิสัยใจคอและสันดานลึกๆ ของบุรุษผู้นั้นงแววตาของหลีอินพลันเปลี่ยนเป็นลุ่มลึกราวกับย้อนนึกถึงอดีตชาติอันขื่นขม“เจียงเฉินหรงมองวังหลังเป็นเพียงกระดานหมากขนาดยักษ์ เหล่าสนมชายาทั้งหลาย ก็คือหมากแต่ละตัว ที่มีหน้าที่แตกต่างกันไป พวกเราจะแย่งชิงตบตีกันอย่างไรก็ได้ พระองค์ไม่เคยสนพระทัยความริษยาของสตรี แต่... มีข้อแม้เพียงสิ่งเดียวเท่านั้น คือต้องทำให้พระองค์รู้สึกอยู่เสมอว่า ไม่ว่าผลของหมากกระดานนั้น จะแพ้หรือชนะในทุกครั้งแล้ว ล้วนเป็นพระองค์ผู้เดียว ที่เป็นผู้ตัดสินและอยู่เหนือทุกสิ่ง”นางเคาะนิ้วเรียวลงบนโต๊ะเป็นจังหวะเนิบนาบ“คืนนี้ข้าทำตัวเป็นเหยื่อที่น่าสงสาร แต่ในขณะเดียวกันก็แสดงให้เห็นว่าข้ารู้กาลเทศะ โดยการไม่โวยวายเปิดโปงเรื่องขนมพิษต่อหน้าธารกำนัล ข้าปล่อยให้พระองค์เป็นผู้ลงทัณฑ์ฮองเฮา และสั่งปิดปากทุกคนด้วยพระองค์เอง ข้ามอบอำนาจการควบคุม และเกียรติยศทั้งหมดคืนให้แก่พระองค์ พระองค์จึงทรงมองว่า ข้า







