Share

บทที่ 1 นางเอกปลาเค็ม (1)

last update Last Updated: 2025-12-25 23:05:31

ตั้งแต่ถูกลากตัวกลับมาทั้งที่เสียงในหัวยังสับสน หลานอวิ๋นเจียวก็โดนยายแก่ที่ไหนไม่รู้ต่อว่าจนหูชา กว่าหญิงสาวจะรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง นางก็ถูกส่งไปนั่งคุกเข่าในศาลบรรพชน  

ที่น่าทึ่งยิ่งกว่า สมองของหลานอวิ๋นเจียวราวกับถูกตั้งค่าให้กลายเป็นคนในยุคโบราณไปอย่างแท้จริง กระทั่งวาจาที่เปล่งออกมาแทบไม่ต้องพยายามเลยด้วยซ้ำ นางก็สามารถเอ่ยมันได้อย่างคล่องปาก ความประหลาดใจซัดเข้ามาไม่หยุดเพราะอยู่ ๆ ในหัวของนางก็มีเรื่องราวผุดขึ้นมาเองอย่างกับสายน้ำ 

หลานอวิ๋นเจียวมีความทรงจำที่ถูกกำหนดไว้ในนิยายก่อนหน้าแล้ว นางมิได้นั่งอยู่ที่ศาลบรรพชนครั้งแรก ทว่ากลับเป็นสถานที่ที่นางเข้าออกเป็นว่าเล่น 

คิ้วสวยกระตุกริก ๆ เพราะนิสัยของนางในเนื้อเรื่องช่างเป็นหญิงสาวที่หน้าด้านหน้ามึนนัก เพียงเพราะอยากไปพบหานเซียนอ๋อง ตัวละครหลานอวิ๋นเจียวคนนั้นถึงกับไม่สนว่าผู้คนจะครหาตนอย่างไร ฝ่ามือเล็กยกขึ้นตบหน้าผากตนดังแปะ นี่หรือคือนางเอก คติประจำใจคงเรียกว่าด้านได้อายอดกระมัง 

อับอาย อับอายเสียจริง!  

“ภาพในหัวนี่คือข้าจริงหรือ บ้าผู้ชายขนาดหนัก” หลานอวิ๋นเจียวยกมือลูบต้นแขนที่มีขนอ่อนบนกายลุกขึ้นเกรียว เสียชื่อจอมยุทธ์หญิงเจียวเจียวหมด 

หญิงสาวพยายามปลอบใจตัวเองไม่ให้แตกกระเจิง “เจียวเจียว อาจจะฝันก็ได้นะ” คิดได้เช่นนั้นนางก็ยิ้มออก กระนั้นต่อให้พยายามหยิกแขนตีขาอย่างไร เสียงใสก็ต้องร้องโอดครวญไม่หยุด หลานอวิ๋นเจียวแทบปล่อยโฮ หากไม่เพราะยังหลงเหลือความทรงจำจากยุคเดิมที่ติดตัวมาด้วย นางก็ไม่รู้จะใช้ชีวิตในสภาพคุณหนูสามนี่อย่างไร 

“พิลึก นี่มันพิลึกพิลั่นที่สุดในชีวิต นักเขียนคนนั้นเป็นปีศาจหรืออย่างไร” 

หลานอวิ๋นเจียวเคยอ่านนิยายมาก็มาก เรื่องย้อนเวลาทะลุมิติไม่ต้องเอ่ยถึง นางอ่านมาแล้วนับร้อยนับพันเพราะเป็นพล็อตที่โปรดปราน ต่อให้บอกว่าเหมือนจะซ้ำแต่เนื้อหาแต่ละเรื่องล้วนต่างกันออกไปตามจิตวิญญาณของนักเขียน หากแต่บทบาทส่วนใหญ่ที่นางเอกทะลุมิติจิตวิญญาณล้วนไปติดร่างผู้อื่นหรือไม่ก็มีชื่อมีตัวตนในโลกใบนั้นแต่แรกอยู่แล้ว 

ทว่าการทะลุมิติของนางกลับไม่เป็นเช่นนั้น เพราะบทบาทคุณหนูสามที่ถูกกล่าวถึง ราวกับระบบได้เพิ่มมันเข้ามาเสียดื้อ ๆ

ดังนั้นหลานอวิ๋นเจียวไม่ได้ทะลุมิติเข้ามาแค่จิตวิญญาณ ทว่านางนำพากายหยาบของตนมาด้วย และเพื่อให้สมกับการกล่าวขานว่าเป็นนางเอก

ถึงแม้จะเป็นนางเอกหนึ่งในฮาเร็มก็เถอะนะ ฟังดูช่างหดหู่ไม่น้อย

ไม่รู้ว่าโชคดีหรือร้าย เพราะร่างกายที่เคยมากด้วยมวลกล้ามเนื้อเฉกเช่นนักกีฬาผู้แข็งแรง กลับกลายเป็นร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างกับนางละคร ร่างกายที่หลานอวิ๋นเจียวเคยละเลยกลับนวลปลั่งขึ้นมาหลายส่วน

ที่แห่งนี้ไม่มีสกินแคร์เฉกเช่นโลกใบเดิม แต่เหตุใดใบหน้าและผิวพรรณถึงได้ขาวผ่องดั่งหิมะแรก หนำซ้ำยังนุ่มนิ่มปวกเปียกซะยิ่งกว่าสำลี หลานอวิ๋นเจียวถอนหายใจระลอกใหญ่ ไม่รู้ความสามารถของนางถูกริบไปด้วยหรือไม่ บางทีอาจต้องหาปืนสักกระบอกมาลองยิงเป้า

ทว่ายุคสมัยนี้จะไปหาปืนกลมาจากที่ใด หลานอวิ๋นเจียวใคร่ครวญไปมาก็พลันนึกออก ธนู ใช่แล้ว แม้จะย้อนเวลามาหลายร้อยปีทว่าก็ยังมีธนูที่เป็นอาวุธแทน หลานอวิ๋นเจียวถอนหายใจตาละห้อย 

โถ่ถัง! ช่างเป็นชีวิตที่รันทดไม่ไหว โซเชียลไม่มี มือถือก็ยังไม่เกิด 

ถึงอย่างไรก็กลับไปไม่ได้ เช่นนั้นมิสู้สานฝันของตนให้เป็นความจริง ยุคจีนโบราณมิใช่เพียงแค่จินตนาการยามอ่านนิยายแล้ว จะว่าไปก็น่าตื่นเต้นไม่น้อย นับจากนี้มาใช้ชีวิตให้ดีในฐานะจอมยุทธ์หญิงเถิด ส่วนพระเอกซิฟิลิสคนนั้นก็ลืมไปเสีย หลานอวิ๋นเจียวคนใหม่จะไม่ขอเหลือบแลเขาอีกต่อไป 

เพราะมีหลายอย่างให้ต้องครุ่นคิด จนนางลืมไปเสียสนิทว่าเวลาผ่านไปเท่าใด ทว่านั่งคุกเข่านานเข้าร่างกายอันบอบบางจึงเริ่มไม่ไหว ขาทั้งสองข้างชาจนเรียกว่าอัมพาตครึ่งท่อนได้เลยทีเดียว 

หลานอวิ๋นเจียวพ่นลมขึ้นจมูก “ปวดขาชะมัดยาด นักเขียนปีศาจ อยากจับมาเป็นเป้ายิงปืนนัก โอ๊ะ เจ็บ ๆ”

ระหว่างที่หลานอวิ๋นเจียวบ่นกระปอดกระแปดอยู่นั้น ประตูที่ปิดสนิทที่เบื้องหลังก็ถูกแง้มออก เสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ กระทั่งมาหยุดที่ตรงหน้านาง อีกฝ่ายนั่งลงกล่าว 

“คุณหนูท่านเจ็บหรือไม่”

หลานอวิ๋นเจียวจ้องตอบอีกฝ่าย หญิงสาวผู้นี้ก็คือคนที่เรียกนางในตอนนั้น

หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้า ทว่ามิได้พูด 

“โถ คุณหนูของบ่าว คงหิวแย่แล้ว”

หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางหิวจนแทบกลืนช้างได้ทั้งตัว 

“เช่นนั้นกินนี่รองท้องก่อนนะเจ้าคะ เมื่อครู่บ่าวบังเอิญเจอคุณหนูใหญ่ นางยึดอาหารไปหมดเลย โชคดีที่บ่าวคว้าขนมไว้ได้หนึ่งชิ้น”

หญิงตรงหน้าดูเหมือนจะเป็นสาวใช้คนสนิทของนาง สายตาห่วงใยและเอาใจใส่ทำให้จิตใจของหลานอวิ๋นเจียวถึงกับอ่อนยวบ 

หลานอวิ๋นเจียวยิ้มตาปิด จากนั้นรับขนมไปกัดคำโต “ขอบคุณนะ”

สาวใช้มองคุณหนูที่น่าเวทนาก็แทบร้องไห้โฮ “ค่อย ๆ ทานเจ้าค่ะ เดี๋ยวติดคอ” 

หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้ารับ 

“คืนนี้มีเทศกาลโคมไฟ ฮูหยินผู้เฒ่าอนุญาตแล้วว่าคุณหนูออกจากศาลบรรพชนไปเที่ยวเล่นได้ แต่ห้ามก่อเรื่องใหญ่อีกเจ้าค่ะ คุณหนูอยากไปหรือไม่” สาวใช้ยิ้มกล่าว 

หลานอวิ๋นเจียวหูผึ่ง นางรีบยัดขนมที่เหลือลงคอ 

แค่ก แค่ก 

สาวใช้ตกใจ รีบช่วยลูบแผ่นหลังบางด้วยความเป็นห่วง “ช้าหน่อยสิเจ้าคะ”

นี่เป็นครั้งแรกที่หลานอวิ๋นเจียวจะได้สัมผัสกลิ่นอายของยุคจีนโบราณขนานแท้ ความตื่นเต้นเผยออกมาจนปิดไม่มิด “เทศกาลโคมไฟรึ ไป ข้าอยากไป” 

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 7 ผู้ชนะเดิมพัน

    ขาเสลามุ่งตรงไปยังร่างที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้น ลูกธนูเมื่อครู่ไร้ปลายแหลมคม เพราะหลานอวิ๋นเจียวใช้ผ้าพันปลายเอาไว้ ทว่าแรงกระแทกที่อีกฝ่ายโดนเข้าไปก็สามารถทำให้ทุรนทุรายได้เหมือนกันหลานอวิ๋นเจียวลดตามอง “ขโมยอะไรไป คืนมาให้หมด มิเช่นนั้นเจ้าโดนหนักกว่านี้แน่”หลานอวิ๋นเจียวตั้งท่าง้างธนูหวังขู่ขวัญ เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือพัลวัน “อย่า ๆ ข้ายอมแล้ว ยอมแล้วขอรับ”ไม่นานถุงเงินเกือบสิบใบกับหยกแขวนของนางก็ถูกหยิบออกมาวางเกลื่อนพื้น“โอ้โห เจ้า! ดีจริง ๆ ใครสั่งใครสอนให้ทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้”เด็กชายพยุงร่างให้นั่งอย่างมั่นคง มือของเขากุมหน้าท้องอยู่ตลอด ไม่ทันตอบกลับเสียงฝีเท้านับสิบกระทบใบไม้แห้งต่างกรูเข้ามาไม่หยุดเสียงจากชายชาวบ้านวัยกลางคนดังแทรก “ไอ้เด็กเวรนี่มันก่อเรื่องอีกแล้ว คราวนี้ต้องให้มันติดคุกนาน ๆ ตลอดชีวิตยิ่งดี จะได้ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ว”“ข้าติดคุกนานเพียงนั้นไม่ได้ ต่อไปข้าจะไม่ทำแล้ว” เด็กชายยกมือไหว้“เพ้ย! ดีแต่พูด หากไม่อยากติดคุกก็ไปตายซะ”ชาวบ้านทั้งสตรีและบุรุษดาหน้าเข้ามาหวังใช้สิ่งของที่อย

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 6 คู่มือต้องไม่มีปาก

    ลูกดอกที่ลอยลิ่วออกไป หล่นลงตรงกลางเป้าราวกับจับวาง เสียงอึงอลสงัดลงเดี๋ยวนั้น“นางปาเข้าเป้าอย่างกับตาเห็น”หลายคนขยี้จนตาแทบถลน ทว่ายังไม่อยากปักใจเชื่อ“ดอกแรกเท่านั้น ข้าว่าก็แค่บังเอิญนะ...”ปัก!!!!ไม่รอให้จบประโยคลูกดอกที่เหลือก็ถูกขว้างออกไปอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังลงช่องกระบอกกลางทั้งหมดด้วยหลานพินถิงตกตะลึงอึ้งเป็นไก่ไม้ หญิงสาวขยี้ตาซ้ำ “จะ…เจ้า…เป็นไปได้อย่างไร”หลานอวิ๋นเจียวปลดผ้าคาดดวงตาลง ริมฝีปากสีกุหลาบเผยยิ้มซุกซนออกมา “โอ้โห ข้าทำได้อย่างไร นี่ลงเป้าทั้งหมดเลยหรือ”ฉวนหงยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักใหญ่ ครั้นได้สติก็โผเข้ามากุมมือหลานอวิ๋นเจียวด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “คุณหนู ท่านเก่งมากเลยเจ้าค่ะ ปาลงเป้าภายในพริบตา”หลานอวิ๋นเจียวขยิบตาหยอกล้อ “ข้าบอกเจ้าแล้ว เชื่อหรือยัง”“เชื่อแล้วเจ้าค่ะ”องครักษ์ทั้งสองเหลียวมองหน้ากันทันควัน คนที่เดินยังสะดุดขาตนล้มอย่างหลานอวิ๋นเจียวทำเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงจะอ้างว่านางแอบมองลอดผ้าแพรก็ยังลำบาก การปาลูกดอกให้ลงเป้าในคราวเดียวมิใช่ว่าใครก็ทำได้

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (2)

    “คุณชาย ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่กระมัง แน่ใจหรือว่าจะลงเดิมพันคุณหนูสาม นางเป็นสตรีที่หาความสามารถแทบไม่เจอ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทัน”“ข้าไม่เปลี่ยนใจ”หลายคนถึงกับส่ายหน้าเพราะเสียดายทองมหาศาลที่เขาเอามากอง จะว่าไปแล้ววันนี้คุณหนูสามโดดเด่นเป็นอย่างมาก บางทีเขาอาจสะดุดตาต่อรูปโฉมของนางจนหน้ามืดตามัวดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของชายหนุ่มอีกเจ้าของร่างสูงไม่รอช้า เท้าแกร่งขยับเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด ที่ตรงนี้เป็นหอคอยสามารถขึ้นมาชมบรรยากาศอันงดงามได้ทั้งเมือง และแน่นอนมันทำให้เขามองเห็นหญิงสาวทั้งสามได้ถนัดตา แต่ละชั้นใช่ว่าใครจะขึ้นไปได้ หากกระเป๋าไม่หนาพอก็รอฟังผลชั้นล่างสุดแล้วกันฝ่ามือกว้างปลดงอบบนศีรษะลง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราไม่ละสายตา รอยยิ้มสดใสของนางทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่น หากเป็นเมื่อก่อนนางจะต้องเที่ยวไปตามตัวเขาออกจากตำหนัก ทว่ายามนี้การแข่งขันโถวหูกลับดึงความสนใจของนางไปจากเขาอย่างสิ้นเชิงชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ หรือเพราะการไล่ตามที่ไม่มีผล อาจทำให้ความรู้สึกของคนที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวนั้นถอดใจ“ท่

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (1)

    เรื่องผ้าเช็ดหน้าเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งชั่วคราว หลานอวิ๋นเจียวไม่อยากเอามาคิดให้เสียอารมณ์ ตอนนี้ความสนใจของหญิงสาวจดจ่ออยู่ที่การแข่งขันโถวหูมากกว่าหลานอวิ๋นเจียวดูตื่นตาเป็นพิเศษเพราะเป็นการละเล่นยุคโบราณที่แทบเลือนหายไปแล้วในยุคที่นางจากมา หญิงสาวกวาดสายตาสำรวจของรางวัลที่ตั้งอยู่ภายในร้าน กระทั่งสะดุดตาเข้ากับธนูคันหนึ่ง“เถ้าแก่ หากข้าอยากได้ธนูคันนั้นต้องทำอย่างไร”ชายวัยกลางคนยิ้มประจบ “คุณหนูตาถึงยิ่งนัก นี่เป็นคันธนูอย่างดีทำขึ้นจากเอ็นและเขาสัตว์โดยเฉพาะ ช่างฝีมือทำออกมาอย่างประณีตทีเดียว หากท่านต้องการก็ต้องโยนลูกดอกให้ลงเป้าโดยไม่พลาดเลยห้าดอก”หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางไม่รู้หรอกว่าความสามารถของตนในตอนนี้มีเท่าใด หากแต่นางคิดว่าอาจพอประยุกต์จากทักษะที่ตนเป็นนักแม่นปีนเข้าไปได้ “น้องหญิงสาม เหตุใดจึงอยากได้ธนูคันนั้น นี่เจ้าคงไม่คิดจะนำมันไปเป็นของฝากให้ท่านอ๋องกระมัง” หลานพินถิงถามหลานเพ่ยจือแค่นเสียง “คนที่เดินยังเซเช่นเจ้า คิดจะปาลูกดอกลงเป้าได้จริงหรือ”หลานอวิ๋นเจียวเป็นคุณหนูชนิดที่ว่าไร้ทักษะและค

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 4 ตัวประกอบที่ไม่มีในความทรงจำ

    เดิมทีสายตาแทบทุกคู่ต้องหยุดอยู่ที่หลานพินถิงเสมอ รอยยิ้มหวานละไมแห้งเหี่ยวลงช้า ๆ เมื่อสัมผัสได้ว่าตนกำลังถูกมองข้ามไป“พี่หญิงใหญ่ไม่เข้าไปหรือเจ้าคะ”หลานพินถิงกระแอม “น้องหญิงสาม คนมากมายเกินไป ข้าว่าเราไปหาที่เดินเล่นสงบ ๆ กว่านี้ดีหรือไม่”“พี่หญิงใหญ่ นี่มันเทศกาลนะเจ้าคะ คนน้อยสิแปลก แต่หากท่านไม่ชอบคนพลุกพล่านจะกลับไปก่อนก็ย่อมได้”“ไม่เป็นไร ไหน ๆ ก็มาแล้ว มิสู้เดินเล่นสักหน่อย”“มากันแล้วหรือ” เสียงใสดังแทรกบทสนทนาหลานอวิ๋นเจียวเอ่ย “ที่แท้เป็นพี่หญิงรอง ท่านล่วงหน้ามาก่อนคงรู้ว่าในงานมีเรื่องน่าสนุกอะไรบ้าง”หลานเพ่ยจือจ้องหลานอวิ๋นเจียวตาไม่กะพริบ “นี่เจ้า…”หลานอวิ๋นเจียวเอียงคอถาม “ทำไมเจ้าคะ จำน้องสาวไม่ได้แล้วหรือ”หลานเพ่ยจือค่อนขอด “แต่งกายดี ๆ กับเขาก็เป็น ทำสกุลหลานขายหน้าอยู่ตั้งนาน” จากนั้นหญิงสาวก็ย้ายสายตาไปยังหลานพินถิงด้วยความดูแคลน“น้องหญิงรอง ข้าคิดว่าเจ้าไม่อยากมาเดินกับพวกเราเสียอีก”ความแตกต่างของสองพี่น้องเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลานพินถิงเป็นพวกซ่อนเร้นความร้ายกาจผ่

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 3 รูปโฉมจิ้งจอกที่ถูกซ่อนเร้น (2)

    ทันทีที่หลานอวิ๋นเจียวผลุบหัวกลับเข้าไป จากรอยยิ้มใจดีของหลานพินถิงก็หุบฉับลงทันควัน แพรพกในมือถูกนางกำแน่นจนเกิดรอยยับย่นวันนี้ควรเป็นนางที่โดดเด่น ไฉนจึงถูกหลานอวิ๋นเจียวทำพังไม่เป็นท่า หรือน้องสาวผู้นี้รู้ตัวแล้ว จึงจงใจเป็นปรปักษ์กับนางอย่างโจ่งแจ้งหากวันนี้หานเซียนอ๋องไปงานโคมไฟจะไม่เผลอไผลกับรูปโฉมประหนึ่งปีศาจจิ้งจอกของหลานอวิ๋นเจียวหรือ เมื่อก่อนนางแอบเก็บหางอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแนบเนียน หนนี้ไม่อาจทำได้เสียแล้วน่าเจ็บใจนัก น้องสาวสมองทึบผู้นั้นหายไปที่ใดระหว่างที่รถม้ามุ่งหน้าไปงานโคมไฟ บ่อยครั้งที่หลานพินถิงเฝ้าพยายามหว่านล้อมให้หลานอวิ๋นเจียวสิ้นความมั่นใจ หารู้ไม่ว่าสิ่งที่หลานพินถิงพ่นออกมาเข้าตัวเองไปมากกว่าเก้าในสิบส่วนหลานอวิ๋นเจียวอมยิ้ม “ปิ่นสีมรกตเข้ากับข้าก็จริงอยู่ แต่เกรงผู้คนจะหาว่าเป็นนกยูงรำแพนนี่สิเจ้าคะ”หลานพินถิงถึงกับสะอึก เพราะเครื่องหัววันนี้นางประโคมใส่เครื่องประดับจนไม่เหลือที่ว่างเว้น เพียงเพราะต้องการให้ตนดูเด่นจนสะดุดตา กระทั่งได้ยินคำว่านกยูงรำแพนก็ทำเอานางหมดความมั่นใจไปเสียเอง“น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status