Masukลูกดอกที่ลอยลิ่วออกไป หล่นลงตรงกลางเป้าราวกับจับวาง เสียงอึงอลสงัดลงเดี๋ยวนั้น
“นางปาเข้าเป้าอย่างกับตาเห็น”
หลายคนขยี้จนตาแทบถลน ทว่ายังไม่อยากปักใจเชื่อ
“ดอกแรกเท่านั้น ข้าว่าก็แค่บังเอิญนะ...”
ปัก!!!!
ไม่รอให้จบประโยคลูกดอกที่เหลือก็ถูกขว้างออกไปอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังลงช่องกระบอกกลางทั้งหมดด้วย
หลานพินถิงตกตะลึงอึ้งเป็นไก่ไม้ หญิงสาวขยี้ตาซ้ำ “จะ…เจ้า…เป็นไปได้อย่างไร”
หลานอวิ๋นเจียวปลดผ้าคาดดวงตาลง ริมฝีปากสีกุหลาบเผยยิ้มซุกซนออกมา “โอ้โห ข้าทำได้อย่างไร นี่ลงเป้าทั้งหมดเลยหรือ”
ฉวนหงยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักใหญ่ ครั้นได้สติก็โผเข้ามากุมมือหลานอวิ๋นเจียวด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “คุณหนู ท่านเก่งมากเลยเจ้าค่ะ ปาลงเป้าภายในพริบตา”
หลานอวิ๋นเจียวขยิบตาหยอกล้อ “ข้าบอกเจ้าแล้ว เชื่อหรือยัง”
“เชื่อแล้วเจ้าค่ะ”
องครักษ์ทั้งสองเหลียวมองหน้ากันทันควัน คนที่เดินยังสะดุดขาตนล้มอย่างหลานอวิ๋นเจียวทำเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงจะอ้างว่านางแอบมองลอดผ้าแพรก็ยังลำบาก การปาลูกดอกให้ลงเป้าในคราวเดียวมิใช่ว่าใครก็ทำได้
“ท่านอ๋อง นี่นางใช่คุณหนูสามจริงหรือพ่ะย่ะค่ะ” ถังรุ่นตกตะลึง
เย่ซานหลางกดยิ้มมุมปาก “นางตัวเป็น ๆ เลยล่ะ”
“เช่นนั้นนางในเมื่อก่อนเหตุใดต้องแสร้งว่าไร้ความสามารถ”
เย่ซานหลางส่ายหน้า “บางทีนางอาจแค่แสร้งทำตัวเอาแต่ใจไร้เดียงสาเพื่อ...” ปลายนิ้วชี้เคาะโต๊ะอีกครั้ง คิ้วของเขาขยับเข้าใกล้กัน เสียงทุ้มพึมพำเสียงเบาลง “เพื่อสิ่งใดกันล่ะ หรือแค่อยากเรียกร้องความสนใจ”
ถังรุ่นและซุนเหว่ยขมวดคิ้วพลางคิดตาม
“ก็อาจจะจริงพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าวันนี้กระหม่อมเห็นนางกับองค์ชายสี่กระซิบอะไรกันก็หารู้ได้” ซุนเหว่ยกล่าว
นัยน์ตารูปใบหลิวหรี่ลงจนแคบ เขาจับจ้องท่าทางดีใจอย่างเปิดเผยของหลานอวิ๋นเจียวตาไม่กะพริบ รอยยิ้มและแววตาของนางไม่มีสิ่งใดแอบแฝงสักนิด
“ต่อไปจับตาดูนางให้มากขึ้น หากนางติดต่อกับจ้านฮ่าวเมื่อไหร่ รีบมารายงานข้า”
“พ่ะย่ะค่ะ” ซุนเหว่ยตอบรับทันควัน
“ถังรุ่น เจ้าไปรับเงินเดิมพันมา เก็บไว้ให้ดีก่อน”
“พ่ะย่ะค่ะ”
คนที่แพ้เดิมพันล้วนทำหน้าดุจกลืนยาขม ต่างคนต่างยืนมองก้อนเงินก้อนทองโดนโกยหายไปต่อหน้าตาละห้อย ตอนนี้ไม่มีผู้ใดกล้าดูแคลนความสามารถคุณหนูสามอีกแล้ว นางทำเอาพวกเขาแทบสิ้นเนื้อประดาตัว
“คุณหนู พวกท่านต่างก็ปาลงเป้าด้วยกันทั้งหมด เช่นนั้นพวกท่านก็เลือกของรางวัลเถิด”
“ไม่จำเป็น ให้แค่นางก็พอแล้ว” หลานเพ่ยจือไร้ความปรารถนาต่อสิ่งของไร้ราคาพวกนี้ นางเพียงปรายตามองผ่าน ๆ เท่านั้น
สายตาของหลานพินถิงที่สอดส่ายไปมาชะงักงัน หลานเพ่ยจือยังไม่เอาแล้วนางจะอยากได้ให้เสียหน้าอีกหรือ ถึงเสียดายอยู่บ้าง แต่ก็ต้องกล้ำกลืนมันลงไปเพื่อภาพลักษณ์อันดีของตน
“น้องหญิงรองพูดถูกต้องแล้ว นี่เป็นการละเล่นเพื่อความสนุกของพวกเราเท่านั้น อย่างไรเสียที่พวกเราทำไปก็แค่ต้องการให้น้องหญิงสามมีความสุข” หลานพินถิงเอ่ยนุ่มนวล
ความเสียดายที่เผยออกมาปิดไม่มิดเพียงนั้น ยังจะกล้าพูด เช่นนั้นนางจะสานต่อความปรารถนาของพี่สาวดอกบัวขาวให้เอง ดูสิว่าส่วนที่ควรเป็นของนางต้องกลายมาอยู่ในมือหลานอวิ๋นเจียว อีกฝ่ายจะมีท่าทีเช่นไร
“เถ้าแก่ พี่หญิงทั้งสองของข้าโตเป็นสาวแล้วไม่สนใจของนอกกาย แต่ข้าไม่ใช่ ถ้าเช่นนั้นส่วนของพวกนางข้าจะรับไว้เองเจ้าค่ะ”
เถ้าแก่ร้านพยักหน้า “ได้เลยขอรับ เช่นนั้นเชิญคุณหนูเลือกตามสบาย”
หลานอวิ๋นเจียวตาเป็นประกาย “ขอบคุณเจ้าค่ะ”
หลานพินถิงมองดูหลานอวิ๋นเจียวเลือกของรางวัลด้วยความอิจฉา นั่นเป็นส่วนที่นางควรได้มิใช่หรือ เหตุใดทุกอย่างถึงตกไปอยู่ในมือนังเด็กปากว่าตาขยิบเช่นนั้น ครั้นฉุกนึกได้ว่าเพราะทำตัวเอง หญิงสาวจึงทำได้เพียงมองดูตาละห้อย ขณะที่หลานอวิ๋นเจียวยิ้มหน้าบานจนราวกับว่าโลกทั้งใบเต็มไปด้วยมวลบุปผาบานสะพรั่ง หานเซียนอ๋องที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมสูงยังเผลออมยิ้มกับลูกไม้ของหลานอวิ๋นเจียวอย่างไม่รู้ตัว
ปึก!
“โอ๊ะ!” ร่างระหงเอียงกระเท่เร่เกือบเซล้มลง
“คุณหนู เป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ” ฉวนหงรุดเข้ามาช่วยประคอง
หลานอวิ๋นเจียวส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นไร ช่วยเก็บของหน่อย”
“เจ้าค่ะ”
“ช่วยด้วยเจ้าค่ะ ขโมย ขโมย” เสียงเล็กตะเบ็งแต่ไกล
หลานอวิ๋นเจียวหันไปยังต้นเสียง จากนั้นย้ายสายตาไปทิศตรงข้าม ที่แท้เมื่อครู่นางก็ถูกเจ้าหัวขโมยน้อยชนเข้าให้
“ตายจริง มีขโมยหรือนี่ น้องหญิงรอง น้องหญิงสาม เรารีบไปหลบเร็วเข้า เมื่อครู่ข้าเห็นว่าเด็กนั่นวิ่งมาชนเจ้าด้วย มิใช่ว่าเด็กนั่นเอาของมีค่าของเจ้าติดมือไปด้วยแล้วหรือ”
หลานอวิ๋นเจียวคลำบริเวณเข็มขัด ของของนางหายไปดังคาด “หยกแขวนของข้า”
“หยกแขวนหรือ” หลานพินถิงลดตามองตาม
บรรดาฝูงชนกำลังตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหล หลานอวิ๋นเจียวประเมินสถานการณ์ครู่หนึ่ง มือเรียวพลันคว้าคันธนูและลูกดอกมาไว้ที่ตน
“คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ”
“จับโจร”
“หา”
ไม่ทันเปิดโอกาสให้ผู้ใดทัดทาน หลานอวิ๋นเจียวก็หันไปคว้าผ้าเก่าผืนหนึ่ง ขาเรียวออกวิ่งไปข้างหน้ายิ่งสร้างความแตกตื่นให้ผู้คนในงานระลอกใหญ่
หลานอวิ๋นเจียววิ่งไปก็ใช้ฟันฉีกผ้าในมือไปจากนั้นจึงนำไปพันที่ปลายลูกดอกเพื่อปกปิดความแหลมคม
“คุณหนู!”
“น้องหญิงสามนี่เจ้าบ้าไปแล้วรึ แค่หยกแขวนอันเดียวถึงกับเอาตัวเองไปเสี่ยง” หลานพินถิงตะโกนไล่หลัง
หลานเพ่ยจือที่สงบนิ่งดุจสายน้ำยังอดเป็นกังวลไม่ได้ มือที่กุมตรงหน้าท้องบีบกันแน่นจนรู้สึกเจ็บ เสียงใสพึมพำ “นางบ้าไปแล้ว”
หลานอวิ๋นเจียวยกธนูขึ้นง้างพลางเล็งไปยังเป้าหมายราวกับคุ้นเคยกับอาวุธชิ้นนี้มาก่อน บางทีความตื่นตกใจก็อาจเป็นเหตุให้คนเราทำเรื่องที่เกินคาดหมาย นางเองยังประหลาดใจที่รู้สึกว่าจับเจ้าธนูคันหนาได้คล่องมือนัก
“หยุดนะเจ้าหัวขโมยน้อย หากเจ้าไม่ยอมหยุดข้าจะยิงเจ้าให้ไส้แตก”
หัวขโมยน้อยสภาพมอซอเหลียวมองเบื้องหลัง ขาของเขายังปั่นขึ้นลงอย่างไม่คิดชีวิต “เจ้าน่ะสิต้องหยุด เป็นสตรีตัวกระจ้อยยังคิดจะจับข้า เจ้ารอไปอีกร้อยปีเถิด”
“ใครสอนให้เจ้าดูแคลนสตรี เช่นนั้นก็เบิกตาเล็กตี่ของเจ้าดูให้ดีว่าข้าทำสิ่งใดได้บ้าง” มือเรียวดึงสายเอ็นจนตึงได้ที่ ครานี้ออกแรงมากจนราวกับว่ากระดูกต้นแขนกำลังปริร้าว
หลานอวิ๋นเจียวสบถ “ร่างกายข้าตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป”
“ฮ่า ฮ่า แค่สายธนูเจ้ายังง้างไม่สุด ดีกว่ามาเล่นแมวจับหนูกับข้า เจ้ากลับไปกินนมนอนเถอะ”
หลานอวิ๋นเจียวกัดฟันกรอด ทั้งหอบทั้งเหนื่อย ทว่านางเป็นคนที่ไม่เคยยอมแพ้ต่อโชคชะตา บอกแล้วมิใช่หรือว่าเหรียญทองที่ได้ไม่ใช่จับสลาก
“ท่านอ๋อง ให้กระหม่อมไปช่วยนางหรือไม่”
“ไม่ต้อง ข้าอยากดูอีกหน่อย”
เขาพิศมองภาพเหตุการณ์แมวไล่จับหนูไม่ละสายตา ตั้งแต่รู้จักหลานอวิ๋นเจียวมา เย่ซานหลางไม่เคยเห็นนางมีท่าทีหนักแน่นอย่างเช่นวันนี้ มิสู้ลองเดิมพันดีกว่า ดูสิว่าขาเรียวดุจไม้จิ้มฟันจะวิ่งไปแล้วพันกันจนหัวทิ่มหรือไม่
ริมฝีปากได้รูปเหยียดยิ้มแผ่วเบา นึกไปแล้วก็สนุกไม่เลว
หลานอวิ๋นเจียวตั้งสติ นางควบคุมลมหายใจอย่างเป็นจังหวะ โชคดีที่ยังจำวิธีฝึกร่างกายขั้นพื้นฐานได้ ไม่มีผู้ใดเก่งกาจโดยไม่ได้รับการฝึกฝน มือเรียวหยิบธนูขึ้นมาตั้งลำอีกครั้ง คราวนี้แรงดึงของนางเพิ่มขึ้นแล้ว ครั้นจับจังหวะได้ หลานอวิ๋นเจียวก็ลดธนูลงอีกครั้ง นางไม่ควรรีบร้อนเกินไป ขอแค่เจ้าปลาไหลน้อยไม่คลาดสายตา นางจะต้องตะครุบเขาได้แน่
“คุณหนูอย่างเจ้าแค่หยกอันเดียวก็เสียดายหรือ เหตุใดจึงกัดไม่ปล่อย” เด็กน้อยตะโกนกลับหลัง
หลานอวิ๋นเจียวตะเบ็งตอบ “ข้าไม่ได้เสียดายหยกนั่นเสียหน่อย ข้าก็แค่เห็นเจ้าเป็นคู่มือเท่านั้น”
“หา…นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“คู่มือต้องไม่มีปาก คนทำผิดย่อมต้องรับผลที่ตามมา”
“เพ้ย น่ารำคาญเสียจริง เดี๋ยวง้างเดี๋ยววางเช่นนั้นเจ้าคงสอยข้าได้กระมัง”
หลานอวิ๋นเจียวไม่ได้ตอบ ขาเสลาชะลอจนกระทั่งหยุดลง หัวขโมยน้อยเห็นนางหมดแรงก็หัวเราะได้ใจ เขามิได้วิ่งต่อเพราะตอนนี้ระยะห่างของเขาและหญิงสาวไกลกันพอควร
“หมดแรงข้าวต้มแล้วรึ”
ริมฝีปากสีกุหลาบยกยิ้มพราย “ยังเสียหน่อย”
เด็กหนุ่มตาเบิกโพลงเมื่ออยู่ ๆ หลานอวิ๋นเจียวก็ยกคันธนูที่คิดว่าหนักพันชั่งขึ้นมาราวกับมันเบาหวิวดุจขนนก พริบตาลูกเกาทัณฑ์ก็แล่นฉิวพุ่งไปข้างหน้าประหนึ่งลมกรด
ปึก
“โอ๊ย!”
เจ้าหัวขโมยน้อยล้มหงายท้องตึง สีหน้าของเขาเหยเกจนถึงที่สุด บุรุษที่นั่งมองอยู่บนหอคอยสูง ถึงกับดีดตัวลุกยืนขึ้นมาเดี๋ยวนั้น
หลานอวิ๋นเจียวเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้แทบไม่พัก ฉวนหงถือของจนล้นมือไปหมด “คุณหนู ขนมเยอะแยะเช่นนี้จะกินอย่างไรหมดเจ้าคะ หากซื้ออีก บ่าวคงต้องงอกมือเพิ่มแล้วเจ้าค่ะ”หลานอวิ๋นเจียวชะงัก นัยน์ตาดอกท้อกวาดมองทั้งกล่องทั้งซองขนมที่สูงเกือบท่วมศีรษะอีกฝ่ายก็รู้สึกเห็นใจ ดูเหมือนนางจะวู่วามในยามหิวโหยหลานอวิ๋นเจียวแย่งมาช่วยถือ“อ๊ะ ไม่ต้องเจ้าค่ะ บ่าวยังไหว”“ไหวอะไรกัน มาเถิดน่า เพราะข้าซื้อของตอนท้องหิวเลยวู่วามไปหน่อย”ข้อนี้ฉวนหงเห็นด้วยทีเดียว นางพยักหน้าอย่างจนใจ หลังจากเดินจนขาล้า หลานอวิ๋นเจียวก็พาฉวนหงมานั่งพักเหนื่อยใต้ต้นไม้สูง ซึ่งบริเวณนี้คนบางตามากกว่าทุกที่หลานอวิ๋นเจียวจ้องมองไปยังหอคอยสูงชะลูด ปากก็กัดถังหูลู่ลูกแดงฉ่ำ กล่าวอู้อี้ “ข้าอยากขึ้นไปแขวนโคมไฟบนนั้นจัง ว่ากันว่ายิ่งสูงคำอธิษฐานก็จะยิ่งเป็นจริง”“แต่นั่นสูงมากเลยนะเจ้าคะ บันไดก็ไม่มี”“เสียดายที่ข้าไม่มีกำลังภายใน วันหนึ่งข้าจะต้องได้เหาะขึ้นไปแขวนโคมไฟบนนั้น”ฉวนหงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก คุณหนูสามของนางมักโดนคนอื่นล้อว่าสมองทึบ เรื่องฝึกฝนวร
ถังรุ่นหน้านิ่วคิ้วขมวดเล็กน้อย หากเป็นคุณหนูสามในเมื่อก่อนมีแต่รีบกระโจนเข้าหา เหตุใดกลิ่นอายของนางวันนี้จึงแปลกไปหลานพินถิงมองท่าทีหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออกขององครักษ์หนุ่มจึงออกตัว “ขออภัยที่เสียมารยาท น้องหญิงสามกำลังงอแงเพราะเมื่อครู่ถูกหัวขโมยชิงของสำคัญไป ท่านอ๋องมีเรื่องด่วนหรือ มิสู้ให้ข้าไปแทนหรือไม่”“ขอบคุณน้ำใจคุณหนูใหญ่ แต่ท่านอ๋องกำชับว่าต้องเป็นคุณหนูสามเท่านั้น”หลานอวิ๋นเจียวสาวเท้ามาข้างหน้า นางหลบเขาได้วันนี้ก็ใช่วันหน้าจะหนีได้อีก ทว่านี่เป็นงานเทศกาลอันครึกครื้นในรอบปี นางไม่อยากเสียบรรยากาศอันดีก็เท่านั้น อีกอย่างนางไม่อยากให้คนอื่นจ้องจับพิรุธนางด้วยหลานอวิ๋นเจียวปรับสีหน้าอ่อนลง “ท่านองครักษ์ เมื่อครู่ข้าตกใจมากจริง ๆ ร่างกายก็มอมแมมอย่างยิ่ง เกรงว่าไปพบท่านอ๋องทั้งอย่างนี้คงไม่เหมาะ ข้าเองก็เหนื่อยล้ามากด้วย ข้าอยากพบท่านอ๋องเช่นกัน ทว่าสถานการณ์ไม่เป็นใจเอาเสียเลย เช่นนั้นก็…” หลานอวิ๋นเจียวกัดฟันมองหยกในมือ จากนั้นยื่นให้ถังรุ่นแสร้งปั้นหน้าสลด “ถือว่าเป็นคำขอโทษจากข้า วันหน้าค่อยพบกันใหม่ ตอนนี้ข้าขอตัวกลับจวนก่อนนะเจ้าคะ ห
ขาเสลามุ่งตรงไปยังร่างที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้น ลูกธนูเมื่อครู่ไร้ปลายแหลมคม เพราะหลานอวิ๋นเจียวใช้ผ้าพันปลายเอาไว้ ทว่าแรงกระแทกที่อีกฝ่ายโดนเข้าไปก็สามารถทำให้ทุรนทุรายได้เหมือนกันหลานอวิ๋นเจียวลดตามอง “ขโมยอะไรไป คืนมาให้หมด มิเช่นนั้นเจ้าโดนหนักกว่านี้แน่”หลานอวิ๋นเจียวตั้งท่าง้างธนูหวังขู่ขวัญ เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือพัลวัน “อย่า ๆ ข้ายอมแล้ว ยอมแล้วขอรับ”ไม่นานถุงเงินเกือบสิบใบกับหยกแขวนของนางก็ถูกหยิบออกมาวางเกลื่อนพื้น“โอ้โห เจ้า! ดีจริง ๆ ใครสั่งใครสอนให้ทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้”เด็กชายพยุงร่างให้นั่งอย่างมั่นคง มือของเขากุมหน้าท้องอยู่ตลอด ไม่ทันตอบกลับเสียงฝีเท้านับสิบกระทบใบไม้แห้งต่างกรูเข้ามาไม่หยุดเสียงจากชายชาวบ้านวัยกลางคนดังแทรก “ไอ้เด็กเวรนี่มันก่อเรื่องอีกแล้ว คราวนี้ต้องให้มันติดคุกนาน ๆ ตลอดชีวิตยิ่งดี จะได้ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ว”“ข้าติดคุกนานเพียงนั้นไม่ได้ ต่อไปข้าจะไม่ทำแล้ว” เด็กชายยกมือไหว้“เพ้ย! ดีแต่พูด หากไม่อยากติดคุกก็ไปตายซะ”ชาวบ้านทั้งสตรีและบุรุษดาหน้าเข้ามาหวังใช้สิ่งของที่อย
ลูกดอกที่ลอยลิ่วออกไป หล่นลงตรงกลางเป้าราวกับจับวาง เสียงอึงอลสงัดลงเดี๋ยวนั้น“นางปาเข้าเป้าอย่างกับตาเห็น”หลายคนขยี้จนตาแทบถลน ทว่ายังไม่อยากปักใจเชื่อ“ดอกแรกเท่านั้น ข้าว่าก็แค่บังเอิญนะ...”ปัก!!!!ไม่รอให้จบประโยคลูกดอกที่เหลือก็ถูกขว้างออกไปอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังลงช่องกระบอกกลางทั้งหมดด้วยหลานพินถิงตกตะลึงอึ้งเป็นไก่ไม้ หญิงสาวขยี้ตาซ้ำ “จะ…เจ้า…เป็นไปได้อย่างไร”หลานอวิ๋นเจียวปลดผ้าคาดดวงตาลง ริมฝีปากสีกุหลาบเผยยิ้มซุกซนออกมา “โอ้โห ข้าทำได้อย่างไร นี่ลงเป้าทั้งหมดเลยหรือ”ฉวนหงยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักใหญ่ ครั้นได้สติก็โผเข้ามากุมมือหลานอวิ๋นเจียวด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “คุณหนู ท่านเก่งมากเลยเจ้าค่ะ ปาลงเป้าภายในพริบตา”หลานอวิ๋นเจียวขยิบตาหยอกล้อ “ข้าบอกเจ้าแล้ว เชื่อหรือยัง”“เชื่อแล้วเจ้าค่ะ”องครักษ์ทั้งสองเหลียวมองหน้ากันทันควัน คนที่เดินยังสะดุดขาตนล้มอย่างหลานอวิ๋นเจียวทำเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงจะอ้างว่านางแอบมองลอดผ้าแพรก็ยังลำบาก การปาลูกดอกให้ลงเป้าในคราวเดียวมิใช่ว่าใครก็ทำได้
“คุณชาย ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่กระมัง แน่ใจหรือว่าจะลงเดิมพันคุณหนูสาม นางเป็นสตรีที่หาความสามารถแทบไม่เจอ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทัน”“ข้าไม่เปลี่ยนใจ”หลายคนถึงกับส่ายหน้าเพราะเสียดายทองมหาศาลที่เขาเอามากอง จะว่าไปแล้ววันนี้คุณหนูสามโดดเด่นเป็นอย่างมาก บางทีเขาอาจสะดุดตาต่อรูปโฉมของนางจนหน้ามืดตามัวดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของชายหนุ่มอีกเจ้าของร่างสูงไม่รอช้า เท้าแกร่งขยับเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด ที่ตรงนี้เป็นหอคอยสามารถขึ้นมาชมบรรยากาศอันงดงามได้ทั้งเมือง และแน่นอนมันทำให้เขามองเห็นหญิงสาวทั้งสามได้ถนัดตา แต่ละชั้นใช่ว่าใครจะขึ้นไปได้ หากกระเป๋าไม่หนาพอก็รอฟังผลชั้นล่างสุดแล้วกันฝ่ามือกว้างปลดงอบบนศีรษะลง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราไม่ละสายตา รอยยิ้มสดใสของนางทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่น หากเป็นเมื่อก่อนนางจะต้องเที่ยวไปตามตัวเขาออกจากตำหนัก ทว่ายามนี้การแข่งขันโถวหูกลับดึงความสนใจของนางไปจากเขาอย่างสิ้นเชิงชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ หรือเพราะการไล่ตามที่ไม่มีผล อาจทำให้ความรู้สึกของคนที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวนั้นถอดใจ“ท่
เรื่องผ้าเช็ดหน้าเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งชั่วคราว หลานอวิ๋นเจียวไม่อยากเอามาคิดให้เสียอารมณ์ ตอนนี้ความสนใจของหญิงสาวจดจ่ออยู่ที่การแข่งขันโถวหูมากกว่าหลานอวิ๋นเจียวดูตื่นตาเป็นพิเศษเพราะเป็นการละเล่นยุคโบราณที่แทบเลือนหายไปแล้วในยุคที่นางจากมา หญิงสาวกวาดสายตาสำรวจของรางวัลที่ตั้งอยู่ภายในร้าน กระทั่งสะดุดตาเข้ากับธนูคันหนึ่ง“เถ้าแก่ หากข้าอยากได้ธนูคันนั้นต้องทำอย่างไร”ชายวัยกลางคนยิ้มประจบ “คุณหนูตาถึงยิ่งนัก นี่เป็นคันธนูอย่างดีทำขึ้นจากเอ็นและเขาสัตว์โดยเฉพาะ ช่างฝีมือทำออกมาอย่างประณีตทีเดียว หากท่านต้องการก็ต้องโยนลูกดอกให้ลงเป้าโดยไม่พลาดเลยห้าดอก”หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางไม่รู้หรอกว่าความสามารถของตนในตอนนี้มีเท่าใด หากแต่นางคิดว่าอาจพอประยุกต์จากทักษะที่ตนเป็นนักแม่นปีนเข้าไปได้ “น้องหญิงสาม เหตุใดจึงอยากได้ธนูคันนั้น นี่เจ้าคงไม่คิดจะนำมันไปเป็นของฝากให้ท่านอ๋องกระมัง” หลานพินถิงถามหลานเพ่ยจือแค่นเสียง “คนที่เดินยังเซเช่นเจ้า คิดจะปาลูกดอกลงเป้าได้จริงหรือ”หลานอวิ๋นเจียวเป็นคุณหนูชนิดที่ว่าไร้ทักษะและค







