Share

บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (1)

last update Last Updated: 2025-12-31 13:00:30

เรื่องผ้าเช็ดหน้าเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งชั่วคราว หลานอวิ๋นเจียวไม่อยากเอามาคิดให้เสียอารมณ์ ตอนนี้ความสนใจของหญิงสาวจดจ่ออยู่ที่การแข่งขันโถวหูมากกว่า

หลานอวิ๋นเจียวดูตื่นตาเป็นพิเศษเพราะเป็นการละเล่นยุคโบราณที่แทบเลือนหายไปแล้วในยุคที่นางจากมา หญิงสาวกวาดสายตาสำรวจของรางวัลที่ตั้งอยู่ภายในร้าน กระทั่งสะดุดตาเข้ากับธนูคันหนึ่ง 

“เถ้าแก่ หากข้าอยากได้ธนูคันนั้นต้องทำอย่างไร”

ชายวัยกลางคนยิ้มประจบ “คุณหนูตาถึงยิ่งนัก นี่เป็นคันธนูอย่างดีทำขึ้นจากเอ็นและเขาสัตว์โดยเฉพาะ ช่างฝีมือทำออกมาอย่างประณีตทีเดียว หากท่านต้องการก็ต้องโยนลูกดอกให้ลงเป้าโดยไม่พลาดเลยห้าดอก”

หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางไม่รู้หรอกว่าความสามารถของตนในตอนนี้มีเท่าใด หากแต่นางคิดว่าอาจพอประยุกต์จากทักษะที่ตนเป็นนักแม่นปีนเข้าไปได้  

“น้องหญิงสาม เหตุใดจึงอยากได้ธนูคันนั้น นี่เจ้าคงไม่คิดจะนำมันไปเป็นของฝากให้ท่านอ๋องกระมัง” หลานพินถิงถาม

หลานเพ่ยจือแค่นเสียง “คนที่เดินยังเซเช่นเจ้า คิดจะปาลูกดอกลงเป้าได้จริงหรือ”

หลานอวิ๋นเจียวเป็นคุณหนูชนิดที่ว่าไร้ทักษะและความสามารถ นางไม่ถนัดอะไรเลยสักอย่าง ไม่ว่าเดินหมากเล่นดนตรี กระทั่งเย็บปักถักร้อยก็ยังออกมาน่าเกลียด

“เช่นนั้นมิสู้น้องหญิงทั้งสองประลองกันเพื่อความตื่นเต้นดีหรือไม่” หลานพินถิงออกความเห็น 

เกรงว่าเพียงดอกเดียวหลานอวิ๋นเจียวคงทำขายหน้าไปทั้งเมือง โอกาสได้หักหน้าน้องสาวใกล้เพียงเอื้อมหากไม่คว้าเอาไว้คงน่าเสียดาย มิสู้ราดน้ำมันลงบนกองเพลิงกระตุ้นให้หลานอวิ๋นเจียวร้องไห้แล้วหนีกลับบ้าน นางจะได้กลับมาเป็นที่โดดเด่นเพียงหนึ่งเดียวอีกครั้ง 

หลานอวิ๋นเจียวยิ้มตาปิด “ความคิดพี่หญิงใหญ่ไม่เลว เช่นนั้นก็ตามนี้นะเจ้าคะ แต่อย่าได้เข้าใจข้าผิดว่าจะนำมันไปมอบให้ท่านอ๋อง ธนูคันนี้เป็นข้าที่อยากได้เองต่างหาก”

หลานพินถิงหน้ายับยู่ “เจ้าเป็นสตรีจะเอาอาวุธหยาบกระด้างไปทำอะไร มิสู้ไปฝึกปักผ้า เขียนอักษรให้ชำนาญไม่ดีกว่าหรือ”

“มิกล้า ๆ พี่หญิงใหญ่ก็รู้ว่าข้าเดินหมากเขียนอักษรไม่เก่ง มิสู้เดินทางสายบู๊อาจรุ่งก็ได้”

“โธ่ น้องหญิงสาม เจ้ากำลังตัดพ้อตัวเองหรือ พวกเราไม่เคยคิดเช่นนั้นเสียหน่อย” หลานพินถิงแสร้งเห็นใจ แท้จริงเสียงที่ดังออกไปก็เพราะอยากป่าวประกาศให้ทุกคนได้รู้ว่าหลานอวิ๋นเจียวเป็นสตรีที่ไร้ความสามารถต่างหาก 

อย่าได้คิดว่าหลานอวิ๋นเจียวดูไม่ออก ปล่อยให้แม่นางดอกบัวขาวดีใจเสียให้พอ รอโอกาสมาถึงนางสัญญาจะไม่ให้อีกฝ่ายยิ้มได้อีกเลย 

“น้ำใจของพี่หญิงใหญ่น้องสาวอย่างข้าซาบซึ้งยิ่งนัก แต่ว่าเรามากันสามคน ดังนั้นเราก็ประลองกันทั้งหมดจะได้สนุก พี่หญิงรอง ท่านว่าความคิดของข้าดีหรือไม่”

หลานเพ่ยจือยิ้มเยาะ เมื่อก่อนหลานพินถิงสวมหน้ากากเข้าหาหลานอวิ๋นเจียวนับเป็นเรื่องปกติ มายามนี้น้องหญิงสามของนางกลับไม่ไร้เดียงสาอีกต่อไป คำพูดดูดีเหล่านั้นราวกับแฝงไปด้วยพิษร้ายอย่างไรชอบกล 

หลานเพ่ยจือเบือนหน้าหนี เอ่ยอย่างไม่แยแส “ไร้สาระ”

“ข้าจะถือว่าท่านเห็นด้วยนะเจ้าคะ” เสียงใสเจื้อยแจ้วต่อ ไม่สนว่าอีกฝ่ายหน้านิ่วคิ้วขมวดเพียงใด 

เมื่อก่อนหลานอวิ๋นเจียวปะหน้าหลานเพ่ยจือก็กลัวจนหัวหด ต้องวิ่งตัวสั่นไปหลบหลังหลานพินถิงราวกับลูกแหง่ ใครจะรู้ว่าหลังจากนางพลัดตกต้นไม้ หลานอวิ๋นเจียวก็เปลี่ยนไปไม่เหมือนก่อน 

“น้องหญิงสาม เจ้าแน่ใจแล้วหรือว่าจะประลองกับเรา อย่าลืมว่าเจ้าจับเข็มยังโดนตำนิ้ว ปีนต้นไม้ยังตกลงมาเจ็บ หากเกิดว่าพวกเราชนะเจ้าได้ เจ้าจะไม่วิ่งโร่ไปฟ้องท่านพ่อว่าพี่สาวทั้งสองรังแกเจ้าหรือ”

หลานพินถิงเอ่ยกระเซ้า คนโง่เท่านั้นที่มองไม่ออก นางจงใจตบหน้าหลานอวิ๋นเจียวด้วยวาจาเชือดเฉือนฉาดใหญ่ก็เท่านั้นเอง น่าเสียดายที่แถวนี้คนโง่งมมีมากนัก 

คิดว่าคำพูดเหล่านั้นหลานอวิ๋นเจียวจะใส่ใจเพื่อ นางหน้าหนากว่าที่คิดจะบอกให้ ใครมองอย่างไรหลานอวิ๋นเจียวไม่สน ทองแท้ไม่แพ้ไฟอยู่แล้ว 

“พี่หญิงทั้งสองไม่ต้องกังวล ข้ารู้จักแยกแยะถูกผิด เช่นนั้นเรียงตามลำดับอาวุโสก็แล้วกัน ข้าอ่อนที่สุดก็ต้องให้เกียรติผู้อาวุโสก่อน”

คำพูดของหลานอวิ๋นเจียวทำให้รอยยิ้มของหลานพินถิงดูประหลาด เหล่าคนมุงแอบขำพรืดไม่รู้ตัว นั่นมิใช่หลานอวิ๋นเจียวกำลังบอกว่าหลานพินถิงเป็นสาวแก่ทึนทึกกว่าใครเพื่อนรึ 

“เช่นนั้นก็เชิญคุณหนูทั้งสามขอรับ”

หลานพินถิงเชิดคอตั้งก้าวเท้าไปข้างหน้า นางคว้าธนูดอกแรกออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ การละเล่นพื้น ๆ นางไม่ประหวั่นอยู่แล้ว น้องสาวต่างมารดาผู้นี้คงลืมไปว่า ในบรรดาพี่น้องสกุลหลาน หลานพินถิงความสามารถโดดเด่นที่สุด 

“คุณหนูใหญ่ความสามารถรอบด้าน ปิดตายังรู้ว่าใครจะชนะ” 

“เช่นนั้น ข้าว่าเรามาเปิดเดิมพันกันดีกว่า”

“ความคิดเข้าท่าทีเดียว”

เรื่องการแข่งขันโถวหูของคุณหนูตระกูลหลานได้แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว โต๊ะเดิมพันที่เกิดขึ้นก็ครึกครื้นขึ้นถนัดตา 

“ข้าลงคุณหนูใหญ่”

“ข้าลงคุณหนูรอง”

“ข้าลงคุณหนูใหญ่”

“ข้าก็ลงคุณหนูใหญ่”

ผู้คนเริ่มทยอยเข้ามาจนไร้ช่องลมพัดผ่าน เสียงส่วนใหญ่เอนเอียงไปทางคุณหนูใหญ่หลานพินถิง หลานเพ่ยจือเองก็มิได้น้อยหน้า ครั้นเหลียวมองชื่อของหลานอวิ๋นเจียว กลับไม่มีการวางเหรียญแม้แต่อีแปะ 

หดหู่ไม่ไหว

ก่อนโต๊ะเดิมพันจะถูกปิดลงกลับมีมือคู่หนึ่งหย่อนถุงผ้าไหมลงบนป้ายชื่อของหลานอวิ๋นเจียว พริบตาก็เทของที่บรรจุด้านในออกมา ก้อนทองคำกลิ้งขลุกขลักออกมารวมกันดุจดั่งภูผา 

เสียงอื้ออึงเงียบลงชั่วขณะ 

“คุณหนูสาม”

ครั้นได้ยินว่าเขาต้องการเดิมพันข้างใคร เสียงที่สงัดเมื่อครู่ก็สะท้อนขึ้นอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดมองเห็นใบหน้าของเขา เพราะงอบที่สวมใส่มีผ้าโปร่งแสงสีเข้มบดบังอยู่ ฟังจากน้ำเสียง และมองเพียงผิวเผินเขาจะต้องดูดีอยู่ไม่น้อย ความสูงราวหกฉื่อ [1] นี่ทำเอาหลายคนตกตะลึง พยายามแหงนมองจนคอแทบเคล็ด 

เชิงอรรถ

^ความสูง 6 ฉื่อ (尺) ของจีนโบราณ จะเทียบเป็นเซนติเมตรได้หลายค่าขึ้นอยู่กับยุคสมัย แต่ถ้าอ้างอิงมาตรฐานปัจจุบัน (จีนสมัยใหม่) 1 ฉื่อ = 33.3 ซม. ดังนั้น 6 ฉื่อ จะเท่ากับประมาณ 199.8 เซนติเมตร (ราว 200 ซม.) แต่หากอิงยุคโบราณ เช่น สมัยหมิง/ชิง 1 ฉื่อ = 32 ซม. ก็จะสูงประมาณ 192 ซม. 

^จะขโมยไก่ แต่ไม่ได้ไก่ แถมยังเสียข้าวไปอีกกำ (偷雞不成蝕把米 – โทวจีปู้เฉิง สือป่าหมี่ หมายถึง เปรียบถึงคนที่ทำสิ่งไม่ถูกต้อง หวังได้ประโยชน์ แต่สุดท้ายไม่สำเร็จ แถมยังเสียของ เสียเวลา หรือเสียประโยชน์ที่มีอยู่ไปอีก คล้ายภาษาไทย → “ได้ไม่คุ้มเสีย” หรือ “หวังฟันปลา แต่ตาข่ายขาด”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 7 ผู้ชนะเดิมพัน

    ขาเสลามุ่งตรงไปยังร่างที่นอนโอดครวญอยู่บนพื้น ลูกธนูเมื่อครู่ไร้ปลายแหลมคม เพราะหลานอวิ๋นเจียวใช้ผ้าพันปลายเอาไว้ ทว่าแรงกระแทกที่อีกฝ่ายโดนเข้าไปก็สามารถทำให้ทุรนทุรายได้เหมือนกันหลานอวิ๋นเจียวลดตามอง “ขโมยอะไรไป คืนมาให้หมด มิเช่นนั้นเจ้าโดนหนักกว่านี้แน่”หลานอวิ๋นเจียวตั้งท่าง้างธนูหวังขู่ขวัญ เด็กหนุ่มโบกไม้โบกมือพัลวัน “อย่า ๆ ข้ายอมแล้ว ยอมแล้วขอรับ”ไม่นานถุงเงินเกือบสิบใบกับหยกแขวนของนางก็ถูกหยิบออกมาวางเกลื่อนพื้น“โอ้โห เจ้า! ดีจริง ๆ ใครสั่งใครสอนให้ทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้”เด็กชายพยุงร่างให้นั่งอย่างมั่นคง มือของเขากุมหน้าท้องอยู่ตลอด ไม่ทันตอบกลับเสียงฝีเท้านับสิบกระทบใบไม้แห้งต่างกรูเข้ามาไม่หยุดเสียงจากชายชาวบ้านวัยกลางคนดังแทรก “ไอ้เด็กเวรนี่มันก่อเรื่องอีกแล้ว คราวนี้ต้องให้มันติดคุกนาน ๆ ตลอดชีวิตยิ่งดี จะได้ไม่ก่อเรื่องวุ่นวายไปทั่ว”“ข้าติดคุกนานเพียงนั้นไม่ได้ ต่อไปข้าจะไม่ทำแล้ว” เด็กชายยกมือไหว้“เพ้ย! ดีแต่พูด หากไม่อยากติดคุกก็ไปตายซะ”ชาวบ้านทั้งสตรีและบุรุษดาหน้าเข้ามาหวังใช้สิ่งของที่อย

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 6 คู่มือต้องไม่มีปาก

    ลูกดอกที่ลอยลิ่วออกไป หล่นลงตรงกลางเป้าราวกับจับวาง เสียงอึงอลสงัดลงเดี๋ยวนั้น“นางปาเข้าเป้าอย่างกับตาเห็น”หลายคนขยี้จนตาแทบถลน ทว่ายังไม่อยากปักใจเชื่อ“ดอกแรกเท่านั้น ข้าว่าก็แค่บังเอิญนะ...”ปัก!!!!ไม่รอให้จบประโยคลูกดอกที่เหลือก็ถูกขว้างออกไปอย่างพร้อมเพรียง หนำซ้ำยังลงช่องกระบอกกลางทั้งหมดด้วยหลานพินถิงตกตะลึงอึ้งเป็นไก่ไม้ หญิงสาวขยี้ตาซ้ำ “จะ…เจ้า…เป็นไปได้อย่างไร”หลานอวิ๋นเจียวปลดผ้าคาดดวงตาลง ริมฝีปากสีกุหลาบเผยยิ้มซุกซนออกมา “โอ้โห ข้าทำได้อย่างไร นี่ลงเป้าทั้งหมดเลยหรือ”ฉวนหงยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักใหญ่ ครั้นได้สติก็โผเข้ามากุมมือหลานอวิ๋นเจียวด้วยความตื่นเต้นระคนดีใจ “คุณหนู ท่านเก่งมากเลยเจ้าค่ะ ปาลงเป้าภายในพริบตา”หลานอวิ๋นเจียวขยิบตาหยอกล้อ “ข้าบอกเจ้าแล้ว เชื่อหรือยัง”“เชื่อแล้วเจ้าค่ะ”องครักษ์ทั้งสองเหลียวมองหน้ากันทันควัน คนที่เดินยังสะดุดขาตนล้มอย่างหลานอวิ๋นเจียวทำเช่นนี้ได้อย่างไร ถึงจะอ้างว่านางแอบมองลอดผ้าแพรก็ยังลำบาก การปาลูกดอกให้ลงเป้าในคราวเดียวมิใช่ว่าใครก็ทำได้

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (2)

    “คุณชาย ท่านคงไม่ใช่คนที่นี่กระมัง แน่ใจหรือว่าจะลงเดิมพันคุณหนูสาม นางเป็นสตรีที่หาความสามารถแทบไม่เจอ เปลี่ยนใจตอนนี้ก็ยังทัน”“ข้าไม่เปลี่ยนใจ”หลายคนถึงกับส่ายหน้าเพราะเสียดายทองมหาศาลที่เขาเอามากอง จะว่าไปแล้ววันนี้คุณหนูสามโดดเด่นเป็นอย่างมาก บางทีเขาอาจสะดุดตาต่อรูปโฉมของนางจนหน้ามืดตามัวดังนั้นจึงไม่มีใครคัดค้านการตัดสินใจของชายหนุ่มอีกเจ้าของร่างสูงไม่รอช้า เท้าแกร่งขยับเดินขึ้นไปยังชั้นบนสุด ที่ตรงนี้เป็นหอคอยสามารถขึ้นมาชมบรรยากาศอันงดงามได้ทั้งเมือง และแน่นอนมันทำให้เขามองเห็นหญิงสาวทั้งสามได้ถนัดตา แต่ละชั้นใช่ว่าใครจะขึ้นไปได้ หากกระเป๋าไม่หนาพอก็รอฟังผลชั้นล่างสุดแล้วกันฝ่ามือกว้างปลดงอบบนศีรษะลง นัยน์ตาคมกริบจับจ้องใบหน้าพริ้มเพราไม่ละสายตา รอยยิ้มสดใสของนางทำให้คิ้วเข้มขมวดแน่น หากเป็นเมื่อก่อนนางจะต้องเที่ยวไปตามตัวเขาออกจากตำหนัก ทว่ายามนี้การแข่งขันโถวหูกลับดึงความสนใจของนางไปจากเขาอย่างสิ้นเชิงชายหนุ่มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ หรือเพราะการไล่ตามที่ไม่มีผล อาจทำให้ความรู้สึกของคนที่พยายามอยู่ฝ่ายเดียวนั้นถอดใจ“ท่

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 5 หมากตัวสำคัญ (1)

    เรื่องผ้าเช็ดหน้าเมื่อครู่ถูกโยนทิ้งชั่วคราว หลานอวิ๋นเจียวไม่อยากเอามาคิดให้เสียอารมณ์ ตอนนี้ความสนใจของหญิงสาวจดจ่ออยู่ที่การแข่งขันโถวหูมากกว่าหลานอวิ๋นเจียวดูตื่นตาเป็นพิเศษเพราะเป็นการละเล่นยุคโบราณที่แทบเลือนหายไปแล้วในยุคที่นางจากมา หญิงสาวกวาดสายตาสำรวจของรางวัลที่ตั้งอยู่ภายในร้าน กระทั่งสะดุดตาเข้ากับธนูคันหนึ่ง“เถ้าแก่ หากข้าอยากได้ธนูคันนั้นต้องทำอย่างไร”ชายวัยกลางคนยิ้มประจบ “คุณหนูตาถึงยิ่งนัก นี่เป็นคันธนูอย่างดีทำขึ้นจากเอ็นและเขาสัตว์โดยเฉพาะ ช่างฝีมือทำออกมาอย่างประณีตทีเดียว หากท่านต้องการก็ต้องโยนลูกดอกให้ลงเป้าโดยไม่พลาดเลยห้าดอก”หลานอวิ๋นเจียวพยักหน้าหงึกหงัก นางไม่รู้หรอกว่าความสามารถของตนในตอนนี้มีเท่าใด หากแต่นางคิดว่าอาจพอประยุกต์จากทักษะที่ตนเป็นนักแม่นปีนเข้าไปได้ “น้องหญิงสาม เหตุใดจึงอยากได้ธนูคันนั้น นี่เจ้าคงไม่คิดจะนำมันไปเป็นของฝากให้ท่านอ๋องกระมัง” หลานพินถิงถามหลานเพ่ยจือแค่นเสียง “คนที่เดินยังเซเช่นเจ้า คิดจะปาลูกดอกลงเป้าได้จริงหรือ”หลานอวิ๋นเจียวเป็นคุณหนูชนิดที่ว่าไร้ทักษะและค

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 4 ตัวประกอบที่ไม่มีในความทรงจำ

    เดิมทีสายตาแทบทุกคู่ต้องหยุดอยู่ที่หลานพินถิงเสมอ รอยยิ้มหวานละไมแห้งเหี่ยวลงช้า ๆ เมื่อสัมผัสได้ว่าตนกำลังถูกมองข้ามไป“พี่หญิงใหญ่ไม่เข้าไปหรือเจ้าคะ”หลานพินถิงกระแอม “น้องหญิงสาม คนมากมายเกินไป ข้าว่าเราไปหาที่เดินเล่นสงบ ๆ กว่านี้ดีหรือไม่”“พี่หญิงใหญ่ นี่มันเทศกาลนะเจ้าคะ คนน้อยสิแปลก แต่หากท่านไม่ชอบคนพลุกพล่านจะกลับไปก่อนก็ย่อมได้”“ไม่เป็นไร ไหน ๆ ก็มาแล้ว มิสู้เดินเล่นสักหน่อย”“มากันแล้วหรือ” เสียงใสดังแทรกบทสนทนาหลานอวิ๋นเจียวเอ่ย “ที่แท้เป็นพี่หญิงรอง ท่านล่วงหน้ามาก่อนคงรู้ว่าในงานมีเรื่องน่าสนุกอะไรบ้าง”หลานเพ่ยจือจ้องหลานอวิ๋นเจียวตาไม่กะพริบ “นี่เจ้า…”หลานอวิ๋นเจียวเอียงคอถาม “ทำไมเจ้าคะ จำน้องสาวไม่ได้แล้วหรือ”หลานเพ่ยจือค่อนขอด “แต่งกายดี ๆ กับเขาก็เป็น ทำสกุลหลานขายหน้าอยู่ตั้งนาน” จากนั้นหญิงสาวก็ย้ายสายตาไปยังหลานพินถิงด้วยความดูแคลน“น้องหญิงรอง ข้าคิดว่าเจ้าไม่อยากมาเดินกับพวกเราเสียอีก”ความแตกต่างของสองพี่น้องเผยออกมาอย่างเห็นได้ชัด หลานพินถิงเป็นพวกซ่อนเร้นความร้ายกาจผ่

  • อุบัติรักนางเอกร้ายเดียงสา   บทที่ 3 รูปโฉมจิ้งจอกที่ถูกซ่อนเร้น (2)

    ทันทีที่หลานอวิ๋นเจียวผลุบหัวกลับเข้าไป จากรอยยิ้มใจดีของหลานพินถิงก็หุบฉับลงทันควัน แพรพกในมือถูกนางกำแน่นจนเกิดรอยยับย่นวันนี้ควรเป็นนางที่โดดเด่น ไฉนจึงถูกหลานอวิ๋นเจียวทำพังไม่เป็นท่า หรือน้องสาวผู้นี้รู้ตัวแล้ว จึงจงใจเป็นปรปักษ์กับนางอย่างโจ่งแจ้งหากวันนี้หานเซียนอ๋องไปงานโคมไฟจะไม่เผลอไผลกับรูปโฉมประหนึ่งปีศาจจิ้งจอกของหลานอวิ๋นเจียวหรือ เมื่อก่อนนางแอบเก็บหางอีกฝ่ายเอาไว้อย่างแนบเนียน หนนี้ไม่อาจทำได้เสียแล้วน่าเจ็บใจนัก น้องสาวสมองทึบผู้นั้นหายไปที่ใดระหว่างที่รถม้ามุ่งหน้าไปงานโคมไฟ บ่อยครั้งที่หลานพินถิงเฝ้าพยายามหว่านล้อมให้หลานอวิ๋นเจียวสิ้นความมั่นใจ หารู้ไม่ว่าสิ่งที่หลานพินถิงพ่นออกมาเข้าตัวเองไปมากกว่าเก้าในสิบส่วนหลานอวิ๋นเจียวอมยิ้ม “ปิ่นสีมรกตเข้ากับข้าก็จริงอยู่ แต่เกรงผู้คนจะหาว่าเป็นนกยูงรำแพนนี่สิเจ้าคะ”หลานพินถิงถึงกับสะอึก เพราะเครื่องหัววันนี้นางประโคมใส่เครื่องประดับจนไม่เหลือที่ว่างเว้น เพียงเพราะต้องการให้ตนดูเด่นจนสะดุดตา กระทั่งได้ยินคำว่านกยูงรำแพนก็ทำเอานางหมดความมั่นใจไปเสียเอง“น

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status