Accueil / LGBTQ+ / อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล / ตอนที่ 34 รากบรรพชน

Partager

ตอนที่ 34 รากบรรพชน

last update Date de publication: 2026-02-07 21:55:27

หึ่ๆๆๆๆ

เสียงหัวเราะทุ้มต่ำกังวานก้องแฝงความอิ่มเอมพึงพอใจราวกับพบเจอสมบัติที่ตามหาจากลายแทงจนพบ มันดังลอยออกมาจากความมืดแทรกซึมเข้ามาในโสตประสาทราวกับเข้ามาตะโกนก้องข้างในรูหู เยี่ยนชิงหลบฉากด้าสหลังอี้หลานฝ่ามือกำแน่นที่แขนเสื้อคนตัวโตหวาดกลัวแม้ไม่พบเห็นว่าเป็นใคร

“เจอตัวจนได้…หยางหยินของข้า”

เงาร่างหนึ่งค่อยๆ ปรากฏขึ้นจากม่านหมอกสีเขียว เส้นแสงไหลเวียนพันรอบร่างนั้นราวกับอสรพิษที่เชื่องช้า ใบหน้าคมคายค่อยๆ ชัดเจนขึ้น ดวงตาสีดำลึกฉ่ำสะท้อนแสงราวกับบ่อน้ำไร้ก้นบึ้ง มุมปากยกยิ้มรอยยิ้มของผู้ที่รอคอยเวลานี้มาเนิ่นนาน

“น…นั่นใคร ใบหน้าคุ้นๆ” เยี่ยนชิงถามเสียงสั่นดวงตาเบิกกว้าง มองร่างแปลกหน้าที่แผ่อำนาจออกมาจนหุบเขาทั้งหมดเหมือนถูกกดทับไว้ใต้เงาเดียว ทั้งที่มีใบหน้ารูปทรงงดงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าอี้หลานแต่ความอันตรายแผ่ซ่านรุนแรงราวกับ..จอมมาร

อี้หลานนิ่งค้างไปในเสี้ยวอึดใจนั้นสีหน้าที่เคยสุขุมเยือกเย็นพลันแข็งเกร็ง ราวกับชื่อที่ได้ยินเป็นมีดคมกริบกรีดลึกลงไปในความทรงจำที่ถูกผนึก

“มูอวี่…”

เสียงห้วนสั้นที่เอ่ยออกมาแผ่วเบาราวกับไม่อยากจะเชื่อว่าคนตรงหน้าคือสหายรัก..

“นี่เจ้า…”

เงาร่างนั้นยิ้มกว้างขึ้น ดวงตาหรี่ลงอย่างพึงพอใจ ราวกับคำเรียกชื่อคือเครื่องยืนยันชัยชนะ

“สวัสดี สหายรัก อี้หลาน” คำว่า สหายรัก ถูกเน้นย้ำอย่างจงใจ ปากหยักได้รูปแสยะกว้างตาเป็นประกายกระหายเลือดนั้นแฝงความเย้ยหยันคุ้นเคยที่ไม่อาจปฏิเสธได้

“ทำไม…ทำไมถึงเป็นเจ้า”

อี้หลานก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วกำแน่นจนข้อนิ้วซีดคำถามนั้นไม่ได้ต้องการคำตอบ หากเป็นเสียงแตกหักของความเชื่อที่พังทลายลงในคราเดียว

เยี่ยนชิงมองสลับไปมาระหว่างทั้งสองคน ความอึดอัดคุกรุ่นตึงเครียดแต่มองไม่เห็นความรู้สึกที่สองคนมีบีบรัดอากาศจนแทบหายใจไม่ออก

อี้หลานหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยเงาอดีตที่พลุ่งพล่าน

“อี้หลาน…บุรุษผู้นั้นคือผู้ใด” เยี่ยนชิงกระซิบถามแม้จะรู้สึกคุ้นเคยแต่ยังจำอะไรไม่ได้ทั้งหมดเพียงรับรู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตนอย่างแน่นอน

“…มู่อวี่” ความเย็นยะเยือกในแววตานั้นไม่ใช่ของผู้มีจิตปกติอี้หลานเอ่ยชื่อช้าๆ ราวกับแบกน้ำหนักของอดีตกาลทั้งหมดไว้บนปลายลิ้น

“สหายของข้า..สหายรักของข้า…เมื่อพันปีก่อน”

เยี่ยนชิงมองร่างประเมินไม่ได้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าอีกฝ่ายมีรูปลักษณ์สง่างาม ผมยาวสีเข้มไหลลงตามไหล่ ท่วงท่ายืนมั่นคงดั่งราชันแต่ดวงตา…ดวงตาคู่นั้นเย็นยะเยือกชวนให้ขนลุก ไม่ต่างจากกำลังมองสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำกว่าสัตว์

“สหาย…คนที่ผนึกข้าเอาไว้ในกวีไร้นาม”

“ฮะ?”

สายตาสั่นไหวของเยี่ยนชิงมองสีหน้าเจ็บแผ่ซ่านออกมาให้รับรู้ เยี่ยนชิงไม่รู้ว่าทั้งสองเคยสนิทสนมกันมานานเพียงใดไว้ใจกันมากน้อยแค่ไหน ความสัมพันที่ดูไม่ธรรมดาระหว่างคนในอดีตทั้งสาม ดูเหมือนบทกวียืดยาวหลายภพหลายชาตินับพันเล่มไม่มีที่สิ้นสุด

“อี้หลานเรื่องมันเป็นมาเช่นไร” เยี่ยนชิงกระซิบถามอีกหนทันทีที่คำถามนั้นหลุดออกมา บรรยากาศรอบตัวพลันแปรเปลี่ยนลมสงบนิ่งลงอย่างผิดปกติ ราวกับทั้งหุบเขากำลังกลั้นหายใจ

มู่อวี่หัวเราะเบาๆ ราวกับเอ็นดูเยี่ยนชิงนักหนาไม่ว่าจะเป็นเมื่อพันปีที่แล้วหรือในตอนนี้ไม่ว่าคนตรงหน้าจะเป็นของอี้หลานซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็หลงไหลในพลังสมดุลอันยิ่งใหญ่ในร่างเล็กๆ นี้

หึ่..

เสียงหัวเราะครานี้ไม่ใช่ความพึงพอใจหากเป็นเสียงหัวเราะของผู้ที่แบกรับความคับแค้นมานานแสนนานดวงตาของเขาไม่ละจากอี้หลานแม้เพียงเสี้ยววินาที แววตานั้นปะทุไปด้วยความรู้สึกมากมาย ความริษยา และความโกรธแค้นที่อัดแน่นจนล้นออกมา

อี้หลานยิ้มออกมาให้กับสหายที่ไม่เจอกันมาเนิ่นนานภายใต้รอยยิ้มนั้นคือรอยแยกของหัวใจที่แตกสลายไม่มีชิ้นดี เป็นสหายเพียงคนเดียวและคนสุดท้ายในความทรงจำก่อนจะหลับไหลภายใต้บทกวีที่สร้างขึ้นกับหยางหยินคนรัก

“ข้าเคยคิดหาตัวผู้ที่ทำกับข้ากับคนรักของข้าได้เลือดเย็นเพียงนี้ว่าคืออสูรตนใด แท้ที่จริงแล้ว…”

มู่อวี่เปลี่ยนรอยยิ้มให้กลายเป็นความเยือกเย็น รอยยิ้มบนใบหน้าค่อยๆ เลือนหาย ดวงตาดำสนิทเพ่งเกร็งมาที่อี้หลานเพียงคนเดียว ที่เชื่อใจตนแต่ถูกทำลายให้เจ็บปวดเพียงเพื่อต้องการเป็นใหญ่ในหล้าและอยากให้อี้หลานได้พบเจอกับความผิดหวังเจ็บปวดทรมาณอย่างที่ตนเคยเป็น...สักครั้ง

“…คือเจ้าเอง”

อี้หลานยืนนิ่ง ราวกับถูกตรึงไว้ด้วยหมุดที่มองไม่เห็น ใบหน้าขาวซีด ดวงตาที่เคยสุขุมแตกพร่าความทรงจำที่ถูกผนึกเริ่มสั่นคลอนโดยไม่รู้ตัว

“ใช่ ข้าเอง”

มู่อวี่ก้าวออกมาหนึ่งก้าวทุกย่างก้าวทำให้พื้นดินแตกร้าวบ่งบอกว่ามีพลังมากเพียงใด

“ข้าไม่มีสิ่งใดเลยแต่เจ้ามี ..มีทุกอย่าง ใยจึงไม่เสียสละความรักของหยางหยินมาให้ข้า ทำไมต้องเป็นเจ้าที่ได้ไปครอบครองทั้งหมด ข้าเกิดมาก็ไม่มีใครมีแค่เจ้า เจ้าควรจะหยิบยื่นอำนาจความสุขสมให้ข้าสิสหายรักอี้หลาน!!”

เสียงประกาศกร้าวราวกับรอวันได้ระเบิดใส่คนตรงหน้ามาตลอดพันปี ดวงตานั้นแดงฉานเปลวไฟในมือสว่างวาบพร้อมจะเผาทุกอย่างที่ขวางหน้า อี้หลานเป็นคนไม่พูดมาแต่ไหนแต่ไรเอาจริงแล้วมู่อวี่กับหยางหยินด้วยซ้ำที่พูดคุยกันมากที่สุดยามอยู่กันสามคน

อี้หลานเข้าใจสิ่งที่มู่อวี่สื่อออกมาอย่างชัดเจนแม้จะพูดกันไม่กี่ประโยคในรอบพันปี ความริษยาไหลทะลักออกมาจนสาดสิ่งร้ายกาจทุกอย่างให้แหลกละเอียดสะบั้นสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นลงอย่างไม่มีหนทางหวนกลับคืน

“ถ้าพ่อของเจ้ากับพ่อหยางหยินไม่หมั้นพวกเจ้าไว้ตั้งแต่อยู่ในครรภ์…หยางหยินก็ไม่ต้องจดจำฝังใจว่ามีเจ้าของตั้งแต่กำเนิด!!”

มือของมู่อวี่กำแน่นยิ่งรู้สึกเปลวไฟรอบกายก็พลันลุกโชนแดงฉานเสียงสุดท้ายขบเคี่ยวคำรามสลั่นลั่นป่ากลายเป็นลมพายุที่ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรง ดอกพลับพลึงปลิวว่อนราวกับสายฝนสีเลือด

ครืนนนน!!!

“เจ้าขี้โกงก่อนนะ…อี้หลาน”

อี้หลานหลับตาลงช้าๆ ราวกับคนที่เพิ่งรู้ว่าศรัทธาที่ตนยึดถือมาทั้งชีวิตคือภาพลวง

“ข้าไว้ใจคนผิดมาตลอดสินะ”

ซุ่มเสียงกดต่ำเต็มไปด้วยความผิดหวังฝ่ามือใหญ่สองข้างเปล่งแสงสีฟ้าราวกับราชาควบคุมน้ำแข็ง ไม่เคยสักครั้งที่คิดจะหันหน้าเข้าห้ำหั่นกับมู่อวี่สหายรักแต่ครั้งนี้กลับไร้ความลังเลอีกต่อไป

อี้หลานหลับตาลงพลางสูดหายใจเฮือกยาวก่อนจะลืมตาขึ้น แววตาแข็งกร้าวแตกสลายลงแล้วอย่างสมบูรณ์ ทั้งคู่ปล่อยพลังที่มีออกมาเห็นเป็นแสงต่างสีชัดเจนมู่อวี่สี่แดงเพลงอีหลานสีฟาครามเป็นคลื่นหมุนวนรอบกายขยายวงกว้างหมุนวนในป่าบรรพชนหยางหยินราวกับมีพายุหมุนขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ

ครื้นนนนน!!!

เปรี้ยงงง!!

“ในเมื่อเจ้าไม่ให้ก็ต้องแย่งชิง!!”

มู่อวี่แสยะยิ้ม ดวงตาเปล่งประกายคลุ้มคลั่งทันทีที่คำพูดจบลง พลังอสูรระเบิดออกจากร่างเขาเป็นวงกว้าง รากไม้ใต้ดินโผล่พรวดขึ้นมาเหมือนกรงเล็บอสูร อากาศหนักอึ้งจนเยี่ยนชิงแทบทรุดลงกับพื้น

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   พาทฮ่องเต้พันปีก่อน

    (พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   แนะนำตัวอีกครั้ง

    เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 42 กวีรักสุดท้าย

    . (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 41 กวีรัก

    นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่40 ของเรา

    ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่39 สุดท้าย

    โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่ 29 องค์ชายรอง

    "อาบน้ำล้างคราบเลือดก่อนนั่นบ้านข้า" คนแปลกหน้าที่พากระโดดลงมายังเบื้องล่างลึกราวกับไร้ที่สิ้นสุดมาหยุดที่ริมรำธารมีบ้านไม้เก่าหลังหนึ่งตั้งอยู่ "เศษไม้นั่นเรียกว่าบ้านรึ" หมิงเยว่มองความเก่าร้างเอ่ยค่อนแคะออกมา "นั่นศาลเจ้าเก่าเหล่าสัตว์อสูรสร้างให้" ใบหน้าเล็กๆ หันมายิ้มให้องค์ชายกู้ไม่หุบรา

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่28 กับกล้วยไม้สีม่วง

    กู้หมิงเยว่เสียหลักล้มลงร่างกำยำอ่อนแรงจนไม่สามารถต้านทานไหวนอนแผล่หราบนพื้นมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีมาสามวันผ่านสีแดงของกลีบดอกไม้ ควันสีแดงพัดวนอยู่เบื้องบน แย่แน่..แม้นมีวรยุทธยังมิอาจต้านไหวแล้วเยี่ยนชิงจะทานทนได้เช่นไร..บางทีการไปตามหาวิญญาณของเยี่ยนชิงบนสวรรค์อาจจะง่ายกว่าการหาร่างที่ยังมีลมหาย

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่27 กู้หมิงเยว่

    (กู้หมิงเยว่) เสียงเท้าเหยียบใบไม้แห้งบนพื้นดังกรอบแกรบเปลวเพลิงแตกตัวลั่นเปรี๊ยะลอยมาตามสายลม เสียงของผู้คนอลหม่านกู่ร้องก้องไล่หลังมาติดๆ กลิ่นหอมฉุนของดอกไม้กลางคืนเหมือนควันหนาแน่นที่แทรกซึมเข้าโพรงจมูกความคิดเริ่มช้าลงโดยไม่รู้ตัวขายาวก้าวออกไปอีกสองสามก้าว... ออกไปอีกสี่ห้าก้าว.. ราวกั

  • อุบัติร้ายกวีรักโกลาหล   ตอนที่26 ลงไปอีก

    “เยี่ยนชิงเจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดพ่อจึงตามลูกมา” ไม่รอให้เยี่ยนชิงตอบชายชราท่าทางสุขุมใจเย็นไม่มีวี่แววหวาดกลัวก็เอ่ยขึ้นคล้ายไม่มีเวลามากนัก “เพราะที่นี่ไม่ยอมให้เจ้าผ่านไปง่ายๆ ” "ใยจึงเป็นลูกล่ะขอรับ" "เจ้าเป็นตัวแทนอักษรในกวีที่หายไปหากกวีสมบูรณ์ยุทธภพก็สมดุล" ความรู้สึกเย็นวาบไหลผ่านสัน

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status