LOGIN"อี้หลาน.." เยี่ยนชิงรั้งแขนเสื้อเบาๆ
"มู่อวี่ชอบเก็บของที่ชอบเอาไว้เพียงผู้เดียวไม่ให้ใครพบเจอ ไม่ให้ผู้ใดรู้ ไม่ให้ผู้ใดได้กลิ่น ไม่ชอบแบ่งของที่ชอบให้ใคร มู่อวี่สัตว์อสูรครึ่งบกครึ่งน้ำ จรเข้ เป็นจรเข้ดุร้ายมาก่อน ข้ารู้จักเขาเพราะเจ้า..ไม่สิหยางหยินอุ้มมาให้ข้าช่วยรักษา" อี้หลานเอ่ยด้วยถ้อยคำราบเรียบสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ทุกคำกลับหนักราวกับกดทับลงบนอากาศรอบกาย เขาไม่มองมู่อวี่ตรงๆ หากมองผ่านไปไกลราวกับเห็นภาพในอดีตที่ซ้อนทับอยู่ตรงหน้า ภาพของการครอบครอง การกักขัง และความรักที่บิดเบี้ยวให้กลายเป็นกรงขัง สายลมในหุบเขาพลับพลึงสีเลือดพัดเอื่อยลงต่ำราวกับรับรู้ถึงนิสัยอันมืดมนที่ถูกเปิดโปง คำพูดนั้นดึงรากความทรงจำขึ้นมาจากใต้ดิน ใต้ผืนดินสั่นสะเทือนแสงสีเขียวมรกตไหลเวียนไม่ปกติ มู่อวี่ที่ยืนมองทั้งคู่แล้วได้แต่แสยะยิ้มแต่เงาร่างบนพื้นกลับยาวและบิดเบี้ยวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราวกับตัวตนดั้งเดิมของอสูรกำลังขยับตัวใต้คราบมนุษย์ “นี่เจ้าฟื้นคืนความจำกลับมาได้ทั้งหมดแล้วสินะ” มู่อวี่ยิ้มเยาะน้ำเสียงเย้ยหยันแววตาคมกริบจับจ้องอี้หลานไม่วาง พลังอสูรแผ่ออกมาราวกับกำลังทดสอบว่าผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ารู้มากเพียงใด “ใช่ เพราะข้าอยู่ในที่ของข้า อยู่อาณาเขตของข้าอยู่กับคนที่ข้ารักและรักข้าเดินเคียงข้างกันโอบกอดเคียงข้างกันอย่างบริสุทธิ์ไร้ความกังขาบังคับกดขี่ควบคุม ข้าไม่ต้องทำสิ่งใดหลับหลังผู้อื่น ใช้ร่างฮ่องเต้ปิดบังตัวตน” อี้หลานตอบเสียงมั่นคงทุกถ้อยคำเหมือนตอกเสาเขตแดนลงบนผืนดิน รัศมีพลังของเขาแผ่ออกมาอย่างสงบแต่หนักแน่น แตกต่างจากความปั่นป่วนของมู่อวี่โดยสิ้นเชิง เยี่ยนชิงที่ยืนอยู่ด้านหลังเองก็รู้สึกได้เช่นกันว่าสิ่งที่ลืมเลือนหวนคืนกลับมา เมื่อมองอสูรสหายของคนรักกลับพลันนึกขึ้นได้ไปถึงสมัยฮ่องเต้องค์แรกของแคว้นหยางหยินสุ่ย "ฮ่องเต้หยางหลงเล่ย!" “หึ่ ใช่แล้วข้าเอง ข้ากับฮ่องเต้ผู้นั้นเรามีบางสิ่งแลกเปลี่ยนกันเล็กน้อย" "เจ้าใช้ร่างฮ่องเต้ทำเรื่องเช่นนี้ได้เช่นไร" "ข้าอยากทำเพราะหากข้าชอบสิ่งใดก็ต้องเอามาให้จงได้ไม่ว่าจะอยู่ในมือของผู้ใด ก็ต้องเอามาให้ได้ เอามาเก็บซ่อนไว้ให้มิดที่สุด มิดชิดที่สุดไม่ให้ผู้ใดเห็นร่องรอย เจ้าว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่อี้หลานสหายข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” มู่อวี่หัวเราะเย็นยะเยือก ความอิจฉาและความปรารถณาถาโถมออกมาจากดวงตาโดยไม่คิดปิดบัง พื้นดินใต้เท้าเริ่มแตกร้าว กลิ่นคาวชื้นลอยขึ้นชัดเจนขึ้น ราวกับหนองน้ำในอดีตที่เคยอาศัยกำลังผุดขึ้นมาทับซ้อนกับหุบเขาแห่งนี้ “หึ่ ตั้งแต่ข้ารู้จักเจ้ามาข้าไม่เคยรู้เลยว่าเจ้าชอบสิ่งใด ถ้าจะให้คิดจริงๆ เจ้าชอบทุกสิ่งที่ข้ามี ชอบทุกอย่างที่ข้าชอบ มิใช่หรือ” อี้หลานเอ่ยโดยไม่ลดสายตา คำพูดนั้นไม่ใช่การเยาะเย้ย หากเป็นตัวตนของอีกฝ่ายอย่างแท้จริง มู่อวี่ชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ความเงียบที่เกิดขึ้นทำให้ลมรอบกายหยุดชะงัก กลีบดอกไม้สีเลือดร่วงลงช้าผิดธรรมชาติ “หึหึ เจ้าช่างรู้ใจข้าจริงๆ และครั้งนี้ก็เช่นกัน หากเจ้ารู้จักข้าเจ้าก็ต้องรู้ว่าครั้งนี้ข้าจะไม่ปล่อยของรัก..ไปให้ใครครอบครอง แม้แต่เจ้าอี้หลาน!” รอยยิ้มของมู่อวี่กว้างขึ้นอย่างน่าขนลุก พลังอสูรพุ่งขึ้นราวกับคลื่นซัด ความมืดในแววตาเข้มข้นจนเยี่ยนชิงรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองในฐานะสิ่งของ ไม่ใช่มนุษย์ ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์สั่นสะเทือน ใบไม้หยกเสียดสีกันเกิดเสียงแหลมต่ำ “ครั้งนี้ข้าก็จะไม่ปล่อยเจ้าไปเช่นกัน!” ทันทีที่อี้หลานพูดจบเสียงครืนต่ำดังขึ้นจากใต้ดิน รากหยกกระตุกแรงราวกับถูกดึงด้วยพลังมหาศาล บรรยากาศทั้งหมดตึงเครียดจนแทบแตก “ครืนนน” เสียงผืนดินคำรามยาว อักขระโบราณบนป้ายหลุมศพเรืองแสงวาบรุนแรง พลังที่ถูกผนึกไว้เริ่มตอบสนอง “อี้หลาน เจ้าใช้วรยุทธได้ด้วยหรือข้าไม่เคยเห็นเจ้าสำแดงฝีมืสักครั้งนอกจากปลอมเป็นมด” เยี่ยนชิงเอ่ยขึ้นอย่างตกตะลึง ดวงตาเบิกกว้างแม้นจะตื่นตระหนกแต่จำได้ดีว่าก่อนหน้านี้คนตัวโตกลั่นแกล้งตนราวกับเด็กเล็กแต่ตอนนี้ท่าทีเอาจริงสีหน้าเหี้ยมเยือกเย็นช่างสมกับเป็นอสูรพันปีแสนสง่างาม “ช่วยหน่อย” อี้หลานเอ่ยกับร่างเล็กที่เกาะหลังเป็นปลิงสั้นๆ โดยไม่หันหลังมอง “ฮะ! ข้าเนี่ยนะจะช่วยอะไรเจ้าได้ ดูสหายเจ้าเสียก่อน..น่ากลัว ข้ากลัวจนฉี่จะราดอยู่แล้ว!” เยี่ยนชิงร้องเสียงหลง ตัวแข็งทื่อ หัวใจแทบหลุดออกมานอกอกพลังที่ทั้งคู่ปล่อยออกมาแค่แรงลมยังทำให้รู้สึกราวกับขาจะลอยขึ้นเหนือพื้นตลอกเวลา “ช่วยไปตรงนั้นหน่อย” อี้หลานพยักหน้าไปทางใต้ต้นไม้ใหญ่ “นี่เจ้าว่าข้าเกะกะงั้นหรือ!” เยี่ยนชิงแยกเขี้ยวใส่คนตัวสูงแต่อี้หลานก็ตอบให้กระจ่าง “ไม่ใช่ ไปจัดการทุบป้ายหลุมศพนั่นให้แตกที” คำพูดนั้นตกลงมาเหมือนสายฟ้าฟาดเยี่ยนชิงอ้าปากค้าง มองป้ายหลุมศพมหึมาราวกับศิลาจารึกอภิมาแข็งแรงที่เรืองแสงรุนแรงขึ้นทุกขณะเมื่อมีพลังมหาศาลเป็นตัวเร่งปฏิกริยา “ข้าเนี่ยนะ!” เยี่ยนชิงชี้เข้าหาตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อ เสียงสั่นจนแทบกลายเป็นเสียงร้อง ครืนนน!! ผืนดินสั่นสะเทือนอีกครั้ง คราวนี้แรงจนเยี่ยนชิงแทบยืนไม่อยู่ “เจ้าทำได้อยู่แล้วข้าเชื่อในตัวเจ้า” อี้หลานเอ่ยเสียงหนักแน่น แม้ไม่หันกลับมา แต่คำพูดนั้นนกลับกดทับหัวใจเยี่ยนชิงยิ่งนััก “ครั้งนี้เจ้า..อาจจะคิดผิดก็ได้..” เยี่ยนชิงกำมือแน่นหลุบสายตาลงต่ำมองมือที่ถูกลูบเบาๆ ที่หลังมือทั้งที่เปล่งแสงปล่อยพลังร่วกับจะแช่แข็งอสูรตรงข้ามแต่กลับอ่อนโยนบางเบาและนุ่มนวลได้อย่างน่าเหลือเชื่อ “ลองดู” แสงจากป้ายหลุมศพสว่างวาบถึงขีดสุด ก่อนการปะทะที่จะไม่มีผู้ใดถอยได้ ใต้พื้นดินแตกแผ่ขยายเป็นเส้นยาวน้ำสีดำทะลักขึ้นมา พุ่งวนรอบร่างมู่อวี่เป็นวง แสงสีเขียวคล้ำปนม่วงเรืองขึ้นภายในของเหลวนั้น ราวกับมีสิ่งมีชีวิตดิ้นอยู่ภายใน มู่อวี่อ้าปากคำรามต่ำดัง ฮรึ่ม!! อากาศรอบตัวสั่นสะเทือน แสงอสูรพุ่งออกจากลำคอเป็นลำตรงสีดำปนม่วงเข้มแทรกด้วยประกายเขียวแตกพร่า ตู้มมมมม!! ลำแสงกระแทกเข้าที่หน้าอกอี้หลาน เสียงดังเหมือนหินก้อนใหญ่ถูกอัดแตกกลางอากาศร่างอี้หลานกระตุกแรงเลือดพุ่งออกจากปากทะลักแดงฉาน แสงเวทย์ระเบิดกระจายรอบตัว อี้หลานถูกซัดถอยหลังลำตัวหมุนกระแทกเข้ากับโขดหิน เสียง กร๊อบ! ดังชัดจากภายในอก อึ่กกก! หินด้านหลังแตกเป็นสี่ยง เศษหินปลิวกระแทกพื้นดัง แกรกๆ อี้หลานไถลลงมาจากหินผาสูงชันเลือดไหลยาวจากมุมปากราวกับจะสิ้นใจเสียตรงนั้น มู่อวี่ก้าวเหยียบน้ำสีดำใต้เท้าปะทุขึ้นพร้อมเสียง ฉ่า แสงเขียวม่วงสว่างวาบพุ่งเข้าฟาดใส่ลำตัวอี้หลานเสียงกระแทกดัง ปึง! ร่างเขาถูกยกขึ้นกลางอากาศแล้วฟาดลงกับพื้นหินอีกครั้ง เปรี๊ยงงง!! พื้นยุบตัวเป็นหลุม เลือดกระเด็นเปื้อนหินรอบด้าน เสียงหายใจของอี้หลานขาดเป็นช่วงๆ มู่อวี่ยกเท้าขึ้นแสงอสูรรวมตัวที่ฝ่าเท้าเป็นวงสีดำเข้ม มีเส้นแสงสีม่วงแตกออกเหมือนสายฟ้าเสียงสั่นสะเทือนดัง ครืนนน โครม!!! แรงเวทย์อัดร่างอี้หลานแนบกับพื้น เสียงหินแตกดังรอบทิศเลือดพุ่งออกใต้ร่าง แสงอสูรแผ่กระจายเป็นวงคลื่นก่อนจะค่อยๆ ดับลง เหลือเพียงควันสีดำลอยอ้อยอิ่ง(พาทฮ่องเต้พันปีก่อน) . . กลิ่นกำยานผสมกลิ่นสุราหวานฉุนของหอนางโลมลอยคลุ้งปะปนเสียงหัวเราะแว่วเข้ามาในห้องชั้นบนหลังม่านแดงร่างหนึ่งนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะเตี้ย ครึ่งใบหน้าถูกปกปิดด้วยหน้ากากสีดำภายใต้ดวงตาคู่คม เย็นชาดุดันราวกับสัตว์ป่าดุร้ายท่าทีไม่ได้ชื่นชอบหอนางโลมเท่าใดนักท่าทางไม่เหมือนคนธรรมดาแม้จะปกปิดเพียงใดความโดดเด่นบนร่างกายสูงใหญ่สวมผ้าเนื้อดีไม่มีส่วนไหนที่ดูธรรมดา ชายหนุ่มที่อยู่ด้วยกันยิ้มขำพอใจกับความหยิ่งผยองของมนุษย์คนหนึ่ง บุรุษอีกคนมีเส้นผมสีอ่อนร่างกายสูงใหญ่งดงามไม่แพ้กัรเพียงแต่ใบหน้านั้นมีรอยยิ้มหล่อเหลาท่าทางใจดีมีอารมณ์ขันไม่เคร่งขรึมเท่าอีกคน ตลอดเวลาทั้งคู่อยู่ชั้นบนก็ลอบมองลงมายังเบื้องล่างที่มีนางโลมสาวสวยปรนนิบัติทหารกลุ่มหนึ่งที่แหงนมองขึ้นมาสบตากับชายสวมหน้ากากเป็นระยะ “หอนางโลมแห่งนี้ก็มีหญิงงามไม่น้อย สายตาท่านช่างเฉียบแหลมยิ่งนัก” ชายชุดดำเอ่ยชมเปาะโดยเฉพาะสตรีนางหนึ่งที่โดดเด่นด้วยการบรรเลงกู่ฉินด้วยท่วงท่างดงามแสนไพเราะ นางมิใช่คนชงเหล้าแนบชิดบรรดาลูกค้าชาย แต่ถูกมองอย่างชื่นชมและแฝงไปด้วยความกระหาย แม้คนสวมหน้ากากที่อยู่ด้วยจะไม่สนใจผู
เนื่องจากเราไม่ค่อยชอบพูดนักแล้วติดความชอบนั้นมาถึงงานเขียนจึงเข้าใจยากเข้าไปอีก หลายคนงงว่าใครเป็นใครอะไรยังไงเพราะเราเขียนนิยายจีนโบราณหลายรุ่น หลายยุค ทำให้ตัวเองต้องเขียนอธิบายให้มากขึ้น อาจจะฉีกจากพาทแรกเล็กน้อยเพราะตอนนั้นไม่ได้คิดอะไร แต่ตอนนี้ต้องหารายละเอียดกิมมิกใส่ให้ (555จะบ้า)มาเริ่มต้นใหม่เลยก็แล้วกันจ้าหยางหยินเมื่อพันปีก่อน เป็นธาตุสมดุลหยินหยางมาตั้งแต่ต้นคือเป็นทุกอย่างแห่งความสมดุล ในเรื่องไม่ได้ลงรายละเอียดมากนักเพราะให้เป็นตัวเอกสร้างปมของการแก่งแย่งที่ไม่ใช่แค่เรื่องความรักหยางหยินเหมือนฑูตสันถวไมตรีที่เจรจากับใครก็ได้ ฟ้าดิน เทพอสูร ที่มีคู่หมั้นเป็นสัตว์อสูรคืออี้หลาน นัยหนึ่งคือสวรรค์ต้องการให้ควบคุมหัวหน้าสัตว์อสูรอีกที ไม่ให้ร้ายกาจเหิมเกริมขึ้นมาสร้างความเดือดร้อน แต่ทั้งคู่ก็รักกันจริงๆ >>>อี้หลานเมื่อพันปีก่อน สัตว์อสูรที่เป็นปลาชั้นสูงกว่านรกอเวจีเป็นหัวหน้าสัตว์อสูรที่ความจริงแล้วต้นกำเนิดดุร้ายมากถูกลงโทษให้บำเพ็ญเพียรบ่อยมากจนถูกจับหมั้นกับหยางหยินแล้วรักกันจึงสงบลงพี่แกมีด้านมืดกับมู่อวี่ที่ไม่มีใครรู้ด้วยนะ พาทแรกพี่แกไม่มีบทเท่าไหร่แต่มันมีเหต
. (บ้านเยี่ยนชิง) “ตึกๆๆๆ” เสียงฝีเท้าเร่งรัวกระทบพื้นในเรือนไม้ด้านในดังต่อเนื่อง ร่างเล็กพุ่งผ่านม่านผ้าบางที่กั้นจนชายผ้าสะบัดแรง ลมเย็นยามบ่ายไหลตามเข้ามาในห้องติดริมธาาน้ำหลังบ้าน “อี้ หลานนน!” เสียงเรียกยืดยาวยียวนดังขึ้นพร้อมกับร่างเข้าออกบ้านหลังกว้างที่สะอาดเอี่ยมมีกลิ่นอายการใช้ชีวิตมากกว่าหนึ่งคน บ้านที่มีแสงสว่างเข้าถึงโล่งโปรงเย็นสบายไร้ความอึมครึมเช่นเก่าขาเล็กวิ่งเข้ามาเกือบสะดุดขาตนเอง ปลายเท้าเตะขอบโต๊ะเตี้ยจนพู่กันที่วางอยู่สั่นไหว “อี้หลาน อี้หลานอยู่ไหน” เยี่ยนชิงหมุนตัวซ้ายขวา มือหนึ่งยกชายผ้าที่ขาขึ้นกันสะดุดอีก มือกวัดแกว่งไปมาอย่างไม่รู้จะวางตรงไหน กึก.. เจ้าของชื่อร่างสูงเข้ามาสวมกอดร่างคนรักจากด้านหลังเงียบเชียบพลางกดจมูกฝังลงบนซอกคอขาวกรุ่นกลิ่นพลับพลึงไม่จาง ร่างเล็กของเยี่ยนชิงหันกลับมาตะปบใบหน้าคนรักขมวดคิ้วจ้องเขม็งด้วยสีหน้าจริงจังแม้นจะดูไม่จริงจังในสายตาอี้หลานก็ตาม “วิ่งทำไมเดี๋ยวก็ล้ม” "เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” อี้หลานยกนิ้วเกลี่ยเส้นผมยุ่งพลางกดจมูกลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อรวบเอวบางเข้ามาแนบชิดเอนพิงหลังกับเสาบ้านเลิกคิ้วถาม “เรื่อง
นครต้าอวิ๋นแคว้นที่เกิดขึ้นหลังนครหยางหยินสุ่ยเกิดศึกโกลาหลเมื่อพันปี ปกครองโดยฮ่องเต้ที่อสูรวิหคผู้ปกครองน่านฟ้าแต่งตั้ง ยามนั้นฮ่องเต้ทรงหายตัวไปเพราะถูกอสูรจรเข้มู่อวี่ ใช้ร่างทำเรื่องชั่วช้า หมิงเยว่อยู่ดินแดนอสูรบาดเจ็บสาหัสจนได้หลงรักฑูตกล้วยไม้หลันหลิง อี้หงที่แก่งแย่งตำแหน่งฮ่องเต้กับหมิงเยว่ตัวปลอมจนวุ่นวายกระทั่งอสูรวิหคส่งไป่ยี่เสวียนบุตรชายมาจัดระเบียบความสงบเรียบร้อยเปลี่ยนชื่อแคว้นให้ราษฎรวางใจปกครองอย่างเที่ยงธรรมให้ทุกคนเชื่อมั่นเพราะในตอนนั้นไม่มีความสมดุลของพลังหยินหยางบ้านเมืองระส่ำแต่ก็กลับมาสงบสุขกว่าตอนเกิดความกังขา แต่เหล่าเชื้อสายสกุลหยางก็ยังคงตำแหน่งสูงศักดิ์ในราชสำนักดังเดิมเพียงแต่การตัดสินเด็ดขาดเป็นของสกุลอวิ๋น อวิ๋นไป่เสวียน เท่านั้น จิ๊บ จิ๊บ.. ยามรุ่งอรุณสงบงันราวภาพเขียนหมึกจาง แสงแรกของวันค่อยๆ ไล้ผ่านยอดกำแพงเมืองที่ตั้งตระหง่านมานับพันปีเงายอดประสาทหลังกว้างสูงใหญ่ทอดยาวลงบนพื้นหินสีหม่นที่ถูกกาลเวลาขัดจนเรียบลื่น ผู้คนเริ่มขยับตัวจากเรือนพักตั้งแต่ยามเหม่า เสียงประตูไม้เปิดปิดแผ่วเบาปะปนกับกลิ่นชาอุ่นและไอข้าวสุกที่ลอยออกมาตามตรอกซอกซอย เ
ใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์อักขระสีม่วงและเขียวไขว้ทับกันกลางอากาศ เสียงสวดต่ำลึกดังต่อเนื่อง รากไม้สั่นสะเทือขึ้นไปถึงปลายยอดอักขระโบราณบนป้ายสุสานหินแตกตัวเป็นแสงเส้นบางๆ ลอยวนขึ้นฟ้ามู่อวี่จะจัดการเยี่ยนชิงแล้วไปจัดการบรรดาสิ่งที่อยู่เบื้องหลัว “ความทรงจำไม่จำเป็นสำหรับเจ้า” ฝ่ามือของมู่อวี่ยกค้างเหนือศีรษะเยี่ยนชิง พลังอสูรสีดำรวมตัวหนาแน่น ปราณร้ายแผ่กดทับจนพื้นหินใต้เท้าแตกร้าว เสียงลมหายใจของเยี่ยนชิงสั่นพร่า ดวงตาแดงก่ำจ้องมองร่างอี้หลานที่นอนแน่นิ่ง เลือดไหลนองรอบกายแล้วหลับตาลง เปรี้ยงงง!! ขณะนั้นเองใต้ต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เกิดเสียงแตกดังสนั่น ผืนดินแยกออกเป็นรอยฉีกยาวจากโคนต้น รากไม้โบราณพุ่งทะลุขึ้นมา บิดเกลียวพันกันกลางอากาศ อักขระนับไม่ถ้วนสว่างวาบบนเปลือกไม้ ดวงจิตบรรพชนทั้งหมดใช้พลังเคลื่อนรากผลึกอักษรสาดใส่ร่างของมู่อวี่เต็มแรง เปรี้ยงงง!! เปรี้ยงงง!! แสงมหาศาลพวยพุ่งจากใจกลางต้นไม้ เจิดจ้าจนท้องฟ้ามืดลงในทันที เมฆเหนือศีรษะแตกกระจาย ลมปราณรอบด้านไหลย้อนเข้าหาจุดศูนย์กลาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังโค้งคำนับต่อการปรากฏตัวนั้น เกราะวิญญาณอสูรของมู่อวี่แตกสลายหายไปราวกับ
โครม!!! "หยางหยิน!" เหล่าจิตวิญญาณบรรพชนร้องอย่างเดือดดาล ร่างของหยางหยินถูกพลังตวัดใส่ปลิวกลับมาที่ใต้ต้นไม้ทุกคนช่วยกันประคองกันขึ้นมา เยี่ยนชิงเองก็ถูกคว้าไปบีบคอราวกับเป็นโล่กำบังไม่ให้อี้หลานเล่นงานกลับ เปรี้ยง! "อี้หลาน!" พลังอสูรรุนแรงจนอสูรที่แข็งแกร่งที่สุดถูกซัดลงไปนอนนิ่งบนพื้น เรี่ยวแรงที่มีเหมือนจะหมดลงเสียให้ได้มู่อวี่ไม่ปราณีผู้ใดแม้พลังจะเหนือกว่าก็ยังใช้วิธีสกปรก "มันเล่นงานอี้หลานเพียงผู้เดียวมันเอาตายแน่พออี้หลานตายมันจะทำลายดวงจิตสิ้นซากอย่างแน่นอน" เปรี้ยงง! มู่อวี่สาดพลังใส่อี้หลานไม่หยุด แรงกระแทกทั้งหมดถูกอี้หลานรับไว้เพียงผู้เดียวเพราะไม่อยากให้เยี่ยนชิงถูกทำร้าย เพื่อปกป้องร่างมนุษย์ของหยางหยินเอาไว้ ของเหลวสีแดงแทรกซึมออกมาไหลลงพื้นราวกับน้ำทะลักเขื่อน "อี้หลานลุกขึ้นมาสิ อี้หลาน ฮืออออ เจ้า…เจ้าโง่อย่าตายนะ…ข้าอยู่คนเดียวไม่ได้แล้ว อยู่กับข้า ...กลับไปอยู่บ้านของเราด้วยกันนะ” เสียงสั่นพร่า ของเยี่ยนชิงเว้าวอนแม้ร่างจะอยู่ในมืออสูร ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไกลไปทั่วหุบเขา เยี่ยนชิงเป็นเพียงเศษเซี้ยวของหยางหยินที่ถูกอสูรดูแลมาตลอดแต่มีพลังดึงดูดบรรพ







