Mag-log inปัง!
“กลับ”
“ครับนาย”
ทศกัณฐ์ปิดเปลือกตาเอนตัวพิงเบาะปล่อยให้คนขับรถพากลับไปยังที่พัก
“เอ่อ นายครับ”
คนสนิทที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับกลืนน้ำลายตอนที่เห็นผู้เป็นนายหงุดหงิดยามที่ถูกขัดจังหวะการพักผ่อน
“ตามตาราง ตอนบ่ายโมงครึ่งนายมีนัดกับคุณสิงห์เรื่องออดิชันนักร้องที่ผับเอ่อ..นายให้ผมตรงไปที่ผับเลยไหมครับ”
“อืม” เสียงถอนหายใจอย่างโล่งอกของคนสนิททำให้เขาคลายหัวคิ้วที่ขมวดมุ่นลง
อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ ชายหนุ่มรู้ตัวว่าทำให้ลูกน้องและคนใกล้ชิดพลอยรู้สึกอึดอัดกับอารมณ์หงุดหงิดฉุนเฉียวที่มีมากกว่าปกติ แต่จะให้เขาทำอย่างไรในเมื่อเขาเกลียดการรอคอย แล้วโดยเฉพาะการรอคอยที่นับวันมันยิ่งดูเหมือนจะไม่มีวันเป็นจริง
ในคราแรกเขามั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าตนเองจะต้องเป็นฝ่ายชนะ...เขาเฝ้ารอดูเรื่องบังเอิญอย่างใจจดใจจ่อ แต่แล้วทุกอย่างกลับไม่เป็นอย่างที่คิด เขารอแล้วรอเล่าแต่ก็ยังไม่มีวี่แววของอีกฝ่าย จากที่รอคอยอย่างอารมณ์ดีและใจเย็นหลัง ๆ เขากลับอารมณ์เสียและหงุดหงิดกับการรอคอยที่ไม่ได้ดั่งใจ อาจจะเป็นเพราะอีกฝ่ายถูกใจเขาเอามาก ๆ ก็เป็นได้เขาถึงเป็นได้ขนาดนี้
ทศกัณฐ์นั่งมองบัตรนักศึกษาที่กำลังหมุนเล่นอยู่ในมือ
‘อุ่นใจ ภักดี...อย่างงั้นเหรอ อย่าให้ฉันเจออีกรอบ รับรองคราวนี้ฉันจะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปอีกเด็ดขาด’
เสียงเครื่องยนต์ดับลงเป็นสัญญาณให้ชายหนุ่มรับรู้ว่าถึงจุดหมายปลายทางแล้ว เหลือบมองนาฬิกาพบว่าเป็นเวลาบ่ายโมงครึ่งพอดี เสียงเพลงดังแว่วออกมาจากข้างในร้าน ในขณะที่เขาก้าวเท้าลงจากรถ
เสียงหวานคุ้นหูทำให้ทศกัณฐ์หยุดชะงัก ชายหนุ่มรีบปิดประตูเตรียมจะสาวเท้าเดินตามเสียงเพลง
“เอ่อ นายครับ?”
“ว่าไง!” ทศกัณฐ์หันกลับไปถามเสียงเข้มหลังจากที่บอดี้การ์ดถามขัดขึ้นมา
“ถ้าเสร็จจากนี่แล้วจะกลับเลยไหมครับหรือว่าจะไปร้านเดิม พะ พวกผมจะได้..”
“พวกนายกลับไปบ้านใหญ่ได้เลย!”
ทศกัณฐ์กลับไปสนใจเสียงเพลงต่อ แม้ท่วงทำนองจะหยุดลงแต่ความสงสัยกลับยิ่งทวีคูณ เพลงนี้ น้ำเสียงแบบนี้ ต้องใช่เสียงที่เขาตามหาแน่ ๆ ร่างสูงใหญ่ตรงดิ่งเข้าไปในผับของตนเองทันที
แต่ในตอนที่ชายหนุ่มเข้าไปถึงเสียงเพลงก็พลันจบลง มีแค่เพียงเสียงปรบมือที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ ทศกัณฐ์พยายามมองไปที่หน้าเวทีเพื่อตามหาต้นตอของเสียง แต่ก็ไม่สามารถมองทะลุผ่านผู้คนที่ยืนออกันอยู่หน้าเวทีได้
“เฮ้! กูนึกว่ามึงจะไม่มาซะแล้ว”
ทศกัณฐ์หันไปมองชายหนุ่มสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาที่เดินเข้ามาทักทายด้วยสีหน้าและน้ำเสียงกวนตีน
‘สิงห์’ เพื่อนรุ่นน้องที่เป็นหุ้นส่วนอีกคนของผับแห่งนี้
“กูไม่ได้สายซะหน่อย...ใครร้องเพลงเมื่อกี้?” ทศกัณฐ์ย้อนถามกลับในขณะที่พยายามมองไปยังเวทีอีกรอบแต่ก็ไม่พบกับตัวคนร้อง
“ไม่สายแต่ก็ไม่ทัน เด็กกูเพิ่งร้องเสร็จเมื่อกี้”
ทศกัณฐ์ตวัดสายตากลับไปหาไอ้คนที่ชอบกวนประสาท เขามาตรงเวลามันก็ยังจะยัดเยียดความผิดให้เขาจนได้
“ใครบอกว่าไม่ทัน ว่าแต่เพลงเมื่อกี้เด็กมึงร้อง?”
“อืม เพราะใช่ไหมล่ะ กูบอกมึงแล้ว”
“ตกลงกูเอาเด็กมึงคนนี้แหละ บอกคนที่เหลือไม่ต้องร้องแล้วกลับไปได้เลย”
“เฮ้ย! ได้ไงวะ เดี๋ยวคนเขาก็หาว่าลำเอียง เด็กเส้น ลองฟังคนอื่นก่อนแล้วค่อยตัดสินใจ”
“ไม่ล่ะ เสียเวลาถ้ามึงจะฟังก็แล้วแต่มึง แต่กูจะเอาคนเมื่อกี้ จับเซ็นสัญญาให้เรียบร้อยด้วย กูจะขึ้นไปเคลียร์เอกสารรอข้างบน” ทศกัณฐ์ตั้งท่าจะหมุนตัวกลับ อย่างน้อย ๆ วันนี้ก็ไม่ได้แย่ ได้เจอน้ำเสียงที่ตามหามานาน
“อ้าว เดี๋ยวซิ อยู่คุยกันก่อน ยุ่งหรือไงช่วงนี้”
“อืม”
“เหรอออ? แต่ก็ยังมีเวลาไปป้วนเปี้ยนตามผับตามบาร์.. อย่าคิดว่ากูไม่รู้ว่าอาทิตย์ที่ผ่านมามึงไปป้วนเปี้ยนแถวไหนมา สารภาพกับกูมาซะดี ๆ ว่าไปติดเด็กที่ไหน”
“ติดพ่อง! แล้วมึงว่างนักหรือไงถึงได้มีเวลามาสาระแนเสือกเรื่องของกูจัง รึว่าเมียทิ้ง?”
“ทิ้งพ่อง! ไอ้ตัวแสบกลับบ้าน!”
“หึ ลองหงุดหงิดแบบนี้ สงสัยโดนที่บ้านกีดกันดรามามาแน่ ๆ”
“กีดกันห่าอะไรที่ไหน! ไม่มีซะหรอกระดับกูแล้ว ผ่านฉลุย เข้าตามตรอกออกตามประตูเป๊ะ พ่อตารักแม่ยายหลง”
ทศกัณฐ์อดที่จะเบ้ปากหมั่นไส้กับความโอ้อวดโอเวอร์ของอีกฝ่ายไม่ได้ ปกติแล้วคนอย่างมันไม่มีซะหรอกที่จะยอมรับแบบเต็มปากเต็มคำแบบนี้ สงสัยคนนี้คงจะจริงจังน่าดู
เห็นอีกฝ่ายเป็นเอามากขนาดนี้เขาก็ขี้เกียจจะกวนอารมณ์มันต่อ เลยเดินหนีขึ้นไปจัดการเอกสารข้างบน
เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง ก็ได้ยินเสียงเคาะประตู
ก๊อก ๆ
“คุณกัณฐ์คะ”
“เข้ามาได้” ร่างหนาเงยหน้าจากกองเอกสารมองคุณหนึ่งคนสวย ผู้จัดการร้านที่เป็นสาวประเภทสองที่คอยดูแลจัดการเรื่องต่าง ๆ ภายในร้าน
“เราได้นักร้องแล้วนะคะ คุณสิงห์ให้มาตามคุณกัณฐ์ไปเซ็นสัญญาค่ะ”
“ครับ” ทศกัณฐ์เดินตามอีกฝ่ายลงไปข้างล่าง
“หูยย น้องน่ารักมากเลยค่ะ ร้องอะคูสติกก็เพราะ พอร้องเพลงร็อกก็เปลี่ยนโหมดกลายเป็นเซ็กซี่ได้ซะงั้น คนอื่น ๆ ในวงก็ลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันหมดว่าคนเนี้ย สุดยอดแล้ว โดยเฉพาะนังแม็คนะคะ กระดี๊กระด๊าที่สุด ตั้งท่าจะจีบน้องเขาท่าเดียวเลย”
ทศกัณฐ์เดินไปฟังเสียงจีบปากจีบคอของอีกฝ่ายไปด้วย
“คุณกัณฐ์ได้ฟังตอนที่น้องอุ่นร้องไหมคะ?”
“อุ่น?”
“ใช่ค่ะ นักร้องของร้านเราชื่อน้องอุ่น คนที่คุณสิงห์แนะนำมาไงคะ..นั่นไงคะ คนตัวเล็กผิวขาว ๆ ที่นั่งข้าง ๆ คุณสิงห์” คุณหนึ่งชี้ให้ดูใครคนนึงในตอนที่เราทั้งคู่เดินลงมาถึงข้างล่าง
มันจะบังเอิญเกินไปไหม?
น้ำเสียงที่เขาตามหามานานกับคนที่เขารอที่จะได้เจอคือคนคนเดียวกัน?
ทศกัณฐ์มองไปยังร่างบางที่กำลังพูดคุยอยู่กับไอ้สิงห์ด้วยความข้องใจ แต่ไม่ว่าจะมองยังไงก็คือคนเดียวกันกับคนที่เขาใช้เวลาด้วยทั้งคืนในคืนนั้นแน่ ๆ แม้จะมองจากระยะไกลแต่เขาก็จำได้ดีว่าผิวสีขาวอมชมพูนั้นเนียนนุ่มมือมากแค่ไหน ไหนจะเรียวปากสีสดที่ไม่ว่าคืนนั้นเขาจะชิมเท่าไรก็ไม่เคยอิ่มนั่นอีก ภาพในคืนนั้นวนย้อนกลับเข้ามาในหัวทำให้ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี
“สองคนนั้น เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วใช่ไหม”
“ค่ะคุณกัณฐ์”
ในตอนนี้ทศกัณฐ์เลิกคิดถึงหลักเหตุผลหรือค้นหาสาเหตุแห่งความบังเอิญ รู้แค่เพียงอย่างเดียวว่าครั้งนี้เขาจะไม่ยอมปล่อยให้ของของเขาหลุดมือให้ต้องหงุดหงิดรำคาญใจอีกรอบแน่ ๆ
“ไหนกระเป๋าของฉัน!!”เรียวนิ้วสวยรีบกระชากถุงใบใหญ่ไปจากมืออุ่นใจทันที พร้อมกับสำรวจตรวจตราของในถุงอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้วจึงเงยหน้ามองกลับมายังอุ่นใจ“อ้าว แล้วจะยืนอยู่ทำไม! อ้อ..ฉันคงยังไม่ได้บอกสินะ ว่ากัณฐ์เปลี่ยนใจแล้ว คืนนี้กัณฐ์กับใกล้รักจะนอนค้างที่นี่ หมดหน้าที่ของเธอแล้วก็กลับไปได้แล้ว!”ปัง!เสียงปิดประตูใส่หน้าไม่ดังเท่ากับเสียงหัวใจแตกสลายที่ดังกึกก้องอยู่ภายในอุ่นใจได้แต่ยืนนิ่งงันอยู่ตรงนั้น ไม่มีคำพูด ไม่มีคำบรรยาย ไม่มีความรู้สึกอื่นใดหลงเหลือ มีเพียงแค่ความเสียใจและหยาดน้ำใส ๆ ที่ไหลรินออกมาอย่างไม่รู้ตัวคุณ..กับ..ใกล้รัก นอนค้างที่นี่...ประโยคคำพูดของคนตาสีฟ้าวนเวียนกึกก้องอยู่ในหัว อุ่นใจไม่รู้ว่าตัวเองใช้เวลายืนอยู่ตรงนั้นนานแค่ไหน อุ่นใจไม่รู้ว่าตัวเองลงมาจากลิฟต์ได้ยังไง รู้ตัวอีกทีร่างบางก็กำลังยืนเคว้งคว้างอยู่ที่หน้าคอนโดหรู น้ำตาที่ไหลออกมาเป็นสายไม่ได้ทำให้ความเจ็บปวดที่เขามีบางเบาลง อุ่นใจก้าวเท้าไปอย่างไร้จุดหมาย ทุกอย่างเริ่มชัดเจนแต่จุดที่เขามีสิทธิ์ยืนกลับเริ่มเลือนราง เวลาที่มีคงจะเริ่มนับถอยหลังลงไปช้า ๆ ..ไม่สิ มันอาจจะหมดลงในตอนนี้แล้วก็เป็นได้
หลังจากที่จัดการทุกอย่างเรียบร้อยอุ่นใจหันกลับมาก็พบว่าคนที่ขอติดสอยห้อยตามมาด้วยกำลังถูกทั้งพนักงานขาย และบรรดาลูกค้าวัยรุ่นกำลังรุมขอถ่ายรูปและขอลายเซ็นอุ่นใจได้แต่ยืนทำตัวไม่ถูก นี่เขาควรจะแยกตัวกลับเลยหรือควรจะต้องรอให้อีกฝ่ายเสร็จธุระก่อนแล้วถึงค่อยร่ำลา แต่ดูจากที่อีกฝ่ายกำลังถูกติดพันอยู่ถ้าเขาแยกกลับก่อนก็คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ร่างบางคิดได้อย่างนั้นแล้วจึงเตรียมจะหันหลังเดินจากไปแต่ก็ถูกเสียงคนคนเดิมเรียกตัวไว้“เดี๋ยวครับน้องอุ่น.. พี่ขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณมากนะครับ ฝากผลงานล่าสุดด้วยนะครับ”ซันรีบบอกลาแฟนคลับพร้อมกับคว้าบรรดาถุงใบเล็กใบใหญ่จากพนักงานขายแล้วเดินตามอุ่นใจไปในทันที“ขอโทษด้วนนะครับน้องอุ่น ไม่คิดว่าจะมีคนจำได้ขนาดว่าใส่หมวกดีแล้ว” ซันบ่นออกมาพร้อมกับขยับหมวกให้ปิดลงมามากขึ้น“ไม่เป็นไรครับ”อุ่นใจมองคนตัวสูงอีกครั้ง ‘ซัน’ สงสัยจะเป็นคนเดียวกันกับที่นนเน่เพิ่งกรี๊ดให้ฟังเมื่อวันก่อนว่าเป็นนายแบบหนุ่มไฮโซที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้“อยู่กับน้องอุ่นแล้วพี่สบายใจดีจัง ขอบคุณนะครับที่ให้ความเป็นส่วนตัวกับพี่”อุ่นใจไม่รู้จะตอบกลับไปว่ายังไง จะให้บอกว่าเขาเพิ่งจะนึก
อุ่นใจเหม่อมองออกไปนอกตัวรถที่ติดฟิล์มดำ เขาแจ้งจุดหมายปลายทางกับพี่เกรียงไกรไว้ตั้งแต่ตอนขึ้นรถแล้วว่าให้ไปรับของ และพาเขาไปส่งที่คอนโดคุณภีมแล้วกลับไปได้เลย“พอไปส่งคุณอุ่นเสร็จให้ผมกลับเลยเหรอครับ?”“ครับ คุณเขาบอกให้ผมรอกลับพร้อมกันครับ”“ได้ครับ”หลังจบบทสนทนาอุ่นใจก็มองไปนอกหน้าต่างอีกครั้ง พระอาทิตย์ยามเย็นเริ่มคล้อยผ่านและลาลับ วันนี้บรรยายกาศรอบกายช่างแสนเศร้า คงจะเป็นเพราะอารมณ์ที่หม่นมัวเลยพาทำให้แสงสีทองดูหม่นหมอง ร่างบางมองต้นไม้และท้องฟ้าไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งสะดุดตากับใครบางคนในจังหวะที่รถกำลังเลี้ยวออกจากบริเวณคณะนั่นคนที่เขาเพิ่งรู้จักเมื่อสักครู่นี้นี่...“พี่เกรียงไกรครับหยุดรถก่อนครับ” อุ่นใจบอกพี่ชุดดำทันทีที่เห็นใครบางคนกำลังต้องการความช่วยเหลือทันทีที่รถจอดสนิทอุ่นใจก็ไม่รีรอรีบลงจากรถไปถามอีกฝ่ายทันที“มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?”“น้องอุ่น?”ชายหนุ่มร่างสูงที่เพิ่งรู้จักกันหันมาทำหน้าแปลกใจที่เห็นคนที่เข้ามาทักตนเอง“รถเสียเหรอครับ?” อุ่นใจเดินเข้าไปหาคนที่กำลังยืนอยู่หน้าฝากระโปรงรถสปอร์ตคันหรูสีแดง“ใช่ครับ ไม่รู้เป็นอะไร อยู่ ๆ เครื่องก็ดับ”“โทรตามช่างรึยังครั
อุ่นใจเลือกที่จะเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นอยู่ที่ริมสระบัวสระใหญ่ ร่างบางหย่อนกายนั่งลงใช้ลำต้นหนาเป็นแหล่งพักพิงเพื่อทำจิตใจให้สงบสายลมเย็นสดชื่นกับเสียงนกที่หยอกล้อกันแผ่วเบาทำให้อุ่นใจคิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ ในอดีตตอนที่ยายยังมีชีวิตอยู่ยายชอบพาเขาไปยังวัดแห่งหนึ่งเป็นประจำ อุ่นใจจำได้ดีว่าที่วัดแห่งนั้นมีต้นไม้ร่มรื่นและมีสระบัวสระใหญ่คล้ายกับสระบัวแห่งนี้อยู่อุ่นใจมองออกไปยังพื้นผิวน้ำอย่างล่องลอย..เขาคิดถึงยายเหลือเกิน ยายเพิ่งจากไปไม่นาน แต่ทำไมสำหรับเขาแล้วมันช่างดูเหมือนผ่านไปนานหลายปีขนาดนี้หลายเดือนที่ผ่านมามีอะไรเกิดขึ้นในชีวิตมากมาย ทั้งความทุกข์ ความสุข ความสมหวัง และความผิดหวัง ทุก ๆ อย่างให้บทเรียนอันมีค่ามากมายให้แก่อุ่นใจ ทุก ๆ ผลมาจากเหตุของการกระทำ อุ่นใจก้มหน้ายอมรับกับทุก ๆ ทางที่ตนเองเลือกเดิน เขาไม่เคยเสียใจที่ได้เจอกับใครบางคน ได้รับความช่วยเหลือและความเมตตาจากคนที่แสนอบอุ่น ถึงแม้ในตอนแรกจะต้องเสียน้ำตาไปกับความเข้าใจผิดอยู่บ้าง แต่หลัง ๆ มาทุกอย่างกลับเริ่มดีขึ้นและ…ดีขึ้นมากจนเขาเผลอมอบหัวใจให้กับใครคนนั้นไ
สายลมเย็นกับแสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านแมกไม้กระทบตกลงที่พื้นผิวน้ำดึงดูดสายตาคู่งามให้หันกลับไปมองอุ่นใจมองไปยังภาพเบื้องหน้าด้วยความเหม่อลอย“อากาศดีนะครับ”เสียงชวนคุยที่เอ่ยขึ้นมาทำให้อุ่นใจนึกขึ้นมาได้ว่าตนเองไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว“ครับ”“น้องเรียนที่นี่เหรอครับ?”อุ่นใจหันไปมองคนตรงหน้าอย่างเต็มตาอีกครั้ง ร่างสูงที่จัดได้ว่าหน้าตาดีอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตเนื้อดีราคาแพง ทรงผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดแต่งทรงเปิดเผยให้เห็นคิ้วหนากับสันจมูกโด่ง ผิวขาวจัดบวกกับรอยยิ้มเจิดจ้าทำให้คนตรงหน้าจัดได้ว่าหน้าตาหล่อเหลาเอาการ“พี่ชื่อซัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ซันเอ่ยแนะนำตัวออกมาในตอนที่อุ่นใจมัวแต่พินิจพิเคราะห์ตนเองอยู่“เอ่อ ขอโทษครับ ผมชื่ออุ่นใจ ยินดีที่ได้รู้จักครับ”อุ่นใจเหลือบตามองมือถือ พร้อมกับตัดสินใจที่จะขอแยกตัวออกมาแต่กลับถูกอีกฝ่ายชวยคุยขึ้นมาเสียก่อน“น้องอุ่นใจเรียนที่นี่ใช่ไหมครับ พอดีว่าพี่มาดูลาดเลา หมายถึงพี่มาสำรวจมหา’ลัยน่ะครับ เทอมหน้ากะว่าจะย้ายมาเรียนที่นี่ หรือเรียกง่าย ๆ ว่าซิ่วน่ะครับ”คนตัวสูงอธิบายติดตลกในตอนที่เห็นคนตัวเล็กทำหน้าสงสัย“ทีนี้เดินไปเดินมาก็หลงนิดหน่อย พี่ก็อย
อุ่นใจวางปากกาพร้อมกับเดินตรงไปยื่นกระดาษคำตอบให้กับอาจารย์คุมสอบ นัยน์ตาหวานเหลือบมองเพื่อนรักทั้งสองคนที่ยังคงนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดกับกระดาษข้อสอบตรงหน้า ดูท่าว่าทั้งนนเน่และหนึ่งเดียวคงจะใช้เวลาจนถึงวินาทีสุดท้าย อุ่นใจจึงตัดสินใจเดินลงมานั่งรอเพื่อนทั้งสองที่ใต้ตึกเรียนอากาศที่ร้อนอบอ้าวนำพาความเหนียวเหนอะหนะมาให้ อุ่นใจพัดชีทเรียนในมือไปมาพร้อมกับควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อดูเวลา แล้วก็พบว่าอีกเป็นชั่วโมงเลยกว่าจะถึงเวลาที่คุณเขาจะมารับ เดี๋ยวถ้าเพื่อน ๆ ลงมาแล้วเขาอาจจะแวะไปห้องสมุดสักหน่อย แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรทำร่างบางเลยตัดสินใจฆ่าเวลาเล่นด้วยการกดเข้าไปในแอปพลิเคชันสีฟ้าแล้วอุ่นใจก็พบว่ามันช่างเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ภาพของใครบางคนถูกประโคมข่าวจากแทบจะทุกสำนัก‘ดีไซเนอร์ชื่อดังควงคนพิเศษออกงานครั้งแรกในรอบหลายเดือน’‘นักธุรกิจหนุ่มพันล้านควงคู่ให้สัมภาษณ์ถึงความสัมพันธ์พิเศษ!!!’‘เจาะลึกบทสัมภาษณ์ Exclusive เจ้าของห้องเสื้อแบรนด์ดัง!!!’‘ความสัมพันธ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีสถานะของคู่ที่ทุกคนจับตามมอง!!!’‘ดีไซเนอร์ชื่อดังเผย! อาจมีประกาศข่าวดี!!’หัวใจอันหนักอึ้งอยาก

![เพียงชั่ววูบเดียว [MPREG]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)





