เข้าสู่ระบบก่อนวันเดินทางกลับกรุงเทพฯ ลลิตาอยากชวนครอบครัวไปตั้งโต๊ะกินข้าวริมทะเล ถึงขั้นขอให้พนักงานจัดโต๊ะดินเนอร์แบบเรียบง่ายแต่สวยเก๋บนชายหาด "ตาล แกไปนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวฉันตามไป"หญิงสาวบอกอย่างกระตือรือร้น ศีตลารับปาก เมื่ออาบน้ำและแต่งตัวเป็นชุดสบายๆ ที่เหมาะสำหรับดินเนอร์มื้อเย็น เธอก็รีบล่วงหน้าไปนั่งจองไว้ให้ก่อน"อ้าว! พี่ลักษ์มาแล้วหรือคะ"ศีตลาถามอย่างแปลกใจเมื่อเห็นลักษมันมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มแต่งตัวชุดลำลองแต่ก็ยังดูหล่อเหลาสมมาดผู้บริหาร เขารีบลุกขึ้นยืน ยิ้มเก้อเขินแปลกๆ "ครับ...ลิลลี่ไปตามพ่อกับแม่ เดี๋ยวก็คงตามมา...เอ่อ ลูกตาลหิวหรือยัง กินอะไรรองท้องกันหน่อยดีไหม""ยังไม่หิวค่ะพี่ลักษ์ รอคุณลุงคุณป้าก่อนก็ได้ค่ะ"ศีตลาตอบ และหาที่นั่งตรงข้ามเขา พนักงานที่ยืนรอท่าอยู่ไม่ห่างรีบเข้ามารินเครื่องดื่มให้ทันทีลักษมันจึงบอกเบาๆ ว่าให้ยกอาหารมาเสิร์ฟได้เลย พนักงานรับคำอย่างสุภาพด้วยรอยยิ้มก่อนจะถอยออกไป"พี่ลักษ์หิวแล้วสินะคะ"ศีตลาถามยิ้มๆ เธอคิดว่านี่เป็นแค่การกินข้าวกันในครอบครัว ลักษมันจะเริ่มก่อนพ่อกับแม่ของเขา ท่านก็คงไม่ว่าอะไร"ก็...ยังไม่หิวมากหรอก แต่กินรอไปเรื่
โรงแรมสยามภูเก็ตคือกิจการที่ธามเทคโอเวอร์มาได้สองปีและรีโนเวตครั้งใหญ่ให้ลักซูรี่ยิ่งกว่าเดิม แม้แต่ครอบครัวของลือชาที่เคยเดินทางและพักผ่อนโรงแรมหรูมาแล้วเกือบทั่วโลกก็ยังยอมรับว่าโรงแรมของธามทำได้ดีมากศีตลาเคยได้พักโรงแรมห้าดาวบ้างเพราะต้องไปทำงาน แต่ที่นี่ยิ่งสวยงามกว่าที่เธอเห็นในรูป"เฮ้อ...มาแล้วไม่อยากกลับเลย อยากอยู่เป็นคุณผู้หญิงที่นี่"ลลิตาพูดออกมาอย่างอารมณ์ดี โชคดีนายลือชากับภรรยาไม่ได้อยู่ตรงนั้น เลยมีแต่ลักษมันที่แทบสำลักเครื่องดื่ม แล้วส่งสายตาดุให้น้องสาว"แกไม่อาย แต่พี่อายนะลี่ อย่าไปพูดแบบนั้นให้พนักงานของคุณธามเขาได้ยินเชียวล่ะ""แหม...ล้อเล่นน่ะ ใครจะไปกล้าพูด"ลลิตาหัวเราะคิกคัก แต่แววตาเปล่งประกายจริงจังศีตลารีบยกแก้วน้ำขึ้นจิบกลบเกลื่อน เพราะไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรกับคำพูดตรงไปตรงมาของเพื่อนใช่ว่าเธอไม่เคยคุ้น...ศีตลาคุ้นเคยกับนิสัยร่าเริงเปิดเผยของลลิตาแต่ที่ไม่คุ้น เพราะวิธีที่เพื่อนรัก เอ่ยถึงชายหนุ่มอย่างธามต่างหากล่ะ"ตกลงแกชอบคุณธามจริง ๆ เหรอลี่"คำถามต่อมาของลักษมันก็ทำศีตลาเกือบสำลักเหมือนกัน โชคดีเธอกลืนน้ำลงไปได้ทันชายหนุ่มไม่ทันสังเกตเพราะมัวแต่จ
ธามเคาะปากกาในมือเบาๆ บนหน้าเอกสารที่เขาเปิดค้างไว้แล้วหลายนาที ส่วนนัยน์ตาสีดำที่มักสุขุมก็กำลังเหม่อลอยไปไหนต่อไหน จนเขาเกือบไม่ได้ยินเสียงเรียกของเลขาฯ "ท่านรองคะ...ท่านรอง...คุณธาม?" "ครับ? อ้อ...คุณอังคณา ว่าอะไรนะครับ" "คุณธามมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ ตั้งแต่ออกจากห้องท่านประธานมา..." อังคณาอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะคุณหญิงธัญญาก็เคยโกรธจนถึงขั้นปลดลูกชายออกจากตำแหน่งรองประธานฯ แม้ตอนนี้จะดีกันแล้ว คนเป็นแม่เรียกให้ธามกลับไปทำงานที่ธนกิจกรุ๊ปเหมือนเดิม แถมคืนเมทราแกรนด์ให้เป็นกรรมสิทธิ์ของธามแบบ 100% แต่เห็นธามใจลอยหลังจากเพิ่งเข้าไปพบคุณหญิงธัญญาหรือท่านประธานที่ห้องทำงาน อังคณาก็อดถามไม่ได้จริงๆ ธามส่ายหน้าทันทีเพราะรู้ว่าคนเป็นเลขากำลังคิดเรื่องอะไร "ไม่เกี่ยวอะไรกับแม่หรอกครับ ไม่สิ ที่จริงก็เกี่ยวแต่มันไม่ใช่ปัญหาคือแม่แค่เรียกผมไปคุยหารือยังไม่ได้ตัดสินใจอะไรเป็นทางการแต่ไหนๆคุณก็ถามผมแล้วผมบอกคุณคนเดียวนะอังคณาอย่าเพิ่งไปพูดกับใคร แม่อยากจะวางมือจากธุรกิจแล้วน่ะเลยถามว่าผมพร้อมแล้วหรือยัง..." ธามไม่ได้โกหก เขาก็คิดเรื่องที่แม่เพิ่งบอกเขาเมื่อครู่จริงๆ แต่ก็เพ
งานเลี้ยงของสมาคมหอการค้าสยามวันนี้ยังไม่ถือเป็นงานใหญ่ เพราะเป็นเพียงการพบปะสังสรรค์ของเหล่าผู้ประกอบการในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถึงกระนั้น ห้องจัดเลี้ยงที่ใหญ่ที่สุดในโรงแรมก็ยังแทบรองรับไม่พอ เพราะนักธุรกิจตั้งแต่ระดับย่อม ระดับกลาง ไปจนถึงระดับหมื่นล้านพันล้าน ก็มาปรากฏตัวกันอย่างพร้อมหน้าแทบทุกอุตสาหกรรม ลักษมันที่มาจากธุรกิจผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค วันนี้เขาไม่ได้มากับนายลือชาผู้เป็นพ่อ คงเพราะลือชาอยากให้ลูกชายได้ฉายแสงด้วยตัวเองไม่ต้องอยู่ในฐานะลูกชายของประธานลือชาทั้งที่คิดว่าตัวเองจะไม่ตื่นเต้นเพราะก็เคยติดสอยห้อยตามพ่อมาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ลักษมันกลับมือเย็น ใจสั่นนิดๆ จนต้องกำๆ คลายๆ มือตัวเองอยู่เป็นระยะ"เป็นอะไรไปพี่ลักษ์ หน้าซีดๆ นะนี่"ลลิตาที่มาด้วยกัน กระซิบถามพี่ชาย ลักษมันสารภาพตามตรง"ตื่นเต้น""ตื่นเต้น? อะไรกัน ไหนพ่อว่าพามาออกงานออกบ่อย ลี่ยังไม่เคยมาเลยด้วยซ้ำ..."ลลิตากระซิบตอบขำๆ เธอตื่นเต้นเหมือนกันแต่คนละอารมณ์กับพี่ชาย ความตื่นเต้นของลลิตาคือการได้เปิดหูเปิดตา ได้รู้สึกสนุกกับบทบาทใหม่ที่ตัวเองคงจะได้มายืนอยู่ในอนาคตส่วนศีตลาที่ก็มาด้วยในฐานะ
ศีตลาติดตามพี่ชายไปเที่ยวเชียงรายจริงๆ แต่ก็เพียงแค่ไม่กี่วัน เพราะหญิงสาวกลับกรุงเทพฯ มาเพื่อสัมภาษณ์งานหลังฝ่ายบุคคลโทรศัพท์ไปแจ้ง และเพราะหว่านใบสมัครไปทั่วโดยไม่ได้ปรึกษาหรือคุยกับใคร สีตลาดจึงไม่รู้ว่าสยามโฮมบริษัทและโรงงานผู้ผลิตอุปกรณ์เครื่องนอนที่กำลังต้องการให้เธอไปสัมภาษณ์ตำแหน่งเลขาฯ จะเป็นหนึ่งในบริษัทของลือชา บิดาของลลิตาเพื่อนรัก และศีตลารู้ตอนที่เธอได้งานแล้ว และพบว่าคนที่เธอต้องมาเป็นเลขาให้ก็คือ ผู้อำนวยการลักษมัน...หรือ พี่ลักษ์ คนที่เธอคุ้นเคยนั้นเอง "พี่กับลี่ไม่ได้ใช้เส้นให้ตาลเลยนะ สาบานได้" ลักษมันรีบบอกอย่างร้อนตัว ศีตลา ตอนแรกก็ยิ้มเจื่อน รู้สึกไม่สบายใจเหมือนกัน แต่เมื่อลักษมันกับลลิตายืนยันหนักแน่นว่าไม่เกี่ยวข้องกับการหางานของเธอ และเมื่อปรึกษาศักดิ์สยาม พี่ชายก็เห็นด้วยที่น้องสาวจะทำงานที่นั่น 'พี่ว่าลีากับลักษ์คงไม่ได้ใช้เส้นให้ตาลจริงๆ นั่นแหละ เท่าที่พี่รู้จัก พี่น้องคู่นี้เป็นคนจริงใจ พูดจาอะไรตรง ๆ คงไม่โกหกตาลหรอก ตาลอย่าคิดมากเลย ได้โอกาสได้งานก็ดีแล้วนะพี่ว่า ดีกว่ามาทำงานที่ไร่กับพี่เสียอีก' ศีตาจึงค่อยคลายกังวล และเริ่มงานในตำแหน่
"คุณธาม!""สวัสดีศีตลา ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ"ธามเรียกชื่อเธอเต็มยศและส่งยิ้มอบอุ่นให้ หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นอย่างเงอะงะแต่ชายหนุ่มขยับเก้าอี้แล้วนั่งลงตรงข้ามเธอ ศีตลาจึงนั่งกลับไปอย่างงุนงงระคนตื่นเต้นดีใจ"...คุณธาม มา...มากินข้าวหรือคะ""ใช่ มากินข้าว หิวแล้วด้วย"ธามตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนทำสัญญาณมือเรียกบริกรให้มารับออเดอร์ ศีตลายังนิ่งอึ้ง"เอ่อ...ตาลมากับพี่ต้นค่ะ รอพี่ต้นอยู่"เธอบอกอย่างเกรงใจ ธามเหลือบตามามองเธอแวบหนึ่งอย่างรับรู้แต่ก็หันไปสั่งอาหารจนเสร็จ แถมยังสั่งเผื่อหญิงสาวด้วยเมื่อบริกรเดินกลับไปแล้ว เขาก็หันมายิ้มให้"ทำไม...จะให้ผมนั่งด้วยคนไม่ได้เหรอ""เปล่าค่ะเปล่า..."ศีตลารีบบอก ยิ้มเก้อๆ อดมองไปทางประตูไม่ได้ เมื่อไรที่ต้นจะมาสักทีนะ"คงอีกสักพักกว่าศักดิ์สยามจะมา เขาให้เราเริ่มกันก่อนได้เลย""อ้าว! เอ๊ะ!""อืม ผมคุยกับศักดิ์สยามแล้วน่ะ เขาบอกว่านัดคุณที่นี่ ผมเลยขอมานั่งกินข้าวด้วย กินคนเดียวมาหลายมื้อแล้ว ไม่ค่อยเจริญอาหาร"ศีตลาไม่รู้จะพูดอะไร เท่าที่เธอมองสำรวจเขาผ่านๆ แบบเร็วๆ นั้น เขาดูห่างไกลจากคำว่า 'ไม่เจริญอาหาร' เพราะคุณธามยังคงสูงใหญ่ สุขภาพดี และ







