تسجيل الدخول
“คลินิกปิดแล้วค่ะ”
เสียงเจ้าหน้าที่ประจำเคาน์เตอร์ดังขึ้น มือก็จัดเก็บเอกสารเข้าที่ไปด้วย สายตาพลางมองหญิงสาวตัวเล็ก ที่กำลังเดินเข้าตรงเข้ามาที่เคาน์เตอร์ หากพิจารณาจากบุคลิกและเสื้อผ้าหน้าผมแล้วทุกอย่างที่เห็น ไม่ว่าจะชุดจั๊มสูทแขนกุดสีดำสนิท กระเป๋าสะพายแบรนด์ดัง แว่นตาสีชาก็น่าจะแบรนด์แท้ทั้งหมด
“ดิฉันนัดคุณหมอไว้ค่ะ”
เจ้าของร่างเล็กเอ่ยขึ้น มือเรียวขยับแว่นตาเล็กน้อย ริมฝีปากสวยยิ้มบาง ๆ ให้เจ้าหน้าที่อย่างเป็นมิตร หากดูจากสีปากที่แดงสด กับการแต่งหน้าที่ดูจะจัดไปสักหน่อย ซึ่งถ้ามองผิวเผินหลายคนคงคิดว่าเจ้าตัวน่าจะเป็นผู้หญิงร้าย ๆ เอาแต่ใจตัวเอง ขี้วีนขี้เหวี่ยงแน่นอน หากแต่เพียงแค่ระบายยิ้มออกมา แม้เพียงเล็กน้อย ก็พลอยให้คนที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ยิ้มตามด้วย
“อ้าวหนูฟ้า ไหนบอกว่ามาถึงแล้วจะโทรมาหาอาไงคะ”
เสียงอีกคนดังขึ้น พร้อม ๆ กับเดินออกมาจากห้อง ที่ติดป้ายหน้าห้องไว้ว่า ‘แพทย์หญิงวันดี’ นั่นคือบุคคลที่เจ้าของร่างเล็กอ้างว่านัดไว้เมื่อครู่
“ฟ้าเห็นว่าไม่มีคนแล้ว เลยไม่โทรหาค่ะ”
“อือ... ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวเราเข้าไปคุยกันในห้อง ออนี่คุณฟ้า หลานสาวหมอเอง”
คุณหมอสาวคนสวยบอกให้เจ้าหน้าที่คนเมื่อครู่ได้รู้จัก และเมื่อรู้ว่าสาวสวยตรงหน้าเป็นใครเจ้าหน้าที่จึงรีบยกมือขึ้นเตรียมจะไหว้ทำความเคารพ ทว่าอีกฝ่ายปรามเอาไว้ทันเสียก่อน
“ไม่ต้องไหว้ฟ้าหรอกค่ะ เราน่าจะรุ่นใกล้ ๆ กัน”
ผู้มาเยือนบอกอย่างเป็นกันเอง
“เก็บของเสร็จแล้วก็กลับได้เลยนะ เดี๋ยววันนี้หมอปิดคลินิกเอง”
แพทย์หญิงบอกเจ้าหน้าที่คนเดิมก่อนคว้าเอวบางของคนที่เพิ่งบอกว่าเป็นหลานเดินเข้าห้องตรวจไป
“ประมาณหกสัปดาห์แล้วละ”
แพทย์หญิงบอกมือก็เลื่อนเครื่องตรวจไปทั่วบริเวณหน้าท้องที่ยังคงแบนราบของคนตัวเล็กไปมาครู่หนึ่ง แล้วจึงจัดการเก็บอุปกรณ์ในการตรวจ
“นี่ฟ้าท้องจริง ๆ เหรอคะอาหมอ”
ว่าที่คุณแม่ถามขึ้นเมื่อกลับมานั่งที่โต๊ะบุหนังตัวเดิมที่เคยนั่งเมื่อสักสิบห้านาทีที่แล้ว
“เมื่อกี้ก็เห็นแล้วไม่ใช่เหรอ”
“เห็นค่ะ แต่ฟ้าไม่คิดว่าจะติดนี่คะ”
แม้จะเป็นเรื่องที่น่าตกใจสำหรับผู้หญิงทั่วไปที่ยังไม่มีสามีเช่นเธอ ทว่าทั้งน้ำเสียงและสีหน้าของคนพูดไม่ได้เป็นกังวลอย่างที่ควรจะเป็นเอาเสียเลย
“แล้วเรื่องราวมันมายังไง เล่าให้อาฟังได้ไหม”
แพทย์หญิงวันดี รู้ดีว่าเรื่องนี้ต้องเป็นความลับ ทว่าจะให้เก็บเป็นความลับไปตลอดมันคงเป็นไปได้ยาก เพราะอีกประมาณเจ็ด-แปดเดือนเจ้าก้อนในท้องก็จะโตขึ้น และออกมาเปิดเผยความลับอยู่ดี
ร่างเล็กทิ้งแผ่นหลังกับพนักพิงเก้าอี้ แล้วผ่อนลมหายใจออกมา ตาเหลือบมองกระเป๋าแบรนด์ดังคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ราคาหลายแสนและที่สำคัญคือไม่มีขายในประเทศไทยแน่นอน และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราว
สามเดือนก่อน ณ ผับหรูเมืองภูเก็ต
“เฮ้ย!... พวกแกนั่นมันคุณศิวัฒน์น์นี่ มาเที่ยวไกลถึงภูเก็ตเลยเหรอวะ”
เสียงหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางวงสาว ๆ ที่กำลังนั่งดื่มคลอเสียงเพลงในผับหรูใต้โรงแรมดัง ที่เวลานี้ผู้คนเริ่มหนาตาขึ้น ด้วยเพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว
“ศิวัฒน์น์ไหนวะ แล้วแกไปรู้จักเขาได้ยังไง”
ฟ้า หรือ ‘นพจิรา’ ถามขึ้นพร้อมกับเทวิสกี้ลงคอรวดเดียวจนหมด สายตาพลางมองไปยังชายหนุ่มที่เพื่อนรักมองอยู่ตอนนี้
“ก็คุณศิวัฒน์น์ ไชยวัฒนะกุล นักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ฉายาเจ้าพ่อวงการยานยนต์ ดีเลอร์ใหญ่หนึ่งเดียวที่นำเข้ารถหรู ที่แกเองก็มีเอาไว้จอดโก้ ๆ อยู่ที่คฤหาสน์ของแกนั่นแหละยายฟ้า”
อินทุอร หญิงสาวคนเดิมเอ่ยขึ้น มิวายแซวทิ้งท้ายเรื่องรถคันหรูของเพื่อนสาวไว้ให้ด้วย
“ออ เคยได้ยินชื่อเพิ่งเคยเห็นตัวเป็น ๆ หน้าตาก็ดีนี่”
นพจิรา หรี่ตามองชายหนุ่มที่กำลังพูดถึง ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่พลาดที่จะมีผู้หญิงควงคู่มานั่งในด้วย
“ต้องบอกว่าเทพบุตรถึงจะถูก และที่สำคัญเจ้าชู้ตัวพ่อเลยละ”
คนเปิดเรื่องเป็นฝ่ายบอกต่อ
“อืมมม...”
คนฟังได้แต่ครางเสียงในลำคอเพียงแต่นั้น
“ไม่ลองจีบดูหน่อยเหรอฟ้า ชอบไม่ใช่เหรอผู้ชายเจ้าชู้ ถ้าคนนี้เรื่องเจ้าชู้รับประกัน แถมโพรไฟล์เลิศจีบติดขึ้นมานี่บอกได้คำเดียวว่ายิ่งกว่ากิ่งทองใบหยกอีก มีลูกมานี่ลูกแกสบายไปยันตาย”
เพื่อนรุ่นพี่สาวประเภทสองคนหนึ่งเอ่ยสมทบขึ้น
“ไม่ละ ขี้เกียจต้องมาวิ่งหนี”
หญิงสาวบอกอย่างมั่นใจในตัวเอง พลางหยักไหล่เล็กน้อย แล้วก็เทวิสกี้ที่เด็กทางร้านเพิ่งส่งให้เมื่อครู่ลงคออีกรอบ
“ใช่สิ กี่คน ๆ แกก็ต้องวิ่งหนีเขาหมด แต่คนนี้ไมแน่นะ แกอาจต้องเป็นฝ่ายตามเขาก็ได้นะยายฟ้า ทั้งหล่อทั้งรวย”
หญิงสาวหนึ่งในกลุ่มเพื่อนเอ่ยขึ้นบ้าง
ริมฝีปากกระจับแต่งแต้มด้วยลิบสติกสีแดงจัดตัดกับสีชุด ดวงตากลมโตที่แต่งแต้มสีสันไว้เข้ากับชุด ชายหนุ่มถึงกับจ้องหญิงที่กำลังเดินลงมาค้างไปชั่วขณะ“คืนนี้ยายหนูของป๋าต้องสวยเด่นที่สุดในงานแน่ ๆ”ผู้เป็นบิดาถึงกับออกปากชมทันทีที่ร่างเล็กเดินมาชั้นล่างตรงบริเวณห้องโถง“ถ้าคุณป๋าไปด้วย คืนนี้คุณป๋าก็ต้องหล่อที่สุดเหมือนกันค่ะ”คนโดนชมยิ้มน้อย ๆ ให้ พร้อมกับเข้ามาคล้องแขนผู้เป็นบิดาเอาไว้“คืนนี้ป๋ายกให้เป็นหน้าที่คุณศิวัฒน์แทนแล้วกัน ป๋ามันแก่แล้วคงสู้หนุ่ม ๆ เขาไม่ไหวหรอก”“จริง ๆ อย่างที่คุณบอกนะครับ ถ้าคุณท่านไปคืนนี้ผมก็คงต้องถอยเหมือนกันครับ”ได้ทีชายหนุ่มรีบพูดคล้อยตามหญิงสาวอย่างเอาใจทั้งว่าที่พ่อตาและเมียทางพฤตินัยของเขา“ไม่ต้องมายกยอกันอยู่เลย ไปกันได้แล้ว”ท่านเจ้าสัวจับมือบุตรสาวที่เกาะแขนตัวเองอยู่ ไปวางไว้ที่แขนของชายหนุ่มแทนหญิงสาวยอมทำตามอย่างว่าง่าย ด้วยชุดและรองเท้าที่สวมใส่ เธอก็จำเป็นต้องอาศัยแขนแข็งแรงของเขาสำหรับเป็นที่ยึดในการก้าวเดินด้วยนับว่าเรียกเสียงฮือฮาให้กับนักข่าวได้ไม่น้อยเลยทีเดียว เมื่อสองหนุ่มสาวเดินเข้างานทันทีที่ก้าวเข้าในงานไวน์ดินเนอร์การกุศลของคุณห
เวลาล่วงเลยไปจนถึงบ่ายเศษ ห้องหนังสือถูกเคาะเพื่อเป็นขออนุญาตดังขึ้นคนในห้องจำต้องวางหนังสือลงเมื่อประตูห้องถูกเปิดขึ้น“คุณจูนมามาถึงแล้วนะคะคุณหนู”คุณจูนที่นางเกสรเอ่ยถึง คือสาวประเภทสองเจ้าของห้องเสื้อดังที่นพจิราใช้บริการเป็นประจำ“ค่ะ”นพจิราวางหนังสือในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนหยิบน้ำแตงโมที่ยังดื่มไม่หมดขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว“แม่ว่าคุณหนูทานของหวานเยอะเกินไปหรือเปล่าคะ ไม่กลัวอ้วนแล้วเหรอคะ”เมื่อเห็นร่างเล็กดื่มน้ำแตงโมที่ปั่นโดยเพิ่มความหวานจากหญ้าหวานเข้าอีกเท่าตัวจนหมด ก็อดที่จะทักขึ้นมาไม่ได้“ช่วงนี้สงสัยร่างกายคงขาดน้ำตาลมั้งคะ อีกสักพักคงหายอยาก ถึงตอนนั้นค่อยลดเอาค่ะ”คนโดนทักบอกพลางหัวเราะเสียงใส แล้วเข้าไปสวมกอดรอบเอวของผู้เป็นมารดาไว้ แล้วพากันเดินออกจากห้องไปยังห้องแต่งตัวที่เจ้าของห้องเสื้อรออยู่แล้ว“สวัสดีค่ะคุณเกสร คุณฟ้า”เจ้าของร้านออกแบบและตัดเสื้อผ้าแบรนด์รีบลุกขึ้นยืนแล้วยกมือไหว้ทำความเคารพในทันที่ ที่สองแม่ลูกเดินเข้ามาในห้อง“บอกกี่ครั้งแล้วคะว่าไม่ต้องไหว้ฟ้า เดี๋ยวฟ้าก็แก่เร็วกันพอดี”“แหมก็คุณฟ้าลูกค้าวีไอพีของจูนนี่คะ”เจ้าของห้องเสื้อบอกอย่
“ไงยายหนู คิดว่าเช้านี้จะไม่ได้ทานข้าวเช้ากับลูกสาวซะแล้ว” ท่านเจ้าสัวอนันต์ทักบุตรสาวที่เพิ่งมาร่วมโต๊ะอาหารเช้าด้วย ซึ่งออกจะผิดเวลาไปเล็กน้อย และดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกด้วยที่เธอผิดเวลาเช่นนี้“ขอโทษนะคะที่ลูกผิดเวลา”“คุณหนูรับอะไรดีคะเช้านี้”แม่เกสรรีบถาม พร้อมกับขยับเก้าอี้ให้บุตรในการดูแลนั่งด้วย“ขอนมสดอุ่น ๆ สักแก้วค่ะ ออ ... ขอหวานหน่อยนะคะ”“หืม ... นี่ป๋าหูฝาดไปหรือเปล่า ยายหนูจะดื่มนมหวาน ๆ”“ไม่ผิดหรอกค่ะช่วงนี้ลูกอยากกินแต่ของหวาน”“เอ้า ๆ อยากกินก็กิน”ท่านเจ้าสัวตัดบท แล้วยกชาขึ้นจิบมือก็เปิดอ่านหนังสือพิมพ์อ่านข่าวไปด้วย ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันของท่านอยู่แล้ว“นักข่าวนี่หูตาไวจริง ๆ เลย”ท่านเจ้าสัวอนันต์เปรยขึ้น เมื่อเห็นข่าวบุตรสาวของตัวเองกับศิวัฒน์แน่นอนว่าข่าวไม่พ้นการไปดินเนอร์กับเขาเมื่อคืนนี้“นี่อย่าบอกนะคะว่ามีข่าวลูกกับคุณศิวัฒน์”แค่เปรยมาแค่นั้น คนตกเป็นข่าวก็พอจะรู้แล้วท่านเจ้าสัวอนันต์พับหน้าหนังสือพิมพ์ลง แล้วยิ้มให้กับบุตรสาวตรงหน้า“คุณศิวัฒน์เป็นยังไงบ้าง ดูแลลูกดีไหมเมื่อคืน”ผู้เป็นบิดาเลิกให้ความสนใจกับข่าว กลับมาให้ความสนใจกับบุตรสาวแทนในข่
ด้วยความสวยโดดเด่นประจวบทางผู้จัดละครค่ายยักษ์ใหญ่ต้องการผู้สนับสนุนในการสร้างละคร จึงได้ทำการติดต่อขอสปอนเซอร์กับท่านเจ้าสัวโดยตรง และได้มาพบกับนพจิรา ทางค่ายละครจึงเชิญให้เธอเป็นนักแสดงกิตติมาศักดิ์ในละครเรื่องนั้นแม้หญิงสาวจะเข้าฉากกับพระเอกซุปสตาร์ชื่อดังได้เพียงแค่ไม่กี่ฉาก แต่กลับเรียกกระแสจากเหล่าบรรดาคลับได้ไม่น้อย ชนิดที่เรียกว่าดังกลบนางเอกของเรื่องก็ไม่ผิดความน่ารักสดใสของทั้งคู่ทำเอาแฟนคลับพากันเชียร์ออกหน้าออกตาจับคู่กันนอกจอ ที่เรียกกันว่า ‘คู่จิ้น’ มาจนถึงปัจจุบันไม่ผิดหรอกที่ศิวัฒน์จะไม่รู้จักหญิงสาวมาก่อน ถึงแม้จะมีสาว ๆ ที่อยู่ในวงการควงคู่บ่อย ๆ ทว่าเรื่องข่าวันบันเทิงเขาไม่เคยได้มีเวลาติดตาม บางข่าวที่รู้ก็ล้วนแล้วมาจากคู่ควงของเขาที่บอกเล่าหรือพูดให้ฟังบ้างเวลาเจอหน้ากันและเขาก็เพิ่งรู้ว่าหญิงสาวมีข่าวกับซุปสตาร์ชื่อดังก็วันที่เขาเห็นข่าวผ่านทีวีเมื่อประมาณสองอาทิตย์ก่อนนั่นแหละหลังจากคืนวันนั้นศิวัฒน์เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เขาพยายามสืบหาว่าสาวนิรนามที่ทำให้เขาติดใจในค่ำคืนนั้นเป็นใคร แม้เธอจะหายไปโดยไม่ทิ้งล่องลอยใด ๆ แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะตามหานพจิราเป็นส
ปิดท้ายด้วยอาหารที่ดูเหมือนจะธรรมดาแต่ค่อนข้างหากินได้อยาก มันยากตรงที่หาแบบออริจินัลได้ยาก และเป็นเมนูโปรดของนพจิราที่สุด ก็คือกะหล่ำปลีผัดน้ำปลา กลิ่นน้ำปลาแท้เตะจมูกทำเอาคนชอบถึงกับรอบกลืนน้ำลายเลยทีเดียว“คราวนี้พอจะเชื่อหรือยังว่าผมรู้ใจคุณ”ชายหนุ่มบอกยิ้ม ๆ รู้สึกภูมิใจ เพราะเชื่อว่าเขาเรียกคะแนนจากผู้หญิงคนนี้ได้อยู่บ้างนั่นแหละ“ก็แค่ถามแม่เกสร”หญิงสาวไม่ได้ยอมรับในความสามารถตรงนี้ เพราะมันไม่ใช่เรื่องยากที่จะหาข้อมูล“เฮ้อ ... จะชมกันหน่อยก็ไม่ได้”จากคำพูดทำเอาคนที่เพิ่งภูมิใจในความสามารถของตัวเองเมื่อครู่ถึงกับผ่อนลมหายใจออกมา“ก็มันเรื่องจริงนี่คะ เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องยาก”นพจิรารอบยิ้ม เมื่อเห็นสีหน้าอีกฝ่าย“ไม่ใช่เรื่องยาก แต่นี่ผมตั้งใจเลยนะคะ”ได้ทีทำเป็นอ้อนเอาดื้อ ๆ ซะอย่างนั้นนพจิราได้แต่ยิ้ม มือก็ตักกะหล่ำปลีผัดน้ำปลาชิมเป็นอย่างแรก“อร่อยนะคะ”ทันทีที่ตักของโปรดเข้าปาก เธอก็เอ่ยปากชมเปราะทันทีต้องยอมรับว่าถูกปากมาก โดยปกติเมนูนี้สีก็ดูไม่ค่อยน่ารับประทานอยู่แล้ว หากคนไม่เคยกินจะมีคำถามว่ามันอร่อยเหรอ มีแค่กะหล่ำปลีกับน้ำปลาแค่นั้นทว่าเมนูนี้มันขึ้นอยู่กับเ
“อืมมม ...” ชายหนุ่มปล่อยเสียงครางอย่างพึงใจออกมาท่ามกลางความเงียบเขายังคงบดริมฝีปากอยู่พักใหญ่ ก่อนจะถอนริมฝีปากออกจากปากเล็กอย่างยากเย็น ตาคมจ้องมองร่างเล็กที่เวลานี้ยังคงนอนนิ่งไร้ซึ่งฤทธิ์เดชอย่างที่เคยมี“ตกลงจะออกไปท่านข้าวเย็นกับผม หรือจะอยู่ในห้องให้ผมจูบอยู่แบบนี้ ออ ... แต่บอกก่อนนะว่าไม่จบแค่จูบแน่นอน”ทั้งน้ำเสียงและแววตานั้นเจ้าเล่ห์ชัดเจน“คุณก็ปล่อยฉันสิ”น้ำเสียงติดจะเขิน ๆ ทำให้คนได้ยินถึงก็ยิ้มกริ่ม“หรือผมจะเปลี่ยนใจไม่ไปกินข้าวเย็นดี กินคุณในห้องนี้ดีกว่าไหมนะ”“นี่คุณ”อีกฝ่ายรีบประท้วงนัยน์ตาเขียวปัดเลยทีเดียว“ผมล้อเล่น รีบไปแต่งตัวนะคะคนดี ผมให้เวลาครึ่งชั่วโมง”ศิวัฒน์กดริมฝีปากเข้าที่แก้มนวลอย่างอีกครั้งก่อนยอมปล่อยให้ร่างเล็กเป็นอิสระนพจิรารีบลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไปทันที่เป็นอิสระ ชาหนุ่มได้แต่มองแล้วหัวเราะกับท่าทางของหญิงสาวอย่างนึกชอบใจที่แกล้ง และทำให้เธอยอมเขาได้สำเร็จดินเนอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก ศิวัฒน์เลือกเป็นภัตตาคารในโรงแรมหรูใจกลางเมือง เมื่อรถหรูเคลื่อนมาจอดที่หน้าโรงแรม เพียงแค่เขาก้าวลงจากรถพนักงานฝ่ายต้อนรับก็แทบจะยืนเรียงพร้อมหน้าก







