Share

บทที่ 3

Author: มาแล้วก็อยู่ต่อเถอะ
หา? ถวายตัว?

สมองของเจียงหวนพลันระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ ในขณะที่หันกลับไปก็สบเข้ากับสายตาที่เต็มไปด้วยความริษยาของอวี๋ผินเข้าพอดี

แค่ส่งบัวลอยถ้วยเดียวก็ถูกหาว่าแย่งชิงความโปรดปราน ประจบประแจงเบื้องสูงแล้ว หากถวายตัวกลับมา นางจะไม่ถูกกล่าวหาว่าเป็นตัวการก่อความวุ่นวายในวังหลังหรอกหรือ?

“นายหญิงน้อย อย่ามัวชักช้าอยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ ทางฝ่าบาททรงเร่งมาแล้ว!”

ขันทีน้อยเร่งเร้าอีกครั้ง เจียงหวนจึงลุกขึ้น เดินตามเขาออกไปข้างนอกทั้งที่ในสมองยังว่างเปล่า นางแค่อยากจะย้ายออกจากตำหนักจิ่นหวา ไปอยู่คนเดียวไกล ๆ ให้พ้นจากเรื่องวุ่นวาย ฝ่าบาทไม่ได้เหยียบย่างเข้ามาในวังหลังตั้งสามปีแล้ว เพียงเพราะบัวลอยถ้วยเดียวถึงกับเรียกนางถวายตัว มันจะไม่แปลกไปหน่อยหรือ?

พอเดินมาได้ครึ่งทาง เจียงหวนก็พลันนึกขึ้นได้

เดี๋ยวนะ นางยังไม่ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า และการถวายตัวก็ไม่ได้ขึ้นเกี้ยวเฟิ่งหลวนชุนเอิน ฝ่าบาททรงเรียกสนมมาปรนนิบัติเป็นครั้งแรกง่าย ๆ แบบนี้เลยหรือ?

ระหว่างทาง ขันทีน้อยอธิบายว่า “นายหญิงน้อยอย่าได้คิดมากไปเลยนะพ่ะย่ะค่ะ คืนนี้อาจจะเร่งด่วนไปบ้าง แต่ท่านก็เป็นคนเดียวที่ได้รับความโปรดปรานมิใช่หรือ?”

“บ่าวขอเตือนท่านสักหน่อย ตอนนี้ฝ่าบาททรงอารมณ์ไม่ดีนัก ไม่ว่าท่านจะพูดหรือทำอะไรก็ระวังหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ”

ขันทีน้อยกลืนน้ำลาย มองร่างเล็ก ๆ ของเจียงหวนด้วยความเป็นห่วงเล็กน้อย คืนนี้ฝ่าบาททรงขัดพระประสงค์ของไทเฮาไม่ได้จริง ๆ หลังจากทอดพระเนตรป้ายชื่อในกรมวังฝ่ายในแล้ว สุดท้ายก็ทรงระบุชื่อเจียงเสวี่ยนซื่อแต่เพียงผู้เดียว

ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้อวี๋ผินเคยใช้เงินยัดใต้โต๊ะเพื่อถอดป้ายชื่อสีเขียวของเจียงหวนออกไปแล้ว แต่หลังจากคืนนี้ไป ไม่รู้ว่าเจียงหวนจะโด่งดังในชั่วข้ามคืน หรือจะถูกส่งไปที่ตำหนักเย็นกันแน่

อย่างไรเสีย ตอนนี้ฝ่าบาททรงไม่พอพระทัยอย่างยิ่งจริง ๆ ยามปกติพระองค์ก็อารมณ์ร้ายอยู่แล้ว ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นทุบตีหรือสังหารข้ารับใช้ แต่เวลาพิโรธขึ้นมาก็มีการทุ่มข้าวของหรือใช้พระบาทถีบบ้างเป็นครั้งคราว

ร่างกายของเจียงเสวี่ยนซื่อผู้นี้ เกรงว่าจะทนแรงถีบของฝ่าบาทแม้เพียงครึ่งเดียวก็ไม่ไหว...

“อืม เจ้าค่ะ ขอบคุณกงกงที่ชี้แนะ”

เจียงหวนก้าวเข้าสู่ตำหนักหย่างซิน ในหัวยังคงมึนงงไม่กระจ่างนัก

“ในเมื่อมาแล้ว ยังจะยืนบื้ออยู่ตรงนั้นทำไม?”

จนกระทั่งฮั่วหลินตรัสด้วยเสียงทุ้มต่ำ เจียงหวนจึงค่อย ๆ ก้าวเท้าอันหนักอึ้งเข้าไปข้างหน้า

[น่ารำคาญชะมัด! วัน ๆ เอาแต่จะให้เลือกป้ายชื่อ ๆ ข้ายังกินไม่อิ่มท้องเลย แล้วจะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปมีหลานให้ไทเฮา?]

[ชีวิตนี้คงได้แค่นี้แหละ ไม่เป็นบุรุษก็ช่างเถิด ข้าไม่มีแรงจะมีลูก เจียงเสวี่ยนซื่อคนนี้ทำบัวลอยให้เรา แกะปูให้เรา ก็ถือว่าเป็นคนดี]

[หรือว่าจะหาข้ออ้างให้อวี๋ผินมารับนางกลับไปดีกว่า เราไม่มีแรงจริง ๆ ต้องขอโทษเจ้าด้วย]

ยังไม่ทันจะได้ฟังจนจบ เจียงหวนก็ทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้นเสียงดัง “ตุบ” ดวงตาทั้งสองข้างเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก ฝ่าบาท ท่านไม่อยากเรียกสนมมาปรนนิบัติ ก็ไม่ควรจะมาล้อหม่อมฉันเล่นแบบนี้สิเพคะ?

ตอนนี้อวี๋ผินก็มองนางเป็นหนามยอกอกอยู่แล้ว หากถูกอวี๋ผินรับตัวกลับไป เกรงว่าในอนาคตนางจะไม่มีเงินแม้แต่จะเข้าครัวเล็กไปทำอาหารกินแล้ว!

“ฝ่าบาทโปรดอภัยด้วยเพคะ วันนี้หม่อมฉันมาอย่างเร่งรีบ มิได้อาบน้ำแต่งตัว ไม่กล้าทำให้เบื้องพระพักตร์และพระกรรณต้องมัวหมอง มิสู้ให้หม่อมฉันนวดพระอังสาและบีบพระเพลา ปรนนิบัติให้ท่านพักผ่อนดีกว่านะเพคะ”

หัวใจดวงน้อยของเจียงหวนเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา ความกล้าแทบจะมลายหายสิ้น นางรู้เพียงว่า คืนนี้หากกลับไปที่ตำหนักจิ่นหวาจริง ๆ คงไม่ได้จบแค่การคุกเข่าทั้งคืนแน่

เจียงหวนไม่ได้คิดจะถวายตัวจริง ๆ แต่ถึงอย่างนั้น แค่ได้มาคลุกคลีอยู่ในตำหนักฝ่าบาทหนึ่งคืน...

หากได้ชื่อว่าเป็นสนมคนแรกที่ได้ถวายตัว ชีวิตในวันข้างหน้าย่อมดีขึ้นอย่างแน่นอน!

[เจียงเสวี่ยนซื่อคนนี้ยังนับว่ารู้จักกาละเทศะ แต่เราหิวจนตาลายแล้ว ไม่อยากจะมาเสียเวลากับสตรีอีก รีบไล่ไปเสียดีกว่า]

เมื่อได้ยินเสียงในใจของฮั่วหลิน เจียงหวนก็กัดฟันหลับตาแน่น ควักปูสามตัวที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อมานานครึ่งชั่วยามออกมา

“วันนี้หม่อมฉันนำของบางอย่างกลับมาจากงานเลี้ยงในวัง ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะสนพระทัยหรือไม่เพคะ?”

เมื่อเจียงหวนเผยให้เห็นปูสามตัวนั้น ดวงพระเนตรของฮั่วหลินก็พลันสว่างวาบขึ้นมาอย่างเห็นได้ด้วยตาเปล่า

[ปู? เจียงเสวี่ยนซื่อเอาปูกลับมาด้วยหรือ? แถมยังแกะไว้แล้วด้วย?]

[ยังต้องถามอีกหรือ? คุกเข่าโง่ ๆ อยู่ตรงนั้นทำไม ไม่รีบยื่นมาให้เรา หรือจะรอให้เราเดินไปหยิบเอง?]

เจียงหวนฟังแล้วปวดหัวตุบ ๆ ฝ่าบาท พระองค์ไม่ได้ตรัสอะไรออกมาเลย หม่อมฉันจะไปรู้ได้อย่างไรว่าทรงต้องการหรือไม่?

ยามปกติพระองค์ก็ทรงเงียบแบบนี้ ข้ารับใช้คนไหนจะไปเดาพระทัยถูกกันเล่า?

เจียงหวนยื่นปูทั้งสามตัวให้ มองดูฮั่วหลินเสวยอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างาม มีเพียงเสียงในหัวเท่านั้นที่กำลังโหวกเหวกโวยวาย

[ปูมีฤทธิ์เย็นแล้วจะทำไม? เราจะกิน เราจะกินให้หมดในคราวเดียว ให้หวังเต๋อกุ้ยมันโมโหตายไปเลย!]

[น่าเสียดาย มีปูแค่สามตัวเอง ท้องยังไม่อิ่มเลย แต่ก็ดีกว่าเมื่อครู่มากแล้ว]

[ทั้งวังมีคนตั้งมากมาย มีแค่เจียงเสวี่ยนซื่อคนเดียวที่รู้จักหาของกินมาป้อนเรา ไว้วันหลังจะสั่งตัดหัวให้หมด!]

นี่เป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ที่เจียงหวนได้ยินฮั่วหลินคิดจะสั่งตัดหัวคนในวัง แม้จะรู้ว่าฮั่วหลินอาจจะแค่พูดระบายอารมณ์ แต่เจียงหวนก็ยังอดที่จะกลัวไม่ได้อยู่ดี

อย่างไรเสียนี่ก็คือฮ่องเต้ ส่วนนางเป็นเพียงสนมเสวี่ยนซื่อตำแหน่งปลายแถวที่ต่ำต้อยสุด ๆ ไม่มีบิดาเป็นแม่ทัพคอยหนุนหลัง หากปรนนิบัติไม่ดีพอ อย่าว่าแต่จะใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเลย แค่รักษาชีวิตรอดก็ยากแล้ว

ตอนนี้ฮั่วหลินเสวยเสร็จแล้ว กระดองปูถูกโยนทิ้งไว้ข้าง ๆ แล้ววางพระหัตถ์ทั้งสองข้างไว้บนพระชานุ

[เจียงเสวี่ยนซื่อตาบอดหรือไร ไม่รู้จักเช็ดมือให้เราบ้างหรือ? เดี๋ยวจะไล่นางออกไปเลย!]

หัวใจดวงน้อยของเจียงหวนเต้นไม่เป็นจังหวะ นางอุตส่าห์ซ่อนปูมาตั้งนาน ตัวเองยังไม่ได้กินสักคำ ทั้งหมดให้ฝ่าบาทเสวยไปแล้ว เหตุใดพระองค์ถึงได้พลิกหน้ามือเป็นหลังมือ คิดจะไล่นางไปอีกเล่า?

เจียงหวนรีบยกอ่างน้ำเข้ามา ปรนนิบัติฮั่วหลินล้างพระหัตถ์ แล้วใช้ผ้าเช็ดจนแห้งสะอาดหมดจด จึงจะกล้าเงยหน้าขึ้นด้วยความหวาดกลัว

“เช่นนั้นให้หม่อมฉันปรนนิบัติฝ่าบาทเข้าบรรทม แล้วหม่อมฉันจะไปพักที่ตั่งเล็กในห้องโถงด้านนอกนะเพคะ?”

ก่อนที่ฮั่วหลินจะได้เอ่ยปากไล่นาง เจียงหวนก็ชิงเสนอทางออกขึ้นมาก่อน

[เจียงเสวี่ยนซื่อไม่อยากถวายตัว? หรือว่านางมีคนรักในวังอยู่แล้ว?]

เสียงในใจประโยคนี้ เกือบจะทำให้เจียงหวนเป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ถวายตัวก็ไม่ได้ ไม่ถวายตัวก็ไม่ได้

ฝ่าบาท หากจะทรงสังหารกันก็โปรดบอกมาตรง ๆ เถิดเพคะ!

“วันนี้ฝ่าบาททรงเหนื่อยล้าจากราชกิจ ในงานเลี้ยงก็ทรงดื่มไปไม่น้อย หม่อมฉันฐานะต้อยต่ำ ไม่กล้ารบกวนพระวรกายอันศักดิ์สิทธิ์เพคะ”

เจียงหวนรู้สึกว่าตัวเองช่างต่ำต้อยเสียเหลือเกิน ยิ่งกว่าตอนเป็นทาสแรงงานในชาติที่แล้วอีก อย่างไรเสีย ถ้าทำพลาดในวังหลวง นั่นหมายถึงเสียชีวิตจริง ๆ

ภายใต้สายพระเนตรอันร้อนแรงของฮั่วหลิน เจียงหวนกัดฟันฝืนทนอยู่นาน กว่าจะได้ยินเขาเอ่ยออกมา

“เช่นนั้นก็ไปพักที่ห้องโถงด้านนอกเถิด เรื่องในคืนนี้ ห้ามนำไปพูดกับคนนอก”

เจียงหวนถอนหายใจอย่างโล่งอก รีบคุกเข่าขอบพระทัยทันที

“ฝ่าบาททรงวางพระทัยได้ หม่อมฉันจะไม่แพร่งพรายแม้แต่ครึ่งคำเพคะ!”

ได้ยินเสียงในใจของฮั่วหลินมานานขนาดนี้ มีหรือที่เจียงหวนจะไม่รู้ว่าในใจของเขากังวลเรื่องอะไร?

ก็แค่ไม่อยากให้ไทเฮาทรงทราบว่า สนมที่เขาเรียกมาถวายตัว สุดท้ายกลับไปนอนอยู่ที่ห้องโถงด้านนอก แต่ทันทีที่หันหลังเดินจากไป เจียงหวนก็ได้ยินเสียงพึมพำในหัวอีกครั้ง

[วันนี้กินปูไปตั้งสามตัวรวด ถ้าหวังเต๋อกุ้ยรู้เข้า ทางไทเฮาคงได้บ่นอีกยาว]

[ดูท่าเจียงเสวี่ยนซื่อก็ไม่น่าจะเป็นคนปากสว่าง หากนางกล้าพูดจาเหลวไหล เราจะเย็บปิดปากนางเสียเลย!]

เหงื่อเย็น ๆ ผุดขึ้นบนหน้าผากของเจียงหวน

อ้อ ที่แท้ฝ่าบาทกังวลว่าเรื่องที่ทรงเสวยปูจะไปถึงพระกรรณไทเฮานี่เอง...

นอนที่ห้องโถงด้านนอก เจียงหวนนอนหลับไม่สนิทเลย ตลอดทั้งคืนเสียงในหัวของเจียงหวนก็ไม่เคยหยุดลง

เดี๋ยวก็ร้องว่า “หิว” เดี๋ยวก็ว่า “พวกผู้หญิงในวังหลังนี่น่ารำคาญเสียจริง ถ้าตายพร้อมกันหมดได้ก็ดี” แล้วก็ “พวกขุนนางนั่นถ้าไม่ทำให้เราโมโหจะตายหรือไร? วัน ๆ เอาแต่ร้องว่าราษฎรทุกข์ยากลำบาก เราเองก็กินไม่อิ่มเหมือนกันนะ!”

ถูกรบกวนเช่นนี้ทั้งคืน เจียงหวนก็ลุกขึ้นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ขอบตาคล้ำยิ่งกว่าหมีแพนด้าเสียอีก ก่อนที่เหล่านางกำนัลขันทีที่อยู่ด้านนอกจะเข้ามาปรนนิบัติอาบน้ำ เจียงหวนก็เข้าไปในตำหนักเพื่อปรนนิบัติให้ฮั่วหลินตื่นบรรทม

“ฝ่าบาท ได้เวลาแล้วเพคะ ถึงเวลาต้องไปว่าราชการแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 420

    วุ่นวายกว่าที่คิดไว้จริงๆ ด้วย ภัยพิบัติจากธรรมชาติและหายนะที่เกิดจากมนุษย์ อีกทั้งยังเรื่องข้าราชการโกงกินอีก ไม่น่าเล่าเขาถึงได้ดูอับจนหนทางเช่นนี้เจียงหวนนึกถึงกรณีคล้ายกันที่ถูกบันทึกไว้ในหนังสือยุคปัจจุบัน ก่อนจะสูดหายใจลึกๆ“ฝ่าบาทเพคะ” น้ำเสียงของนางชัดเจนและหนักแน่น “หม่อมฉันคิดว่า ภารกิจที่เร่งด่วนที่สุดในยามนี้ ก็คือมอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงานเพคะ”ฮั่วหลินชะงัก “มอบเงินช่วยเหลือผ่านการทำงาน?”“ใช่เพคะ”เจียงหวนพยักหน้า นางเริ่มอธิบายเป็นลำดับอย่างชัดเจน“แทนที่จะปล่อยให้ผู้ลี้ภัยว่างงานไปวันๆ รวมตัวกันก่อเหตุวุ่นวาย มิสู้รวมกลุ่มพวกเขาสร้างระบบน้ำ เสริมความแข็งแกร่งให้บ่อน้ำในเมือง ซ่อมแซมถนนหลวง ราชสำนักให้อาหารที่พักและเงินค่าแรงเล็กน้อย แบบนี้พวกเขาก็จะมีทางรอด ไม่ถึงกับต้องอดตาย และพวกเขาก็ยังมีงานทำ ทำให้จิตใจสงบมั่นคง แล้วยังทุ่มเทแรงกายทำงานก่อสร้างสิ่งต่างๆ ได้อีกนะเพคะ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้นว่า “ขณะเดียวกัน จำเป็นต้องตรวจสอบและจับขุนนางโลภ ฝ่าบาทส่งผู้ตรวจการหรือขุนนางที่ไว้วางพระทัยได้ มอบกระบี่อาญาสิทธิ์ให้พวกเขาไปทำการสื

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 419

    เจียงหวนชะงักฝีเท้า ได้ยินเสียงความเดือดดาลและร้อนใจที่คุกรุ่นอยู่ในใจของฮั่วหลินอย่างชัดเจน[เจ้าพวกโง่ รู้จักแต่ฆ่าแกงกัน!][ชาวบ้านผู้ลี้ภัยก็เป็นราษฎรของข้าเช่นกัน พวกเขาหิวโหยและหนาวเหน็บถึงขนาดนั้น ใครบ้างเล่าไม่อยากมีชีวิตอยู่?][ฆ่า? ฆ่าให้หมดไหวหรืออย่างไร? หากฆ่าหมดแล้วใครจะมาทำไร่ไถนา? ใครจะมาจ่ายภาษี?][ยังมีการช่วยเหลือหลังปัญหาอุทกภัยที่เมืองเจียงหนานอีก เงินสองก้อนถูกส่งไปแล้ว กว่าขุนนางแต่ขั้นขูดรีดเสร็จ เหลือถึงมือราษฎรสักกี่แดงกันเชี่ยว?][พวกริ้นไรพวกนี้! ข้าเกลียดยิ่งนัก...]เสียงในใจของฮั่วหลินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและไร้กำลังอย่างสุดซึ้ง ราวกับสัตว์ร้ายที่ถูกขังไว้ในกรง หาทางออกไม่เจอหัวใจของเจียงหวนหนักอึ้งเล็กน้อยนางรู้ว่าฮั่วหลินกดดันอย่างมาก ปัญหาที่อยู่ของผู้ลี้ภัย การโกงกินกันในราชสำนัก… แต่ละเรื่องล้วนเป็นปัญหาที่รับมือยากขุนนางใหญ่พวกนั้นในราชสำนัก บ้างก็รับเบี้ยหวัดแต่ไม่ทำงาน บ้างก็รู้จักแต่ฝักใฝ่อำนาจในราชสำนัก คนที่แบ่งเบาภาระของเขาได้อย่างแท้จริงนั้นมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยก่อนหน้านี้ แม้ว่านางจะลอบช่วยเหลืออย่างลับๆ บ้าง แต่ก็ต้องระมัดระว

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 418

    “พระสนมเกรงใจเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันได้สอนพระสนมนับว่าเป็นบุญวาสนา มิกล้ารับไว้หรอกเพคะ”“รับไว้เถิด” เจียงหวนยิ้ม “มิใช่สิ่งของล้ำค่าใด แต่เจ้าต้องชอบแน่”[พระสนมให้ของขวัญฉัน? ลุ้นจังเลยว่าจะเป็นอะไร!]เหอหลิงตื่นเต้นมาก ความหงุดหงิดที่ระบบสร้างขึ้นเมื่อครู่หายไปในพริบตา“ขอบพระทัยพระสนมที่ตบรางวัลเพคะ!” นางรีบโน้มตัวทำความเคารพ รอยยิ้มแห่งความสุขเบ่งบานเต็มใบหน้า“นี่ก็ค่ำแล้ว เจ้าก็รีบกลับไปเถิด” เจียงหวนกล่าวอย่างอ่อนโยน“เพคะ หม่อมฉันทูลลา” เหอหลิงกอดกล่องของขวัญไว้แน่น จากนั้นก็รีบถอยหลังออกจากตำหนักเว่ยยางด้วยฝีเท้าแห่งความเบิกบานใจครั้นเห็นว่าเงาร่างของเหอหลิงหายลับไปจากประตูตำหนักแล้ว เจียงหวนจึงค่อยถอยหายใจส่งกลับไปได้สักทีเด็กคนนี้ จิตใจบริสุทธิ์ น่าสงสารที่ถูกเจ้าระบบบ้านั่นทำให้เดือดร้อนขนาดนี้เจียงหวนมองท้องฟ้า ตอนนี้ก็ใกล้ได้เวลามื้อเย็นแล้ว นางหมุนตัวเดินไปทางห้องครัวเล็กโดยตรงกวาดสายตามองวัตถุดิบทำอาหารที่หลากหลายอุดมสมบูรณ์ตรงหน้า พร้อมกับเริ่มคิดคำนวณในใจฮั่วหลิน ตาคนนั้น พักนี้ดูเหมือนงานยุ่งมากวันๆ ขลุกอยู่แต่กับการตรวจฎีกาในห้องทรงพระอักษร ไม่

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 417

    เหอหลิงตื่นเพราะรู้สึกคอแห้ง นางลืมตาขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ สายตายังคงพร่ามัวอยู่เล็กน้อยสิ่งที่ปรากฏสู่สายตาคือเพดานในตำหนักเว่ยยางอันคุ้นเคย เพียงแต่แสงแดดข้างนอกที่ส่องลอดเข้ามาในหน้าต่างได้กลายเป็นแสงยามสายัณห์แล้ว[อืม… นี่ฉันหลับไปเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไรกัน? ][ใช่สิ พระสนมรินชาให้ฉันถ้วยหนึ่ง จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้เลย]เหอหลิงนวดขมับที่รู้สึกปวด พยายามย้อนนึกแต่เศษเสี้ยวความทรงจำยากที่จะนำมาปะติดปะต่อ ความละอายใจอย่างหนึ่งกลับผุดขึ้นมาในใจ[ให้ตายเถอะ ไม่นึกเลยว่าฉันจะหลับในตำหนักของพระสนม แถมยังหลับเป็นตายอย่างนี้อีก][เสียมารยาทจริงๆ เลย!]เหอหลิงตื่นเต็มตาในทันที นางรีบลุกขึ้นมา จากนั้นก็มองไปรอบๆเห็นเพียงเจียงหวนนั่งอยู่ไม่ไกล ในมือยังคงถือเข็มถักและไหมพรมก้อนหนึ่งไว้ ถักทออย่างแช่มช้า“พระสนม…”เหอหลิงรีบลุกขึ้น เสียงฟังดูแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น “ขออภัยด้วยเพคะ หม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะงีบหลับ ครั้งหน้า ครั้งหน้าพระสนมตบหน้าปลุกหม่อมฉันได้เลยนะเพคะ!”เจียงหวนเงยหน้าขึ้นมองนาง ใบหน้าแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ตื่นแล้วหรือ? หลับสบายหรือไม่?” นางวางสิ่งของในมือลง ชี้

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 416

    ไม่นาน น้ำชาถูกดื่มจนเห็นก้นถ้วย เจียงหวนยังคงเห็นเหอหลิงมีท่าทางเหม่อลอย จึงได้แต่ถอนหายใจเบาๆ หยิบผ้าคลุมบางๆ มาคลุมที่หน้าตักของนาง“นอนสักครู่เถิด พักผ่อนสักหน่อย” เสียงของนางอ่อนโยนราวกับมีฤทธิ์กล่อมประสาทอาจเพราะชาเย็นถ้วยนั้นแสดงผล หรืออาจเพราะเสียงอ่อนโยนของเจียงหวนกล่อมให้ประสาทที่ตึงเครียดของเหอหลิงผ่อนคลายลง เหอหลิงรู้สึกเพียงหนังตาหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ ความง่วงถาโถมเข้ามานางไม่ทันได้ครุ่นคิดถึงค่าความใกล้ชิดที่ผิดปกตินั่น ก็เอนหลังลงไปที่พนักตั่ง เอียงหัวนอนหลับไปเสียแล้วเจียงหวนมองใบหน้าด้านข้างยามหลับของเหอหลิงแพขนตางอนยาวทอดเงาแผงเล็กๆ อยู่ใต้ดวงตา คิ้วงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย คล้ายนอนหลับไม่สนิทนางยื่นนิ้วมือออกไปจิ้มแก้มของเหอหลิงหลับได้เร็วทีเดียว ดูท่าฤทธิ์ยากล่อมประสาทถ้วยนั้นยอดเยี่ยมมากในเวลานี้เอง เสียงคลื่นอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังขึ้นในหัวของเหอหลิงอีกครั้ง「แจ้งเตือน! ตรวจพบสารออกฤทธิ์กล่อมประสาทในร่างกายของโฮสต์ สารดังกล่าวส่งผลให้จิตใต้สำนึกของโฮสต์ผิดปกติ ระบบป้องกันตัวหยุดทำงานโดยสมบูรณ์! 」「ทดลองเปิดโหมดเร่งการเผาผลาญ… ล้มเหลว! สมรรถภาพด้าน

  • อ่านใจทรราช สนมปลาเค็มถล่มวังหลัง   บทที่ 415

    เข็มถักในมือของเจียงหวนสอดสานกันอย่างมีจังหวะ ไหมพรมนิ่มพันอยู่รอบปลายนิ้วกลิ่นหอมของอาหารที่ยังเหลืออยู่และกลิ่นอายอบอุ่นของไหมพรมที่กระจายอยู่ในอากาศ เดิมทีควรเป็นช่วงเวลาที่ชวนให้รู้สึกง่วงแต่ทว่า คลื่นความกลัวที่ซัดสาดอยู่ภายในใจของเหอหลิงกลับดังเข้ามาในหูของเจียงหวนอย่างชัดเจนนางเหลือบมองเหอหลิงด้วยหางตาอย่างแนบเนียน เห็นเพียงเหอหลิงสีหน้าซีดเผือด ร่างกายสั่นเทาอย่างไม่อาจควบคุมอัตราอันตรายถึง 65% ฟังดูแล้วก็น่ากลัวมากแต่ทว่า มันจะไม่น่าเหลือเชื่อเกินไปหน่อยหรือถ้าพิจารณาจากที่ระบบบ้านี่ประเมินค่าความประทับใจของฮั่วหลินเมื่อคราวก่อน ตอนนี้เจียงหวนสงสัยในความน่าเชื่อถือของมันอย่างมากเจียงหวนเห็นเหอหลิงตกใจจนวิญญาณแทบหลุดจากร่าง นางได้แต่ลอบเดาะลิ้นในใจ นี่มันมิจฉาชีพชัดๆได้แต่อกสั่นขวัญแขวนทั้งวัน ก็นับว่าน่าสงสารมากแล้ว การทะลุมิติมาไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆเห้อ น่าสงสารจริงๆขณะคิด เจียงหวนรู้สึกทนดูไม่ได้ขึ้นมานางวางเข็มถักในมือลง ลุกขึ้นและเดินไปนั่งที่ตั่งมองดูใบหน้าซีดขาวของเหอหลิง เจียงหวนยื่นมือออกไปเสยปอยผมที่อยู่ตรงหน้าผาก“เป็นอะไรไป จู่ๆ ก็เหงื่ออ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status