แชร์

1.3 | แม่ใจร้าย

ผู้เขียน: ณิวาริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 12:50:00

อลีนานั่งเงียบมาในรถตลอดทางตั้งแต่ออกจากโรงแรมจนเกือบถึงบ้าน

               “เหนื่อยเหรอเอิง” ศิวภัทรที่กำลังขับรถถามด้วยความเกรงใจ เขารับเธอมาจากออฟฟิศหลังจากที่เธอเพิ่งเลิกประชุมอันยาวนานตั้งแต่บ่ายสองโมงถึงสองทุ่มครึ่งเพื่อมาดูห้องจัดเลี้ยงสำหรับงานแต่งงานของเขากับ ‘อันนา’ น้องสาวฝาแฝดของเธอ ตอนแรกเขานัดอันนาเอาไว้ แต่พอใกล้ถึงเวลานัด ว่าที่เจ้าสาวของเขาก็โทร. มาบอกว่าติดธุระด่วนมาไม่ได้ให้เขาไปรับอลีนามาช่วยดูสถานที่แทน

               “เปล่าค่ะ”

               “แล้วเป็นอะไร นั่งเงียบไม่พูดไม่จา” ชายหนุ่มหันมามองใบหน้าสวยหวานของคนข้างตัวด้วยความเป็นห่วงและแอบคิดไม่ซื่อว่าถ้าเปลี่ยนตัวเจ้าสาวจากอันนาเป็นอลีนาได้ก็คงดี

               “เอิงคิดถึงเด็กผู้หญิงคนเมื่อกี้ แกร้องไห้น่าสงสารมาก ไม่รู้ว่าแม่แกไปไหนนะคะ”

               “แต่แปลกนะที่เด็กจำหน้าแม่ตัวเองไม่ได้หรือไม่แม่แกก็คงหน้าเหมือนเอิงมาก” ศิวภัทรพูดแบบไม่ใส่ใจอะไรขณะเลี้ยวรถเข้าซุ้มหน้าหมู่บ้านของอลีนา

               “เอิงคุ้นหน้าแกมาก หน้าเหมือนใครสักคนที่เคยรู้จัก แต่นึกไม่ออก”

               “หน้าเหมือนเอิงไง โดยเฉพาะดวงตากลมโตใสแป๋ว ถ้าบอกว่าเป็นลูกเอิงพี่ก็เชื่อ” ศิวภัทรไม่ได้พูดเล่น เขารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

               “จะบ้าเหรอพี่พอล เอิงจะไปแอบมีลูกตอนไหน” ถ้าเป็นน้องสาวฝาแฝดของเธอก็ไม่แน่ เพราะรายนั้นพอเรียนจบมัธยมปลายก็ขอพ่อกับแม่ไปเรียนต่อที่อเมริกา ทั้งที่ฐานะทางบ้านก็เป็นแค่ชนชั้นกลางธรรมดา แต่พ่อกับแม่ก็กัดฟันหาเงินส่งลูกสาวสุดที่รักไปเรียนเมืองนอกจนได้ และด้วยนิสัยรักสนุกถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็น ‘ปาร์ตีเกิร์ล’ ของอันนา ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจหากเธอจะแอบมีลูกตอนที่เรียนอยู่ต่างประเทศ

               ศิวภัทรขับรถมาจอดส่งอลีนาที่หน้าบ้าน เขาขอบคุณเธอที่ไปช่วยดูสถานที่และบอกจะเอาของชำร่วยงานแต่งงานมาให้ช่วยเลือก เพราะระยะหลังอันนาไม่สนใจเรื่องงานแต่งงานเลย อ้างว่ายุ่งตลอดทั้งที่เพิ่งลาออกจากงานเมื่อสองเดือนที่แล้ว

หลังจากรถของศิวภัทรขับออกไปไม่ถึงครึ่งนาที รถสปอร์ตหรูป้ายแดงที่ไม่คุ้นตาคันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดแทนที่ทำให้อลีนาที่กำลังจะปิดประตูบ้านต้องหยุดมองด้วยความแปลกใจ เธอเห็นอันนาลงจากรถคันนั้นแล้วเดินอ้อมมาเคาะกระจกรถด้านคนขับให้ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ในรถลดกระจกลงแล้วยื่นหน้าเข้าไปจูบที่แก้มของเขาเพื่อบอกลา ทั้งคู่พูดคุยหัวร่อต่อกระซิกกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่ชายคนนั้นจะขับรถออกไป

“ผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใครเอย!” อลีนาถามเสียงแข็งเมื่ออันนาเดินตรงมาที่ประตูบ้านด้วยท่าทีมีความสุขมาก

“เอิงมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” อันนาไม่ได้สะทกสะท้านเลยสักนิดที่พี่สาวฝาแฝดของเธอเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม

“เอิงถามว่าผู้ชายคนเมื่อกี้เป็นใคร” อลีนาย้ำเสียงแข็งขึ้นกว่าเดิม

“เอยรู้ว่าเอิงฉลาดพอที่จะดูออกว่าอะไรเป็นอะไร”

“เดือนหน้าก็จะแต่งงานอยู่แล้ว ทำไมยังทำตัวแบบนี้อยู่อีก!” อลีนาโกรธจนเลือดขึ้นหน้า แค่ทำงานเธอก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ยังจะต้องมาวิ่งวุ่นจัดการเรื่องงานแต่งงานให้น้องสาวแทบทุกอย่างอีก เหลืออยู่อย่างเดียวที่เธอยังไม่ได้ทำให้ก็คือไปลองชุดแต่งงานแทนเท่านั้น “ถ้าพี่พอลรู้เข้าจะรู้สึกยังไง คิดบ้างมั้ย”

               “จะรู้สึกยังไงก็ช่าง” อันนาไหวไหล่อย่างไม่แคร์แล้วเดินหนีเข้าบ้าน

               “นี่เอย! ทำไมพูดแบบนี้” อลีนาปิดประตูบ้านเสียงดังปังแล้ววิ่งตามอันนาเข้าไปในห้องโถงอย่างหัวเสียมากกับความเอาแต่ใจตัวเองแบบสุดโต่งของน้องสาว

               “เอยไม่อยากแต่งงานกับพี่พอลแล้ว เอิงแต่งแทนทีได้มั้ย” อันนาบอกหน้าตาเฉย

               “ที่พูดออกมานี่บ้าหรือเมา!”

               “เอยรู้ว่าพี่พอลยังมีใจให้เอิงอยู่”

               “แต่เอิงไม่ได้ชอบเขา ไม่ได้ชอบเลยแม้แต่นิดเดียว” อลีนาย้ำเสียงหนัก ผู้ชายโลเลหลายใจแบบนั้นไม่เคยอยู่ในสายตาเธอเลย

               “สรุปว่าเอิงจะไม่แต่งงานกับพี่พอลแทนเอยใช่มั้ย”

               “มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำแทนกันได้”

               “ถ้างั้นก็ไม่ต้องมายุ่งนะถ้าเอยจะทำอะไร”

               “จะทำอะไร!”

               “ยกเลิกงานแต่งงาน” พูดจบอันนาก็สะบัดหน้าเดินหนีขึ้นชั้นสองโดยไม่สนใจที่จะหยุดตอบคำถามของมารดาที่เดินสวนลงมาในชุดนอนและโรลม้วนผมเต็มศีรษะ

               “ทะเลาะอะไรกันอีกแล้วเอิง เสียงดังขึ้นไปถึงข้างบน ดีนะที่พ่อไม่ตื่นขึ้นมาอีกคน” พรกมลถอนใจอย่างไม่พอใจ “แม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าขัดใจเอย”

               “แม่สปอยเอยจนนิสัยเสียหมดแล้ว เลิกได้แล้วค่ะแม่”

อันนาได้รับการประคบประหงมราวไข่ในหินเพราะเป็นลิ้นหัวใจรั่วตั้งแต่แรกเกิด เธอต้องผ่าตัดใหญ่ถึงสองครั้งตอนอายุหนึ่งขวบและตอนอายุสิบสี่ ถึงแม้ตอนนี้อันนาจะแข็งแรงเป็นปกติดีแล้ว แต่พ่อกับแม่ก็ยังเคยชินกับการเอาอกเอาใจลูกสาวที่เกิดมาพร้อมกับความไม่สมบูรณ์ของร่างกายอยู่เหมือนเดิม

               “เอิงก็รู้ว่าเอยไม่แข็งแรง แม่ไม่อยากให้มีเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจเอย”

               “เอยแข็งแรงดีแล้วค่ะแม่ ไม่เป็นอะไรแล้ว” ทุกวันนี้อันนาใช้ชีวิตเต็มที่มาก ทั้งเที่ยว ทั้งดื่ม และเข้าฟิตเนสออกกำลังกายอย่างหนักหน่วงเพื่อรักษารูปร่างให้คงที่ เพราะเธอเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าความสวยและความเซ็กซี่เป็นจุดเด่นของตัวเอง และสิ่งนี้จะนำพาเธอไปพบกับผู้ชายดีๆ เพื่อที่จะได้ยกระดับฐานะตัวเองให้ดีขึ้น

               “แต่เอิงเป็นพี่ ยังไงก็ต้องยอมน้อง”

               “เกิดก่อนแค่สามวินาที ต้องยอมไปตลอดชีวิตเลยเหรอคะ ไม่ยุติธรรมเลย” อลีนาแอบกลอกตามองบน ถ้ารู้ว่าเป็นพี่แล้วต้องยอมน้องแบบไร้เหตุผลแบบนี้ เธอจะไม่ยอมให้หมอดึงตัวออกมาจากท้องแม่ก่อนเด็ดขาด

               “เอาน่า ไม่ว่าจะกี่วินาทีก็ถือว่าเป็นพี่ทั้งนั้น” พรกมลบอกด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงแล้วเข้าไปกอดแขนอลีนาชี้ชวนให้ดูรูปถ่ายสมัยที่เธอและอันนาเป็นเด็กในช่วงวัยต่างๆ ตั้งแต่แรกคลอดจนถึงปัจจุบัน ซึ่งใส่กรอบแขวนประดับไว้เต็มผนังห้องรับแขก “เอิงดูสิ ตอนเป็นเด็กเอิงกับเอยรักกันจะตาย ถ่ายรูปกอดกันกลมแทบทุกรูปเลยเห็นมั้ย โตแล้วก็อย่าทะเลาะกันเลยนะ”

               อลีนามองรูปของตัวเองและน้องสาวฝาแฝดในวัยต่างๆ แล้วมาสะดุดที่รูปตอนทั้งคู่อายุสี่ขวบ รูปนี้ทำให้เธอนึกถึงใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กหญิงตัวน้อยที่เจอในลานจอดรถของโรงแรมขึ้นมาทันที

               เด็กคนนั้นหน้าเหมือนเธอกับอันนาในวัยสี่ขวบมากราวกับโขกออกมาจากพิมพ์เดียวกัน!

คิรากรหยิบกรอบรูปของหญิงสาววัยประมาณยี่สิบปีที่กำลังเปิดอกเสื้อชุดคนไข้ของโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้นมทารกในอ้อมกอดออกจากมือของไออุ่นที่ร้องไห้หาแม่อยู่นานเกือบสามชั่วโมงกระทั่งหลับไปเมื่อสักครู่ รูปนี้เป็นรูปที่ ‘เปรมอนันต์’ น้องชายของเขาถ่ายภรรยาและลูกสาวในวัยแรกคลอดเก็บไว้ขณะที่ยังอยู่โรงพยาบาล

เมื่อย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน ชายหนุ่มก็ทั้งโกรธตัวเองทั้งเสียใจ เพราะกว่าจะรู้ว่าน้องชายที่เรียกได้ว่าเป็น ‘เด็กเนิร์ด’ ที่ไปเรียนต่อต่างประเทศตั้งแต่เรียนจบชั้นมัธยมปลายมีความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยจนมีลูกด้วยกันก็คือวันที่น้องชายของเขาได้จากไปแล้ว

คิรากรยังจำวันที่คุณป้าเจ้าของห้องแบ่งเช่าในนิวยอร์กโทร. มาบอกว่าเปรมอนันต์ถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสได้ดี วันนั้นเขารีบจองตั๋วเครื่องบินเที่ยวที่เร็วที่สุด แต่กว่าจะไปถึง น้องชายของเขาก็เสียชีวิตแล้ว

คุณป้าเล่าให้ฟังว่า หลังจากภรรยาของเปรมอนันต์คลอดลูกสาวได้ราวสามสัปดาห์ก็เริ่มออกเที่ยวกลางคืนจนทั้งคู่ทะเลาะกันเสียงดังหลายครั้งและครั้งหลังสุด เปรมอนันต์เอาไออุ่นไปฝากไว้กับคุณป้าเพื่อจะออกไปตามภรรยาที่ไม่กลับบ้านมาสามวันแล้ว แต่ก็โชคร้ายถูกคู่เดตของภรรยาซึ่งเป็นแก๊งผู้มีอิทธิพลในเมืองรุมทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา ตำรวจนิวยอร์กปิดคดีอย่างรวดเร็วด้วยการสรุปว่าเป็นการทะเลาะวิวาทและจับอันธพาลผิวสีสองคนเข้าคุก ซึ่งดูก็รู้ว่าเป็นการรับผิดแทนหัวหน้าแก๊ง ส่วนแม่ของไออุ่นหายตัวไปตั้งแต่วันนั้น

               “คุณแม่ขา กอดไออุ่นหน่อย”

               เสียงละเมอเศร้าสร้อยของเด็กหญิงทำให้คิรากรต้องรีบวางกรอบรูปในมือลงแล้วขยับตัวจากท่านั่งพิงหัวเตียงลงนอนกอดลูกสาวไว้แนบอก ถึงแม้เธอจะเป็นแค่หลาน แต่เขาก็เลี้ยงดูเธอด้วยตัวเองมาตั้งแต่อายุยังไม่ถึงหนึ่งเดือนเต็ม ถ้าถามว่ารักมากแค่ไหน เขากล้าตอบเลยว่า ‘รักมากกว่าชีวิต’ และเขาจะไม่ยอมให้เธอต้องเสียใจเพราะแม่ใจร้ายอย่างผู้หญิงคนนั้นอีกเด็ดขาด

               “คุณพ่อจะกอดหนูเองนะ” คิรากรจูบที่หน้าผากของเด็กหญิงด้วยความรักและสงสารจับใจ เขาได้แต่หวังว่าพรุ่งนี้เช้าพอตื่นขึ้นมา ไออุ่นจะลืมเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนี้

ลืมว่าเจอแม่ใจร้ายที่ชาตินี้ไม่ควรมาเจอกันอีก!

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.3 (ตอนจบ)

    “ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.2

    ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   22.1

    คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.3

    คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.2

    “เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร

  • อ้อนรักคุณแม่แก้ขัด   21.1

    “วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status