เข้าสู่ระบบคิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้
“คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ
“คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ”
“ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า”
“อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย”
“ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย”
“ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต้ทางด่วน คนแถวนั้นบอกว่าเหมือนมีการขับรถเฉี่ยวกัน แล้วคู่กรณีก็จับตัวผู้หญิงสองคนขึ้นรถไป”
“แล้วทำไมไม่มีใครช่วยเอิงเลย ได้แต่ยืนมองกันเฉยๆ เนี่ยนะ”
“คนร้ายมีปืน” สายฟ้าบอกเสียงเครียด “มีคนถ่ายคลิปไว้ได้ เห็นลักษณะและทะเบียนรถชัดเจน ตอนนี้ตำรวจกำลังแกะรอยอยู่”
“คนของคุณปริมใช่มั้ย”
“คิดว่าใช่”
“เอิงซวยเพราะเอยอีกแล้ว!!!” คิรากรสบถอย่างโกรธจัด ในขณะเดียวกันก็ห่วงอลีนาและลูกในท้องมาก
อลีนาลืมตาขึ้นมาบนดาดฟ้าของตึกสูงแห่งหนึ่งย่านชานเมือง อันนานั่งหมดสติหลังพิงผนังดาดฟ้าอยู่ข้างๆ เธอ และน้องสาวไม่ได้ถูกมัดมือมัดเท้า อาจเป็นเพราะดาดฟ้าแห่งนี้ไม่มีทางให้หนี
“เอย...เอย...ตื่น” อลีนาเขย่าตัวน้องสาว ครู่หนึ่งอันนาก็ลืมตาขึ้น
“ที่นี่ที่ไหน”
“ไม่รู้” อลีนาตอบพลางกวาดตามองทางหนีทีไล่ เธอเห็นประตูดาดฟ้าอยู่ห่างออกไปจึงรีบวิ่งไปเปิด แต่ประตูถูกล็อกจากด้านใน หญิงสาวทุบประตูเสียงดังพร้อมกับร้องตะโกนให้คนช่วย แต่ไร้ผล
ทันใดนั้นเสียงกุกกักเหมือนคนไขกุญแจจากภายในก็ดังขึ้น อลีนาถอยห่างจากประตูอย่างระวังตัว เพียงอึดใจ บานประตูก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นผู้หญิงรูปร่างผอมสูง ใบหน้าซีดเซียว ทว่าในแววตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น ในมือมีปืนสีดำมะเมื่อมน่ากลัว
“ปริม!!!”
เสียงของอันนาดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำให้อลีนาประมวลสถานการณ์ได้ทันทีว่าอะไรเป็นอะไร เธอค่อยๆ ก้าวถอยหลังกลับไปหาอันนาอย่างเชื่องช้า สายตาจับจ้องที่กระบอกปืนอย่างระมัดระวัง
“จับพวกเรามาทำไม” อลีนาถามอย่างมีสติ
“แกฆ่าลูกฉัน ฉันก็จะฆ่าแก ชีวิตต้องชดใช้ด้วยชีวิต!!!” ปริมส่ายปืนไปมาอย่างไม่แน่ใจว่าคนไหนคืออันนากันแน่ เพราะสองพี่น้องหน้าเหมือนกันมากจนแทบแยกไม่ออก และนี่ก็คือเหตุผลที่คนของเธอจับตัวมาทั้งสองคน
“เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจให้เธอแท้ง” อันนาเผลอโต้กลับ ทำให้ปริมรู้ว่าคนไหนคือศัตรูตัวจริงของเธอ
“แก! นังเอย!!!” ปริมกระตุกยิ้มแล้วเบนปลายกระบอกปืนไปที่อันนา “แกแย่งผัวฉัน แกฆ่าลูกฉัน คนอย่างแกสมควรตาย!!!”
“อย่านะคุณปริม ถ้าคุณยิงเอย โทษคุณจะหนักขึ้นนะ” อลีนาเกลี้ยกล่อม
“ฉันไม่โง่ยิงมันหรอก ฉันจะให้มันกระโดดตึกลงไปตายเอง”
“ฉันก็ไม่โง่กระโดดเหมือนกัน!” อันนาสวนกลับทันควัน “อยากยิงก็ยิง ถ้าฉันจะตาย แกก็ต้องถูกจับติดคุกตลอดชีวิตด้วย”
“เอยอย่าไปยั่วโมโหเขาสิ” อลีนาหันมาปรามน้องสาวเจ้าอารมณ์แล้วหันไปเกลี้ยกล่อมปริมต่อ “คุณปริม ฉันแน่ใจว่าตอนนี้สามีฉันต้องกำลังพาตำรวจมาช่วยฉันกับเอย คุณทิ้งเราสองคนไว้ที่นี่แล้วหนีไปซะ ฉันจะไม่บอกตำรวจว่าเกิดอะไรขึ้น”
“ถ้าฉันกลัวตำรวจ ฉันคงไม่จับแกสองคนมาแต่แรกหรอก!!!” ปริมแผดเสียงดังลั่นอย่างคนเสียสติ “นังเอย ถ้าแกไม่กระโดดลงไป ฉันจะยิงพี่สาวแก ถ้าแกจะเห็นแก่ตัว ทนเห็นพี่สาวตายต่อหน้าต่อตาได้ก็ลองดู” พูดจบก็ยิงปืนลงพื้นเฉียดเท้าอลีนาไปนิดเดียวเพื่อข่มขู่
สองพี่น้องกรี๊ดสนั่น ขยับตัวเข้ากอดกันกลม จังหวะนี้เองที่อลีนาฉวยโอกาสกระซิบบอกอะไรบางอย่างกับอันนา คนเป็นน้องพยักหน้ารับทราบแล้วหันไปพูดกับปริม
“ฉันยอมแล้ว” อันนายกมือยอมแพ้แล้วเดินไปชิดขอบระเบียงดาดฟ้าพลางพูดอ้อนวอนขอชีวิตจากปริม เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจทั้งหมดมาที่เธอ
“ปีนขึ้นไป” ปริมตะคอกใส่อันนาในขณะที่เล็งปลายกระบอกปืนไปที่อลีนา
อลีนาฉวยจังหวะที่ปริมมัวแต่มองหน้าอันนาเข้าไปชาร์จจับข้อมือข้างที่ถือปืนของปริมบิด โดยใช้ศิลปะการต่อสู้ด้วยมือเปล่าที่เคยไปเทกคอร์สระยะสั้นมา
ปืนในมือปริมร่วงลงไปที่พื้น อลีนารีบใช้เท้าเขี่ยให้กระเด็นห่างออกไป
“แก!” ปริมโกรธมาก ตบหน้าอลีนาแล้วผลักจนล้มลง ก่อนจะกระโจนไปหยิบปืนที่พื้นขึ้นมา
อันนาตามเข้าไปแย่งปืนกับปริม อลีนาเข้าไปช่วย โดนปริมใช้ด้ามปืนตบหน้าจนหางคิ้วแตกเลือดไหล
“เอิงโอเคมั้ย” อันนาที่แย่งปืนกับปริมอยู่ชะงักไปนิดหนึ่งแล้วหันมาถามด้วยความเป็นห่วงจากใจจริง จังหวะนี้เองทำให้เธอพลาดท่าถูกปริมยิงเข้าที่ท้องน้อยสองนัดซ้อน
“เอย!!!” อลีนากรีดร้องสุดเสียงเมื่อเห็นน้องสาวล้มลงกับพื้น เลือดสีแดงฉานไหลนองเต็มพื้น
ปริมมองอันนาที่นอนจมกองเลือดอยู่ที่พื้นแล้วหัวเราะสะใจอย่างบ้าคลั่ง “ผู้หญิงหน้าด้านแย่งผัวชาวบ้านอย่างแกสมควรตายแล้ว!!!”
“คุณมาร์ชไม่ได้รักเธอ...เขาก็แค่...พลาด...ทำเด็กในบ้าน...อย่างเธอ...ท้อง” อันนาพูดกระท่อนกระแท่นอย่างอ่อนแรง สติสัมปชัญญะใกล้ดับวูบเต็มที
เดิมทีอันนาไม่รู้มาก่อนว่ามาร์ชซุกภรรยาที่ท้องอ่อนๆ ไว้ในทาวน์เฮาส์เล็กๆ แห่งหนึ่ง จนกระทั่งปริมบุกมาหาเธอที่ร้านทำผมแล้วประกาศตัวว่าเป็นภรรยาของมาร์ช ปริมขอร้องให้เธอเลิกกับมาร์ช แต่คนที่ไม่เคยยอมแพ้ใครอย่างอันนาไม่ยอม ทั้งคู่จึงทะเลาะตบตีกัน
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







