เข้าสู่ระบบคิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที
“เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา
“คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด
“เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย”
คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่”
อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น
“คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ
“เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่มิด
“เอิงก็ไม่คิดเหมือนกันว่าคุณคิมจะรักเอิงมากขนาดนี้”
“เอิงต้องขอบคุณเอยนะ”
“เรื่อง?” อลีนาเลิกคิ้วถามพลางหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าซอยลัดซึ่งเป็นถนนสองเลนสายเล็ก ในซอยค่อนข้างโล่ง นานๆ จะมีรถขับสวนมาสักคัน
“ถ้าวันนั้นเอยรับเป็นแม่ไออุ่น เอิงก็ไม่ได้แต่งงานกับคุณคิม”
“เลิกพูดแบบนี้สักทีเถอะเอย ต่อให้เอยอยากได้ทุกอย่างคืนแค่ไหน เอยก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว” อลีนาพูดเสียงขุ่นแล้วเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเห็นรถยนต์คันหนึ่งแล่นสวนมาในเลนเดียวกันด้วยความเร็วสูง เธอเปิดไฟสูงกะพริบใส่พร้อมกับกดแตรเสียงดังสนั่น แต่รถคันนั้นก็ไม่มีทีท่าว่าจะหักหลบหรือลดความเร็วลงเลย อลีนาเบี่ยงซ้ายจนตกขอบถนน รถคันนั้นก็ขับเบี่ยงตามมา
ในเสี้ยววินาทีที่รถทั้งสองคันกำลังจะประสานงากัน อันนาก็เอื้อมมือไปหักพวงมาลัยมาทางซ้ายแบบเต็มวง ทำให้รถหมุนคว้างหันด้านฝั่งคนขับเข้าหารถคันที่ขับสวนเลนมา ในเสี้ยววินาทีนั้น อลีนามองหน้าอันนาด้วยความตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าน้องสาวจะเห็นแก่ตัวได้มากขนาดนี้
อลีนาคิดว่าชนแน่แล้ว ทว่ารถคันนั้นกลับเบี่ยงออกไปทางขวามือของเธอแล้วขับผ่านท้ายรถไปแบบเฉียดฉิวแล้วไปจอดอยู่ทางด้านหลัง อลีนาหน้าซีดจะเป็นลม ยกสองแขนขึ้นกอดท้องของตัวเอง ภาวนาให้เจ้าตัวเล็กปลอดภัย
“เอยคิดจะให้เอิงตายคนเดียวเหรอ” อลีนาหันมาถามน้องสาวน้ำตาคลอเบ้า
“เอยขอโทษ เอยไม่ได้ตั้งใจ” อันนาบอกเสียงสั่น ยังตกใจกลัวจากเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย “เอยไม่รู้ว่าตัวเองทำแบบนั้นลงไปได้ยังไง เอยไม่รู้ตัวจริงๆ”
“พอเถอะเอย เลิกแก้ตัวได้แล้ว ถ้าเอยไม่คิดว่าเอิงเป็นพี่ เอิงก็จะไม่คิดว่าเอยเป็นน้องอีกต่อไป” อลีนาหยิบโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ในช่องเก็บของยัดใส่กระเป๋าถือแล้วกดปุ่มปลดล็อกประตูรถ “ถ้าเอยทำร้ายเอิงคนเดียว เอิงทนได้ แต่วันนี้เอิงมีลูกที่อยู่ในท้อง เอิงต้องปกป้องเขา แล้วเอิงยังมีไออุ่นที่ต้องดูแลอีก”
“เอยบอกว่าไม่ได้ตั้งใจ ทำไมไม่เชื่อกันบ้าง” อันนาตะโกนเสียงดังลั่นรถ น้ำตาคลอเบ้าไม่ต่างกัน ครั้งนี้เธอไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่ที่ทำไปเพราะสัญชาตญาณของคนที่รักแต่ตัวเอง นึกถึงแต่ตัวเอง ถ้าวันนี้อลีนาเป็นอะไรไป เธอเองก็เสียใจเหมือนกัน
“ถึงเอยจะเลว แต่เอยก็ไม่เคยอยากให้ใครตาย”
“แต่เปรมกับลูกในท้องของคุณปริมก็ตายเพราะเอย” อลีนาสวนกลับเสียงดังอย่างสุดทน
“เรื่องทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ เอยไม่เกี่ยว”
“ถามจริงเหอะ เอยเคยรู้สึกผิดกับสิ่งที่ตัวเองทำบ้างมั้ย” น้ำเสียงของคนเป็นพี่สั่นเครือ ทั้งโกรธทั้งเสียใจ
“ทำไมเอยต้องรู้สึกผิด ในเมื่อเอยไม่ได้ทำอะไรผิด”
“สองชีวิตที่ต้องตายเพราะเอย เอยยังคิดว่าตัวเองไม่ผิดอีกเหรอ แล้วยังจะเรื่องเผาบ้านตัวเองอีก เอยทำได้ยังไง ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า!”
“เอยไม่ได้ทำ” อันนายังคงปากแข็ง
“คุณคิมบอกเอิงว่า ตำรวจรู้ตัวคนวางเพลิงแล้ว หลักฐานและพยานก็แน่นหนามาก เอยไปแก้ตัวกับตำรวจเอาเองก็แล้วกัน แล้วรู้ไว้ด้วยนะว่าครั้งนี้เอิงจะไม่ช่วยเอยแล้ว ทำอะไรไว้ก็รับผิดชอบผลการกระทำของตัวเองด้วย”
“เราเป็นพี่น้องกันนะเอิง เอิงจะไม่ช่วยเอยจริงเหรอ”
“ทีเวลาอย่างนี้มาทวงความเป็นพี่น้อง แล้วเมื่อกี้ที่เอยจะให้เอิงตายคนเดียว ทำไมไม่คิดว่าเราเป็นพี่น้องกัน เอยขับรถกลับเองก็แล้วกันนะ เอิงจะกลับแท็กซี่” พูดจบอลีนาก็ก้าวลงจากรถ
อันนาลงรถตามมา “เอยเจ็บแขนเจ็บขาขนาดนี้จะขับกลับได้ยังไง”
“เรื่องของเอย” อลีนาทำใจแข็ง
ทันใดนั้น ชายฉกรรจ์สองคนที่อยู่ในรถคู่กรณีที่จอดอยู่ด้านหลังก็ลงมาโปะยาสลบอลีนาและอันนา แล้วพาขึ้นรถขับออกไป
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







