เข้าสู่ระบบคิรากรกลับเข้ามาในห้องจัดเลี้ยงอีกครั้งก็พบว่าไออุ่นย้ายจากเก้าอี้ขึ้นไปนั่งหลับอยู่บนตักของศรียุดาเรียบร้อยแล้ว
“แบตหมดแล้วเหรอตัวแสบ เมื่อกี้ยังคุยจ้ออยู่เลย” คุณพ่อยังหนุ่มยกตัวลูกสาวที่หลับตาพริ้มน่ารักขึ้นมาอุ้ม “ผมขอพาไออุ่นกลับบ้านก่อนนะครับคุณแม่”
“ไปเถอะ ถ้าว่างก็พาหลานไปหาแม่ที่บ้านบ้าง” ศรียุดาแต่งงานใหม่กับนักธุรกิจรุ่นใหญ่เมื่อสิบปีก่อนหลังจากพ่อของคิรากรเสียชีวิตไปได้หลายปี และตอนนี้สนธยา สามีใหม่ของเธอก็กำลังทั้งร้องและเต้นเพลงดิสโกรำลึกความหลังสมัยยังหนุ่มอยู่บนเวทีอย่างสนุกสนานกับแขกเหรื่อที่มาร่วมงาน
“พูดเหมือนคุณแม่กับคุณลุงสนอยู่ติดบ้าน เดือนหน้าก็จะไปดูแสงเหนือที่ไอซ์แลนด์กันไม่ใช่เหรอครับ” ชายหนุ่มยิ้มพรายแล้วโน้มตัวลงหอมแก้มที่ยังตึงเปรี๊ยะเพราะเพิ่งไปร้อยไหมที่เกาหลีมาเมื่อเดือนก่อนของมารดา “แฮปปีเบิร์ทเดย์อีกครั้งนะครับคุณแม่ผู้ไม่ยอมแก่ของผม”
“หยาบคาย อย่ามาพูดคำว่าแก่กับแม่” ศรียุดามองค้อนแต่พองาม ก่อนจะพูดต่อด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น “เมื่อกี้แม่เห็นคิมยืนคุยอยู่กับหนูแพรว”
“แค่ทักทายกันตามมารยาทครับ” ชายหนุ่มตอบเลี่ยง เพราะไม่อยากเล่ารายละเอียดของเรื่องที่คุยกัน ซึ่งเกี่ยวข้องกันเด็กหญิงตัวน้อยที่มีชะตากรรมน่าสงสาร
“หนูแพรวรอคิมมาหลายปีแล้วนะ คิมจะไม่ลองคิดเรื่องแต่งงานดูอีกทีเหรอ” ศรียุดาตะล่อมลูกชาย
“เลิกพยายามได้แล้วครับคุณแม่ ยังไงผมกับแพรวก็ไม่มีทางเข้ากันได้”
“ที่ไม่ยอมเปิดใจให้หนูแพรวสักทีเนี่ยเพราะคิมรักคนอื่นแล้วหรือเปล่า”
“ใช่ครับ ผมมีผู้หญิงที่ผมรักแล้ว” ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ
“ใคร ไปแอบคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่รู้” ศรียุดาตื่นเต้นดีใจ เธออยากให้ลูกชายผู้บ้างานคนนี้แต่งงานมานานแล้ว แต่งกับใครก็ได้ที่เขารัก ไม่จำเป็นต้องเป็นแพรวพราว เธอจะได้หมดห่วงเสียที
“เด็กผู้หญิงคนนี้ไงครับที่ผมรักที่สุด” คิรากรหอมแก้มเด็กที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมกอดอย่างแรงด้วยความมันเขี้ยวจนไรเคราครูดผิวบางใสจนเด็กน้อยจั๊กจี้
“ฮื่อ...คุณพ่อแกล้งไออุ่น” เด็กหญิงส่งเสียงอู้อี้พร้อมกับลืมตาขึ้นมาส่งยิ้มสดใสให้คุณพ่อ ไออุ่นเป็นเด็กเลี้ยงง่ายแบบนี้เสมอ เธอไม่ค่อยงอแงเหมือนเด็กวัยเดียวกันคนอื่นๆ มีเพียง ‘เรื่องแม่’ เรื่องเดียวเท่านั้นที่จะทำให้เธอร้องไห้อย่างหนักจนคนเป็นพ่อแทบปลอบไม่ไหว
“เล่นแรงจนลูกตื่นเลยเห็นมั้ย” หญิงสูงวัยแต่หน้าใสปิ๊งส่งสายตาตำหนิลูกชายตัวโตที่ชอบทำตัวราวกับเป็นเด็กชายซุกซนเวลาอยู่กับลูกสาวตัวน้อย “ดึกมากแล้ว รีบพาลูกกลับบ้านไปนอนได้แล้ว”
“ครับคุณแม่” ชายหนุ่มบอกให้ลูกสาวไหว้ลาคุณย่าแล้วอุ้มเจ้าตัวแสบเดินออกไปโดยเลี่ยงที่จะผ่านไปทางโต๊ะที่แพรวพราวนั่งอยู่กับครอบครัว เพราะไม่อยากให้ไออุ่นเห็นคู่ปรับต่างวัย อะไรที่ส่งผลกระทบทางด้านลบต่อจิตใจของลูก เขาจะไม่พาลูกเฉียดเข้าไปใกล้เด็ดขาด
คิรากรปล่อยลูกสาวตัวน้อยที่เพิ่งตื่นเต็มตาให้ลงเดินเมื่อก้าวออกจากลิฟต์บริเวณชั้นจอดรถ สองพ่อลูกเดินจูงมือกันมาตามปกติ แต่แล้วจู่ๆ เด็กหญิงก็ตะโกนเสียงดังลั่น
“คุณแม่ขา!!!” ไออุ่นสะบัดมือออกจากมือของคุณพ่อที่เกาะกุมอยู่แล้ววิ่งหน้าตั้งไปหาหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินไปที่รถซึ่งจอดอยู่ในช่องถัดไป
“ไออุ่นระวังรถ!!!” คิรากรใจหายวาบเมื่อเห็นลูกสาววิ่งตัดหน้ารถที่แล่นออกจากโค้งมุมเสาด้วยความเร็วทั้งที่เป็นลานจอดรถ แต่โชคดีที่คนขับรถเบรกทัน เขารีบค้อมศีรษะขอโทษคนขับรถแล้วรีบวิ่งตามลูกไป
“คุณแม่ขา ไออุ่นคิดถึงคุณแม่ที่สุดในโลกเลย” เด็กหญิงวิ่งเข้ามากอดเอวของผู้หญิงที่เธอคิดว่าเป็นแม่ไว้แน่นพลางร้องไห้โฮด้วยความดีใจ “ไออุ่นอยากกอดคุณแม่”
“ฉันไม่ใช่แม่ของหนูนะ” อลีนาย่อตัวลงแล้วจับร่างเล็กให้ถอยห่างออกจากตัวนิดหนึ่ง เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนน้ำตาของเด็กน้อยชัดๆ หญิงสาวก็รู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด โดยเฉพาะเค้าโครงหน้าและแววตา เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อนแต่นึกไม่ออก
“ใช่ค่ะ ไออุ่นจำคุณแม่ได้ คุณแม่หน้าเหมือนในรูปเปี๊ยบเลย”
“ไม่ใช่นะคะ” อลีนาย้ำด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อไม่ให้เด็กตกใจกลัว “หนูมากับใครคะ คุณพ่อคุณแม่อยู่ที่ไหน” ถามแล้วก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่คนหนึ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามายกตัวหนูน้อยขึ้นอุ้ม
“ไออุ่นวิ่งมาทำไมลูก คุณพ่อตกใจหมดเลย” คิรากรกอดลูกสาวไว้แน่น ถ้าเมื่อครู่นี้เธอถูกรถชนหรือแค่หกล้มหัวเข่าถลอก เขาคงโกรธตัวเองมากที่ดูแลลูกไม่ดี
“ไออุ่นมาหาคุณแม่ค่ะ”
ชายหนุ่มมองตามปลายนิ้วเล็กป้อมที่ชี้ไปยังหญิงสาวที่ยืนอยู่ห่างกันไม่ถึงสองก้าวแล้วก็ต้องชะงัก
ผู้หญิงคนนี้หน้าเหมือนแม่ของไออุ่นมาก!
“คุณคือ...” คิรากรพูดยังไม่ทันจบประโยค เสียงหนักแน่นกดต่ำของผู้ชายคนหนึ่งก็ดังแทรกเข้ามา
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าเอิง” ศิวภัทรเดินเข้ามาโอบไหล่อลีนาอย่างปกป้องพลางจ้องหน้าคิรากรอย่างไม่ไว้วางใจ
“ไม่มีอะไรค่ะพี่พอล เด็กแค่เข้าใจผิดคิดว่าเอิงเป็นแม่”
“ถ้าไม่มีอะไรก็ไปกันเถอะ ดึกแล้วเดี๋ยวที่บ้านเป็นห่วง” ศิวภัทรเลื่อนมือที่โอบไหล่ของหญิงสาวลงมาที่หลังเอวแล้วดันตัวเธอพาเดินไปขึ้นรถ
“คุณแม่อย่าทิ้งไออุ่นไป ไออุ่นคิดถึงคุณแม่ ไออุ่นอยากกอดคุณแม่ คุณแม่ขาอย่าทิ้งไออุ่น”
เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารของเด็กหญิงทำให้อลีนาที่เดินห่างออกไปไกลแล้วอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง แต่แล้วสายตาคมกริบของคิรากรที่จ้องสวนกลับมาราวกับเกลียดชังเธอนักหนาก็ทำให้หญิงสาวต้องรีบหันหน้ากลับไปทันที
“ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คุณแม่ของหนูนะไออุ่น” คิรากรบอกลูกสาวทั้งที่ในใจคิดว่าน่าจะใช่ เพราะใบหน้าของเธอแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากแม่ของไออุ่นที่เขาเห็นในรูปถ่ายเลย แต่จะมีประโยชน์อะไรที่จะบอกลูก ในเมื่อผู้หญิงคนนั้นก็ดูเหมือนจะมีผู้ชายคนใหม่แล้ว และไม่แน่ว่าเธออาจจะมีลูกใหม่แล้วด้วยก็ได้
“คุณแม่ขา อย่าทิ้งไออุ่นไป” ไออุ่นมองตามท้ายรถของอลีนาที่แล่นผ่านหน้าไปทั้งน้ำตา
เสียงร้องไห้ของลูกสาวกรีดหัวใจคนเป็นพ่อให้เจ็บปวดอย่างถึงที่สุด และนั่นก็ยิ่งทำให้เขาเกลียดผู้หญิงใจดำที่ทิ้งลูกอายุไม่ถึงเดือนไว้กับศพพ่อที่นิวยอร์กคนนั้นมากขึ้นร้อยเท่าพันเท่า
“ป้าหมอมีกล้องวิเศษส่องค่ะ นัดตรวจคราวหน้าแม่เอิงจะพาไออุ่นไปด้วย หนูจะได้เห็นน้องที่อยู่ในพุงแม่เอิง” “ถ้าน้องคลอดแล้วไออุ่นช่วยคุณพ่อเล่านิทานให้น้องฟังได้มั้ยคะ” คิรากรถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเหมือนเคย “ได้ค่า” “เก่งมากค่ะ” คุณพ่อโน้มใบหน้าลงหอมแก้มทั้งสองข้างของลูกสาวดังฟอด “อุ๊ย! น้องดิ้นดุ๊กดิ๊กค่ะ น้องยังไม่หลับ” ไออุ่นบอกอย่างตื่นเต้นโดยที่มือทั้งสองข้างทาบอยู่บนหน้าท้องของคุณแม่ “สงสัยน้องอยากคุยกับพี่ไออุ่นน่ะลูก” อลีนาบอก ไออุ่นเอาแก้มแนบกันหน้าท้องคุณแม่เพื่อจะฟังเสียงน้อง “โอบอุ้มรักพี่ไออุ่นค่า โอบอุ้มอยากออกไปเล่นกับพี่ไออุ่นเร็วๆ” คิรากรทำเสียงเล็กเสียงน้อยอย่างเด็กผู้หญิงแทนเสียงน้องในท้องเพื่อคุยกับไออุ่น เขาทำแบบนี้ทุกวันจนไออุ่นรักและผูกพันกับน้องในท้องมาก แล้วก็ชอบคุยกับน้องมากด้วยเช่นกัน “พี่ไออุ่นก็รักโอบอุ้ม ออกมาเร็วๆ นะ มาเล่นกัน” ไออุ่นบอกเสียงใสแล้วจุ๊บที่พุงคุณแม่ส่งผ่านไปถึงน้องสาว “คุณพ่อก็รักไออุ่นกับโอบอุ้ม
ในช่วงชุลมุนอันนาผลักปริมล้มลุกคลุกคลานไปกับพื้น และถีบที่ท้องอย่างแรงอีกหลายครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าคู่กรณีตั้งครรภ์อยู่ จนกระทั่งเลือดเหนียวข้นไหลลงมาตามต้นขาด้านในของปริม อันนาถึงได้รู้ตัวว่า ทำบาปใหญ่หลวงเข้าแล้ว...‘คุณมีเมียอยู่แล้ว ยังจะมาหลอกคบกับฉันอีกทำไม’ อันนาต่อว่ามาร์ชเมื่อพบกันหลังจากทะเลาะกับปริม‘อย่าเรียกว่าเมียเลย คนที่ผมจะยกย่องให้เป็นเมียออกหน้าออกตาต้องมีฐานะคู่ควรกับผม และเป็นคนที่คุณแม่ผมยอมรับเท่านั้น’‘แล้วอย่างฉันถือว่าคู่ควรกับคุณหรือเปล่า’ อันนาถามอย่างข้องใจ เพราะคบกันมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เขาไม่เคยพาเธอไปพบพ่อแม่เลยสักครั้ง อันนาจำได้ว่าวันนั้นมาร์ชไม่ตอบคำถามเธอ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็หาเรื่องเลิกกับเธอ... “หุบปากเดี๋ยวนี้นังเอย!!!” ปริมตะคอกพร้อมตวัดปลายปืนขึ้นเล็งที่อันนาอีกครั้ง “อย่าทำอะไรเอยอีกเลยนะคุณปริม” อลีนาเอาตัวเข้าไปขวางทางปืน “น้องเลวๆ แบบนี้แกก็ยังจะปกป้องมันอีกเหรอ!” “ยังไงเอยก็เป็นน้องฉัน ฉันปล่อยให้เอยตายไม่ได้” อลีนาบอกทั้งน้ำตา ถึงแม้ที่ผ่านมาอันนาจะร้ายกาจกับเธอ
คิรากรรับไออุ่นกลับมาถึงบ้านได้ราวหนึ่งชั่วโมง แต่อลีนากับอันนาก็ยังไม่ถึงบ้าน คนเป็นสามีร้อนใจมาก พยายามโทร. ติดต่อภรรยา แต่ก็ติดต่อไม่ได้ “คุณพ่อขา ทำไมแม่เอิงมาช้าจังคะ” ไออุ่นถามเป็นรอบที่สิบ “คุณพ่อโทร. หาแม่เอิงแล้ว แต่แม่เอิงไม่รับสายเลย” คุณพ่อตอบหน้าเครียด รู้สึกใจคอไม่ดี แล้วหันไปถามพ่อกับแม่ของอลีนาที่พยายามกดโทรศัพท์หาลูกสาวทั้งสองคนอยู่เหมือนกัน “ติดต่อเอิงได้มั้ยครับ” “ติดต่อไม่ได้ทั้งเอิง ทั้งเอยเลย” พรกมลตอบหน้าเครียดไม่แพ้กัน “ไม่รู้เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่า” “อย่าเพิ่งคิดอะไรในแง่ลบสิคุณ” สันติปลอบภรรยาแล้วหันไปเห็นผู้กองสายฟ้าเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด “เกิดเรื่องแล้วคิม” นายตำรวจหนุ่มบอกพลางปรายตามองไปยังไออุ่นที่นั่งอยู่ข้างคุณตาคุณยาย เขาไม่อยากให้เด็กและคนแก่ตกใจ “ไปคุยกันข้างนอกได้มั้ย” “ได้” คิรากรตอบรับแล้วหันไปฝากคุณตาคุณยายให้ดูแลไออุ่น แล้วเดินนำเพื่อนไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ภายนอกตัวบ้าน “เกี่ยวกับเอิงใช่มั้ย” “ตำรวจพบรถคุณเอยจอดทิ้งไว้ที่ซอยลัดใต
คิรากรได้รับข้อความจากอลีนาตอนที่อยู่หน้าโรงเรียนสอนเต้นบัลเลต์ของไออุ่นพอดี เขาโกรธจนใจเต้นตุบๆ รีบโทร. กลับไปหาภรรยาทันที “เอิงขับรถอยู่ ไม่สะดวกคุยตอนนี้” อันนาเป็นคนรับโทรศัพท์แทนอลีนา “คุณให้เมียผมที่กำลังท้องขับรถให้คุณนั่งเหรอ!” ชายหนุ่มกัดฟันพูดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจสุดขีด “เอิงแค่ท้องนะคุณคิม ไม่ได้ป่วย ตอนฉันท้องฉันก็ทั้งขับรถ ทั้งออกกำลังกาย ทำอะไรๆ ได้เหมือนคนปกติทั่วไป คุณอย่าห่วงจนโอเวอร์ไปหน่อยเลย” คิรากรไม่อยากพูดกับอันนาให้มากความจึงตัดบท “ดูแลเอิงให้ดีก็แล้วกัน ถ้าเมียผมเป็นอะไรไปแม้แต่นิดเดียวเพราะคุณ ผมเล่นงานคุณหนักแน่” อันนากดวางสายแล้ววางโทรศัพท์ไว้ที่ช่องเก็บของอย่างกระแทกกระทั้น “คุณคิมว่ายังไงบ้าง” อลีนาที่กำลังขับรถอยู่ถามทั้งที่สายตายังคงมองถนนเบื้องหน้าและต้องคอยระวังบรรดาสิงห์มอเตอร์ไซค์ที่ขับเบียดมาเป็นระยะ “เขาโกรธที่เอยใช้เอิงขับรถให้ แล้วก็สั่งให้เอยดูแลเอิงให้ดี ถ้าเอิงเป็นอะไรไป เขาจะเล่นงานเอย ท่าทางคุณคิมรักเอิงมากนะ” อันนาเก็บความอิจฉาไว้แทบไม่ม
“เอิง!!! อย่าดื้อกับผม” คิรากรเผลอดุเสียงดังด้วยความเป็นห่วง “ขอโทษ ผมเป็นห่วงคุณมากไปหน่อย” “ฉันเข้าใจค่ะ” อลีนาบอกอย่างใจเย็น ไม่ได้โกรธที่ถูกดุ เพราะรู้ว่าเขาหวังดี “เพื่อความสบายใจของคุณ ฉันจะรออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้” “รักคุณนะ” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างรู้สึกผิด ในขณะที่เธอกำลังท้อง เขาไม่ควรทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจ “รักคุณเหมือนกันค่ะ อย่าเครียดมากนะคะ คุณพ่อลูกสอง” “ถ้าคุณไม่ดื้อ ผมก็ไม่เครียด” “ไม่ดื้อแล้วค่ะ จะเชื่อฟังสามีทุกอย่างเลย โอเคมั้ยคะ” อลีนาบอกด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะขอตัวไปจ่ายเงินและรับยา เสร็จแล้วโทร. หาอันนาเพื่อบอกว่าจะรอคิรากรมารับ ให้อันนากลับบ้านก่อน แต่โทร. ไปหลายครั้ง อันนาก็ไม่รับสาย อลีนาลองเดินไปดูที่ลานจอดรถ แต่รถของอันนาไม่ได้จอดอยู่ที่เดิมแล้วอันนาหายไปไหน!อลีนากลับเข้ามานั่งรอคิรากรในล็อบบีโรงพยาบาลแล้วพยายามโทร. หาอันนาอีกครั้ง แต่น้องสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย หญิงสาวเอะใจ จึงโทร. ไปที่โรงเรียนสอนบัลเลต์ของไออุ่น “ไออุ่นยังอยู่ในห้องเรียนหร
“วันนี้เอยว่าง เอยไปส่งไออุ่นแล้วก็พาเอิงไปหาหมอเองนะ” อันนาเดินเข้ามาบอกอลีนาที่ยืนรอคนขับรถอยู่ที่หน้าบ้านกับไออุ่น “ถ้าเอยว่าง เอยควรไปช่วยพ่อแม่ดูบ้านที่ไฟไหม้ แล้วก็เก็บของเตรียมย้ายไปอยู่คอนโดนะ” อลีนาบอกด้วยน้ำเสียงและหน้านิ่งเรียบ เธอเดาไม่ออกว่าน้องสาวต้องการอะไรถึงได้มาทำดีกับเธอแบบนี้ “เราเป็นพี่น้องกันนะ ไม่ต้องมามองเอยด้วยสายตาหวาดระแวงแบบนั้น เอยแค่อยากดูแลเอิง คนขับรถก็แค่ไปส่ง แต่เอยจะตามไปช่วยดูแล ไปส่งจนถึงห้องตรวจเลย แล้วเอยก็อยากช่วยเอิงดูแลไออุ่นด้วย” ว่าแล้วก็ย่อตัวลงนั่งยองๆเพื่อคุยกับเด็กหญิงที่จับมือแม่ไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “น้าเอยขอโทษที่เคยทำให้ไออุ่นตกใจ ต่อไปน้าเอยจะไม่ทำอีก เราดีกันนะ” ไออุ่นมองนิ้วก้อยของอันนาที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยื่นนิ้วก้อยเล็กป้อมของตัวเองขึ้นไปเกี่ยว “ดีกันก็ได้ค่ะ” “ถ้าเราดีกันแล้ว ให้น้าเอยไปส่งนะ” ไออุ่นนิ่ง ไม่ยอมตอบ อันนาจึงลุกขึ้นยืนแล้วถามอลีนา “ให้เอยไปส่งนะ เอยอยากดูแลเอิง อยากทำความคุ้นเคยกับไออุ่นด้วย หรือว่าเอิงจะกีดกันไม่ให้แม่ลูกสนิทกัน”







